มนต์ Bill Gates ได้ผล!! การไฟฟ้าประกาศอย่างเป็นทางการ เอาสายไฟ และสารพัดสายลงใต้ดินแล้ว

Advertisements
Advertisements

 

สืบเนื่องจากกรณีที่ Bill Gates ได้โพสตำหนิ(ด่า) ระบบสายไฟฟ้าที่พันกันในประเทศไทย ว่านี่คือตัวอย่างที่แย่ของการวางโครงสร้างการไฟฟ้า เชื่อว่ามีผลไม่มากก็น้อยที่ช่วยผลักดันให้วันนี้การไฟฟ้าประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า ระบบสายไฟฟ้าที่อยู่บนหัวเรา ริมถนนตลอดระยะทาง 127 กิโลเมตร จะถูกนำลงใต้ดินแล้ว

0012-1200x673

แม้ที่ผ่านมาเคยมีข่าวว่าการไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการทำระบบสายไฟใต้ดินมานานแล้ว แต่มันก็ยังเป็นแค่ข่าวที่แว่วมาแล้วก็เงียบไป หลังจากเนินนานมาเป็นสิบปี วันนี้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องก็ได้เปิดเผยว่า การไฟฟ้านครหลวงได้จัดสรรงบประมาณ 51,700 ล้านบาท ในการทำระบบสายไฟใต้ดินระยะทาง 127 กิโลเมตร

ตามแผนงานโครงการระยะแรก จะดำเนินการนำสายไฟฟ้า และสายโครคมนาคมต่าง ๆ ไปไว้รวมกันใต้ดิน ให้เป็นระบบระเบียบเดียวกันไปเลย ตลอดเส้นทางถนน 39 เส้น ในกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และนนทบุรี ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2020

ในการนี้แรงผลักดันสำคัญให้เร่งการลงทุนในระยะแรก ก็คือ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลให้ไปได้เร็วมากขึ้น พร้อมกันนี้คาดว่าจะเป็นผลมาจากการโพสตำหนิการบริหารโครงสร้างการไฟฟ้าในประเทศไทยของ Bill Gates ผู้ก่อตั้งบริษัท Microsoft ด้วย ที่ช่วยเร่งผลักดันให้เรื่องนี้ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการในวันนี้

ชายหนุ่มเดินผ่านสายสัญญาณโทรคมนาคมซึ่งจัดเรียงไม่เป็นระเบียบ บริเวณถนนหลังสวน ขณะที่กสทช. เตรียมส่งเรื่องให้รัฐบาลพิจารณานำสายไฟฟ้าและสายโทรคมนาคมทุกประเภทลงไว้ใต้ดินพร้อมกันทั้งประเทศ ตามนโยบาย Digital Economy รองรับการขยายโครงข่ายโทรคมนาคม เนื่องจากเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าฯ ไม่สามารถรองรับน้ำหนักจากการพาดสายเพิ่มเติมได้ คาดใช้งบประมาณดำเนินการไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท วางสายลงใต้พื้นดินที่ความลึก 2 เมตร ในพื้นที่ทั่วประเทศ

คัดมาเพื่อคุณ

นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการการไฟฟ้านครหลวง(MEA) ได้กล่าวว่า การลงทุนในครั้งนี้ การไฟฟ้านครหลวงได้ออกทุน 48,700 ล้านบาท รวมกับ TOT อีก 3,000 ล้านบาท เพื่อวางระบบไฟฟ้าและโทรคมนาคมใต้ดินในครั้งนี้

 

นายกฤษฎา เพิ่มเติมว่า นอกจากการไฟฟ้านครหลวง และ TOT ที่ลงทุนในครั้งนี้ ยังได้รับความร่วมมือจาก สำนักงาน กสทช. กรุงเทพมหานคร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการอำนวยความสะดวกระหว่างการดำเนินการ ทั้งดูแลเรื่องการจราจร การใช้พื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และการบริหารจัดการอื่น ๆ ในส่วนภาคประชาชนก็รออีกไม่เกิน 5 ปี ก็จะได้เป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในครั้งนี้นะครับ

View Comments (0)

Leave a Reply