ข้อมูลเบื้องต้น:
แบรนด์

Nokia 8.1

ระบบปฏิบัติการ

Android One 9.0 Pie

ราคาเปิดตัว

13,900 บาท

ขนาดหน้าจอ

IPS-LCD HDR 6.18 นิ้ว

ความละเอียด

Full HD+

การเชื่อมต่อ

WiFi 802.11 b/g/n/ac
Bluetooth 5.0
NFC (Near Field Communication)
Type-C USB 2.0 (USB On-The-Go)
ช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

กล้อง หลัก/รอง

Zeiss optics 12 + 13 ล้านพิกเซล (Dual Camera) พร้อมกันสั่น OIS
กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล

หน่วยประมวลผล

Snapdragon 710

หน่วยความจำภายใน

64GB รองรับ Micro SD card ได้อีก 400GB

แรม

4GB

แบตเตอรี่

3,500 mAh

ขนาด / น้ำหนัก

154.8 × 75.76 × 7.97 มิลลิเมตร
หนัก 180 กรัม

ข้อดี:

ระบบ Android One เรียบ เกลี้ยง สะอาดใช้งานง่าย
อัพเดทระบบได้ยาวนาน
Nokia ทำซอฟท์แวร์ออกมาได้นิ่งและแน่น
ตัวเครื่องแกร่ง งานประกอบดี
กล้องมีคุณภาพ และฟังก์ชั่นที่เป็นของตัวเองเฉพาะ เช่นโหมด "Dual-Sight" และระบบบันทึก OZO
หน้าจอสัดส่วน 18.7:9 มีความกว้างกว่าปกติ

ข้อเสีย:

รอยบากบนขอบบนหน้าจอค่อนข้างใหญ่
ฟังก์ชั่นหรือลูกเล่นในระบบมีไม่เยอะ

คะแนนจากเรา
คะแนนจากสมาชิก
ใส่คะแนนของคุณ
คุณสมบัติและฟังก์ชั่น
75%
89%
วัสดุและงานประกอบ
88%
83%
ประสิทธิภาพ
85%
78%
ความคุ้มค่าต่อราคา
70%
86%
บทสรุป:

เรียบ ง่าย แต่แน่นทั้งภายนอก และระบบภายใน วัสดุเกรดดีทนไม้ทนมือ ดูหรูแนวผู้ใหญ่วัยทำงาน ระบบภายในใช้งานได้นิ่มนวลและรวดเร็ว รองรับการอัพเดทในอนาคตยาวไกลแบบการันตีว่าไม่โดนทิ้งขว้าง อายุการใช้งานของตัวเครื่องและระบบของรุ่นนี้ ถือจับคู่ลงตัวครับ กินความคุ้มในระยะยาวคุณภาพกล้องดี มีลูกเล่นที่ไม่เหมือนใครด้วย โหมด "Dual-Sight" แตกต่างแต่มีคุณภาพติดแค่เรื่องของรอยบากใหญ่บนหน้าจอที่กินพื้นที่จอไปพอสมควร และระบบ Android One ที่เป็นระบบที่เน้นความเรียบง่ายและเสถียร แต่ไม่เน้นฟังก์ชั่น อาจจะหาความแตกต่างในการโฆษณาตัวเองได้ลำบากสักหน่อยสำหรับ Nokia 8.1 ครับ

80%
คะแนนจากเรา
84%
คะแนนจากสมาชิก
7คะแนนวิจารณ์
คุณได้ให้คะแนนแล้ว

NOKIA 8.1 สมาร์ทโฟน Android One รุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง NOKIA ได้เปิดจำหน่ายในบ้านเราไปเรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเป็นสมาร์ทโฟนจาก Nokia ในช่วงนี้ ก็ต้องมาในรูปแบบของระบบ Android One หรือระบบ Android ที่ค่อนข้างเกลี้ยงๆ เรียบๆ ออกแบบมาจาก Google อย่างไร ก็จะถูกปรับแต่งไปจากเดิมเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ

 

ผมมีโอกาสได้ใช้ NOKIA 8.1 ก่อนนำมาขึ้นรีวิวก็นานอยู่ครับ ประมาณสามอาทิตย์ ตั้งแต่ช่วงก่อนเข้าเทศกาลสงกรานต์ นำติดตัวไปเที่ยวด้วยพักใหญ่ๆ ถือว่าได้ใช้งานอย่างเต็มที่สำหรับเจ้าตัวนี้ สิ่งที่สัมผัสได้เลยว่าเป็นข้อเด่นที่คนไม่ใช่น่าจะยังไม่รู้ ก็คือ “ตัวระบบ”

 

แต่ขอพูดถึงตัวเครื่องภายนอกของมันก่อนนะครับ ตามสเต็ปรีวิว Appdisqus

ตัวเครื่องภายนอกของ Nokia 8.1 เป็นผิวสัมผัสกระจกครับ แต่ขอบเครื่องใช้เป็นโลหะ โครงเครื่องแข็งแกร่งด้วยอลูมิเนียมขึ้นรูป ผมแอบบิดเครื่องเล็กน้อย ^^ แข็งจริงครับ ตัวโครงเครื่องแกร่งมาก ตัดสีกันกับฝาหลังและหน้าจอ

หน้าจอขนาด 6.18 นิ้ว FullHD+ เป็น HDR IPS สีสันเวลาใช้งานดูดีมาก ดูหนังเล่นเกมสวยครับจอตัวนี้ แต่ติดตรงที่ “ติ่งบนหน้าจอ” ติ่งใหญ่มากครับสำหรับ Nokia 8.1 เรียกว่าพอๆ กับ iPhone เลยทีเดียว ^^

ด้านหลังรองรับการสแกนลายนิ้วมือ ตีขอบนูนเล็กน้อยอันนี้ดีครับ คลำเจอง่าย แต่เลนส์กล้องคู่ของเจ้ารุ่นนี้ยื่นพอประมาณเลยนะครับ ไต่ไม่ต้องห่วงมาก เพราะจากที่ผมลองใช้ผมวางหงายบ่อยมาก แต่ขอบเลนส์กล้

องยังไม่มีรอบลึกเกิดขึ้นมาง่ายๆ ครับ เนื้อวัสดุทนไม้ทนมือได้อยู่ แต่อย่าไปลองนะครับ 555 ผมแค่เล่าประสบการณ์

รองรับสองซิมการ์ดแบบไฮปริด พอร์ตชาร์จใต้เครื่องให้มาเป็น USB Type C ซึ่งรองรับ QC ด้วยครับ ชาร์จไฟได้ไวด้วยอุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่อง

 

ซึ่งในกล่องให้สายชาร์จ ที่ชาร์จซึ่งรองรับ Quick Charge 5V 3A ด้วยครับ กำลังไฟแรงดีทีเดียว

สรุปในด้านตัวเครื่อง แข็งแกร่งงานประกอบแน่น และผมว่าทั้งหมดก็เพราะตัวโครงกลางเครื่องมันเนี่ยแหละครับ ช่วยตัดสี ช่วยเสริมแกร่ง และสร้างเอกลักษณ์ให้กับเครื่อง Nokia มาหลายรุ่นแล้วสำหรับแนวออกแบบโชว์เส้นโลหะแกนกลางเครื่องแบบนี้

การใช้งานภายใน

อย่างที่ผมเกริ่นไปข้างต้นครับ จุดเด่นของ Nokia 8.1 ไม่ใช่เรื่องที่จะเห็นกันได้หมดจากการแค่ถือๆ จับๆ หรือสัมผัส แต่ต้องลองใช้งานกันดูสักหน่อย จะพบว่าตัวรอม หรือตัวซอฟท์แวร์ระบบยังคงทำได้ยอดเยี่ยมเช่นเคย

มันลื่น มันนิ่ง มันนิ่มนวลมาก มันตอบสนองได้ดี อาจจะเพราะด้วยความที่มันเป็นเครื่องในกลุ่ม Android One ซึ่งตัวระบบไม่มีความซับซ้อนหรือแฝงฟังก์ชั่นอะไรให้รกมากมาย

หน้า UI ของ Nokia 8.1 เป็นระบบ Android สายพันธ์ุใหม่เต็มขั้นนะครับ ในหน้าแรกด้านซ้ายสุดก็จะเป็นหน้าฟีดของ Google assistant ที่รวมรวมข้อมูลและแจ้งข่าวสารที่มันตรวจพบหรือเรากำหนดไว้ ว่า “เราให้ความสนใจ” ไม่ว่าจะเป็นข่าวด่วน ข่าวใหญ่ หรือแม้กระทั่งผลฟุตบอลหรือกีฬาโปรดของเราครับ

เกาะประเด็น:  [รีวิวเกม] Team Sonic Racing เกมรถแข่งที่สนุกแต่ยังไม่เท่า Mario Kart

ในหน้าหลักก็จะแสดงผลแบบแนวใหม่ ที่จะมี Widget ช่องสำหรับใช้ “Google ค้นหา” อยู่ขอบจอด้านล่าง และมีการลดปุ่มคำสั่งหลักของ Android ลงไปหนึ่งปุ่ม นั้นคือปุ่ม Recent App หรือปุ่มรายการเรียกใช้แอพย้อนหลัง ตอนนี้เจ้าปุ่มนี้จะไม่มีแล้วนะครับ หน้าจอจะเหลือแค่ปุ่มย้อนกลับและปุ่มโฮมเท่านั้น เพราะ Recent App จะสามารถเรียกใช้ได้ด้วยการสไลด์นิ้วขึ้นจากขอบจอด้านล่างแทนครับ ก็ง่ายดีนะ ไม่ได้ลำบาก แค่อาจจะไม่ชินในช่วงแรก

ความลื่นไหลและการตอบสนองถือว่าดีมาก แต่ผมติดว่าตัวหนังสือในค่าพื้นฐานที่ตั้งมาดูจะตัวเล็กไปหน่อย ซึ่งปรับได้ครับอันนี้ไม่มีปัญหา

แอพไม่ได้ใช้ที่จะยัดเข้ามาเหมือนเครื่องแบรนด์อื่นก็แทบจะไม่มีครับ มีแต่แอพหลักๆ ของ Google ที่เป็นตัวทำงานพื้นฐานทั้งนั้น ข้อเสียคืออาจจะขาดความอภินิการ แต่ข้อดีคือทำให้ตัวระบบไม่กินพื้นที่หน่วยความจำเครื่อง ปัญหาก็น้อยตามลงมาอีกด้วย

โดยในปัจจุบันวันเปิดจำหน่าย Nokia 8.1 มาพร้อมกับ Android เวอร์ชั่นล่าสุด 9.0 Pie และด้วยความเป็น Android One ในอนาคตก็จะได้รับการอัพเดทเป็น Android 10 ค่อนข้างแน่นอนเลยครับ ใช้งานกันได้ยาวๆ เลยสำหรับเครื่อง Nokia 8.1 พร้อมแพทช์รักษาด้านความปลอดภัยที่จะได้รับการอัพเดทยาวไปนานๆ สองปีเป็นอย่างน้อยครับ นี่คือจุดดีๆ ของเครื่อง Android One อย่าง Nokia 8.1 รุ่นนี้ครับ

สเปคเครื่องของ Nokia 8.1 ถือว่าแรงนะครับ แต่ไม่ได้แรงสุดๆ ในตลาดนะ เรียกว่าเป็นรองตัวเหล่าท็อปหนึ่งขั้นบันได ด้วยการใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 710 Octa Core 2.2 GHz  ซึ่งก็เป็นหน่วยประมวลผลที่อยู่ในกลุ่มระดับสูงอยู่ และมี AI คอยช่วยทำงาน ให้แรมมา 4GB ให้รอมหรือหน่วยความจำภายในมา 64 GB (รองรับ Micro SD card ได้อีก 400GB)

การใช้งานต่างๆ ของ Nokia 8.1 สเปคระดับนี้กับรอมดีๆ แบบนี้ไม่มีปัญหาครับ ส่วนการเล่นเกมให้ความลื่นไหลของตัวเกมได้ระดับสูง จะแรงกว่านี้ก็พวกตัวท็อปที่ส่วนใหญ่ราคาเกือบสองหมื่นเท่านั้นครับ

จุดสังเกตสำหรับเครื่อง Nokia ในหลายๆ รุ่น รวมถึงรุ่นนี้ ก็คือสัดส่วนหน้าจอครับ แม้ว่าจะเป็นเครื่องหน้าจอแนวใหม่ที่ขยายพื้นที่ออกไปมากกว่าปกติ แต่ก็จะไม่เป็นทรงยาวโด่เด่เหมือนพวกจอ 19.5:9 พวกนั้นนะครับ แต่มันจะมีความกว้างของหน้าจอที่มากกว่า ด้วยสัดส่วนเฉพาะแบบ 18.7:9 สร้างความแตกต่างในการใช้งานโดยเฉพาะตอนใช้แนวตั้ง

พิมพ์คีย์บอร์ดแนวตั้งง่ายกว่าเพราะหน้าแป้นพิมพ์กว้างกว่า รวมถึงการใช้งานอ่านหนังสือหรือเข้าเว็บไซด์ในแนวตั้ง จะรู้สึกสบายตากว่าพวกจอสูงหน้าแคบเล็กน้อยครับ แม้ดูจากตัวเลขของสัดส่วนเหมือนจะไม่ต่างมาก แต่พอใช้งานเข้าจริงๆ มีผลเยอะและชัดในความรู้สึกอยู่ครับ

แบตอึด! อึดแบบไม่ค่อยมีเหตุผล 555 แบตก็ไม่ใหญ่ครับ 3,500 mAh สเปคก็ไม่ได้ต่ำอะไร ผมคาดว่าแบตมันจะอยู่ได้น้อยกว่านี้

เกาะประเด็น:  รีวิว realme 3 Pro มือถือสวย สเปคดี แรงเกินราคา

แต่ในการใช้งานจริง หลังจากชาร์จแบตเต็มแต่ละครั้ง ใช้งานได้ยาวครับ ในวันทำงานปกติมันอยู่กับผมได้ถึงสิ้นวันด้วยแบตเตอรี่อีก 30% กว่าๆ เหลือในเครื่อง วันไหนใช้งานหนักๆ อาจจะริบหรี่แบตแดงแต่ก็ยังกลับมาถึงบ้านได้ ชาร์จไฟกลับเข้าเครื่องก็ไวครับ ชาร์จประมาณ 30 นาที ได้แบตกลับมาเกือบครึ่งก้อนแล้ว

ผลทดสอบต่างๆ 

การจับสัญญาณไม่มีปัญหาใดๆ เสียงสนทนาชัดเจน จับตำแหน่ง GPS ได้เร็วแม้ในที่ร่ม

กล้องถ่ายภาพ

แม้จะบอกว่า Nokia 8.1 เป็นเครื่อง Android One ที่มักจะไม่ค่อยใส่ฟังก์ชั่นอะไรเข้ามาเพิ่มเติมจากระบบ Android ธรรมชาติ แต่สำหรับด้านการภ่ายภาพมันไม่ใช่ครับ

Nokia 8.1 ใช้กล้องถ่ายภาพที่พัฒนามาร่วมกับ Zeiss ระบบกล้องคู่ความละเอียดสูงทั้งสองเลนส์ 12 + 13 ล้านพิกเซลซึ่งทำงานได้ “แม่นยำ” มาก

จากที่ทดสอบโหมดกำหนัดระยะชัดลึกของ Nokia ที่ชื่อ “ไลฟ์โบเก้” มันสามารถแยกจับวัตถุในภาพได้แบบคมชัด จับโฟกัสระยะชัดลึกชัดตื้นได้เก่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นการถ่ายบุคคลเลยครับ มันกำหนดได้หมด

โดยในตัวปรับแต่งรูป สามารถถ่ายภาพก่อนแล้วไปปรับภายหลังได้ ซึ่งสามารถกำหนดความเบลอของฉากหลัง รวมถึงกำหนดความเบลอของวัตถุด้านหน้าได้พร้อมกันในการปรับแต่งบนภาพๆ เดียวครับ

อีกทั้งยังมีลูกเล่นสำคัญที่เรียกว่า โหมด “Dual-Sight” หรือการถ่ายภาพที่สามารถใช้กล้องหลังและกล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านมาถ่ายได้พร้อมกัน ทั้งแบบแบ่งจอบนล่าง หรือแม้กระทุ่งในแบบ Pic-in-Pic หรือภาพซ้อนภาพตามแบบในรูปครับ

Dual-Sight รองรับการใช้ทั้งในภาพนิ่ง ภาพวีดีโอ หรือแม้แต่การทำ Live ขึ้น Social Network ทำให้เห็นภาพรวมได้ทั้งบุคคลหน้ากล้องและทัศนียภาพของสถานที่ นำไปประยุกต์ใช้ได้อีกมากมายเลยทีเดียว

นอกจากนั้น Nokia 8.1 ยังมีโหมดโดดเด่นในด้านการบันทึกวีดีโอด้วยนะครับ จากระบบบันทึก “OZO” ซึ่งเป็นการบันทึกวีดีโอที่ตรวจจับเสียงเซอร์ราวด์ได้รอบทิศทางตัวเครื่อง จากการออกแบบไมค์รับเสียงหลายตัวรอบเครื่อง

ผมเอาตัวอย่างภาพถ่ายจากทั้งโหมดไลฟ์โปเก้การละลายหลัง ภาพแสงกลางวัน ภาพในแสงกลางคืน รวมถึงภาพในโหมด Dual-Sight  ที่ใช้กล้องหลังทำงานคู่กับกล้องหน้ามาให้ดูด้านล่าง ซึ่งมองจากคุณภาพด้านกล้องแล้ว Nokia 8.1 ที่ตีตรา Zeiss มาบนเลนส์กล้องด้านหลังเครื่อง เก่งไม่น้อยหน้าใครครับ

ตัวอย่างภาพถ่าย

สรุปท้ายรีวิว

เรียบ ง่าย แต่แน่นทั้งภายนอก และระบบภายใน วัสดุเกรดดีทนไม้ทนมือ ดูหรูแนวผู้ใหญ่วัยทำงาน ระบบภายในใช้งานได้นิ่มนวลและรวดเร็ว รองรับการอัพเดทในอนาคตยาวไกลแบบการันตีว่าไม่โดนทิ้งขว้าง อายุการใช้งานของตัวเครื่องและระบบของรุ่นนี้ ถือจับคู่ลงตัวครับ กินความคุ้มในระยะยาว

คุณภาพกล้องดี มีลูกเล่นที่ไม่เหมือนใครด้วย โหมด “Dual-Sight” แตกต่างแต่มีคุณภาพ

ติดแค่เรื่องของรอยบากใหญ่บนหน้าจอที่กินพื้นที่จอไปพอสมควร และระบบ Android One ที่เป็นระบบที่เน้นความเรียบง่ายและเสถียร แต่ไม่เน้นฟังก์ชั่น อาจจะหาความแตกต่างในการโฆษณาตัวเองได้ลำบากสักหน่อยสำหรับ Nokia 8.1 ครับ