คุณกำลังอ่าน
ทิป: เพราะสมองภายในโน๊ตบุ๊คเป็นเรื่องสำคัญ intel 10th gen Core i3, i5, i7 เลือกตัวไหนดี

ทิป: เพราะสมองภายในโน๊ตบุ๊คเป็นเรื่องสำคัญ intel 10th gen Core i3, i5, i7 เลือกตัวไหนดี

Noppinij

ก็เรียกว่าเข้าสู่ยุคที่ 10 กันแล้ว กับการเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน่วยประมวลผลตัวนิยม Intel Core i เจนเนอเรชั่น 10 นั้นเองครับ แต่ทว่าแบรนด์ใหญ่เขาเปิดตัว CPU ออกมาทีไม่มีธรรมดาครับ เพราะเปิดออกมาทีเดียวพร้อมกันถึง 11 รุ่นเลย ในชื่อโค๊ดเนมว่า Ice Lake แถมยังตามมาอีก 8 รุ่น ในชื่อชุดโค๊ดเนมว่า Comet Lake รวมกันแล้ว Intel Core i เจนเนอเรชั่น 10 มีให้เราเลือกซื้อเลือกใช้มากถึง 19 ตัวเลยทีเดียวครับ หลายตัวก็ถูกผลิตและใส่ลงในโน๊ตบุ๊คเอาเข้ามาจำหน่ายในไทยแล้วหลายรุ่น มีให้เลือกมากมายตั้งแต่ราคาหมื่นกว่าบาทขึ้นไปเลยครับ

มันเยอะแยะและอาจจะดูสับสนสำหรับมือใหม่ แต่ในบทความนี้ ผมจะพามาทำความเข้าใจง่ายๆ ว่าเราควรเลือกซื้อ Notebook ซึ่งใช้ Core i เจนเนอเรชั่น 10 รุ่นใด และดูที่อะไรเป็นสำคัญ

ผมจะไม่ขอพูดถึงความแตกต่างปลีกย่อยสำหรับเทคโนโลยีเชิงลึกของ intel 10th gen ทั้ง 19 ตัวนะครับ แต่จะพูดถึงสาระสำคัญที่ควรรู้จักจุดเด่นของมันซะก่อน แม้ในความเป็นจริงอุปกรณ์ Notebook ในรุ่นต่างๆ ก็จะจัดสเปคความเข้ากันของการใช้งาน และระดับราคาไว้อย่างสมเหตุสมผลของมันอยู่แล้ว แต่ถ้าเราเข้าใจประสิทธิภาพตัวอุปกรณ์ที่เรากำลังเลือกซื้อมากขึ้นอีกสักหน่อย ก็จะได้โน๊ตบุ๊คคู่ใจ ที่ถูกใจเรามากขึ้นนั้นเองครับ

และเชื่อว่า เมื่ออ่านบทความนี้จบ มือใหม่ในการเลือกซื้อ Notebook จะเข้าใจอะไรได้มากขึ้นอีกเยอะเลยครับ

อย่างที่บอก intel 10th gen แยกออกมาเป็นสองโค๊ดเนม ชื่อว่า Ice Lake ทะเลสาบน้ำแข็ง และ Comet Lake ทะเลสาบดาวตก ทั้งสองโค๊ดเนมนี้มีความแตกต่างกันในหลายประการครับ

จุดเด่นของ intel 10th gen Ice Lake และ ความแตกต่างกับ Comet Lake

จะเรียกว่าตัว Ice Lake คือรุ่นใหญ่ของ intel 10th gen ก็ได้นะครับ เพราะมันเต็มไปด้วยนวัตกรรมใหม่ของทาง intel ตั้งแต่ ขั้นตอนการผลิตระดับ 10 นาโน ซึ่งเล็กกว่า Comet Lake ที่ยังผลิตภายใต้เทคโนโลยีเจนเนอเรชั่นที่แล้วอยู่ นั้นคือ 14 นาโน ส่งผลให้ Ice Lake มันมีพื้นที่การออกแบบชิ้นส่วนภายในได้ซับซ้อนมากขึ้น ประหยัดพลังงานมากขึ้น และส่งผ่านข้อมูลได้ไว้ขึ้นเพราะทุกอย่างมันเล็กลงนั้นเองครับ

Ice Lake มีการเพิ่มความสามารถของ AI เข้ามา (Artificial Intelligence) ทำให้ CPU Ice Lake ชุดนี้รองรับซอฟท์แวร์ที่ต้องการเรียกใช้ “ปัญญา” มาวิเคราะห์การทำงาน เช่นโปรแกรม Krips Software ที่สามารถนำเอาปัญญาประดิษฐ์ตัวนี้มาใช้ทำ AI Noise Canceling หรือการตัดเสียงรบกวนจากในคลิปออกได้ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว ตัว AI จะรับไปคิด วิเคราะห์ และจัดการให้เราเองได้อย่างรวดเร็ว  หรือในโปรแกรม Cyberlink Photo Director เราสามารถใช้ AI ทำการ Inferencing De-blur หรือลดความเบลอของภาพได้โดยอัตโนมัติเช่นกัน นี่เป็นตัวอย่างเบื้องต้นที่เอามาบอกให้รู้ว่าการเลือกใช้ Ice Lake จะได้เปรียกว่า Comet Lake ในอนาคตถ้าเราต้องใช้งานความสามารถ AI เหล่านี้ในโปรแกรมที่รองรับ

และยินดีแนะนำให้รู้จัก Iris Plus หรือตัวการ์ดจอตัวใหม่ที่มีอยู่ในชิพเซ็ต Ice Lake เท่านั้น เป็น GPU ตัวล่าสุดของทาง intel ที่เอาเข้ามาแทน UHD ตัวเดิมซึ่งยังถูกใช้อยู่ในรหัส Comet Lake นั้นเองครับ ด้วยการเพิ่ม Execution Units (EU) มากขึ้นได้สูงสุดในรุ่นท็อปถึง 64EU ทำให้ประสิทธิภาพการประมวลผลภาพ กราฟิก ของตัว Ice Lake พัฒนามากขึ้นอย่างมาก รองรับกับการสตรีมภาพแบบ HDR+ และความละเอียดสูงถึง 8K

แต่ยังมีเทคโนโลยีใหม่ ที่มีมาให้ใช้ร่วมกันทั้งใน Ice Lake และ Comet Lake ก็คือ การรองรับพอร์ตเชื่อมต่อ Thunderbolt 3 ซึ่งเป็นพอร์ทที่ส่งข้อมูลได้เร็วกว่า USB 3.0 ถึง 8 เท่า ทำความเร็วสูงสุด 40Gbps พอร์ตเดียวครบวงจรส่งได้ทั้งข้อมูล ภาพและเสียง และเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 หรือ Wi-Fi 802.11ax ที่กำลังเข้ามาเป็นมาตรฐานใหม่ในโลกการเชื่อมต่อไร้สายต่อจากนี้ ทั้งสองโค๊ดเนมสามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์ที่มี Wi-Fi 6 ได้ทั้งหมดครับ

เกล็ดเล็กๆ : มาตรฐาน Wi-Fi 6 (ชื่อเก่า ax) รองรับการความเร็วในการเชื่อมสัญญาณสูงสุด ที่ 10Gbps เร็วกว่า Wi-Fi 5 (ชื่อเก่า ac) ถึง 4 เท่า และยังรองรับการเชื่อมสัญญาณพร้อมกันได้หลายอุปกรณ์มากกว่า ซึ่งการใช้เทคโนโลยี Wi-Fi 6 ได้นั้น ต้องรองรับทั้งตัวส่ง (เราเตอร์ Wi-Fi 6) และตัวรับ เช่น Notebook ของเราเป็นต้น

เลือกใช้ตัวไหนดี Ice Lake หรือ Comet Lake

เราจะเห็นว่า Ice Lake เหนือกว่าและดีกว่า Comet Lake ไปเกือบทุกอย่างนะครับ ผมจึงเรียก Ice Lake ว่าเป็นรุ่นใหญ่ของ intel 10th gen เหมาะมากสำหรับคนหาเครื่องมาทำงานด้านกราฟิก เช่นตัดต่อวีดีโอ หรือทำภาพ 3D รวมถึงการนำมาใช้งานในด้านเล่นเกมเบื้องต้นก็ได้ด้วยแม้ไม่ต้องมี GPU เสริมอยู่ภายใน เป็นกลุ่มคนที่ต้องการศักยภาพในการทำงานที่สูงที่สุด ในเทคโนโลยีใหม่สุดแบบที่ขอรองรับอนาคตไว้ก่อน

และสำหรับ Comet Lake ก็คือตัว intel 10th gen รุ่นมาตรฐาน ที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานจากเดิมให้สูงขึ้นกว่าเจนเนอเรชั่นที่ 9 นั้นเองครับ ด้วย Clock ที่สูงกว่า (ความเร็ว CPU) Core ที่มากกว่า (จำนวนสมองของ CPU) และ Thread ที่มากกว่า (จำนวนสมองจำลองของ CPU) ทำให้มาตรฐานการใช้งานของ intel 10th gen Comet Lake จะสูงกว่าเจนเนอเรชั่น 9 อยู่พอสมควรเช่นเดียวกัน และยังมาพร้อมกับตัวท็อป Core i7 ที่มีสมองมากถึง 6 Core และ Threads มากถึง 12 เรียกว่าแรงมากไม่แพ้ใครเลยครับ เหมาะสำหรับคนต้องการความแรงเป็นหลัก ใช้งานทั่วไปไม่ขัดใจ เทคโนโลยีใหม่ไม่ต้องมากไปนัก แต่จ่ายในราคาที่ประหยัดกว่านั้นเองครับ เริ่มต้นหมื่นกว่าๆ ก็ซื้อได้แล้ว

วิธีการดูรหัส intel 10th gen Ice Lake และ Comet Lake อย่างง่ายๆ 

intel 10th gen มีให้เลือกเยอะมาก แต่ก็มีวิธีการดูรุ่นของ intel 10th gen ทั้ง Ice Lake และ Comet Lake อย่าง่ายๆ จากภาพตัวอย่างด้านล่าง “i7,i5,i3 คือรหัสของ Core i สามระดับ ตามด้วยเลขรหัส

ถ้าเป็น Ice Lake จะใช้เลขรหัส 4 ตัว นำด้วยเลข 10 เสมอเพราะเป็นเลขบอกถึงเจนเนอเรชั่นที่ 10 ตามด้วยอีกสองตัวคือรหัสระดับรุ่นของ CPU และปิดท้ายด้วยรหัส “G” ซึ่งเป็นตัวเลขบอกถึงการ์ดจอที่มีในชิพเซ็ต

ถ้าเป็น  Comet Lake จะใช้เลขรหัส 5 ตัว นำด้วยเลข 10 เสมอเพราะเป็นเลขบอกถึงเจนเนอเรชั่นที่ 10 ตามด้วยอีกสามตัวคือรหัสระดับรุ่นของ CPU และปิดท้ายด้วยรหัส “U” หรือ “Y” ซึ่งเป็นตัวเลขบอกถึงกลุ่มซีพียูที่แยกระดับตามค่า TDP (ค่าความร้อนที่วัดได้ถึงการใช้พลังงานของ CPU) โดยปกติ Y จะกินไฟน้อยกว่า U แต่ประสิทธิภาพสูงสุดก็จะน้อยกว่าเช่นกัน

ระดับรุ่นทั้งหมดของ intel 10th gen Core i

ทั้ง Ice Lake และ Comet Lake ก็มีออกมาให้เลือกกันหลายระดับความแรงครับ อย่างที่บอกข้างต้นว่ามีออกมารวมกันถึง 19 รุ่นเลยทีเดียว โดยทั้งหมดเน้นออกมาทำตลาดในกลุ่มของ U-Series และ Y-Series (Ultra-low power และ Extremely low power ตามลำดับ) หรือกลุ่มอุปกรณ์พกพาที่เน้นใช้พลังงานน้อยอย่างโน๊ตบุ๊คนั้นเองครับ เพราะเป็น CPU ที่ใช้พลังงานต่ำมาก เริ่มกันที่ TDP แค่ 4.5W (ค่าความร้อนที่วัดได้ถึงการใช้พลังงานของ CPU) ระดับ TDP ต่ำขนาดนี้พัดลมระบายความร้อนไม่ต้องมีเลยยังได้ครับ ทำให้สามารถออกแบบตัวเครื่องออกมาได้เล็ก บาง และเสียงเบามากในขณะใช้งาน โดยจะมีความแรงไล่ระดับกันไป ตั้งแต่ Core i3, i5 และ i7 หลักๆ การเรียงรุ่นก็ดูตัวเลขมากไปน้อยครับ ความแรงส่งผลกับราคา ดูไม่ยาก แค่รู้จักจุดสำคัญอย่างที่ผมบอกไป

  • Clock – ความเร็ว CPU ยิ่งตัวเลขมาก ยิ่งเร็ว ยิ่งแรง
  • Core – จำนวนสมองของ CPU ยิ่ง Core มาก ก็คือมีสมองช่วยคิดเยอะ ยิ่งมีหลาย Core และมี Clock ที่สูง ก็เหมือนมีคนฉลาดหลายคนทำงานอยู่ภายใน
  • Threads – จำนวนสมองจำลองของ CPU อธิบายง่ายๆ ก็คือถ้าเป็น 1 Core 2 Threads ก็หมายถึง 1 สมองแต่คิดได้ 2 อย่างพร้อมกัน ฉะนั้นถ้ามี 6 Core 12 Threads ก็คือมี 6 สมอง ที่สามารคิดได้ 12 อย่างไปพร้อมกัน

CPU ในโค๊ดเนม Ice Lake มี 11 รุ่น

CPU ในโค๊ดเนม Comet Lake มี 8 รุ่น

องค์ประกอบอื่นๆ ที่สมควรใส่ใจในการเลือกโน๊ตบุ๊ค

คัดมาเพื่อคุณ
PlayStation VR Marvel’s Iron Man All-In-One Pack วางจำหน่าย 3 กรกฏาคม นี้

เรารู้จัก intel 10th gen และแยกแยะความแตกต่างของมันกันได้ประมาณนึงแล้วใช่มั้ยครับ แต่ในเวลาพิจารณาซื้ออุปกรณ์ที่ภายในใช้ intel 10th gen เราต้องเข้าใจตรงกันตรงนี้ก่อนนะครับ แม้ตัว CPU และ GPU จะรองรับความสามารถระดับสูงเหล่านั้นที่ผมอธิบายมาได้ก็จริง แต่ก็ยังต้องดูก่อนว่าศักยภาพด้านอื่นๆ ของเครื่องมันสอดรับกันมั้ย เพราะนี่เรากำลังพูดถึง “สมอง” แม้เราจะมีสมองที่ฉลาดล้ำ แต่แขนขาและอวัยวะส่วนอื่นไม่สามารถตอบรับการสั่งานและการคิดของสมองได้เต็มที่ มันก็จะออกมาเป็นผลลัพท์ที่แตกต่างกันอย่างมหาศาลนั้นเองครับ

เราอาจจะแยกความเหมาะสมของการเลือกใช้ Core i3, i5 และ i7 คร่าวๆ ไว้ได้ดังนี้

แต่เพราะองค์ประกอบของ Notebook ไม่ใช่ CPU เพียงอย่างเดียว มันยังมีส่วนอื่นๆ อีกเป็นร้อยเป็นพันอย่างที่แตกต่างกัน เช่นการรองรับ Thunderbolt 3 และ Wi-Fi 6 ของ intel 10th gen จะมีก็จริง แต่ถ้าต้องการใช้งานก็ต้องดูที่ตัวสเปคของฮาร์ดแวร์ Notebook ตัวนั้นๆ ด้วย ว่ามีการใส่อุปกรณ์ Thunderbolt 3 และ Wi-Fi 6 ให้รองรับการใช้งานมั้ย เป็นต้นครับ

รวมถึงขนาดของ RAM (แรม) หรือหน่วยความจำชั่วคราวที่เป็นเหมือนผู้ช่วยคนสำคัญของ CPU ยิ่งมีแรมมาก Bus สูง ( Bus คือความเร็วของแรม) ก็เหมือนมีห้องทำงานที่คอยเตรียมพร้อมข้อมูลและเครื่องมือให้กับ CPU ที่ใหญ่ กว้าง คล่องตัว และส่งทุกอย่างที่ CPU ต้องการใช้ได้อย่างรวดเร็ว จะทำให้ CPU ทำงานของมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ถ้า RAM น้อย ห้องทำงานเล็ก ที่เก็บของก็น้อย กว่า CPU จะวิ่งไปเอาของมาทำงานก็ใช้เวลานาน ทุกอย่างก็ช้าลงแม้จะมี CPU สุดยอดมากขนาดไหนก็ตาม

และหน่วยความจำหลักฮาร์ดดิส ตัวเอาไว้ใช้ในการเก็บข้อมูลทุกอย่างของเครื่อง อันนี้ก็สำคัญไม่แพ้กันครับ เพราะตัว ฮาร์ดดิสก็เหมือนโกดังหลักในการเก็บทุกอย่างเอาไว้ ไม่ว่าจะอะไรมันก็อยู่ที่โกดังแห่งนี้ แม้แต่ Windows ระบบหลักของเครื่องก็ต้องติดตั้งและบูธระบบจากฮาร์ดดิส ฉะนั้นมันจึงสำคัญทั้งขนาดความจุและความเร็วในการรับส่งของเข้าออกจากโกดังหรือฮาร์ดดิสแห่งนี้ โดยความเร็วของฮาร์ดดิสในสมัยนี้จะนิยมใช้งานเป็น SSD ซึ่งมีความเร็วอ่านและเขียนกันตั้งแต่ 300MB/วินาทีขึ้นไป ซึ่งจะไวกว่า HDD จานหมุนรุ่นเดิมๆ มากทีเดียว

ยกตัวอย่างการดูสเปคโน๊ตบุ๊ค HP NOTEBOOK 15S-FQ1012TU ที่ระบุสเปคไว้จากหน้าเว็บไซด์ช้อปปิ้งออนไลน์ของ Banana (www.bnn.in.th)

ระบุสเปคไว้ว่า Intel Core i5-1035G1 1.0 GHz up to 3.6 GHz (6MB Cache) หน่วยความจำ 8 GB DDR4 2400 SDRAM (1x8GB) และ 512 GB PCIe NVMe M.2 SSD เรามาดูทีละตัวกันรับ

  • Intel Core i5-1035G1 1.0 GHz up to 3.6 GHz – อันนี้หมายถึง ใช้ CPU intel Gent 10 Core i5 รุ่น 1035 G1 เลขรหัส 4 ตัวหมายถึงเป็น Ice Lake แต่เป็นรุ่นเริ่มต้นของ i5 ถ้าเช็คตามตารางรุ่นด้านบน และเป็นรุ่นใช้การ์ดจอ G1 ที่ยังไม่ใช่ Iris Plus แต่เป็นการ์ดจอ UHD นั้นเองครับ
  • หน่วยความจำ 8 GB DDR4 2400 SDRAM (1x8GB) – อันนี้คือ RAM ขนาด 8GB เป็นเทคโนโลยี DDR4 มี Bus 2400 หรือความเร็วของแรมนั้นเองครับ ส่วนวงเล็บ 1×8 ก็หมายถึงภายในใส่แรมขนาด 8GB มาให้เป็นชิ้นเดียวเลย
  • 512 GB PCIe NVMe M.2 SSD – อันนี้หมายถึงฮาร์ดดิสจะมีความจุ 512GB เป็นเทคโนโลยี PCIe NVMe ซึ่งในวันนี้ถือว่าดีเพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ ใช้ Form Factor แบบ M.2 หรือรูปแบบของฮาร์ดดิสที่เป็นลักษณะ M.2 นั้นเอง (ลักษณะและรูปลักษณ์ของฮาร์ดดิสสำคัญสำหรับการเลือกเปลี่ยนใช้ฮาร์ดดิสได้ในลักษณะเดียวกันในอนาคตถ้าต้องการจะเปลี่ยน)

แต่ทั้งหมดทั้งมวล ไม่ว่าจะเป็น CPU, RAM, HDD, พอร์ตเชื่อมต่อ, เทคโนโลยี, รวมถึงวัสดุตัวเครื่อง, งานออกแบบ, หน้าจอสแดงผล, แบตเตอรี่, และการรับประกันหลังการขาย เหล่านี้ทั้งหมดส่งผลต่อราคาขายของ Notebook แต่เราโชคดี ที่ในยุคนี้สมัยนี้ Notebook รุ่นใหม่แม้จะใส่เทคโนโลยีระดับสูง และชุดประมวลผลตัวล่าสุดก็ยังจำหน่ายกันในราคาไม่แพงเลยครับ แค่หมื่นกว่าบาทเราก็ได้ CPU intel 10th gen มาใช้กันแล้ว อย่างเช่นตัวอย่างที่ผมยกมาข้างต้น HP NOTEBOOK 15S ราคาไม่ถึง 18,000 บาทเท่านั้นเอง

และด้วยเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และราคาที่แทบไม่ได้แพงขึ้นเลย ฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ในวันนี้จะเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คใหม่โดยมั่นใจใน intel ก็แนะนำให้ดูเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 10 ไปเลยนะครับ

ตัวเลือกในตอนนี้ก็มีออกมามายมากหลายรุ่นหลายยี่ห้อแล้ว ใครเดินผ่านช้อปร้านค้าจำหน่ายโน๊ตบุ๊คร้านใหญ่อย่างเช่น Banana ก็สังเกตสัญลักษณ์สีเงินของ intel 10th Gen ลองสัมผัสการใช้งานได้เลย

หรือดูรุ่นที่น่าสนใจ ที่ใช้ intel gen 10th ได้ผ่านทางออนไลน์ www.bnn.in.th ก็ได้เช่นกันนะครับ มีอะไรสงสัยสามารถสอบถามทางร้านค้า หรือเรา APPDISQUS ได้เช่นกัน ถ้ามีอะไรที่เรารู้ จะรีบมาแนะนำทันทีครับ