คะแนน Geekbench เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากรุ่นก่อน
ตามข้อมูลจาก Digital Chat Station ผลทดสอบของ Dimensity 9600 Pro ที่ใช้เฟิร์มแวร์วิศวกรรมยังไม่สมบูรณ์ แต่ให้ภาพรวมของประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นราว 5–10% จากรุ่นก่อนหน้า
คะแนน single‑core อยู่ที่ 4,200–4,300 และ multi‑core อยู่ที่ 12,000–12,500 ซึ่งถือว่าเป็นการปรับปรุงที่เห็นได้ชัดบนกระดาษ แม้จะไม่ถึงขั้น “ก้าวกระโดด” ก็ตาม

โครงสร้าง CPU แบบ 2+3+3 “all‑big‑core”
Dimensity 9600 Pro ใช้โครงสร้าง CPU แบบใหม่ที่เรียกว่า 2+3+3 all‑big‑core โดยมีคอร์หลักสองคอร์ที่ทำงานใกล้ระดับ 5GHz, สามคอร์ “Gelas‑b” และสามคอร์ “Gelas” มาตรฐาน
ดีไซน์นี้ช่วยเพิ่มความเร็วในการประมวลผลแบบเดี่ยวและหลายคอร์ โดยเฉพาะในงานที่ต้องใช้พลัง CPU สูง เช่น เกมหรือการเรนเดอร์ภาพ
GPU Arm “Magni” รุ่นใหม่ และกระบวนการผลิต N2P ของ TSMC
ด้านกราฟิก Dimensity 9600 Pro จะใช้ GPU Arm Magni รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นการอัปเกรดจากรุ่นก่อนหน้า และผลิตบนกระบวนการ TSMC N2P ขนาด 2 นาโนเมตร
แม้ตัวเลขการประหยัดพลังงาน 25–30% ยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่การเปลี่ยนไปใช้กระบวนการผลิตใหม่จะช่วยให้ชิปสามารถรักษาความเร็วสูงสุดได้โดยไม่ร้อนเกินไป
คู่แข่ง Snapdragon 8 Elite Gen 6 Pro แรงกว่าไม่ถึง 20%
รายงานระบุว่า Snapdragon 8 Elite Gen 6 Pro ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Dimensity 9600 Pro จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าไม่ถึง 20% แม้ใช้ความเร็วใกล้เคียงกันที่ 5GHz
จุดเด่นของ MediaTek คือการบาลานซ์ระหว่างความเร็วและการใช้พลังงาน ซึ่งอาจทำให้ชิปนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับมือถือเรือธงในปี 2026
มือถือรุ่นแรกที่จะใช้ Dimensity 9600 Pro
คาดว่า vivo X500 series และ OPPO Find X10 จะเป็นรุ่นแรกที่ใช้ชิป Dimensity 9600 Pro โดยจะเปิดตัวในช่วงกลางปีนี้
ทั้งสองแบรนด์มีแนวโน้มจะใช้รุ่น Pro เพื่อโชว์ศักยภาพเต็มของชิป 5GHz รุ่นใหม่จาก MediaTek








