เทียบสเป็กกำลังเปรียบเทียบ...

รีวิว OPPO F1 Plus เนี๊ยบกว่าที่เคย กล้องดี Selfie เด่น

ข้อมูลเบื้องต้น:
แบรนด์

OPPO F1 Plus

ระบบปฏิบัติการ

Android 5.1 Lollipop ครอบทับด้วย ColorOS 3.0.0i

ราคาเปิดตัว

ราคาเปิดตัว 15990 บาท

ขนาดหน้าจอ

หน้าจอ AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว

ความละเอียด

ความละเอียด Full HD 1080P 1080 x 1920 pixels (401ppi) กระจก Corning Gorilla Glass 4 ขอบหน้าจอโค้ง 2.5D

การเชื่อมต่อ

2G GSM 850 / 900 / 1800 / 1900

3G HSDPA 850 / 900 / 1900 / 2100

4G LTE band 1(2100), 3(1800), 5(850), 38(2600), 39(1900), 40(2300), 41(2500)

ความเร็ว HSPA 42.2/5.76 Mbps, LTE Cat6 300/50 Mbps

Dual SIM (Nano-SIM, dual stand-by)

Fingerprint (ใช้เวลาปลดล็อคเพียงแค่ 0.2 วินาที)

OPPO VOOC ฟังก์ชั่น Fast battery charging ชาร์จเพียงแค่ 5 นาทีแต่สามารถสนทนาได้ยาวนาน 2 ชั่วโมง

Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, Wi-Fi Direct, hotspot

Bluetooth 4.0

GPS

microUSB 2.0, USB Host

เซนเซอร์ accelerometer, proximity, compass

กล้อง หลัก/รอง

กล้องความละเอียด 13MP, f/2.2, phase detection autofocus, LED flash, Geo-tagging, touch focus, face detection, panorama, HDR

บันทึกวีดีโอความละเอียด 1080p@30fps

กล้องหน้าความละเอียด 16MP, f/2.0, Beautify 4.0, Panorama Selfie

หน่วยประมวลผล

ชิบเซ็ต Mediatek MT6755 Helio P10 Octa-core 2.0 GHz Cortex-A53

GPU Mali-T860MP2

หน่วยความจำภายใน

หน่วยความจำภายใน 64GB (เหลือให้ใช้งานประมาณ 53GB) และสามารถเพิ่มได้สูงสุด 128GB

แรม

RAM 4GB

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ความจุ 2850 mAh

ขนาด / น้ำหนัก

ขนาดตัวเครื่อง 151.8 x 74.3 x 6.6 มม. น้ำหนัก 145 กรัม

ข้อดี:

ตัวเครื่องสวย พรีเมี่ยมมากๆ วัสดุโลหะ
หน้าจอขนาดใหญ่ และสวยงาม
การใช้งานรวดเร็ว และลื่นไหล
รองรับ 4G และรองรับการใช้งาน 2 ซิม
หน่วยความจำภายใน 64GB
มาพร้อม ColorOS 3.0.0i เวอร์ชั่นใหม่ เรียบหรูมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงใว้ด้วยลูกเล่น
Fingerprint (ใช้เวลาปลดล็อคเพียงแค่ 0.2 วินาที)
OPPO VOOC ฟังก์ชั่น Fast battery charging ชาร์จเพียงแค่ 5 นาทีแต่สามารถสนทนาได้ยาวนาน 2 ชั่วโมง
กล้องความละเอียด 13MP+16MP คุณภาพดีมาก

ข้อเสีย:

Design ดูแล้วเหมือน iPhone มากไปหน่อย
น่าจะเปิดตัวมาพร้อม Android Marshmallow

คะแนนจากเรา
คะแนนจากสมาชิก
ใส่คะแนนของคุณ
คุณสมบัติและฟังก์ชั่น
87%
68%
วัสดุและงานประกอบ
95%
73%
ประสิทธิภาพ
80%
65%
ความคุ้มค่าต่อราคา
75%
70%
บทสรุป:

OPPO F1 Plus เป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจครับ มาคราวนี้ดูน่าใช้ไปซะทุกจุด นอกจากว่ามันดูเหมือน iPhone มากไปหน่อยนี่แหละ งานดีมากครับสำหรับรุ่นนี้ การใช้งานลื่นไหลและรวดเร็ว ColorOS 3.0.0i ดูน่าใช้ขึ้นมากจนผมเองอยากให้เครื่องผมอัพเดตเร็วๆเลยละ5555

จะน่าเสียดายที่ยังคงมาพร้อม Android 5.1 Lollipop นี่ละครับทั้งๆที่คู่แข่งก็จัด Android Marshmallow มากันแล้ว ใครที่ชอบถ่ายภาพและถ่าย Selfie รุ่นนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวังครับ สำหรับราคาเปิดตัว 15990 บาท ก็มีคู่แข่งเยอะอยู่เหมือนกันนะ แต่รุ่นนี้ก็มีความโดดเด่นและจุดขายที่ชัดเจน ตอนนี้วางจำหน่ายแล้ว ใครสนใจก็ลองไปเล่นกันดูนะครับ

84%
คะแนนจากเรา
69%
คะแนนจากสมาชิก
22คะแนนวิจารณ์
คุณได้ให้คะแนนแล้ว

OPPO F1 Plus สัมผัสแรกหลังจากที่เอามานั่งเล่นได้ซักพักนึง ต้องบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนจาก OPPO ที่เนี๊ยบมากๆเลยครับ หน้าตาดูก็รู้ครับว่ามีความตั้งใจมากๆเลยที่จะออกแบบให้ดูคล้าย iPhone แต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียวครับเพราะ OPPO F1 Plus สวยกว่าซะอีก แถมยังดูน่าใช้กว่าด้วยถ้าจะว่ากันตามเนื้อผ้า งานเนี๊ยบมาก ขอบจอบางเฉียบ ตัวเครื่องก็บางและมีน้ำหนักเบา เป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วที่มีขนาดเล็กพกพาสะดวก แต่ก็นั่นแหละครับ ถ้าทาง OPPO จะออกแบบให้ฉีกแนวและดูเป็นตัวของตัวเองมากกว่านี้ก็คงจะดีไม่น้อย จริงๆในเรื่องของ Design ทาง OPPO ก็ทำได้ดีนะครับ เหตุผลก็คงไม่พ้นเรื่องของการตลาด (ที่จีนคนน่าจะนิยม Apple น่าดูเลย)

OPPO_F1_Plus_004

OPPO_F1_Plus_006

สเปคของ OPPO F1 Plus

2G GSM 850 / 900 / 1800 / 1900

3G HSDPA 850 / 900 / 1900 / 2100

4G LTE band 1(2100), 3(1800), 5(850), 38(2600), 39(1900), 40(2300), 41(2500)

ความเร็ว HSPA 42.2/5.76 Mbps, LTE Cat6 300/50 Mbps

Dual SIM (Nano-SIM, dual stand-by)

Fingerprint (ใช้เวลาปลดล็อคเพียงแค่ 0.2 วินาที)

OPPO VOOC ฟังก์ชั่น Fast battery charging ชาร์จเพียงแค่ 5 นาทีแต่สามารถสนทนาได้ยาวนาน 2 ชั่วโมง

ขนาดตัวเครื่อง 151.8 x 74.3 x 6.6 มม. น้ำหนัก 145 กรัม

หน้าจอ AMOLED ขนาด 5.5 นิ้วความละเอียด Full HD 1080P 1080 x 1920 pixels (401ppi) กระจก Corning Gorilla Glass 4 ขอบหน้าจอโค้ง 2.5D

Android 5.1 Lollipop ครอบทับด้วย ColorOS 3.0.0i

ชิบเซ็ต Mediatek MT6755 Helio P10 Octa-core 2.0 GHz Cortex-A53

GPU Mali-T860MP2

RAM 4GB

หน่วยความจำภายใน 64GB (เหลือให้ใช้งานประมาณ 53GB) และสามารถเพิ่มได้สูงสุด 128GB

Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, Wi-Fi Direct, hotspot

Bluetooth 4.0

GPS

microUSB 2.0, USB Host

เซนเซอร์ accelerometer, proximity, compass

กล้องความละเอียด 13MP, f/2.2, phase detection autofocus, LED flash, Geo-tagging, touch focus, face detection, panorama, HDR

บันทึกวีดีโอความละเอียด 1080p@30fps

กล้องหน้าความละเอียด 16MP, f/2.0, Beautify 4.0, Panorama Selfie

แบตเตอรี่ความจุ 2850 mAh

มีให้เลือก 2 สีได้แก่สีทอง และสีโรสโกลด์

ราคาเปิดตัว 15990 บาท

OPPO_F1_Plus_008

OPPO_F1_Plus_009

OPPO F1 Plus มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 5.5 นิ้วความละเอียด Full HD 1080P กระจก Corning Gorilla Glass 4 ขอบหน้าจอโค้ง 2.5D ขอบจอบางเฉียบเลยครับ ดูดีมากจริงๆ ปุ่ม Home ทำงานเป็น Fingerprint ซึ่งใช้เวลาปลดล็อคเพียงแค่ 0.2 วินาทีเท่านั้น รวดเร็วทีเดียวครับ แถมยังแม่นยำดีมากอีกด้วย (ปุ่มด้านข้างปุ่ม Home ทั้ง Recent App และ Back มีไฟทำงานด้วยนะครับ แต่แสงไม่สว่างมาก ออกแบบไอค่อนมาสวยทีเดียวน่ารักดีครับ) กล้องหน้ารุ่นนี้ทีเด็ดครับ มีความละเอียดสูงกว่ากล้องหลังซะอีกแถมสเปคกล้องหน้ายังแอบดีกว่ากล้องหลังซะด้วย กล้องหน้าของ OPPO F1 Plus มีความละเอียดสูงถึง 16MP เลยทีเดียว

เกาะประเด็น:  โปรจอง OPPO Reno2 Series จาก CSC และ IT CITY SHOP มาแล้ว

ระบบแสกนลายนิ้วมือออกแบบใหม่ครับ ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นสามารถจับขอบลายนิ้วมือได้ รองรับได้มากที่สุด 5 ลายนิ้วมือ สามารถใช้งานสำหรับปลดล็อก, เข้ารหัสล็อกแอพพลิเคชั่น และเข้ารหัสล็อก File ส่วนตัว

OPPO_F1_Plus_010

OPPO_F1_Plus_011

ตัวเครื่องของ OPPO F1 Plus จะใช้วัสดุโลหะ ตัวเครื่องโค้งมนจับแล้วสบายมือ ตัวเครื่องบางมากและมีน้ำหนักเบา แต่ก็แอบลื่นมือไม่เบานะครับ ต้องจับระวังๆหลุดมือกันหน่อย งานประกอบพรีเมี่ยมครับ แน่นหนาและดูมีคุณภาพสูง ด้านบนและด้านล่างมีแถบเสาอากาศ และกล้องจะนูนขึ้นมาเล็กน้อยความละเอียด 13MP คุณภาพของทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง เอาใว้มาชมกันท้ายรีวิว

OPPO_F1_Plus_013

OPPO_F1_Plus_012

อย่างที่เห็นครับตัวเครื่อง OPPO F1 Plus ขอบด้านข้างกับฝาหลังจะเป็นชิ้นเดียวกัน Unibody แน่นอนว่าถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่เองไม่ได้ ด้านบนมีไมค์ตัดเสียงรบกวน ส่วนด้านล่างจะมีช่องลำโพงตัวเครื่อง เสียงที่ได้ดังชัดเจนดีครับ อาจจะไม่ดังมากแต่ก็ไม่เบาแน่นอน คุณภาพเสียงลำโพงดีมาก ถัดมาเป็นพอร์ท Micro USB, ไมโครโฟน และช่องหูฟังขนาด 3.5 มม.

OPPO_F1_Plus_001

OPPO_F1_Plus_002

ด้านซ้ายจะมีปุ่มปรับระดับเสียง และด้านขวาจะมีช่องใส่ซิม ซึ่งจะเป็นถาดใส่ซิมแบบ Hybrid Slot ซึ่งเราสามารถเลือกได้ครับว่าซิมที่สองจะเลือกใส่ซิม หรือว่าจะเป็น Micro SD Card สำหรับรุ่นนี้หน่วยความจำภายในมีมาให้ 64GB เลยทีเดียว (เหลือให้ใช้งานประมาณ 53GB) และสามารถเพิ่มได้สูงสุด 128GB

OPPO F1 Plus มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 2850 mAh (ถือว่าเป็นความจุแบตเตอรี่ขนาดกลางๆครับสำหรับสมาร์ทโฟนหน้าจอ 5.5 นิ้วไม่โดดเด่น) และรองรับ OPPO VOOC ฟังก์ชั่น Fast battery charging ซึ่งจะต้องใช้ชุดชาร์จที่มาในกล่องเท่านั้น จากการทดสอบ OPPO F1 Plus ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่แบตเตอรี่อึดใช้ได้ครับ สามารถใช้งานได้จนถึงช่วงค่ำ (สำหรับการใช้งานปกติเล่น Social ถ่ายรูป ดูคลิป และเล่นเกมบ้างนิดหน่อย) ที่อึดได้แบบนี้ก็มาจากหน้าจอที่ความละเอียดยังอยู่ในระดับ Full HD แต่ถ้าใช้เล่นเกมต่อเนื่องแนะนำควรพก Power Bank นะครับ (ในการตั้งค่ามีโหมดประหยัดพลังงานมาให้ด้วย แต่ผมไม่ได้ใช้)

Screenshot_2016-05-23-13-19-14-88

ทดสอบด้วย Quadrant Standard ได้คะแนน 23401 คะแนน

ทดสอบด้วย AnTuTu Benchmark ได้คะแนน 51164 คะแนน

ทดสอบด้วย NenaMark2 ทำไปได้ 59.9fps

รองรับ Multi Touch 5 จุด

GPS จับสัญญาณได้อย่างรวดเร็ว

OPPO F1 Plus ทำงานบน Android 5.1 Lollipop ซึ่งแอบผิดหวังนิดหน่อยนะครับ เพราะจริงๆน่าจะเปิดตัวมาพร้อม Android Marshmallow นะเนี่ยและครอบทับด้วย ColorOS 3.0.0i ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่ครับ หน้าตาสวยมากทีเดียวดูคล้าย iOS มากขึ้นกว่าเดิม ในส่วนของ Notification ดูดีมากครับ เวลาต้องการเปิดใช้งาน Widget (มีมาให้ค่อนข้างน้อยและไม่มีแบบพิเศษๆแล้ว เหมือนกับว่า OPPO จะไม่เน้นในส่วนของ Widget แล้วนะครับ) หรือเปลี่ยน Transition (มีให้เปลี่ยน 5 รูปแบบ) ให้จีบนิ้วนะครับ แตะค้างที่หน้าจอไม่ได้แล้ว

รุ่นนี้มาพร้อมชิปเซ็ต Mediatek MT6755 Helio P10, CPU Octa-core 2.0 GHz Cortex-A53, GPU Mali-T860MP2, RAM 4GB จากใช้งานรวดเร็วและลื่นไหลดีมาก

หน้าตั้งค่ายิ่งได้รับอิทธิพลมาสูงทีเดียวครับ ซึ่งก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดีกว่าเดิม อาจจะต้องปรับตัวซักหน่อยนะครับสำหรับแฟนๆ OPPO และโหมดใช้งานง่ายเวอร์ชั่นใหม่ ผมว่าออกแบบมาดีนะครับ เรียบง่ายจริงๆไม่ซับซ้อน สลับโหมดใช้งานได้ง่ายดายไม่ยุ่งยาก

เมนูการเปลี่ยน Wallpaper แตกต่างจากเดิม (อย่างว่าครับคล้าย iOS จริงๆ) และลูกเล่นเปลี่ยนภาพ Lock Screen แบบนิตยสารก็ยังคงมีมาให้ครับ โดยภาพจะเปลี่ยนไปทุกครั้งที่เราปิดหน้าจอ และเราสามารถเลือกได้นะครับว่าต้องการภาพแนวไหน และโหมดถนอมสายตายังคงมีมาให้เหมือนเคย สามารถปรับได้ 4 ระดับ (เป็นการปรับโทนสีหน้าจอ)

สามารถดาวน์โหลด Font เพิ่มเติมได้ รวมทั้งปรับขนาดตัวอักษรได้ 4 ขนาด มีโหมดห้ามรบกวน และตั้งรายละเอียดในการแจ้งเตือน รวมทั้งมีโหมดประหยัดพลังงาน

แม้จะออกแบบ ColorOS ใหม่ให้ดูเรียบ และเข้าถึงง่ายขึ้นแต่ว่า OPPO ก็ยังคงใส่ Gesture & Motion มาให้เพียบเหมือนเดิม สามารถใช้การปัดนิ้วบนหน้าจอเพื่อใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ รวมทั้งปลดล็อคหน้าจอได้โดยไม่ต้องกดปุ่ม Power รวมทั้งช็อตคัทสำหรับการใช้งานมือเดียว

บริการดาวน์โหลด Wallpaper, Theme ฟรีของ OPPO มีมาให้เช่นเคย จะแตกต่างก็ตรงออกแบบ UI ใหม่ให้ดูเรียบง่ายมากยิ่งขึ้น และที่สำคํญในตอนนี้เป็นบริการฟรีครับ ยังไม่มีในส่วนที่ต้องเสียเงินเลย (แต่ Lockscreen ถูกตัดออกไปแล้ว)

เกาะประเด็น:  Unbox พรีวิว OPPO Reno2 F สมาร์ทโฟนสวย กล้องหลังสี่ และกล้องหน้าป๊อบอัพแบบมีไฟ สวยทุกมุมมอง

ในเครื่อง OPPO ใส่แอพพลิเคชั่นมาให้น้อยลงครับ ซึ่งก็เป็นเรื่องดีสำหรับคนที่ไม่ชอบ Bloatware แต่ก็ยังมีใส่ Security Center และแอพพลิเคชั่นจัดการ File รวมทั้ง O-Cloud มาให้นะครับ

เครื่องเล่นเพลงมาพร้อม Dirac HD Sound เช่นเคย (ต้องใส่หูฟังถึงจะเปิดใช้งานได้) คุณภาพเสียงผ่านหูฟังดีมากครับ และรุ่นนี้ไม่มีวิทยุมาให้นะครับ (รู้สึกรุ่นแพงๆหน่อยเดี๋ยวนี้ตัดวิทยุออกเรียบเลยแหะ ต้องฟัง Online เอา)

Screenshot_2016-05-23-12-16-53-72

รองรับวีดีโอความละเอียด Full HD ได้สบายๆครับเล่นได้ลื่นเลย และมีฟังก์ชั่น Popup Play มาให้ใช้งานเหมือนเคย

Screenshot_2016-05-23-12-38-42-07

Screenshot_2016-05-23-12-53-11-89

ทดสอบด้วยเกมอย่าง Leo’s Fortune และ Need for Speed: Most Wanted แจ่มเลยครับ เล่นเกมฉลุย จะติก็เวลาจับเครื่องเล่นเกมแล้วมือชอบไปบังลำโพง (เพราะอยู่ตรงด้านล่างตัวเครื่อง) แก้ได้ก็คือต้องสลับด้านจับเวลาเล่นเกม

OPPO F1 Plus กล้องความละเอียด 13MP, f/2.2, phase detection autofocus, LED flash และกล้องหน้าความละเอียด 16MP, f/2.0, Beautify 4.0, Panorama Selfie จะเห็นว่ารุ่นนี้ให้ความสำคัญกับกล้องหน้ามากกว่ากล้องหลังซะอีกครับ Selfie Expert แต่บอกได้เลยว่าเรื่องกล้องคือทีเด็ดของรุ่นนี้จริงๆ เพราะคุณภาพดีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลย

หน้าตาเมนูกล้องของ ColorOS เวอร์ชั่นใหม่ดูเรียบง่ายกว่าเดิม และมีการปรับเปลี่ยนหลายจุด แฟนๆต้องทำคามเข้าใจกันใหม่ซักหน่อยละครับ โหมดถ่ายภาพถูกย่อยให้น้อยลงกว่าเดิม เหลือเฉพาะทีเด็ดเอาใว้ มีโหมดโปรมาให้ใช้งานกันด้วย มาชมตัวอย่างจากกล้องของ OPPO F1 Plus กันได้เลย

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก OPPO F1 Plus (ทุกภาพไม่ผ่านการปรับแต่ง และย่อขนาดสามารถคลิ๊กที่ภาพ แล้วบันทึกเพื่อชมคุณภาพ File กันอย่างละเอียดครับ)

ภาพ Panorama

IMG20160523165824

IMG20160523170035

ภาพ Double exposure

IMG20160523172339

ภาพ Selfie

IMG20160523171313

เรียงตามลำดับ ปิดโหมด Beautify 4.0, เปิดระดับ 1, เปิดระดับ 4, เปิดระดับ 7 สูงสุด (และภาพสุดท้ายถ่ายในโหมด Panorama Selfie) ทำมาได้ดีนะครับ เนียนใส เหมาะกับคนที่ชอบถ่าย Selfie จริงๆ แถมแม้จะปิดโหมดก็ได้ภาพจากกล้องหน้าที่คมชัดมากครับ รุ่นนี้จริงๆแล้วเหมือนไม่ได้มีกล้องรอง แต่เป็นกล้องหลัก 2 ตัวเลยแบ่งเป็นกล้องหน้าและกล้องหลัง

และบังเอิญในเครื่องทดสอบมีภาพคุณ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ติดมาด้วยครับ (เครื่องนี้คุณใหม่ใช้ถ่าย Selfie ซะด้วยนะเนี่ย^^) เลยเอามาฝากกันครับ น่ารักมากๆเลย^__^

ภาพคุณ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ถ่าย Selfie ด้วย OPPO F1 Plus

IMG20160204101654

ข้อดีของ OPPO F1 Plus

  1. ตัวเครื่องสวย พรีเมี่ยมมากๆ วัสดุโลหะ
  2. หน้าจอขนาดใหญ่ และสวยงาม
  3. การใช้งานรวดเร็ว และลื่นไหล
  4. รองรับ 4G และรองรับการใช้งาน 2 ซิม
  5. หน่วยความจำภายใน 64GB
  6. มาพร้อม ColorOS 3.0.0i เวอร์ชั่นใหม่ เรียบหรูมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงใว้ด้วยลูกเล่น
  7. Fingerprint (ใช้เวลาปลดล็อคเพียงแค่ 0.2 วินาที)
  8. OPPO VOOC ฟังก์ชั่น Fast battery charging ชาร์จเพียงแค่ 5 นาทีแต่สามารถสนทนาได้ยาวนาน 2 ชั่วโมง
  9. กล้องความละเอียด 13MP+16MP คุณภาพดีมาก

ข้อด้อยของ OPPO F1 Plus

  1. Design ดูแล้วเหมือน iPhone มากไปหน่อย
  2. น่าจะเปิดตัวมาพร้อม Android Marshmallow

OPPO_F1_Plus_003

OPPO_F1_Plus_005

OPPO F1 Plus เป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจครับ มาคราวนี้ดูน่าใช้ไปซะทุกจุด นอกจากว่ามันดูเหมือน iPhone มากไปหน่อยนี่แหละ งานดีมากครับสำหรับรุ่นนี้ การใช้งานลื่นไหลและรวดเร็ว ColorOS 3.0.0i ดูน่าใช้ขึ้นมากจนผมเองอยากให้เครื่องผมอัพเดตเร็วๆเลยละ5555

จะน่าเสียดายที่ยังคงมาพร้อม Android 5.1 Lollipop นี่ละครับทั้งๆที่คู่แข่งก็จัด Android Marshmallow มากันแล้ว ใครที่ชอบถ่ายภาพและถ่าย Selfie รุ่นนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวังครับ สำหรับราคาเปิดตัว 15990 บาท ก็มีคู่แข่งเยอะอยู่เหมือนกันนะ แต่รุ่นนี้ก็มีความโดดเด่นและจุดขายที่ชัดเจน ตอนนี้วางจำหน่ายแล้ว ใครสนใจก็ลองไปเล่นกันดูนะครับ