เปิดเผยเทคโนโลยีหน้าจอ OLED ชุดใหม่ที่ถูกใช้ใน Ferrari Luce รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ Ferrari โดยมาพร้อมแดชบอร์ดแบบซ้อนจอ OLED สองชั้นและกลไกเข็มอนาล็อกจริง สร้างดีไซน์ภายในที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปในตลาดปี 2026
แม้ดีไซน์ภายนอกของ Ferrari Luce จะถูกพูดถึงอย่างมากหลังเปิดตัว แต่จุดที่หลายฝ่ายให้ความสนใจกลับเป็นห้องโดยสารและระบบแสดงผลที่ Samsung Display พัฒนาร่วมกับ Ferrari โดยเฉพาะเทคโนโลยี HIAA ที่ช่วยให้เจาะช่องขนาดใหญ่บนจอ OLED ได้โดยไม่เสียคุณภาพภาพ
ภายใน Ferrari Luce ถูกติดตั้งหน้าจอ OLED ทั้งหมด 4 ชุดจาก Samsung Display โดยจุดเด่นที่สุดคือชุดมาตรวัดด้านหน้าคนขับ หรือ Driver’s Binnacle ที่ใช้หน้าจอ OLED ซ้อนกันสองชั้น ประกอบด้วยจอขนาด 12 นิ้วด้านล่าง และ 12.9 นิ้วด้านบน
ความพิเศษคือจอด้านบนถูกเจาะช่องวงกลม 3 จุด เพื่อเปิดให้เห็นจอด้านล่าง พร้อมติดตั้ง “เข็มกลไกจริง” เคลื่อนไหวอยู่ระหว่างชั้นจอ ทำให้หน้าตาดูเหมือนอินเทอร์เฟซดิจิทัล แต่ยังให้ความรู้สึกแบบมาตรวัดอนาล็อกคลาสสิก ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่แทบไม่เคยเห็นในรถยนต์มาก่อน
นอกจากชุดมาตรวัดหลักแล้ว Ferrari Luce ยังมีจอควบคุมกลางขนาด 10.1 นิ้ว ที่ใช้แนวคิดเดียวกันด้วยการใส่เข็มกลไกหมุนผ่านช่องบนหน้าจอแบบเรียลไทม์ รวมถึงหน้าจอ 6.3 นิ้วสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ใช้ควบคุมระบบปรับอากาศและดูข้อมูลการขับขี่
อีกจุดที่ถูกพูดถึงคือปุ่มควบคุมแบบ Physical Buttons บนจอรอง ที่ยังคงให้ผู้ใช้กดปรับความแรงพัดลม อุณหภูมิ และระบบอุ่นเบาะได้จริง ต่างจากรถยุคใหม่หลายรุ่นที่ย้ายทุกอย่างไปอยู่บนหน้าจอสัมผัสทั้งหมด
เบื้องหลังเทคโนโลยีนี้คือระบบ HIAA หรือ Hole in Active Area ของ Samsung Display ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการเจาะช่องขนาดใหญ่บนพื้นที่แสดงผล OLED
โดยช่องบนแดชบอร์ดของ Ferrari Luce มีขนาดประมาณ 100 มิลลิเมตร ซึ่งใหญ่กว่ารูเจาะกล้องหน้าสมาร์ตโฟนทั่วไปเกือบ 20 เท่า ทำให้การเดินสัญญาณภาพรอบพื้นที่ว่างเป็นเรื่องซับซ้อนมาก หากออกแบบไม่ดีอาจเกิดภาพบิดเบี้ยวหรือการแสดงผลไม่สม่ำเสมอได้
Samsung ระบุว่า HIAA จะช่วยปรับการออกแบบสัญญาณของแต่ละส่วนแยกจากกัน ทำให้ภาพบนหน้าจอยังคงคมชัดและเสถียร แม้จะมีช่องขนาดใหญ่ตัดผ่านพื้นที่แสดงผลก็ตาม
Ferrari Luce ถือเป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนว่าผู้ผลิตรถยนต์ระดับพรีเมียมเริ่มใช้ “จอแสดงผล” เป็นองค์ประกอบหลักของงานออกแบบ ไม่ใช่แค่หน้าจอสำหรับแสดงข้อมูลอีกต่อไป โดยเฉพาะในยุครถ EV ที่ห้องโดยสารกลายเป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ใช้งานมากขึ้น











