ข้อมูลเบื้องต้น:
แบรนด์

Huawei FreeBuds 3

ราคาเปิดตัว

4,990 บาท

การเชื่อมต่อ

Bluetooth 5.1

หน่วยประมวลผล

Kirin A1

ข้อดี:

หูฟังทรง Earbuds ที่มีระบบตัดเสียงรบกวน Noise Canceling
มีระบบรับเสียงสำหรับการสนทนาคมชัด ตัดเสียงลมและเสียงรบกวนรอบข้าง
ไดรเวอร์ขนาด 14.2 มิล เสียงหนัก เนื้อเสียงแน่น
มีความหน่วงของเสียงต่ำ สามารถใช้ดูหนัง หรือเล่นเกมไม่ขัดใจมากนัก
ชาร์จไว 30 นาทีแบตเต็ม 100% รองรับทั้งการชาร์จผ่าน USB Type-C และระบบชาร์จไร้สาย

ข้อเสีย:

ไม่มีแอพพลิเคชั่น Huawei AI Life ใช้งานบนระบบ iOS

Huawei ประเทศไทยเปิดตัวหูฟังรุ่นใหม่ HUAWEI FreeBuds 3 พร้อมจัดให้สื่อได้ทดสอบใช้งานกันแบบเต็มที่ ในกิจกรรม “One Day with HUAWEI FreeBuds 3” ตะลุยกรุงจากพระโขนงสู่วัดมังกรและสามย่านมิตร ทดสอบหูฟังกันในสถานที่จริง สถานการณ์จริง ทั้งในรถไฟฟ้า MRT รถบัส และเดินเท้าผ่านใจกลางเมืองท่ามกลางเสียงรถยนต์และคนพลุกพล่านครับ ทำให้วันนี้ APPDISQUS เรามีข้อมูลของเจ้า HUAWEI FreeBuds 3 ในด้านการใช้งานมาเล่าให้ฟังกัน

HUAWEI FreeBuds 3 มาในดีไซด์ที่อาจจะดูแปลกแต่ยังคุ้น ด้วยเคสทรงกลมรูปแอปเปิ้ล แต่ไม่ใช่สินค้าจาก Apple ^^ เพราะนี่คือ Huawei FreeBuds 3 ที่มาข่มเหนือด้วยคุณสมบัติที่สูงกว่า แต่ราคาถูกกว่าครับ


HUAWEI FreeBuds 3 เป็นหูฟัง Earbuds ที่ออกแบบรูปทรงมาพิเศษกว่าคนอื่นนิดนึง โดยตัวหูฟังจะยื่นเข้าหูมากกว่าปกติ เป็นงานออกแบบที่เขาเรียกว่า Dolphin design หรือหูรูปทรงโค้งคล้ายโลมา ภายในหูฟังมีการใช้ชิพเซ็ตประมวลผล Kirin A1 เป็นตัวควบคุมการทำงาน โดยเจ้าชิพเซ็ตตัวนี้ทาง Huawei ผลิตออกมาเพื่อใช้งานในอุปกรณ์สวมใส่ของเขาโดยเฉพาะเลยครับ


การเชื่อมต่อของหูฟังจะเป็นแบบไร้สายโดยสมบูรณ์ เราจะเรียกหูฟังชนิดที่ไม่มีสายแบบนี้เลยว่า True Wireless ครับ ใช้สัญญาณเชื่อมต่อเป็น bluetooth 5.1 จะเสถียรและประหยัดแบตมากกว่า Bluetooth 5.0 ที่หลายรุ่นยังคงใช้งานกันอยู่

และตัวนี้เป็นหูฟัง True wireless ในแบบที่เราสามารถเลือกใช้หูฟังเพียงข้างใดข้างหนึ่งได้ครับ หยิบข้างไหนออกจากล่องข้างนั้นก็ทำงาน เอาหูฟังข้างไหนเก็บเข้ากล่องก็จะเป็นปิดการทำงานและเป็นการชาร์จไฟจากกล่องกลับเข้าสู่หูฟังใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยระยะเวลาในการใช้งานทาง Huawei เคลมว่าใช้ได้นานต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง ถ้ารวมกับตัวแบตเตอรี่ของกล่องก็จะใช้งานได้ร่วมๆ 20 ชั่วโมงครับ จากที่ APPDISQUS ทดสอบใช้งานประมาณ 100 นาทีต่อเนื่องกัน แบตเตอรี่หูฟังลดไปเหลือ 70% ครับ คำนวนคร่าวๆ ก็ใกล้เคียงกับที่เขาได้เคลมไว้จริง

ตัวกล่องของ HUAWEI FreeBuds 3 รองรับระบบชาร์จแบบ Fast charge ทั้งแบบเสียบสายและไร้สายเลยครับ เสียบสายชาร์จเพียง 30 นาทีก็ชาร์จเต็มแล้ว เปรียบเทียบกันตามสเปคของระบบไฟ เจ้าตัวนี้ชาร์จไวมากพอดู มีไฟแจ้งสถานะด้านในฝา และปุ่มฟังก์ชั่นด้านข้างกล่องสำหรับกดค้าง 2 วินาทีเพื่อเปิดสัญญาณการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวใหม่ที่ยังไม่เคยเชื่อมต่อกันมาก่อน จากที่ทดสอบ HUAWEI FreeBuds 3 สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไว้ได้มากกว่าหนึ่งอุปกรณ์ครับ เมื่อจะต้องการใช้หูฟังก็แค่กดเชื่อมต่อใหม่จากหน้าแอพบนสมาร์ทโฟนที่ต้องการ ตัว HUAWEI FreeBuds 3  ก็จะสลับสัญญาณไปหาทันที

เกาะประเด็น:  มินิรีวิว OPPO Enco Free หูฟัง True Wireless ตัวแรกของ OPPO

โดยการออกแบบลักษณะการส่งสัญญาณเสียงเฉพาะ ตัว HUAWEI FreeBuds 3 ใช้การจับสัญญาณกันแบบ ซ้ายจับซ้าย ขวาจับขวา หนึ่งต่อหนึ่งไม่ใช่เป็นการส่งต่อมาเป็นทอดๆ และไม่ใช่เป็นการส่งออกมาเป็นเสียงซ้ายขวาเข้าสู่หูฟังทั้งสองข้างซึ่งอาจจะไม่เกิดประโยชน์ แต่ถูกออกมาให้จับคู่กันส่งสัญญาณแบบข้างต่อข้างอย่างแม่นยำ ทำให้มีความหน่วงต่ำเพราะสัญญาณที่ส่งมามีขนาดที่น้อยกว่า จึงมีอัตตราการหน่วงของเสียงในขณะเล่นเกมต่ำตามไปด้วยครับ เพียง 190ms เท่านั้น ผมลองฟังแล้วจะรู้สึกว่ายังดีเลย์นะ แต่เล็กน้อยไม่มากมายเหมือนหูฟังบลูทูธส่วนใหญ่ที่ตามหลังภาพบนหน้าจอเกมเยอะมาก

ความพิเศษของ Huawei FreeBuds 3 เจ้าตัวนี้เป็นหูฟัง Earbuds ตัวแรกของโลกครับ ที่มีระบบ Noise canceling หรือระบบตัดเสียงรบกวนรอบข้าง ทั้งโลกจะเงียบสงบลงด้วยการปล่อยความถี่เสียงหักล้างออกมาเพื่อกลบเสียงรอบตัวให้เงียบ เพื่อการฟังเพลงได้เต็มอรรถรสนั้นเอง

แต่เนื่องจากหูฟังชนิด Earbuds นี้จะไม่ใหญ่ครอบหูแบบ Over-Ear และจะไม่ยัดลึกเข้ารูหูเหมือนหูฟัง In-Ear มันเพียงแค่เหน็บอยู่บริเวณใบหูของเราเท่านั้น มันจึงมีช่องโหว่ มีรูเล็ดรอดระหว่างรูหูของเราและตัวหูฟัง ให้เสียงต่างๆ เล็ดรอดเข้ามามากกว่าหูฟังในรูปทรงอื่นๆ ฉะนั้นมันจึงจำเป็นต้องออกแบบระบบตัดเสียงรบกวนมาให้เป็นแบบพิเศษครับ

ระบบ Adaptive Noice canceling ที่สามารถปรับแต่งทิศทางของคลื่นความถี่ที่ใช้ตัดเสียงรอบข้างได้จึงถูกใส่เข้ามา มันเป็นระบบที่เราสามารถปรับทิศทางการส่งความถี่หักล้างจากหูฟังเข้าสู่หูเราตามการสวมใส่และรูปทรงใบหูของแต่ละคนได้ด้วยตนเองครับ

เราจะสามารถปรับองศาที่เหมาะสมกับหูเราเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดเสียงรบกวน โดยสามารถเซ็ตทิศทางได้ง่ายๆ ผ่านหน้าแอพพลิเคชั่น Huawei AI Life ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับอัพเดทระบบ, เซ็ตติ้งและดูค่าสถานะต่างๆ ของ HUAWEI FreeBuds 3  นั้นเอง (ตอนนี้รองรับบนระบบ Android เท่านั้น แต่การปรับแต่งจะปรับเพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นสามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์อื่นๆ ในระบบอื่นได้ตามปกติ)

ด้วยรูปแบบระบบตัดเสียงที่ต้องจูนทิศทางลักษณะแบบนี้ มันทำให้หูฟัง Earbuds สามารถตัดเสียงรบกวนได้เหมือนหูฟัง In-Ear หรือ Over-Ear ครับ แต่มีจุดอ่อนคือในเวลาที่เรามีการเคลื่อนไหวหรือหูฟังขยับออกจากตำแหน่ง อาจจะส่งผลให้ระดับเสียงรบกวนภายนอกเล็ดรอดผ่านเข้ามาได้ในบางจังหวะ

โดยตัวหูฟังจะรองรับการทัชสั่งงานบริเวณก้านหูฟัง ใช้การดับเบิ้ลทัชเท่านั้น ไม่รองรับการแตะครั้งเดียวหรือเลี่อนสไลด์ ฉะนั้นตั้งค่าไว้ได้แค่ข้างละหนึ่งคำสั่งครับ กำหนดเอาว่าจะเอาอะไร เช่นใช้เปิดคำสั่งเสียง ใช้ข้ามเพลง เล่นเพลง/หยุดเพลง หรือเอาไว้เปิดปิดระบบ Noise canceling เป็นต้น เราสามารถกำหนดไว้ได้ในแอพพลิเคชั่น Huawei AI Life เช่นกัน

คุณภาพของเสียงนั้น Huawei FreeBuds 3 ใช้ Driver ขนาด 14.2 มิล ถือว่าใหญ่นะครับ  จากที่ทดสอบใช้งานมา แนวเสียงค่อนข้างหนักครับ เสียงดีในแนวเบสใหญ่ เนื้อเสียงอัดเข้าหูมาเต็มๆ เสียงค่อนข้างแน่นทีเดียว ใครชอบความเต็มของเสียงถูกใจแน่นอนครับฟันธง คุณภาพด้านเสียงไม่ธรรมดา ที่เหลืออยู่ที่รสนิยมแนวเสียงที่ชอบกันแบบส่วนบุคคล

เกาะประเด็น:  หัวเว่ยร้องศาล คัดค้านคำสั่ง FCC ว่าด้วยการใช้งบฯ กลางของรัฐบาล ชี้ตัดสินโดยพลการ-ปิดโอกาสป้องกันตนเองด้วยกระบวนการทางกฎหมาย

ในด้านการสนทนาแบบคุยโทรศัพท์ ตัว Huawei FreeBuds 3 มีไมค์รับเสียงที่ใช้ระบบ Bone sensor หรือตัวจับการสั่นของกระดูกกราม เพื่อให้ตัวหูฟังจับการเคลื่อนไหวและซิงก์กันระหว่างกระดูกและเสียง เพื่อรับเพียงเสียงที่ส่งออกมาตรงกันกับการขยับปากเท่านั้น พร้อมการออกแบบระบบกรองลมและลดเสียงรอบข้างมาให้ด้วย ฉะนั้นในด้านการคุยโทรศัพท์ลองแล้วชัดเจนทั้งเสียงเข้าและเสียงออกไปยังปลายสาย

ความสบายในการสวมใส่ มีดีมีเสียครับ ด้วยตัวหูฟังเป็นแบบ Earbud ไม่ยัดใส่เข้ารูหูเหมือน In-Ear กลุ่มคนชอบต่างกันชัดเจนครับหลายคนไม่ค่อยชอบหูฟังที่ยัดเข้าไปในรูหูสักเท่าไหร่ แต่ด้วยตัวหูฟังของ HUAWEI FreeBuds 3 เป็นพลาสติกทั้งหมดไม่มียางหุ้ม ปรับขนาดและรูปทรงไม่ได้ ฉะนั้นมันอยู่ที่ทรงหูของแต่ละคนแล้วละครับ ถ้ามีโอกาสได้ลองใส่อยากให้ลองกันก่อนครับสำหรับหูฟังแนว Earbud แบบนี้ พอดีก็ใส่สบาย เพราะถ้าไม่พอดีมันจะหาซื้อยางหุ้มที่พอดีกันมาปรับขนาดไม่ค่อยได้ครับ

สรุปท้ายรีวิว 

หลังจากลองใช้งานหนึ่งวันกับสถานที่กลางกรุง ระบบตัดเสียงรบกวนสามารถใช้งานได้จริง ช่วยเพิ่มความชัดเจนของเสียงเพลงในยามฟังได้เหนือกว่าหูฟัง EarBuds โดยทั่วไป มีความหน่วงต่ำสามารถใช้งานเล่นเกมได้ไม่ช้าขัดใจมากนัก ไมค์รับเสียงชัดเจน สนทนาปลายสายฟังชัดแม้จะคุยกลางถนนที่รถราเสียงดัง ในราคาแค่นี้ถือว่าให้เทคโนโลยีมาคุ้มราคาค่าตัวมากครับ

แนวเสียงแน่น คุณภาพเสียงดีทีเดียวครับ การสวมใส่นานๆ มีเจ็บใบหูบ้างในยามยังไม่ชิน แต่หลายคนน่าจะใส่ง่ายสบายตัวกว่าเพราะเป็นแบบ EarBuds  แอพพลิเคชั่นใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน

Huawei FreeBuds ราคาจำหน่าย 4,990 บาท มีสองสี Carbon Black และ Ceramic White เปิดพรีออร์เดอร์วันนี้ถึงวันที่ 1 ธันวา รับของพร้อมขายจริง 5 ธันวาคมเป็นตันไป มีของแถมการจองเป็นแท่นชาร์จไร้สาย ฉะนั้นใครอยากใช้ระบบชาร์จไร้สายต้องจอง เพราะได้ของดีครับ เป็นแท่น Wireless Charger 15W มูลค่าก็ 1,490บาท คุ้มขึ้นกว่าเดิมอีกโขเลย ^^