Samsung Electronics รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ทำรายได้และกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากความต้องการชิป AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ซึ่งธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์สร้างกำไรมากกว่า 93% ของบริษัท
Samsung เปิดเผยรายได้รวมในไตรมาส 1/2026 อยู่ที่ 133.9 ล้านล้านวอน (ประมาณ 3.6 ล้านล้านบาท) และมีกำไรจากการดำเนินงาน 57.2 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 43% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ถือเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมาเลยทีเดียว
ปัจจัยหลักมาจากความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับงาน AI และคลาวด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าหลักประกอบด้วย Amazon, Google, Meta, Microsoft และ OpenAI ซึ่งต่างลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างหนัก
ธุรกิจ Device Solutions (DS) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านเซมิคอนดักเตอร์ของ Samsung มีรายได้เพิ่มขึ้น 86% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส จากทั้งปริมาณการขายและราคาชิปหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยบริษัทเริ่มส่งมอบชิป HBM4 และ SOCAMM2 ให้กับ Nvidia เพื่อนำไปใช้ในแพลตฟอร์ม AI รุ่นใหม่ Vera Rubin
ในฝั่งสมาร์ตโฟน ธุรกิจ Samsung MX และเครือข่ายยังคงทำกำไรได้ แต่มีสัดส่วนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับชิป โดยมีรายได้ 38.1 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1 ล้านล้านบาท) และกำไร 2.8 ล้านล้านวอน (ประมาณ 7.6 หมื่นล้านบาท)
ขณะที่ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าและจอภาพ (VD และ DA) มีรายได้ 14.3 ล้านล้านวอน (ประมาณ 3.9 แสนล้านบาท) และกำไรเพียง 0.2 ล้านล้านวอน (ประมาณ 5,300 ล้านบาท) ในไตรมาสเดียวกัน
ภาพรวมสะท้อนให้เห็นว่า “ชิป AI” กลายเป็นแหล่งรายได้หลักของ Samsung อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มหน่วยความจำขั้นสูงอย่าง HBM ที่ถูกใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์และระบบ AI ขนาดใหญ่ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในปี 2026








