ข้อมูลเบื้องต้น:
แบรนด์

Meizu M5c

ระบบปฏิบัติการ

Android 6.0

ราคาเปิดตัว

3,890 บาท

ขนาดหน้าจอ

5 นิ้ว

ความละเอียด

720 x 1280 พิกเซล

การเชื่อมต่อ

Wi-Fi 802.11 a / b / g / n,
Bluetooth 4.1, A2DP, LE

กล้อง หลัก/รอง

กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล
กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล

หน่วยประมวลผล

MT6735 Octa Core 1.3Ghz 64bit

หน่วยความจำภายใน

16GB

แรม

2GB

แบตเตอรี่

3,000 mAh

ขนาด / น้ำหนัก

144 x 70.5 x 8.3 มม.
หนัก 135 กรัม

ข้อดี:

ราคาประหยัด
แบตเตอรี่อึด ตัวเครื่องงานประกอบดี มีปุ่มโฮมและฟังก์ชั่นการใช้งานที่ฉลาด
ประกันหลังการขายที่ดีจาก CSC

ข้อเสีย:

เครื่องรุ่นเล็ก สเปคไม่แรง

คะแนนจากเรา
คะแนนจากสมาชิก
ใส่คะแนนของคุณ
คุณสมบัติและฟังก์ชั่น
80%
84%
วัสดุและงานประกอบ
75%
84%
ประสิทธิภาพ
60%
71%
ความคุ้มค่าต่อราคา
90%
79%
บทสรุป:

เครื่องแบรนด์ใหญ่จากจีนซึ่งจับมือกับ CSC นำเข้ามาจำหน่ายในไทยแบบมีประกันที่ไว้ใจได้ โดยเฉพาะโปรโมชั่นของ CSC ที่ของแถมจัดเต็ม และยังมีการประกันหน้าจอแตกมอบให้ด้วย เมื่อดูจากสเปคของ Meizu M5c และดูจากราคา รวมถึงการประกันหลังการขายที่เราได้จาก CSC ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายที่ไว้ใจได้
นับว่าเป็นเครื่องราคาไม่แพงที่เราจะได้ในเรื่องของความมั่นใจหลังการขายที่ดีมาด้วยครับ 

76%
คะแนนจากเรา
80%
คะแนนจากสมาชิก
4คะแนนวิจารณ์
คุณได้ให้คะแนนแล้ว

Meizu M5c สมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นจากแบรนด์ Meizu ที่ทาง CSC นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครับ นับเป็นสมาร์ทโฟนราคาเริ่มต้น ที่ให้สเปคและงานประกอบตัวเครื่องมาคุ้มค่าดีครับ

จุดเด่นของ Meizu M5c  คือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กราคาประหยัดที่มีปุ่มโฮมแบบอนาล็อคกดได้ครับ ซึ่งระบบของ Meizu M5c ถูกออกแบบมาให้เราสามารถใช้งานปุ่มโฮมได้แทนปุ่มย้อนกลับด้วยการทัชลงไปเบาๆ และใช้ในการเรียกใช้ฟังก์ชั่นด่วนได้เช่นกล้องถ่ายภาพโดยการดับเบิลคลิ๊กปุ่มโฮม

ตัวเครื่องภายนอกก็ทำมาได้ในมาตรฐานที่ดีครับ วัสดุหลักเป็นพลาสติกทำพื้นผิวคล้ายโลหะ กล้องหลังไม่ยื่นนูน และขนาดเครื่องโดยรวมไม่ใหญ่ ปุ่มกด งานประกอบแน่นหนาดี

รองรับสองซิมการ์ดแบบไฮปริด Dual-Standby หมายถึงว่าซิมการ์ดที่สองสามารถสลับใส่ Micro SD card ได้แทน เพิ่อเพิ่มหน่วยความจำให้เครื่องได้อีก 256GB ครับ

หน้าจอแสดงผลขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD ซึ่งมีความสว่างของจอสูงสุดอยู่ที่ 400nit ทำให้ใช้งานในที่แจ้งได้พอประมาณครับ จอไม่มืดมากเหมือนเครื่องราคาประหยัดรุ่นอื่นๆ

แต่ที่สำคัญ ทาง Meizu โชว์จุดเด่นของจอรุ่นนี้ในเรื่องของความสว่างที่น้อยที่สุดในระดับ 5.5nit เท่านั้น ปลอดภัยต่อสายตาสุดๆ ในยามใช้งานในที่มิืดนั้นเองครับ

อุปกรณ์ภายในกล่องไม่มีอะไรให้มามากครับ มีตัวเครื่อง สายชาร์จ ที่ชาร์จและคู่มือเบื้องต้นเท่านั้นครับ

การใช้งานภายใน

สเปคเครื่องของ Meizu M5c ไม่สูงครับ แค่อยู่ในระดับใช้งานทั่วไปได้เพียงพอเป็นหลัก หน่วยประมวลผล MT6735 Octa Core 1.3Ghz 64bit แรมขนาด 2GB และหน่วยความจำภายใน 16GB ชุดประมวลผลภายในชุดนี้ สามารถใช้งานแชต, Social หรือเข้าอ่านข่าว อ่านเว็บไซด์ต่างๆ สบายๆ ครับ แต่การใช้งานหลายแอพพลิเคชั่นซ้อนๆ กัน หรือการเล่นเกมกราฟิกสวยๆ จะมีอาการสะดุดให้เห็นแน่นอนครับ ฉะนั้นอาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่หามาเล่นเกมเป็นหลักครับ

มันดูจะเหมาะมากสำหรับสาวๆ หรือวัยรุ่นที่จะเอามาใช้สำหรับการติดต่อสื่อสาร แชต หรือเล่น Social เป็นหลัก ด้วยเพราะราคาที่ไม่แพง และแบตเตอรี่มันก็อึดใช้ได้เลยครับ และธีมของ Meizu ก็ค่อนข้างน่ารักครับ

เอามาให้ผู้ใหญ่หรือเด็กใช้งานที่บ้านก็ได้นะ เพราะทาง Meizu ใส่ UI สำหรับใช้งานแบบง่ายๆ และโหมดสำหรับเด็กเข้ามาให้เราไว้ด้วย

UI ตัวนี้ของ Meizu M5c คือ Flyme 6.0 รันบนระบบ Android 6.0 ภายในมีฟังก์ชั่นหลายตัวที่น่าใช้ครับ เช่นระบบการปลุกเครื่องจากหน้าจอล็อคโดยไม่ต้องกดปุ่มใดๆ แค่เพียงทัชและลากวาดเป็นสัญลักษณ์บนหน้าจอเพื่อเปิดการทำงานที่ตั้งค่าไว้ได้ทันทีเป็นต้น

เกาะประเด็น:  [รีวิวเกม] Super Smash Bros. Ultimate เกมต่อสู้ที่ดีที่สุดแห่งปี

ระบบสัมผัสอัจฉริยะ การจำลองปุ่มพิเศษขึ้นมาบนหน้าจอ เพื่อควบคุมการทำงานของเครื่องแทนปุ่มโฮมและคำสั่งอื่นๆ ได้ตลอดเวลา

โหมดสำหรับเด็ก เป็นโหมดที่ผมชอบที่สุดใน Flyme 6.0 เลยครับ สำหรับใครที่มีปัญหาในการควบคุมการติดโทรศัพท์ของลูกหลาน ฟํังก์ชั่นนี้ช่วยได้ โดยมันจะสามารถกำหนดช่วงเวลาที่ให้เด็กได้พักสายตาได้เป็นช่วงๆ เช่นทุกครึ่งชั่วโมงหรือทุกสองชั่วโมงเป็นต้น

รวมถึงโหมดป้องกันการนำเครื่องของเราไปเล่นเกมในขณะที่แบตเตอรี่ใกล้หมดแล้ว และการกำหนดแอพพลิเคชั่นที่เด็กจะสามารถเข้าใช้งานได้

มีโหมดสำหรับการเล่นเกมเพื่อคนที่ต้องการให้ความสำคัญขณะเล่นเกม เช่นการรีดประสิทธิภาพเครื่องมาเพื่อให้เกมลื่นไหลที่สุด รวมถึงระบบการปิดกั้นการแจ้งเตือนเพื่อไม่ให้รบกวนขณะเล่นเกมในช่วงเวลาสำคัญๆ ครับ

Meizu M5c เป็นเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก ที่ยังคงมีการใส่ปุ่มโฮมแบบอนาล็อคมาให้ใช้งาน ข้อดีคือมันสามารถทำหน้าที่ให้เราได้หลายอย่างตามการตั้งค่า เช่นการทัชเพื่อแทนการกดปุ่มย้อนกลับ กดลงไปเพื่อกลับสู่หน้าหนัก และการดับเบิ้ลคลิ๊กเพื่อเรียกการใช้งานด่วนที่เราตั้งค่าไว้ได้ครับ

ซึ่งเราสามารถใช้การสไลด์นิ้วจากขอบจอด้านล่างเป็นการเรียกรายการแอพพลิเคชั่นย้อนหลังได้ด้วย ทำให้ Meizu M5c เป็นเครื่องที่มีเพียงแค่ปุ่มโฮมปุ่มเดียว แต่ใช้แทนปุ่มคำสั่งหลักทั้งสามปุ่มของระบบ Android ได้ทั้งหมดครับ

Meizu M5c เป็นเครื่องสเปคไม่สูง แถมใช้หน่วยประมวลผลที่มีจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงงาน และหน้าจอก็ไม่ใหญ่มากครับ ทำให้มันสามารถแสตนด์บายแบตขนาด 3,000 mAh ได้ประมาณสามวันได้สบายๆ

ถ้าในวันใช้งานระดับกลางๆ ผมสามารถใช้งานได้ตั้งแต่เช้า จนถึงบ้านแบบแบตเหลือเกิน 30% ได้ในทุกวันครับ แต่เปิดทำงานหนักๆ ใช้งานตลอด ก็จะหมดในประมาณ 8 ชั่วโมง ซึ่งเท่าที่ใช้งานมา ยังไม่เจอปัญหาใดๆ ตัวเครื่องไม่ร้อน และการจับสัญญาณโทรศัพท์ 4G นิ่งและปกติดีครับ

และสำหรับใครที่นิยมการรูทระบบ ใน Flyme ไม่ต้องลำบากไปหาวิธีอะไรมากมายนะครับ เพราะมันมีการเปิดระบบรูทให้เราได้ด้วยตัวเองเลย แค่ระบุยินยอมรับความเสี่ยงในการเปิดระบบก่อนเท่านั้นเอง ^^

ผลทดสอบต่างๆ 

การจับสัญญาณ GPS ทำได้ปกติเมื่อทำงานร่วมกับอินเตอร์เน็ต

กล้องถ่ายภาพ

กล้องหลังขนาด 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดถ่ายภาพต่างๆ เช่นโหมดหน้าใสบิวตี้แบบปรับระดับและวิเคราะห์ใบหน้าผู้ถูกถ่ายได้ คุณภาพกล้องโดยรวมก็ถือว่าได้เกินมาตรฐานราคาครับ จับโฟกัสได้ดี ปรับแสง ปรับสีฉลาด และบิวตี้กล้องหน้าก็พึ่งพาได้อยู่ครับ ^^

ตัวอย่างภาพถ่าย

สรุปท้ายรีวิว

เครื่องแบรนด์ใหญ่จากจีนซึ่งจับมือกับ CSC นำเข้ามาจำหน่ายในไทยแบบมีประกันที่ไว้ใจได้ โดยเฉพาะโปรโมชั่นของ CSC ที่ของแถมจัดเต็ม และยังมีการประกันหน้าจอแตกมอบให้ด้วย เมื่อดูจากสเปคของ Meizu M5c และดูจากราคา รวมถึงการประกันหลังการขายที่เราได้จาก CSC ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายที่ไว้ใจได้
นับว่าเป็นเครื่องราคาไม่แพงที่เราจะได้ในเรื่องของความมั่นใจหลังการขายที่ดีมาด้วยครับ