Samsung เริ่มทดสอบชิป Exynos รุ่นใหม่ที่ผลิตบนกระบวนการ 1.4nm โดยมาพร้อมความเร็วคล็อกสูงสุดถึง 4.5GHz และ SLC Cache ขนาดใหญ่ถึง 96MB ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในชิปที่แรงที่สุดของบริษัทไปจนถึงอนาคต หากข้อมูลที่มีออกมานี้เป็นจริง
ข้อมูลล่าสุดจากแหล่งข่าวหลุด @SPYGO19726 เปิดเผยว่า Samsung กำลังเริ่มต้นการทดสอบชิป Exynos รุ่นใหม่บนกระบวนการผลิต 1.4nm ซึ่งถือเป็นก้าวถัดไปของเทคโนโลยี GAA (Gate-All-Around) หลังบริษัทกำลังโฟกัสกับการเพิ่มเสถียรภาพของสายการผลิต 2nm ในช่วงนี้
รายงานดังกล่าวยังระบุว่า Exynos รุ่นใหม่นี้จะใช้สถาปัตยกรรม CPU แบบ 10 คอร์ พร้อมปรับปรุงระบบส่งข้อมูลระหว่าง CPU และ GPU เพื่อลดค่า Latency และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม แม้ตอนนี้ Samsung จะยังไม่เข้าสู่การผลิตจริงของ 1.4nm (คาดว่าจะผลิตจำหน่ายจริงได้ราวปี 2029) แต่รายละเอียดเบื้องต้นของชิปตัวนี้ก็เริ่มสร้างความสนใจ เพราะมีการอัปเกรดหลายจุดที่ต่างจาก Exynos รุ่นปัจจุบันอย่างชัดเจน
ชิปดังกล่าวถูกระบุว่าจะใช้ CPU แบบ 10 คอร์ แบ่งเป็นโครงสร้าง 2+4+4 ได้แก่
• Prime Core 2 คอร์ ความเร็วสูงสุด 4.50GHz
• Performance Core 4 คอร์ ความเร็ว 3.80GHz
• Efficiency Core 4 คอร์ ความเร็ว 2.00GHz
เมื่อเทียบกับ Exynos 2600 ที่มีความเร็วสูงสุดประมาณ 3.8GHz จะถือว่าเพิ่มขึ้นเกือบ 19% เลยทีเดียว
อีกจุดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการใส่ System Level Cache (SLC) ขนาดใหญ่ถึง 96MB ซึ่งมากกว่าชิปสมาร์ตโฟนปัจจุบันหลายเท่า โดย SLC เป็นแคชส่วนกลางที่ช่วยให้ CPU, GPU, NPU และ ISP เข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้น ลดการดึงข้อมูลจากหน่วยความจำหลัก และช่วยลด Latency ภายในระบบ
รายงานยังอ้างว่า Samsung กำลังพัฒนา “Ultra-Wide Bus” เพื่อเพิ่มแบนด์วิดท์ระหว่าง CPU และ GPU ให้ทำงานร่วมกันได้มีประสิทธิภาพขึ้น ซึ่งอาจช่วยทั้งด้าน AI, เกม และงานประมวลผลหนักในอนาคต
อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าสนใจคือขนาด SLC 96MB อาจใหญ่เกินไปสำหรับชิปสมาร์ตโฟนทั่วไป เพราะปัจจุบันชิปมือถือที่มี SLC สูงสุดอยู่ที่ประมาณ 10MB เท่านั้น เช่น MediaTek Dimensity 9500 การเพิ่มเป็น 96MB จะทำให้พื้นที่บนแผ่นซิลิคอน (Die Size) ใหญ่ขึ้นมาก ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและการใช้พลังงาน
ด้วยเหตุนี้ จึงมีความเป็นไปได้ว่าชิปดังกล่าวอาจไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับสมาร์ตโฟนโดยตรง แต่อาจถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์ประเภทอื่น เช่น AI Device, XR, Laptop ARM หรืออุปกรณ์ประมวลผลเฉพาะทางในอนาคต
ในตอนนี้ข้อมูลทั้งหมดถือว่ายังอยู่ในระดับข่าวลือระยะเริ่มต้น และ Samsung ยังมีเวลาอีกหลายปีก่อนสายการผลิต 1.4nm จะพร้อมใช้งานจริง ทำให้สเปกต่าง ๆ ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้อีกมาก









