Google เปิดตัว Pixel 6 และ 6 Pro ใหม่ ใช้ชิปที่พัฒนาเองแล้ว

Advertisements
Advertisements

เพียงไม่กี่เดือนหลังจาก Google เปิดเผยภาพของ Pixel 6 ด้วยตัวเอง วันนี้ Google ก็ได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยรุ่นนี้มีการเปลี่ยนที่น่าสนใจหลายอย่างเลยทีเดียว

Google Pixel 6 Pro มีหน้าจอ LTPO AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอ 1440p รีเฟรชเรต 120Hz ส่วน Pixel 6 มีหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 1080p รีเฟรชเรตหน้าจอ 90Hz ทั้งคู่ใช้กระจกหน้าจอ Gorilla Victus โดยขอบหน้าจอของ Pixel 6 Pro จะโค้งมนเล็กน้อย

Key Spec ของรุ่นนี้คือการใช้ชิป Google Tensor ซึ่งเป็นชิปที่ Google ออกแบบเอง ผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยี 5nm มีตัวประมวลผล Cortex-X1 ทั้งหมด 2 แกน นอกจากเรื่องความแรงแล้วก็ยังช่วยยกระดับการถ่ายภาพด้วยการประมวลผลทางคอมพิวเตอร์ที่ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย ฟีเจอร์เด่นคือ Magic Eraser ที่จะสามารถลบสิ่งที่ไม่ต้องการบนภาพออกได้ เช่น ภาพคนอื่นที่ติดมาด้วย, Face Unblur จะเลือกภาพหน้าที่คมชัดที่สุด, Portrait Mode ที่สามารถแยกวัตถุกับฉากหลังได้ดีขึ้น เรนเดอร์สกินโทนได้ดีขึ้น Night Mode และ Astrophotography (ภาพถ่ายดวงดาว) ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนี้ Google Pixel 6 และ 6 Pro มีฟีเจอร์ Live Translate ซึ่งสามารถแปลข้อความ คำบรรยายภาพ หรือข้อความได้มากถึง 55 ภาษาซึ่งเป็นผลประโยชน์จาก Google Tensor นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีชิป Titan M2 ซึ่งเป็นชิปด้านระบบความปลอดภัย ทำให้ตัวเครื่องมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แถม Google ยังการีนตีอัปเดตระบบความปลอดภัยให้นานถึง 5 ปีเลยด้วย

Pixel 6 ทั้ง 2 รุ่นมีกล้องหลังความละเอียด 50 ล้านพิกเซล + เซนเซอร์ขนากใหญ่ถึง 1/1.3 นิ้วรับแสงได้มากถึง 150%, เลนส์ Ultrawide ความละเอียด 12MP โดยรุ่น Pro จะมีความแตกต่างที่เพิ่มเลนส์ Telephoto ความละเอียด 48MP เข้ามาด้วย โดยซูมได้มากสุด 20X ซึ่ง Google เรียกคุณสมบัตินี้ว่า Super Res Zoom

คัดมาเพื่อคุณ

ด้านแบตเตอรี่ Pixel 6 Pro มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ 5,000mAh ส่วน Pixel 6 มีแบตเตอรี่ความจุ 4,600mAh ทั้ง 2 รุ่นรองรับชาร์จไวได้สูงสุด 30W (แบบสาย) และ 21W/23W แบบไร้สายผ่านที่ชาร์จ Pixel Stand ใหม่ของ Google

สุดท้ายคือราคา Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ราคาเริ่มต้น 599 เหรียญ หรือราว 20,000 บาท และ 899 เหรียญหรือราว 30,000 บาท มีเฉพาะในบางประเทศเท่านั้น ส่วนประเทศไทยยังต้องรอต่อไปก่อน