การประท้วงของพนักงาน Samsung Electronics ในเกาหลีใต้เริ่มส่งผลกระทบต่อสายการผลิตชิปอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อสหภาพแรงงานเปิดเผยว่า กำลังการผลิตชิปประเภท Foundry ลดลงถึง 58% และชิปหน่วยความจำลดลง 18% ในกะกลางคืนของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังพนักงานจำนวนมากเลือกไม่เข้าทำงานเพื่อกดดันบริษัทให้ปรับค่าตอบแทนให้สูงขึ้น อ้างอิงจากรายงานของ Reuters
เหตุการณ์เกิดขึ้นที่โรงงานขนาดใหญ่ในเมืองพย็องแท็ก ซึ่งเป็นฐานการผลิตชิปสำคัญของ Samsung พนักงานที่เข้าร่วมการประท้วงในช่วงกลางวันได้ “ข้ามกะ” ไม่เข้าทำงานตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึง 06.00 น. ของวันถัดมา ทำให้สายการผลิตที่ควรเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมงต้องหยุดชะงักชั่วคราว ข้อมูลจาก Reuters ระบุว่าบริษัทปฏิเสธให้ความเห็นต่อเหตุการณ์นี้
แม้รายงานต้นทางจะระบุเพียงว่าเป็นการประท้วงเพื่อเรียกร้อง “ค่าตอบแทนที่สูงขึ้น” แต่ข้อมูลจากสื่อเกาหลีและสื่อต่างประเทศหลายแห่งชี้ให้เห็นว่าปัญหาที่แท้จริงลึกกว่านั้นมาก โดยเฉพาะเรื่องโบนัสและช่องว่างรายได้ระหว่าง Samsung กับคู่แข่งอย่าง SK Hynix ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่พนักงานพูดถึงอย่างกว้างขวางในช่วงปีที่ผ่านมา
รายงานจากสื่อเกาหลีระบุว่า พนักงาน Samsung มองว่าตนได้รับโบนัสน้อยกว่า SK Hynix หลายเท่า ตัวอย่างเช่น พนักงาน Samsung ที่มีเงินเดือนพื้นฐาน 76 ล้านวอน ได้โบนัสเพียงประมาณ 38 ล้านวอน ขณะที่พนักงาน SK Hynix ในตำแหน่งใกล้เคียงกันกลับได้รับมากกว่านั้นถึงสามเท่า ความเหลื่อมล้ำนี้ทำให้เกิดการย้ายงานจำนวนมาก และเป็นหนึ่งในประเด็นที่สหภาพแรงงานหยิบมาเรียกร้องอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ สหภาพแรงงานยังเรียกร้องให้บริษัท “ยกเลิกเพดานโบนัส” และจ่ายโบนัสตามสัดส่วนกำไรจริงของบริษัท โดยมีรายงานว่าสหภาพเสนอให้ Samsung จ่ายโบนัสคิดเป็น 15% ของกำไรจากการดำเนินงาน ซึ่งอาจสูงถึงหลายหมื่นล้านวอนในปีที่บริษัททำกำไรสูงจากตลาดชิป AI
ผู้ประท้วงยังถือป้ายที่มีข้อความเรียกร้องให้บริษัททำให้ระบบค่าตอบแทนโปร่งใสมากขึ้น สะท้อนความไม่พอใจต่อวิธีคำนวณโบนัสที่ไม่ชัดเจน ขณะเดียวกัน Samsung เพิ่งยอมรับการมีสหภาพแรงงานอย่างเป็นทางการไม่นาน ทำให้การเจรจาค่าตอบแทนยังมีแรงเสียดทานสูง และการประท้วงครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนความตึงเครียดที่สะสมมานานระหว่างบริษัทกับแรงงาน
แม้การหยุดงานเพียงกะเดียวอาจไม่ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงในทันที แต่การที่กำลังการผลิตลดลงถึง 58% ในสาย Foundry ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าหากการประท้วงยืดเยื้อ ซัพพลายชิปอาจตึงตัว ลูกค้ารายใหญ่ในตลาด AI อาจได้รับผลกระทบ และ Samsung อาจเสียความได้เปรียบให้คู่แข่งอย่าง TSMC หรือ SK Hynix ในช่วงที่ตลาดชิปกำลังแข่งขันอย่างหนักทั่วโลก
เหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเรียกร้องขึ้นเงินเดือน แต่เป็นผลสะสมจากความเหลื่อมล้ำด้านโบนัส ความไม่โปร่งใสของระบบค่าตอบแทน และความคาดหวังที่สูงขึ้นในยุคที่บริษัททำกำไรจากตลาด AI อย่างมหาศาล ซึ่งกำลังผลักดันให้แรงงาน Samsung แสดงพลังต่อรองมากขึ้นกว่าที่เคย









