HMD ใส่ใจในวัสดุและการออกแบบเครื่อง Nokia มาก แม้จะออกมาในราคาไม่แพง
ข้อมูลเบื้องต้น:
แบรนด์

Nokia 6

ระบบปฏิบัติการ

Android 7.1.1

ราคาเปิดตัว

7,990 บาท

ขนาดหน้าจอ

5.5 นิ้ว IPS LCD

ความละเอียด

Full HD (1920 x 1080, 16:9)

การเชื่อมต่อ

Micro USB (USB 2.0), USB OTG (On-The-Go), แจ๊คหูฟังขนาด 5 มม., เซนเซอร์ตรวจวัดสภาพแสง (Ambient Light Sensor), เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับตัวเครื่องสมาร์ทโฟน (Proximity Sensor), เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน (Accelerometer), เข็มทิศดิจิตัล (E-compass), เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน (Gyroscope), เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor), NFC, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, BT 4.1, ANT+, GPS/AGPS+GLONASS+BDS, FM/RDS

กล้อง หลัก/รอง

Primary camera: 16MP PDAF, 1.0um, f/2, dual tone flash; Front facing camera: 8MP AF, 1.12um, f/2, FOV 84˚

หน่วยประมวลผล

Qualcomm® Snapdragon™ 430

หน่วยความจำภายใน

32 GB

แรม

3GB

แบตเตอรี่

3000 mAh

ขนาด / น้ำหนัก

154 x 75.8 x 7.85 มม.

ข้อดี:

ตัวเครื่องออกแบบและใช้วัสดุดูดี รองรับสองซิมการ์ดแบบ Dual Stand-by ลำโพงคู่สเตอริโอ มีความเป็น Pure Android สูงมาก

ข้อเสีย:

สเปคภายในเป็นเครื่องระดับกลาง-ล่าง ใช้หน่วยประมวลผลตัวเล็ก ประสิทธิภาพแค่เพียงพอใช้งานทั่วไปและพอเล่นเกมได้ แต่ยังไม่ลื่นไหลเต็ม 100% ไม่มีฟังก์ชั่นพิเศษอะไรมากมายนักในเครื่อง

คะแนนจากเรา
คะแนนจากสมาชิก
ใส่คะแนนของคุณ
คุณสมบัติและฟังก์ชั่น
65%
71%
วัสดุและงานประกอบ
95%
89%
ประสิทธิภาพ
70%
76%
ความคุ้มค่าต่อราคา
80%
79%
บทสรุป:

เครื่องรุ่นราคาตลาดกลาง-ล่างของ Nokia ที่วางมาตรฐานงานประกอบตัวเครื่องภายนอกไว้สูงมาก ถึงจะออกรุ่นราคาถูก แต่ก็ขอถูกแบบพรีเมี่ยม ใครที่ไม่ได้สนใจว่าต้องใช้เครื่องสเปคสูงแบบสะใจตัวนี้ให้การทำงานโดยทั่วไปกับเราได้เพียงพออยู่ครับ ที่สำคัญราคาไม่ถึงแปดพัน แต่รูปลักษณ์เครื่องดูแพงมาก HMD Global นำทาง Nokia มาได้ดีแล้วครับ

78%
คะแนนจากเรา
79%
คะแนนจากสมาชิก
66คะแนนวิจารณ์
คุณได้ให้คะแนนแล้ว

เกริ่นมาง่ายๆ เลยคับ สำหรับ Nokia 6 สมาร์ทโฟนระบบ Android รุ่นใหญ่(ในตอนนี้) ของทาง HMD Global ที่เปิดตัวออกมาและนำเข้ามาจำหน่ายในไทยกันอย่างเป็นทางการ ขายกันไม่แพงครับ 7,990 บาท แต่เครื่องสวยมาก สวยและดูแพงเกินเครื่องราคาต่ำหมื่นไปไกลมาก

ซึ่งผมสรุปให้ได้ตั้งแต่ย่อหน้าแรกแลยว่า นี้คือเครื่องสมาร์ทโฟนที่ดูจากสเปคแล้วแสนจะธรรมดาแต่มาในหน้าตาเครื่องที่หรู หรูระดับเรือธง สวยพรีเมี่ยม เครื่องภายนอกน่าถือน่าใช้จริงๆ ครับ

ตัวเครื่องภายนอก
ใช้เวลาไม่นานเลยครับ ในการพิจารณาว่าเครื่องมันดูดีแค่ไหน แกะกล่องออกมาก็ถูกใจแล้ว ตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียมทั้งตัว กระจกจอลามิเนต Gorilla Glass กันรอยขีดข่วน ขนาด 5.5 นิ้ว FullHD ความสว่าง 450 nits ใช้งานได้ในที่กลางแจ้ง ลำโพงสเตอริโอคู่ทำงานร่วมกันระหว่างลำโพงใต้เครื่องและลำโพงสนทนาด้านหน้า เพิ่มความดังและมิติของเสียงได้มากกว่าปกติครับ

งานออกแบบมีกลิ่นของ Nokia แบบเต็มเครื่อง เหลี่ยมคมผสมโค้งมน ผมจะบอกว่ารูปทรงมันมีความคล้ายๆ กับเครื่อง Lumia ในอดีตไม่น้อยเลยครับ รองรับสองซิมการ์ดแบบไฮปริด ช่องใส่ซิมที่สองต้องเลือกสลับใช้กับ Micro SD card แต่เป็นเครื่องสองซิมแบบ Dual Stand by ครับ หนึ่งซิมใช้งาน 4G อีกซิมก็สแตนด์บาย 3G ไปได้พร้อมๆ กัน
มีที่สแกนลายนิ้วมือพร้อมเป็นปุ่มโฮมในตัว สแกนนิ้วเข้าใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องกดปุ่มปลุกเครื่องใดๆ ก่อนครับ
พอร์ตใต้เครื่องยังคงใช้แบบ Micro USB ครับ ใช้งานได้กับอุปกรณ์ OTG ภายในกล่องมีสายชาร์จ ตัวอเดปเตอร์พร้อมหูฟัง แต่เหมือนว่าเครื่องที่จำหน่ายในไทย จะแพ็คฟิล์มกันรอยและเคสใสแถมมาให้ด้วยนะครับ


คลิปแกะกล่อง Nokia 6 และ Nokia 5

การใช้งานภายใน
ก่อนการรีวิวได้สังเกตเห็นกระแสที่กังวลกันเรื่องของประสิทธิภาพของเครื่อง Nokia 6 กันพอสมควร จากหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 430 และแรมขนาด 3GB จะสามารถทำงานได้มากแค่ไหนบนซอฟท์แวร์จาก Nokia
จากการทดสอบใช้งาน มันเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพในระดับกลางๆ ครับ หน้าโฮมลื่นไหลพอประมาณ ไม่ได้โดดเด่นไปกว่าเครื่องราคาใกล้ๆ กันสักเท่าไหร่ มันเรียบง่ายและใช้งานง่ายมากๆ เพราะด้วยความเป็น Pure Android น่าจะถูกใจคนชอบ Android สายพันธุ์แท้แน่นอนครับ

เกาะประเด็น:  เปิดตัว Nokia 7 อย่างเป็นทางการ สเปคระดับกลางราคาเริ่ม 12,000 บาท

ความเรียบง่ายของระบบมันอยู่ในระดับที่แทบไม่มีแอพใดๆ ของทาง Nokia ใส่เข้าไปเลยครับ มีเพียงแค่แอพสำหรับบริการหลังการขาย Nokia Care ที่เอาไว้ใช้เช็คประกันเครื่องให้กับลูกค้าเท่านั้น

ข้อดีของระบบเรียบๆ แบบนี้ก็คือ ทาง HMD Global น่าจะง่ายต่อการดูแลระบบหลังการขาย อัพเดทง่ายและน่าจะได้รับอัพเดทกันค่อนข้างไวครับ ตัวเครื่อง Nokia 6 เอง ก็มาพร้อมกับระบบ Android 7.1.1 ใหม่ล่าสุดมาตั้งแต่ภายในกล่องอยู่แล้วด้วย
แต่ก็ยังมีฟังก์ชั่นพิเศษให้ใช้งานเช่น การแบ่งหน้าจอทำงานแบบสองหน้าจอได้ด้วยการกดปุ่ม Recent App ค้างไว้

การกดปุ่มพาวเวอร์สองครั้งเพื่อเข้าโหมดกล้องในทันทีจากทุกหน้าจอแม้เครื่องจะล็อกอยู่ก็ตาม การพลิกเครื่องคว่ำลงเพื่อปฏิเสธสาย และการยกเครื่องขึ้นเพื่อปิดเสียงแจ้งเตือน

ประสิทธิภาพในการใช้งานด้านการเล่นเกม กลับทำได้ดีกว่าที่คิดครับ มันสามารถเล่นเกมระดับกราฟิกสูงๆ อย่าง HIT หรือ ROV ได้ในระดับน่าพอใจ คือเล่นได้แต่อาจจะไม่ไหลลื่น 100% (ให้คะแนนสัก 90-95%) เรียกว่าเล่นไม่หงุดหงิดครับ และด้วยความที่มันมีหน้าจอแสดงผลที่สวยครับ แถมเสียงดีจากระบบสเตอริโอลำโพงคู่และ Dolby Atmos ฉะนั้นเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์ไม่ด้อยไปกว่าใครครับ

โดยรวมแล้วด้านประสิทธิภาพภายในยังไม่ใช่จุดขายหลักของเครื่อง แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นจุดอ่อนนะครับ มันทำงานได้มากพอตัว เล่นเกมได้ ดูหนังได้ ยิ่งเป็นแอพพื้นฐานเช่นแอพแชต Social ทั่วไปยิ่งไม่ต่องห่วง แบตเตอรี่ของเครื่อง 3,000 mAh ไม่ใหญ่ไม่เล็กครับ ใช้งานได้เช้าจรดค่ำในระดับการใช้งานทั่วๆ ไป

 

ผลทดสอบต่างๆ
จับสัญญาณ GPS ได้ไวมากแม้ไม่ใช่เน็ตช่วยครับ

กล้องถ่ายภาพ
กล้องถ่ายภาพของ Nokia 6 กล้องหลังความละเอียด 16ล้านพิกเซล PDAF, 1.0um, f/2 แฟลชคู่ กล้องหน้า 8ล้านพิกเซล AF, 1.12um, f/2 มีโหมดการถ่ายภาพมาให้สามโหมดครับ ถ่ายอัตโนมัติ, พาโนรามา และ ทัชอัพ (โหมดบิวตี้) และสามารถถ่ายภาพแบบ HDR ได้ครับ
การจับโฟกัสและการจัดเก็บภาพทำได้ไว ยกเว้นว่าจะเปิดโหมด HDR เอาไว้อาจจะใช้เวลาในการจับภาพนานกว่าปกติสักหน่อยในบางสภาพแสงครับ คุณภาพโดยรวมของภาพถือว่ากลางๆ ตามราคา ผมว่าโดยรวมกล้องยังขาดความคมไปสักหน่อยครับ

ผมมีตัวอย่างภาพถ่ายมาให้ดูในหลายๆ สภาพแสงครับ ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

ตัวอย่างภาพถ่าย

เกาะประเด็น:  มันคือรุ่นอะไร? Nokia ส่งหมายแจ้งเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ อาจจะเป็น Nokia 7!

สรุปท้ายรีวิว
เครื่องรุ่นราคาตลาดล่างของ Nokia ที่วางมาตรฐานงานประกอบตัวเครื่องภายนอกไว้สูงมาก ถึงจะออกรุ่นราคาถูก แต่ก็ขอถูกแบบพรีเมี่ยม ใครที่ไม่ได้สนใจว่าต้องใช้เครื่องสเปคสูงแบบสะใจตัวนี้ให้การทำงานโดยทั่วไปกับเราได้เพียงพออยู่ครับ ที่สำคัญราคาไม่ถึงแปดพัน แต่รูปลักษณ์เครื่องดูแพงมาก HMD Global นำทาง Nokia มาได้ดีแล้วครับ




แสดงความคิดเห็น