เมื่อความต้องการสมาร์ตโฟนทั่วโลกเริ่มชะลอตัวลง อันเป็นผลโดยตรงจากวิกฤตหน่วยความจำขาดแคลน บริษัทผู้ผลิตหลายแห่งจึงจำเป็นต้องปรับลดคำสั่งซื้อชิ้นส่วนจำนวนมาก รวมถึงแผงหน้าจอ OLED ผลกระทบดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ผลิตสมาร์ตโฟนเท่านั้น แต่ได้ลุกลามไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม ทำให้ผู้ผลิตหน้าจอต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากภาวะขาดแคลน DRAM ที่ยังไม่คลี่คลาย
ข้อมูลล่าสุดจาก UBI Research ซึ่งถูกเผยแพร่ผ่านรายงานของ The Elec ระบุว่ายอดส่งมอบจอ OLED สำหรับสมาร์ตโฟนใน ไตรมาสแรกปี 2026 ลดลง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 โดยตัวเลขรวมอยู่ที่ 190 ล้านหน่วย และหากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หรือ Q4 2025 จะพบว่าลดลงมากถึง 20%
แม้สถานการณ์จะดูน่ากังวล แต่สำหรับบริษัทขนาดใหญ่อย่าง Samsung ซึ่งมีขนาดธุรกิจและกำลังการผลิตมหาศาล ก็ยังสามารถรองรับแรงกระแทกนี้ได้ พร้อมรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดเอาไว้ได้อย่างมั่นคง
จากข้อมูลล่าสุด Samsung ครองส่วนแบ่งตลาดการส่งมอบจอ OLED สำหรับสมาร์ตโฟนอยู่ที่ 44% ถือเป็นตัวเลขที่ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างชัดเจน ในทางกลับกัน LG Display กลับมีส่วนแบ่งเพียง 9% แม้ว่าบริษัทจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับ Q1 2025 อย่างไรก็ตาม UBI Research คาดการณ์ว่า LG มีแนวโน้มฟื้นตัวมากขึ้นในช่วงปลายปีนี้ หลังจากได้รับคำสั่งซื้อแผงหน้าจอใหม่สำหรับ iPhone รุ่นถัดไป
อีกบริษัทที่น่าจับตาคือ BOE ผู้ผลิตจอจากจีนรายนี้กลายเป็นผู้จัดส่ง OLED รายใหญ่อันดับสองของโลก ด้วยส่วนแบ่งตลาด 16% BOE สามารถสร้างพื้นที่ของตัวเองในตลาดได้สำเร็จ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการตั้งราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่ง ทำให้หลายบริษัทเลือกใช้เป็นทางเลือกสำรอง โดยเฉพาะลูกค้ารายใหญ่อย่าง Apple










