Close Menu
  • Home
  • Android
    • News
    • Tips
  • Apple
    • iPad
      • News
      • Tips
    • iPhone
      • News
      • Tips
  • WINDOWS
    • News
    • Tips
  • Gaming
    • Game Review
    • PlayStation
    • Nintendo
    • Xbox & PC
    • Mobile
  • Gadget Reviews
    • Accessories
    • Devices
  • Wearable
  • EV Car
  • Miscellaneous
    • News
    • Tips
  • Tips and Tricks
  • Video
  • Cooky Policies
  • ติดต่อโฆษณา
แอพดิสคัสแอพดิสคัส
  • Home
  • Android
    • Tips & Tricks
  • Apple
    • Tips & Tricks
  • Windows
    • Tips & Tricks
  • Gaming
    • Game Review
    • In Spotlight
    • PlayStation
    • Xbox & PC
    • Nintendo
    • Mobile Games
  • Reviews
    • Mobiles & Tablets
    • Game Review
    • Accessories
  • EV Car
  • Miscellaneous
แอพดิสคัสแอพดิสคัส
คุณกำลังอ่าน :Home » Mobile and Gadget » รีวิว OPPO Find N6 จอพับบาง เบา แทบไม่เห็นรอยพับ พร้อม AI แรงครบ
Mobile and Gadget

รีวิว OPPO Find N6 จอพับบาง เบา แทบไม่เห็นรอยพับ พร้อม AI แรงครบ

เจาะลึก OPPO Find N6 สมาร์ตโฟนจอพับรุ่นใหม่ที่ยกระดับทั้งดีไซน์ หน้าจอไร้รอยพับ บานพับไทเทเนียม ระบบ ColorOS 16 ที่ออกแบบเพื่อจอพับโดยเฉพาะ พร้อม OPPO AI Pen สำหรับสายทำงาน และกล้อง Hasselblad 200MP ที่รองรับทั้งภาพนิ่งและวิดีโอระดับโปร รวมถึงประสิทธิภาพชิป Snapdragon รุ่นใหม่ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และระบบชาร์จไว มาตรฐานใหม่ของจอพับ ที่หยิบไปใช้งานตัวเดียวจบได้ในทุกวัน
21 มีนาคม 2026Updated:21 มีนาคม 20268 Mins Read

OPPO Find N6 จอพับบาง เบา ไร้รอยพับ พร้อม AI แรงครบ

8.9 เจิดจรัส

เมื่อรวมทุกองค์ประกอบตั้งแต่ดีไซน์ จอพับ ระบบ ไปจนถึงกล้อง และประสิทธิภาพ ทั้งหมดแล้ว OPPO Find N6 รุ่นนี้จึงเป็นสมาร์ตโฟนจอพับที่พยายามแก้ Pain Point หลักของตลาดนี้ได้ค่อนข้างครบ ทั้งเรื่องรอยพับที่แทบมองไม่เห็น ดีไซน์ที่บางและเบาลง รวมถึงความแข็งแรงของบานพับที่ถูกพัฒนาอย่างจริงจัง ทำให้ประสบการณ์ใช้งานโดยรวมเข้าใกล้สมาร์ตโฟนปกติมากขึ้นกว่าที่เคย

ขณะเดียวกัน OPPO ก็ไม่ได้หยุดแค่ฮาร์ดแวร์ แต่ใส่ซอฟต์แวร์อย่าง ColorOS 16 เข้ามาเพื่อดึงศักยภาพของจอพับออกมาใช้งานได้จริง ทั้งระบบ Multi-tasking, หน้าต่างลอย และการใช้งานร่วมกับ OPPO AI Pen ที่ช่วยเปลี่ยนจอพับให้กลายเป็นเครื่องมือทำงานได้แบบเต็มตัว

ในด้านกล้อง ก็ถือเป็นอีกจุดที่ทำได้โดดเด่น ด้วยการร่วมพัฒนากับ Hasselblad ที่ไม่ได้ให้มาแค่โทนสี แต่รวมถึงระบบประมวลผลและฟีเจอร์ที่รองรับทั้งสายถ่ายภาพและสายวิดีโอระดับจริงจัง ขณะที่ Performance ก็จัดเต็มด้วยชิปเรือธง แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และระบบชาร์จไวที่รองรับการใช้งานทั้งวัน

เมื่อรวมทั้งหมดนี้ OPPO Find N6 จึงไม่ใช่แค่ “สมาร์ตโฟนจอพับที่ล้ำ” แต่เป็นอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้จริงในทุกด้าน ทั้งการทำงาน ความบันเทิง และการสร้างคอนเทนต์

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าจอพับในอดีตยังเป็นแค่ “นวัตกรรม”
Find N6 คือหนึ่งในรุ่นที่ทำให้มันกลายเป็น “ของที่ใช้ได้จริงในทุกวัน” เรียบร้อยแล้วครับ

The Good
  1. รอยพับบนหน้าจอแทบมองไม่เห็น และให้สัมผัสที่เรียบเนียนกว่าสมาร์ตโฟนจอพับทั่วไป
  2. ตัวเครื่องบางและเบามากสำหรับมือถือจอพับ พกพาและถือใช้งานไม่ต่างจากสมาร์ตโฟนปกติ
  3. โครงสร้างบานพับไทเทเนียมเจเนอเรชัน 2 ดูแข็งแรง พร้อมมาตรฐานความทนทานและการรับรองการพับในระดับสูง
  4. หน้าจอนอก 6.62 นิ้ว และหน้าจอใน 8.12 นิ้ว ให้คุณภาพระดับเรือธงทั้งความคมชัด สีสัน และความสว่าง
  5. ColorOS 16 ออกแบบมาเพื่อจอพับโดยเฉพาะ ใช้งานหลายแอปพร้อมกันได้เก่งมาก
  6. Free-Flow Window และ Boundless View เป็นจุดเด่นด้านมัลติทาสก์ที่ใช้งานได้สะดวกจริง
  7. รองรับ OPPO AI Pen ทำให้เหมาะกับสายทำงาน จดโน้ต พรีเซนต์งาน และใช้งานเชิงโปรดักทีฟมาก
  8. กล้อง Hasselblad Master ให้สเปกครบทั้ง 200MP, Ultra-Wide, Telephoto และฟีเจอร์ภาพนิ่ง-วิดีโอระดับสูง
  9. ป Snapdragon 8 Elite Gen 5, RAM 16GB และ ROM 512GB จัดอยู่ในระดับเรือธงเต็มตัว
  10. แบตเตอรี่ 6,000mAh ถือว่าใหญ่สำหรับมือถือจอพับ และมีชาร์จไว 80W SUPERVOOC พร้อมชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC
  11. รองรับการเชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์ได้ดี ทั้ง Mac, PC และ iPhone ผ่าน O+ Connect
The Bad
  1. ไม่แถมอะแดปเตอร์ชาร์จในกล่อง
  2. ราคาอยู่ในระดับสูงตามตำแหน่งสินค้าเรือธงจอพับ
  3. เมื่อใส่เคส OPPO Pen AI จะไม่สามารถใช้ระบบชาร์จไร้สายได้พร้อมกัน
  • ความคุ้มค่าต่อราคา 7
  • ประสิทธิภาพ 9
  • วัสดุและการประกอบ 9.5
  • กล้องถ่ายรูป 9
  • ฟังก์ชันและประโยชน์ในการใช้งาน 9.9

OPPO Find N6 คือสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นใหม่ที่พยายามแก้ “ข้อจำกัดเดิมของจอพับ” อย่างชัดเจน โดยจุดเด่นหลักอยู่ที่งานออกแบบหน้าจอที่พัฒนาขึ้นจนรอยพับแทบมองไม่เห็น พร้อมโครงสร้างบานพับไทเทเนียมเจเนอเรชันใหม่ที่ช่วยให้ตัวเครื่องบาง เบา และให้ความแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าที่เคยมี นอกจากนี้ยังเสริมความสามารถด้านการใช้งานแบบมัลติทาสก์ผ่านระบบหน้าต่างลอยและการแบ่งหน้าจอที่รองรับการทำงานหลายแอปพร้อมกันได้อย่างลื่นไหลบน ColorOS 16 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจอพับโดยเฉพาะ

OPPO ยังได้วางตำแหน่งของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ให้เป็น “จอพับสายโปรดักทีฟ” เอาไว้อย่างชัดเจน ด้วยการใช้สเปกในระดับเรือธง เลือกใช้ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6000mAh พร้อมชาร์จไว 80W SUPERVOOC รวมถึงระบบกล้อง Hasselblad ความละเอียดสูง 200MP ที่ให้คุณภาพการภาพถ่ายระดับกล้องมืออาชีพ

เมื่อรวมกันแล้วทำให้ OPPO Find N6 ไม่ได้เป็นเพียงสมาร์ตโฟนจอพับที่เด่นด้านความล้ำสมัยเท่านั้น แต่ยังเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริงได้ครบในเครื่องเดียว

จากภาพรวมทั้งหมดนี้ เดี๋ยวเราจะเจาะกันไปในแต่ละด้านที่ถือเป็นหัวใจของรุ่นนี้ เริ่มกันที่ “ดีไซน์และโครงสร้างจอพับ” ที่ OPPO พยายามยกระดับขึ้นไปอีกขั้น จนออกเป็น Find N6 รุ่นนี้ครับ

Advertisement
Advertisement
Advertisement

ในบทความนี้

  • ดีไซน์บางเบา บานพับไทเทเนียม พร้อมจอพับไร้รอยสะดุด
  • ColorOS16 ลื่นไหล ฉลาด สวยงาม ออกแบบมาเพื่อจอพับโดยเฉพาะ
  • OPPO AI Pen ปากกาอัจฉริยะ เติมเต็มจอพับให้กลายเป็นเครื่องมือทำงานจริง
  • กล้อง Hasselblad 200MP จัดเต็มทุกระยะ ครบทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ
  • Performance ระดับเรือธง แรง ลื่น ใช้งานได้ทั้งวันแบบไม่ต้องกังวล
  • สรุป OPPO Find N6 จอพับที่ “พร้อมใช้งานจริง” มากกว่าที่เคย
  • ราคาจำหน่าย สี และโปรโมชั่น
  • OPPO Find N6 มาพร้อมบริการ Premium Service สัมผัสประสบการณ์การดูแลระดับพรีเมียม

ดีไซน์บางเบา บานพับไทเทเนียม พร้อมจอพับไร้รอยสะดุด

เรามาเริ่มกันที่หัวใจของ OPPO Find N6 อย่าง “ดีไซน์และโครงสร้างตัวเครื่อง” ซึ่งเป็นจุดที่รุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาแบบเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนตั้งแต่แรกสัมผัส

ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้บางและเบาในระดับที่ใกล้เคียงสมาร์ตโฟนทั่วไป ใช้ที่สแกนลายนิ้วมือข้างเครื่องตรงปุ่มพาวเวอร์ โดยเมื่อพับจะมีความบางอยู่ที่ 8.93 มิลลิเมตร และน้ำหนักเพียง 225 กรัมเท่านั้น ทำให้การถือใช้งานในชีวิตประจำวันแทบไม่รู้สึกว่าเป็นมือถือจอพับเลย

ขนาดตัวเครื่องเมื่อพับอยู่ที่ 159.87 x 74.12 x 8.93 มม. และเมื่อกางออกจะบางลงเหลือ 4.21 มม. ช่วยให้ได้ฟอร์มแฟกเตอร์ที่ทั้งพกพาง่ายและใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพแม้จะกางใช้งานในโหมดหน้าจอใหญ่

ความแข็งแรงของเครื่องรุ่นนี้ถูกยกระดับขึ้นผ่านการใช้บานพับไทเทเนียมเจเนอเรชัน 2 ที่ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยมีการใช้เทคโนโลยี 3D Liquid Printing ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่ใช้การสแกนเลเซอร์และพิมพ์โลหะในระดับไมโคร เพื่อเติมเต็มพื้นผิวให้เรียบเนียน ลดช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนลงเหลือเพียง 0.05 มิลลิเมตร หรือบางกว่าครึ่งของเส้นผมมนุษย์ ผลลัพธ์ที่ได้คือโครงสร้างบานพับที่แนบสนิท แข็งแรง และช่วยให้หน้าจอพับได้เรียบขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในด้านความทนทาน OPPO Find N6 ยังผ่านการรับรองจาก TÜV Rheinland ที่ยืนยันว่าหน้าจอและบานพับสามารถรองรับการพับได้มากถึง 600,000 ครั้ง โดยยังคงความเรียบเนียนของหน้าจอเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ตัวบานพับทนทานต่อการใช้งานได้มากถึง “1 ล้านครั้ง” ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความพร้อมสำหรับการใช้งานระยะยาวในชีวิตจริง

รวมถึงนี่เป็นสมาร์ตโฟนจอพับ ที่ทนต่อน้ำและฝุ่นในระดับ IP56, IP58 และ IP59 อีกด้วยนะครับ มาตรฐานนี้ทำให้ทนต่อการโดนน้ำฉีดได้ในระดับสูง เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันได้แบบเต็มที่ เป็นมาตรฐานสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาของสมาร์ตโฟนจอพับจาก OPPO

และสิ่งที่เป็นไฮไลต์สำคัญที่สุดของดีไซน์ในรุ่นนี้ก็คือ “หน้าจอที่แทบมองไม่เห็นรอยพับ” จากการปรับปรุงโครงสร้างบานพับและกระบวนการผลิต ทำให้เมื่อใช้งานจริงทั้งการมองหรือการสัมผัส รอยพับแทบจะไม่ถูกรับรู้เลย ไม่ว่าจะลากนิ้วผ่านหรือใช้งานในมุมแสงต่าง ๆ ก็ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับจอปกติอย่างมาก

แม้ตัวเครื่องจะบางอย่างมาก จนแทบจะเทียบเท่ากับขนาดของพอร์ต USB Type-C เลยก็ตาม ทาง OPPO ก็ยังได้ติดตั้ง IR อินฟราเรดสำหรับใช้เป็นรีโมทเอาไว้ด้านบน และปุ่ม Snap Key เอาไว้ด้านข้างเครื่อง ซึ่งเป็นปุ่มพิเศษที่สืบทอดมาจาก OPPO Find X9 Series เอาไว้ใช้สำหรับเรียกใช้งานด่วนที่เราตั้งค่าได้เอง หรือตามค่าเริ่มต้นก็จะเป็นปุ่ม AI Mind Space ที่เรากดเพียงครั้งเดียวระบบจะทำการบันทึกสิ่งที่เรากำลังดูเข้าไปในพื้นที่จัดเก็บ พร้อมวิเคราะห์แยกแยะเอาไว้ให้เป็นหมวดหมู่ ดูง่าย เรียกใช้ในภายหลังได้ง่าย ผมเรียกมันว่าฟีเจอร์ “สมองสำรอง” เอาไว้เก็บสิ่งที่เห็น และคิดว่าจะมีประโยชน์ในภายหลัง เก็บก็ง่าย ดูภายหลังก็ง่ายครับ

จะตั้งค่าให้เป็นปุ่มเรียกใช้งานด่วนด้านอื่นๆ ก็ได้ เช่น ปุ่มเปิดปิดการแจ้งเตือน การสลับโหมดเสียงเรียกเข้า หรือปุ่มเข้าการถ่ายภาพแบบด่วน

ในส่วนของสเปกหน้าจอ OPPO Find N6 มาพร้อมหน้าจอสองฝั่งที่ให้ประสบการณ์ระดับเรือธงทั้งคู่ โดยหน้าจอด้านนอกเป็นพาเนล OLED ขนาด 6.62 นิ้ว รองรับ Adaptive Refresh Rate 1-120Hz พร้อมเทคโนโลยี LTPO ความละเอียด 2616 x 1140 พิกเซล ความหนาแน่น 431 PPI รองรับ HDR Vivid และ Dolby Vision และให้ความสว่างสูงสุด 1600 nits (HBM) และสูงสุด 3600 nits ในโหมดพีค

ขณะที่หน้าจอด้านในเมื่อกางออกจะเป็น OLED ขนาดใหญ่ 8.12 นิ้ว รองรับ Adaptive Refresh Rate 1-120Hz เช่นกัน ความละเอียด 2480 x 2248 พิกเซล ความหนาแน่น 412 PPI รองรับ HDR Vivid และ Dolby Vision พร้อมความสว่าง 1800 nits (HBM) และสูงสุด 2500 nits ซึ่งให้ทั้งพื้นที่การใช้งานที่กว้างขึ้นและคุณภาพการแสดงผลที่คมชัด สีสันแม่นยำ สู้แสงกลางแจ้งได้สบาย

เมื่อรวมทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่าดีไซน์ของ OPPO Find N6 ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความบางหรือความสวยงามเท่านั้น แต่เป็นความตั้งใจในการออกแบบด้านวิศวกรรมเพื่อพยายามแก้จุดอ่อนของสมาร์ตโฟนจอพับ ทั้งเรื่องรอยพับ ขนาด ความบาง ความเบา และความทนทาน

เพื่อให้ประสบการณ์ใช้งานโดยรวมยังเป็นไปในมาตรฐานสมาร์ตโฟนเรือธง แต่บวกเพิ่มความเป็นแท็บเล็ตหน้าจอ 8.12 นิ้ว ได้ด้วยในเครื่องเดียว นั่นคือความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีระดับสูงสุดของการผลิตสมาร์ตโฟนในปัจจุบัน

อุปกรณ์ภายในกล่องของ OPPO Find N6 จะมีแถมเคสปกป้องเครื่องมาให้แบบสองชิ้น พร้อมสาย USB Type-C แต่ว่าจะไม่มีที่ชาร์จแถมมาให้ภายในกล่องขายนะครับ

ColorOS16 ลื่นไหล ฉลาด สวยงาม ออกแบบมาเพื่อจอพับโดยเฉพาะ

เมื่อฮาร์ดแวร์ถูกวางรากฐานมาแข็งแรงขนาดนี้แล้ว สิ่งที่ OPPO ใส่เข้ามาเพื่อดึงศักยภาพออกมาให้เต็มที่ ก็คือ “ระบบและฟีเจอร์การใช้งาน” ที่ออกแบบมาเพื่อจอพับโดยเฉพาะ

ระบบ ColorOS 16 บน OPPO Find N6 ได้ถูกปรับแต่งมาให้ทำงานกับหน้าจอพับโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่เอามาขยายให้ใหญ่ขึ้น แต่เป็นการออกแบบใหม่ให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานแบบ Multi-tasking เอาไว้อย่างมีเอกลักษณ์ และสะดวกสบาย

หนึ่งในฟีเจอร์หลักที่เห็นผลชัดคือ Free-Flow Window หรือหน้าต่างลอยอิสระ ที่สามารถเปิดแอปพร้อมกันได้สูงสุดถึง 4 แอปในหน้าจอเดียว ทำให้ทุกแอปที่ติดตั้งลงเครื่องสามารถทำงานในรูปแบบหน้าต่างได้ทั้งหมดโดยไม่สนใจว่าเป็นแอปอะไร ไม่ว่าจะเป็นเกม หรือแม้แต่แอป Netflix การเปิดแชทควบคู่กับดูวิดีโอ หรือทำงานหลายอย่างพร้อมกัน ก็สามารถจัดหน้าจอได้แบบที่คุ้นเคยเหมือนใช้งานบนคอมพิวเตอร์

สามารถสลับการเปิดแบบเต็มหน้าจอกับการเปิดเป็นหน้าต่างลอยได้ด้วยการบีบนิ้ว 4 หรือ 5 นิ้วบนหน้าจอเท่านั้น เราสามารถปรับขนาดหรือจัดวางได้อย่างอิสระ

และยังมีฟีเจอร์เด็ดที่ไม่มีใครเหมือนอย่าง Boundless View มันคือการเปิดแอปพลิเคชั่นในแบบเต็มรูปแบบเช่นเดิม แต่ก็ยังเปิดได้พร้อมกัน โดยระบบจะอาศัยการขยายหน้าจอจำลองออกไปนอกหน้าจอจริง โดยจะทิ้งพื้นที่ของแอปที่อยู่นอกจอเอาไว้เล็กน้อย เพื่อให้เราสามารถสลับย้ายไปใช้แอปที่ถูกขยายออกไปได้ด้วยการทัชบนแอปนั้นเพียงครั้งเดียว

ช่วยให้การใช้งานหลายแอปเกิดขึ้นได้พร้อมกัน ทำงานไปพร้อมกัน ด้วยหน้าจอแอปแบบเต็มขนาด และยังเปลี่ยนสลับทำงานได้อย่างลื่นไหล ซึ่งผมยกให้ Boundless View คือระบบการทำงานแบบมัลติที่ดีที่สุดในวงการสมาร์ตโฟนเลย

ที่สำคัญเราสามารถสลับระหว่างโหมดหน้าต่างลอย Free-Flow Window และโหมด Boundless View ได้อย่างง่ายดายมาก แค่เพียงใช้ 4 หรือ 5 นิ้วบีบเข้าหากันเพื่อทำงานในโหมด Free-Flow Window และขยายนิ้วออกเพื่อสลับไปทำงานในโหมด Boundless View

ระบบแบ่งหน้าจอทำงาน ก็เรียกใช้ได้อิสระหลากหลายวิธีมาก ทั้งการใช้สองนิ้วลากลงมาตรงกลางจอ หรือใช้นิ้วลากขึ้นจากมุมจอ หรือจะลากไอคอนแอปที่สองมาเปิดจากแถบงาน หรือจะลากมาจากแถบด้านข้างอัจฉริยะของระบบ รวมถึงเปิดได้จากหน้า Recent App เรียกได้ว่าสะดวกใช้หลายแอปในหลายรูปแบบมาก

ระบบดีครับ สลับการแสดงผลไปมาได้ต่อเนื่อง ไม่สะอึก ไม่สะดุด ประสิทธิภาพเต็มที่ 100%  ตัวเครื่องมีประสิทธิภาพดีด้วย รวมกับหน้าจอที่เป็นผืนเดียวไร้รอยพับจึงรู้สึกต่อเนื่องมากๆ

ไม่ต้องกดเข้า กดออก ย้ายแอปใช้งานไปๆ มาๆ การใช้งานบนจอใหญ่ของ Find N6 จึงไม่ได้แค่ “ใหญ่ขึ้นด้วยขนาด” แต่ใหญ่ขึ้น “มากกว่าที่คิด” ในการใช้งานจริง

และการเปิดแอปเป็นกลุ่มเอาไว้ ก็ไม่หายไปไหนเมื่อต้องการย้ายไปใช้แอปอื่นใน Recent App เพราะชุดแอปที่เปิดและจัดหน้าเอาไว้ จะถูกเก็บให้เรียกกลับมาใช้ได้ทันทีด้วยเช่นกัน

ในแต่ละแอปพลิเคชั่น เราสามารถกำหนดสัดส่วนพื้นฐานของการแสดงผลในแต่ละแอปเอาไว้ได้ อยากใช้งานในสัดส่วนแบบเต็มหน้าจอ หรืออยากใช้ในสัดส่วน 4:3 แบบแท็บเล็ต หรือ 16:9 ในแบบสมาร์ตโฟน ก็ตั้งไว้ล่วงหน้าได้ หรือจะสลับไปมาก็ทำได้ในการทัชครั้งเดียวบนหน้า Recent App เช่นกัน

รวมถึงการตั้งค่าให้แอปที่รองรับการแสดงผลหน้าต่างคู่แบบแท็บเล็ต ปรับการแสดงผลให้ทำงานสองด้านพร้อมกัน เช่นแอป Line เมือเราเปิดการแสดงผลแบบหน้าต่างคู่ เราก็จะเห็นรายชื่อห้องสนทนาในทางด้านซ้าย ในขณะที่เราอ่านแชตในห้องที่เลือกได้ในช่องด้านขวาไปพร้อมกัน

จะเห็นการปรับแต่งต่างๆ ได้ถูกออกแบบใหม่เพื่อ OPPO Find N6 ทั้งหมด รวมถึงชุดหน้าจอหลัก, หน้าจอล็อก และสไตล์ รวมถึง ธีม Flux อันสุดแสนจะสวยงามของ ColorOS ก็ถูกปรับขนาดและเลย์เอาท์ให้เข้ากับหน้าจอด้านในของ OPPO Find N6 เอาไว้ด้วยเช่นกัน

 สวยงาม ลื่นไหลไปหมดครับ ระบบทำมาดีมาก ปรับแต่งได้เยอะ

นอกจากนี้ OPPO ยังออกแบบระบบ Ecosystem ให้เชื่อมต่อการทำงานข้ามอุปกรณ์ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ไฟล์หรือเชื่อมต่อกับ Mac และ PC ก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง รีโมทควบคุม โอนถ่ายไฟล์ได้แบบไร้สายสมบูรณ์แบบ

รวมถึงการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ iPhone ก็ไม่ได้จำกัดแต่การส่งไฟล์ให้กันได้เท่านั้น แต่เมื่อเปิดใช้งาน O+ Connect จะสามารถซิงก์กับ iPhone เพื่อรับ การแจ้งเตือน สายโทรเข้า และข้อความ ได้จาก OPPO Find N6 แบบเรียลไทม์ สามารถรับสาย พูดคุย หรือดูข้อความ ได้ทันทีโดยไม่ต้องหยิบ iPhone

ช่วยให้การทำงานระหว่างอุปกรณ์หลายเครื่องที่เรามี กลายเป็นเรื่องที่ลื่นไหลกว่าที่เคยครับ

โดยภาพรวมแล้ว ColorOS 16 บน OPPO Find N6 ไม่ได้เป็นแค่ระบบที่ “ลื่น” เท่านั้น แต่เป็นซอฟต์แวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อดึงศักยภาพของจอพับออกมาให้ใช้งานได้จริงในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นสายทำงานหรือสายใช้งานทั่วไปก็ตาม

OPPO Find N6 ยังได้ใส่ระบบ OPPO AI เข้ามาให้ใช้งานกันในระบบด้วย

นักเขียน AI – ตัวนี้มีไว้สำหรับช่วยเขียน (พิมพ์) แก้คำสะกด ออกแบบข้อความ ทั้งช่วยแก้ไขหรือช่วยเขียนใหม่ขึ้นมาทั้งชุด แค่บอกสิ่งที่ต้องการเขียน สามารถระบุแนวการเขียนที่ต้องการ ไม่ต้องพิมพ์เอง พร้อมกับหาข้อมูลมาเขียนให้ด้วย แต่เราก็ต้องตรวจสอบนะครับถึงเป็นการใช้งานที่ถูกต้อง ^^

AI แปลภาษา – ความสามารถในการแปลภาษาที่รองรับทุกรูปแบบ แปลจากเสียง จากเอกสาร จากภาพหน้าจอ จากข้อความบนรูปภาพ จากกล้องถ่ายรูปโดยตรง หรือแม้แต่การสนทนาแบบต่อหน้า รองรับการดาวน์โหลดชุดภาษาเพื่อใช้งานแบบออฟไลน์ได้ครับ ปัจจุบันรองรับมากกว่า 31 ภาษา รวมถึงภาษาไทยเต็มรูปแบบ

ด้วยความที่เป็นอุปกรณ์จอพับที่มีสองหน้าจอ เราสามารถใช้หน้าจอด้านนอกแสดงผลคำแปลให้คู่สนทนามองเห็นข้อความที่แปลไปได้พร้อมกับเราด้วยนะครับ ออกแบบมาเพื่อจอพับโดยเฉพาะ

AI VoiceScribe – เป็นความสามารถที่จะเข้ามาช่วยถอดเสียงออกมาเป็นข้อความ ทั้งเสียงที่เราบันทึก หรือเสียงที่เปิดจากแอปภายในเครื่อง  รวมถึงเสียงจากภายนอกที่ได้รับผ่านไมโครโฟนก็ทำได้เช่นกัน เหมาะกับงานประชุม การอัดเสียง หรือห้องเรียน เป็นต้น พร้อมสรุปใจความออกมาให้เราได้ในภายหลัง

แต่งภาพเขียนด้วย AI – เป็นเครื่องมือที่เหมาะกับ OPPO Find N6 ที่รองรับ OPPO AI Pen มากครับ เครื่องมือช่วยวาดภาพด้วย AI ช่วยแต่งภาพ ช่วยเขียนแผนภูมิ

OPPO AI Pen ปากกาอัจฉริยะ เติมเต็มจอพับให้กลายเป็นเครื่องมือทำงานจริง

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้ OPPO Find N6 ไม่ได้เป็นแค่สมาร์ตโฟนจอพับ แต่กลายเป็นอุปกรณ์สำหรับการทำงานจริงก็คือ OPPO AI Pen ที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับตัวเครื่องโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่ปากกาทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือที่ต่อยอดการใช้งานหน้าจอใหญ่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เกาะประเด็น:  OPPO Find N6 พรีวิวสัมผัสแรก จอพับบางเบา รอยพับแทบมองไม่เห็น พร้อม AI Pen

OPPO AI Pen จะอยู่ในชุด OPPO AI Pen Kit ประกอบด้วยตัวปากกาและเคส ซึ่งตัวเคสทำหน้าที่เป็นที่เก็บและชาร์จปากกาไปในตัว

เชื่อมต่อกันผ่านสัญญาณ Bluetooth พลังงานต่ำ สามารถชาร์จใช้งานได้ผ่านเคสที่มาพร้อมกัน โดยจะดึงพลังงานเพียงเล็กน้อยแบบไร้สายมาชาร์จ โดยใช้เวลาในการชาร์จเพียง 3 นาที ก็เพียงใช้งานต่อเนื่องได้ราว 60 นาที และหากชาร์จเต็มจะใช้งานได้นานถึงประมาณ 120 นาที ทำให้พร้อมใช้งานได้ต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา

ตัวปากกาเป็นประเภทมีปุ่มควบคุมบนตัว 1 ปุ่ม รองรับแรงกดได้แตกต่างกัน 4,096 ระดับ แยกสัมผัสกับผิวมนุษย์ ทำให้วางมือบนหน้าจอในขณะเขียนได้ ซึ่งช่วยให้การเขียนมีความแม่นยำและน้ำหนักเส้นใกล้เคียงกับการใช้ปากกาจริง

ตัว OPPO Find N6 กับ OPPO AI Pen  ไม่ใช่เป็นการรวมกันแค่ สมาร์ตโฟนจอพับ + ปากกา แต่ว่ามาพร้อมกับซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาใช้คู่กันโดยเฉพาะภายในระบบ ไม่ว่าจะเป็นการจดโน้ต วาดไอเดีย หรือแก้ไขงาน ใส่ฟีเจอร์เข้ามาครบ รองรับกับปุ่มกดบนตัวปากกาโดยตรง กดเพิ่มเรียกใช้งานฟังก์ชันของปากกาไดทันทีไม่ว่าจะอยู่บนหน้าจอไหน

เริ่มจาก Quick Note ที่สามารถเรียกขึ้นมาเขียนโน้ตได้ทันที แม้ในจังหวะที่หน้าจอยังล็อกอยู่ ช่วยให้การจดไอเดียหรือข้อมูลสำคัญทำได้รวดเร็วโ

มีฟีเจอร์ Global Annotation จะช่วยให้สามารถเขียนหรือขีดโน้ตทับบนหน้าจอได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เอกสาร แก้ไขเว็บเพจ หรือมาร์คเครื่องหมายลงบยคอนเทนต์ต่าง ๆ และสามารถบันทึกออกมาเป็นไฟล์ภาพหรือ PDF เพื่อนำไปใช้งานหรือส่งต่อได้ทันที

เป็นฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์สายทำงานหรือสายเรียนที่ต้องมีการเซ็นเอกสาร แก้ไขงาน หรือไฮไลต์ข้อมูลอยู่ตลอด

อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ Circle to Capture ที่ให้เราวงสิ่งที่ต้องการบนหน้าจอเพื่อแคปเจอร์เฉพาะจุดได้ทันที ช่วยลดขั้นตอนการครอปภาพแบบเดิม ๆ และยังสามารถต่อยอดไปเป็นการสร้างคอนเทนต์หรือใช้งานร่วมกับฟีเจอร์อื่นได้ง่ายขึ้นในทันที

นอกจากนี้ยังมีความสามารถด้าน AI ที่เข้ามาช่วยจัดการข้อมูลให้เป็นระบบมากขึ้น เช่น AI Chart ที่สามารถแปลงลายมือให้กลายเป็นกราฟหรือข้อมูลที่เป็นระเบียบ รับรู้รูปทรงเรขาคณิต และเครื่องหมายต่างๆ ได้แค่เพียงเขียนแบบร่างคร่าวๆ หรือถ่ายรูปสิ่งที่เขียนไว้

ระบบ AI จะช่วยทำสิ่งนั้นออกมาให้เป็นรูปแบบมืออาชีพให้ได้ทันที เช่น เราเขียนกราฟแสดงการเติบโตของธุรกิจ หรือแม้แต่จะถ่ายภาพมากจากสมุดจดโน๊ตของเรา ตัวระบบจะตรวจจับและจัดทำขึ้นแบบเป็นทางการให้ได้ทันที แถมแปลงเป็นรูปแบบอื่นที่เกี่ยวข้องได้ด้วย เช่น เปลี่ยนแผนภูมิวงกลม ให้กลายเป็นกราฟแท่ง หรือช่องตารางข้อมูล ทุกอย่างปรับเปลี่ยนให้เองอัตโนมัติ และยังแก้ไขได้เองต่อด้วย เป็นเครื่องมือสำหรับคนทำงานอย่างเต็มตัวเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการจดโน้ต สร้างกราฟ หรือจัดการคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้สะดวกมากขึ้น

และ AI Image ที่ช่วยสร้างภาพจากสิ่งที่เขียนระบุได้ ทำให้การจดโน้ตไม่ได้หยุดแค่ “เขียน” แต่สามารถสร้างภาพประกอบ และนำไปใช้งานต่อได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่มหรือสลับแอปใช้งานหลายตัว

อีกจุดเล็ก ๆ แต่ใช้งานได้จริงคือการที่ OPPO AI Pen ใช้เป็นรีโมตชัตเตอร์กดถ่ายภาพจากระยะไกลได้ ซึ่งเหมาะกับการถ่ายรูปกลุ่มหรือถ่ายคอนเทนต์โดยไม่ต้องตั้งเวลา และสามารถใช้ปากกาเป็นเลเซอร์พอยเตอร์สำหรับพรีเซ็นงานได้ด้วย

เมื่อรวมทั้งหมดนี้ OPPO AI Pen จึงไม่ได้เป็นแค่ “อุปกรณ์เสริม” แต่เป็นหนึ่งในจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ OPPO Find N6 กลายเป็นจอพับที่ใช้งานได้จริงในเชิงโปรดักทีฟแบบชัดเจนครับ

กล้อง Hasselblad 200MP จัดเต็มทุกระยะ ครบทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ OPPO Find N6 ที่ถูกวางมาแบบจริงจังไม่แพ้เรื่องดีไซน์และการทำงาน ก็คือ “ระบบกล้อง Hasselblad Master” ที่รอบนี้ไม่ได้เน้นแค่ความละเอียด แต่เป็นการยกระดับทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อให้ใช้งานได้ในระดับมืออาชีพ โดยไม่ได้สนใจเลยว่านี่คือสมาร์ตโฟนจอพับเครื่องบาง

  • เริ่มจากกล้องหลักที่ให้ความละเอียดสูงถึง 200MP ใช้เซนเซอร์ ISOCELL HP5 พร้อมรูรับแสง f/1.8 และมีระบบกันสั่น OIS

  • ถัดมาเป็นเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 50MP ระยะ 15 มม. รูรับแสง f/2.0, Auto Focus

  • เลนส์ซูม Periscope Telephoto: 50MP (ISOCELL JN5), ระยะ 70mm, f/2.7, Optical Zoom + OIS รองรับการซูมแบบ Optical 3x และสามารถต่อยอดไปถึง 6x แบบคุณภาพออปติคอล และสูงสุด 120x แบบดิจิทัล พร้อมรองรับการถ่ายแบบ Tele-macro ที่สามารถโฟกัสวัตถุใกล้ได้ถึง 10 เซนติเมตร

  • นอกจากนี้ OPPO ยังใส่ “True Color Camera” ความละเอียด 2MP เข้ามาเพื่อช่วยวัดค่าสีและแสงโดยเฉพาะ โดยใช้เซนเซอร์แบบ 9-channel multispectral ทำหน้าที่เก็บข้อมูลสีในฉากจริง เพื่อให้ภาพที่ได้มีความแม่นยำของโทนสีและสมดุลแสงขาวที่ใกล้เคียงสายตามนุษย์มากขึ้น

  • ในส่วนของกล้องหน้าจะมีความละเอียด 20MP ใช้เซนเซอร์ ISOCELL JN1/f 2.4 ติดตั้งไว้ทั้งหน้าจอด้านนอกและด้านใน ทำให้พลิกเปลี่ยนใช้ได้ในทุกสถานการณ์

ฮาร์ดแวร์โมดูกล้องจัดมาดี ทำงานกับซอฟต์แวร์ชั้นดี ใช้ระบบประมวลผลภาพตัวล่าสุด LUMO Imaging Engine ซึ่งเป็นตัวเดียวกันกับ OPPO Find X9 Series สมาร์ตโฟนเรือธงของแบรนด์ ช่วยจัดการเรื่องการปรับโทนสี ประมวผลภาพถ่ายให้ออกมาใกล้เคียงภาพจากกล้องโปรให้มากที่สุด

เริ่มจากโหมดที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง Hasselblad Portrait ที่ทำงานร่วมกับ LUMO Image Engine ภาพบุคคลมีมิติชัด พื้นหลังเบลอโดยให้ลักษณะโบเก้ที่ถูกปรับจูนตามสไตล์ของ Hasselblad

ภาพถ่ายบุคคลรองรับหลายระยะ เก็บรายละเอียดได้ดี ถ่ายในระยะ 3x ยังเก็บรายละเอียดใบหน้าได้ครบ

การซูมภาพรองรับสูงสุดถึง 120x แม้ตัวบางนิดเดียว แต่โมดูลกล้องมีคุณภาพมากพอ ซูมในระดับ 10x คือคมระดับเอามาถ่ายคนยังดูดีอยู่เลยครับ

 

มีโหมด Hasselblad Master Mode ที่ออกแบบมาให้คนที่อยากควบคุมภาพด้วยตัวเองมากขึ้น สามารถปรับค่าต่าง ๆ ได้ละเอียดแบบกล้องโปร ไม่ว่าจะเป็น ISO, Shutter Speed หรือ White Balance พร้อมรองรับการถ่ายไฟล์แบบ 10-bit

อีกโหมดที่น่าสนใจคือ Hasselblad XPAN ที่ให้สัดส่วนภาพแบบ 65:24 ซึ่งเป็นฟอร์แมตภาพแนวกว้างพิเศษ ให้ฟีลเหมือนภาพฟิล์มสาย Cinematic เหมาะกับการถ่ายแลนด์สเคปหรือภาพเล่าเรื่องที่ต้องการมิติของฉากที่กว้างมากขึ้น นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ในระดับตำนานของ Hasselblad ด้วยเช่นกัน

ในแง่ของคุณภาพไฟล์ OPPO ใส่ Hasselblad Hi-Res Mode เข้ามาเพื่อดึงศักยภาพของกล้อง 200MP ออกมาเต็มที่ สลับใช้ได้ทั้งโหมด 50MP และ 200MP โดยสามารถเก็บรายละเอียดภาพได้ในระดับสูงมาก เหมาะกับการถ่ายภาพกลางแจ้งหรือฉากที่ต้องการความคมชัดสูง และสามารถครอปภาพภายหลังได้โดยยังคงรายละเอียดอยู่ครบทั้งเฟรมภาพ

อีกฟีเจอร์ที่ทำให้การถ่ายภาพ “มีชีวิตมากขึ้น” คือ 4K Motion Photo ที่สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงก่อนและหลังการกดชัตเตอร์ในระดับ 4K ทำให้ภาพนิ่งไม่ใช่แค่ภาพเดียว แต่เป็นช่วงเวลาทั้งหมดที่เกิดขึ้น ซึ่งสามารถนำมาแปลงเป็นภาพนิ่งได้ตลอดทั้งช่วงเวลาที่บันทึกมาได้อย่างไม่จำกัด รวมถึงทำเป็นวิดีโอสโลโมชั่นได้ด้วย เรียกว่าถ่ายแบบ 4K Motion Photo ทีเดียว แปลงกลับมาใช้ได้หลากหลายมาก

ในด้านการบันทึกวิดีโอ รองรับระดับ 4K 120fps พร้อม Dolby Vision และ Log เพื่อนำไปแก้สีได้ง่ายในภายหลัง พร้อมกับโหมดการถ่ายแบบซีนย้อนแสงเฉพาะ เช่นโหมดเวที, โหมดดอกไม้ไฟ 

ทำให้สมาร์ตโฟนรุ่นนี้นำไปถ่ายงานคอนได้ดีเหมือนกันนะ ระยะซูมได้ มีโหมดเวทีเฉพาะ และเก็บภาพในที่แสงน้อยได้ดีอยู่แล้ว ระยะ 10x ยังเป็นระยะหวังผลได้ดีแม้จะถ่ายในที่แสงน้อย

สำหรับกล้องหน้า ที่ติดตั้งตัว 20MP มาให้ อาจจะไม่ได้รับหน้าที่เป็นกล้องหลักสำหรับการถ่ายภาพ แต่ก็เป็นกล้องรองที่คุณภาพไม่แย่เลยครับ สำหรับคนที่อยากเซลฟี่แบบง่ายๆ ก็หยิบขึ้นมาใช้ได้ มีฟิลเตอร์และฟังก์ชันปรับแต่งใส่มาให้ไม่น้อยเช่นกัน

พูดง่าย ๆ คือเป็นกล้องที่ “จบได้ในเครื่องเดียว” ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ อยู่ในกลุ่มระดับตัวท็อปของสายถ่ายภาพแม้จะเป็นสมาร์ตโฟนจอพับเครื่องบางเบาก็ตามครับ

Performance ระดับเรือธง แรง ลื่น ใช้งานได้ทั้งวันแบบไม่ต้องกังวล

เมื่อมาถึงหัวข้อ Performance จะเห็นได้ชัดว่า OPPO Find N6 ถูกวางมาให้รองรับการใช้งานหนักแบบจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหลายแอปพร้อมกัน การใช้ปากกา หรือการถ่ายภาพระดับสูง ทุกอย่างต้องมี “พลัง” ที่มากพอจะขับเคลื่อนทั้งหมดนี้ให้ลื่นไหล

หัวใจหลักของเครื่องคือชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 แบบ 7-Core ถูกวางมาเป็นขุมพลังในสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นนี้ ตัวนี้เป็นชิปในกลุ่มระดับสูงของวงการ ผลิตด้วยเทคโนโลยี 3nm ให้ทั้งความเร็วในการประมวลผลและประสิทธิภาพด้านจัดการพลังงานที่ดี ทำให้สามารถรองรับการทำงานหนัก เช่น เปิดหลายแอปพร้อมกัน ตัดต่อภาพ หรือเล่นเกมกราฟิกระดับสูง ก็สามารถทำได้ดีครับ

ในด้านหน่วยความจำ รุ่นนี้ให้ RAM สูงสุดถึง 16GB แบบ LPDDR5X ซึ่งเป็นมาตรฐานแรมความเร็วสูง ขยายได้อีกสูงสุด 12GB หน่วยความจำภายในให้มาที่ 512GB แบบ UFS 4.1 ที่มีความเร็วในการอ่านเขียนสูงสุดด้วยเช่นกัน

ที่สำคัญคือเรื่องของพลังงาน OPPO ได้ใส่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่มาก เป็นขนาด 6000mAh ตัวบางแค่นี้แต่แบตใหญ่ได้เพราะใช้เทคนิคการผลิตแบต OPPO Silicon-Carbon ที่ทำให้ขนาดแบตบางและเบา จากการลองใช้งาน อยู่ได้เช้าถึงค่ำแบบไม่ต้องกังวลมากนัก เปิดหน้าจอทำงานต่อเนื่องก็ยังอยู่ได้นานกว่า 8 ชั่วโมง

รองรับระบบชาร์จไว 80W SUPERVOOC  ที่สามารถเติมพลังกลับเข้าไปได้เร็ว แวะชาร์จไฟกลับมาประมาณ 30 นาทีก็ได้แบตเตอรี่กลับมาเกิน 50% และยังรองรับชาร์จไวไร้สาย 50W AIRVOOC อีกด้วยครับ

ใช้งานได้เต็มที่ ทั้งความทนทาน ขนาดตัวเครื่อง ขนาดหน้าจอ รวมถึงลำโพงคู่ (Dual Stereo Speakers) มิติของเสียงดีมากในการดูคอนเทนต์

ในด้านการเชื่อมต่อ ตัวเครื่องรองรับ  Dual Nano-SIM และรองรับ eSIM ด้วยเช่นกัน

มีระบบ AI LinkBoost ช่วยเร่งการจับสัญญาณให้เสถียรและเลือกสัญญาณที่ดีที่สุดให้อัตโนมัติ โดยในรุ่นล่าสุดทำงานร่วมกันทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ โดยมีการติดตั้ง NetworkBoost Chip S1 และการออกแบบเสาอากาศแบบใหม่สำหรับอุปกรณ์จอพับ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อให้เสถียรมากขึ้นไปอีกครับ

การจับสัญญาณไม่มีปัญหาใดๆ ทำได้รวดเร็ว ถือจับได้ทุกมุม ไม่มีจุดอัปสัญญาณ

ทั้งหมดนี้ก็คือ Performance ของ OPPO Find N6 ไม่ได้มีแค่ “แรง” แต่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานจริง เพื่อการทำงาน ความบันเทิง ไปจนถึงการสร้างคอนเทนต์ ได้ด้วยตัวเองแบบครบ จบ ในเครื่องเดียว

สรุป OPPO Find N6 จอพับที่ “พร้อมใช้งานจริง” มากกว่าที่เคย

เมื่อรวมทุกองค์ประกอบตั้งแต่ดีไซน์ จอพับ ระบบ ไปจนถึงกล้อง และประสิทธิภาพ ทั้งหมดแล้ว OPPO Find N6 รุ่นนี้จึงเป็นสมาร์ตโฟนจอพับที่พยายามแก้ Pain Point หลักของตลาดนี้ได้ค่อนข้างครบ ทั้งเรื่องรอยพับที่แทบมองไม่เห็น ดีไซน์ที่บางและเบาลง รวมถึงความแข็งแรงของบานพับที่ถูกพัฒนาอย่างจริงจัง ทำให้ประสบการณ์ใช้งานโดยรวมเข้าใกล้สมาร์ตโฟนปกติมากขึ้นกว่าที่เคย

ขณะเดียวกัน OPPO ก็ไม่ได้หยุดแค่ฮาร์ดแวร์ แต่ใส่ซอฟต์แวร์อย่าง ColorOS 16 เข้ามาเพื่อดึงศักยภาพของจอพับออกมาใช้งานได้จริง ทั้งระบบ Multi-tasking, หน้าต่างลอย และการใช้งานร่วมกับ OPPO AI Pen ที่ช่วยเปลี่ยนจอพับให้กลายเป็นเครื่องมือทำงานได้แบบเต็มตัว

ในด้านกล้อง ก็ถือเป็นอีกจุดที่ทำได้โดดเด่น ด้วยการร่วมพัฒนากับ Hasselblad ที่ไม่ได้ให้มาแค่โทนสี แต่รวมถึงระบบประมวลผลและฟีเจอร์ที่รองรับทั้งสายถ่ายภาพและสายวิดีโอระดับจริงจัง ขณะที่ Performance ก็จัดเต็มด้วยชิปเรือธง แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และระบบชาร์จไวที่รองรับการใช้งานทั้งวัน

เมื่อรวมทั้งหมดนี้ OPPO Find N6 จึงไม่ใช่แค่ “สมาร์ตโฟนจอพับที่ล้ำ” แต่เป็นอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้จริงในทุกด้าน ทั้งการทำงาน ความบันเทิง และการสร้างคอนเทนต์

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าจอพับในอดีตยังเป็นแค่ “นวัตกรรม”
Find N6 คือหนึ่งในรุ่นที่ทำให้มันกลายเป็น “ของที่ใช้ได้จริงในทุกวัน” เรียบร้อยแล้วครับ👍

ราคาจำหน่าย สี และโปรโมชั่น

OPPO Find N6 เปิดจำหน่ายในไทยสองสี 

Stellar Titanium (สีเทา)
สีโทนเมทัลลิกที่ให้ความรู้สึกแข็งแกร่ง เรียบหรูในสไตล์โมเดิร์น พื้นผิวคล้ายโลหะขัดละเอียด ช่วยเสริมตัวเครื่องให้ดูพรีเมียมและสมัยใหม่เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการความสุภาพ เท่ และใช้งานได้ในทุกสถานการณ์

Blossom Orange (สีส้ม)
โทนสีส้มที่โดดเด่น ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาและแตกต่างจากสมาร์ตโฟนทั่วไป ผสานกับพื้นผิวสัมผัสที่ดูพรีเมียม ช่วยเพิ่มคาแรกเตอร์ให้ตัวเครื่องมีความแฟชั่นมากขึ้น เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการความสดใหม่

เปิดจำหน่ายในรุ่น RAM 16GB + 512GB ราคา 79,999 บาท พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ สำหรับผู้ที่ซื้อ OPPO Find N6 ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2569 – 30 เมษายน 2569 จะได้รับของสมนาคุณรวมมูลค่า 45,297 บาท
ประกอบด้วย

  • E-VIP Card ประกันจอแตก 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี มูลค่า 39,999 บาท (นับจากวันที่ซื้อเครื่อง)
  • OPPO AI Pen Kit มูลค่า 3,999 บาท
  • OPPO SUPERVOOC 80W Power Adapter มูลค่า 1,299 บาท

หมายเหตุ :

*ลูกค้าต้องกดรับสิทธิ์ E-VIP Card ผ่านแอป MY OPPO เท่านั้น
*ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

นอกจากนี้ยังมาพร้อมโปรโมชั่น Trade-up เก่าแลกใหม่ สำหรับผู้ซื้อ OPPO Find N6 ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569 โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติม ดังนี้

มอบสิทธิ์ส่วนลดเมื่อแลกเครื่องเก่า โดยลูกค้าจะได้รับส่วนลดสูงสุด 17,000 บาท ตามรุ่นที่เข้าร่วมรายการ

พร้อมสิทธิ์รับส่วนลดเพิ่มตามมูลค่าเครื่องเก่า หากมีมูลค่าอยู่ระหว่าง 5,000 – 10,000 บาท จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 10,000 บาท และหากมีมูลค่าต่ำกว่า 5,000 บาท จะได้รับส่วนลดเพิ่ม 5,000 บาท นอกจากนี้ บางรุ่นยังได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจาก REMOBIE สูงสุด 3,000 บาท

OPPO Find N6 มาพร้อมบริการ Premium Service สัมผัสประสบการณ์การดูแลระดับพรีเมียม

1. การรับประกันระหว่างประเทศ ลูกค้าสามารถรับบริการซ่อมแซม ทำความสะอาด บำรุงรักษา และอัปเกรดอุปกรณ์ได้ในประเทศหรือภูมิภาคที่มีการวางจำหน่ายอุปกรณ์รุ่นดังกล่าว

2. บริการช่องทาง Premium Service ในศูนย์บริการ ลูกค้า Premium จะได้รับสิทธิ์คิวพิเศษ การต้อนรับ และการซ่อมแซมก่อนลูกค้าทั่วไป

3. ผู้ช่วยบริการส่วนตัวแบบ 1 ต่อ 1 บริการผู้ช่วยเฉพาะทางผ่าน Line ให้คำแนะนำและดูแลการใช้งานแบบตัวต่อตัว

4. บริการคอลเซ็นเตอร์ Premium Hotline สายด่วนบริการระดับ VIP ที่ตอบกลับอย่างรวดเร็วโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ

5. บริการเครื่องสำรองใช้รุ่น Premium ศูนย์บริการมีเครื่องสำรองให้ใช้งานระหว่างรอการซ่อม เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

6. Refresh Service บริการดูแลเครื่องฟรี ประกอบด้วย ติดฟิล์มกันรอยแท้ฟรีเดือนละ 1 ครั้ง ติดฟิล์มฝาหลังลวดลายฟรีปีละ 2 ครั้ง และรับเคสมือถือฟรีปีละ 2 ครั้ง

7. สิทธิพิเศษด้านการซ่อม มอบส่วนลดค่าซ่อมอะไหล่นอกประกัน ช่วยให้ลูกค้าสามารถซ่อมอุปกรณ์ได้ในราคาที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น

8. บริการรับ-ส่งเครื่องซ่อมฟรี มีบริการรับและส่งอุปกรณ์โดยเจ้าหน้าที่เฉพาะทาง ลูกค้าสามารถรับบริการซ่อม ทำความสะอาด บำรุงรักษา และอัปเกรดอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องออกจากบ้าน (เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ)

9. สิทธิประโยชน์ OPPO Care มอบแพ็กเกจ OPPO Care เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง เช่น การขยายระยะเวลาการรับประกัน ประกันความเสียหายจากของเหลว และโปรแกรมเปลี่ยนเครื่องใหม่ตามมูลค่า เป็นต้น

10. ช่องทางบริการพิเศษในศูนย์บริการ ลูกค้าสามารถใช้ช่องทางบริการพิเศษในศูนย์บริการ พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญ Find Master โดยไม่ต้องต่อคิว

11. บริการจองคิวล่วงหน้า ลูกค้าสามารถจองคิวเข้ารับบริการล่วงหน้าได้ผ่านเว็บไซต์ https://support.oppo.com/th/ หรือแอปพลิเคชัน My OPPO

12. บริการส่งซ่อมผ่านออนไลน์ สามารถใช้บริการส่งเครื่องซ่อมผ่านเว็บไซต์ทางการหรือแอปพลิเคชัน My OPPO โดยไม่มีค่าจัดส่ง เพื่อรับบริการซ่อมอย่างสะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปศูนย์บริการ

13. คะแนน MY OPPO คะแนนสะสม MY OPPO สามารถนำไปแลกเป็นคูปองส่วนลดค่าซ่อมแซม คูปองส่วนลดค่าแรง และบริการติดฟิล์มโทรศัพท์มือถือได้

14. สิทธิประโยชน์ OPPO Care (บัตร E-VIP) OPPO Find N6 : นับตั้งแต่วันที่สิทธิ์มีผลบังคับใช้ ลูกค้าจะได้รับสิทธิ์ เปลี่ยนหน้าจอที่เสียหายได้ฟรี 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

Advertisement
Hasselblad OPPO AI Pen OPPO Find N6 Review มือถือจอพับ รีวิว รีวิวสมาร์ตโฟน
Google News YouTube
Share. Facebook Twitter LinkedIn Email Copy Link
Avatar photo
Noppinij
  • Website
  • Facebook
  • X (Twitter)

ในสิ่งที่เรารู้และเข้าใจ มันก็ยังมีระดับความลึกของความเข้าใจที่แตกต่างกัน ลึกบ้าง บางบ้าง แต่ประโยชน์ในการส่งผ่านสิ่งที่รู้ออกไปให้กับผู้อื่นนั้นไม่ต่างกัน มีประถม มีมัธยม มีอุดมศึกษา ไม่มีใครเริ่มต้นเรียนรู้จากในระดับปริญญา ฉะนั้นจะมากจะน้อยเชื่อเถอะว่า ความรู้ของทุกคนมีประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้ เท่าๆ กัน

Advertisement
Advertisement
Advertisement

Related Posts

Android

OPPO Find N6 พรีวิวสัมผัสแรก จอพับบางเบา รอยพับแทบมองไม่เห็น พร้อม AI Pen

17 มีนาคม 2026
Android

OPPO Find N6 เผยภาพเรนเดอร์ใหม่ มาพร้อมตัวเลือกสีส้มสุดเด่น

8 มีนาคม 2026
8.1
Devices

รีวิว vivo V70 กล้อง ZEISS เสกช็อตลูกรักพระเจ้า บางเบา อึดทน และลื่นไหลกว่าเดิม

26 กุมภาพันธ์ 2026
Android

OPPO Find N6 หลุดภาพกล่องของขวัญ เผยอุปกรณ์แม่เหล็กครบชุด

23 กุมภาพันธ์ 2026
Android

OPPO Find N6 โผล่บน Geekbench ยืนยันใช้ Snapdragon 8 Elite Gen 5 รุ่น 7‑คอร์

15 กุมภาพันธ์ 2026
Android

Honor Magic V6 ลือรองรับเทคโนโลยีปากกาใหม่ Multispectral Stylus

5 กุมภาพันธ์ 2026
What Score?
7.8
Mobile and Gadget

รีวิว realme 16 Pro+ และ realme 16 Pro จัดเต็มกล้อง 200MP LumaColor กับแบต Titan 7000mAh

By Noppinij19 มีนาคม 2026
80
Game Review

Reviews : Marathon(Steam) ติดง่าย! สนุก ธีมจัด เนื้อเรื่องดี เรียกว่าครบรส!

By Teethasade Isarankura Na Ayudhaya17 มีนาคม 2026
70
Game Review

Review : God of War Sons of Sparta เกมภาคแยกของ God Of War ที่ดีกว่าที่หลายคนคิด!

By Teethasade Isarankura Na Ayudhaya3 มีนาคม 2026
8.1
Devices

รีวิว vivo V70 กล้อง ZEISS เสกช็อตลูกรักพระเจ้า บางเบา อึดทน และลื่นไหลกว่าเดิม

By Noppinij26 กุมภาพันธ์ 2026267 Views

On AppDisqus Channel

รีวิว Xiaomi Pad 8 แท็บเล็ตจอ 3.2K 144Hz ชิป Snapdragon 8s Gen 4 แรงครบทั้งบันเทิงและงาน (คลิป)

Follow Us
  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • TikTok
Latest
8.9
Mobile and Gadget

รีวิว OPPO Find N6 จอพับบาง เบา แทบไม่เห็นรอยพับ พร้อม AI แรงครบ

By Noppinij21 มีนาคม 2026

เสียวหมี่จัดหนักจัดเต็ม ยกทัพเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ จัดนิทรรศการ Xiaomi Smart Home Expo

20 มีนาคม 2026

พรีวิว Samsung Galaxy A37 5G สมาร์ตโฟนคุ้มค่า กล้องสวย จอลื่น 120Hz

20 มีนาคม 2026

Minecraft 2 คว้า Kirsten Dunst รับบท Alex เตรียมฉายปี 2027

20 มีนาคม 2026

CD Projekt RED เตรียมเปิดตัวเกมลับใหม่ในไตรมาสถัดไป ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด

20 มีนาคม 2026
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
7.5
Mobile and Gadget

รีวิว Samsung Galaxy Buds Core หูฟัง ANC ตัวประหยัด เสียงชัด แบตอึด รองรับ Galaxy AI

23 สิงหาคม 2025
Miscellaneous

PumpRadar เว็บเช็คสถานะน้ำมันแบบเรียลไทม์ ใช้ง่ายผ่านมือถือ

20 มีนาคม 2026
Android

OPPO Find N6 พรีวิวสัมผัสแรก จอพับบางเบา รอยพับแทบมองไม่เห็น พร้อม AI Pen

17 มีนาคม 2026
Android

Google Maps เปิดตัวฟีเจอร์ “ถามแผนที่” ใช้ AI Gemini ช่วยหา-ตอบคำถาม เหมือนคนในพื้นที่

17 มีนาคม 2026
แอพดิสคัส
Facebook X (Twitter) Instagram YouTube TikTok
  • Home
  • ติดต่อโฆษณา
  • Cookies Policy & Settings
© 2026 APPDISQUS.COM APPDISQUS : A Source You Can Trust.

Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ ดูเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าคุกกี้อนุญาตทั้งหมด
ตั้งค่าความยินยอม

Privacy Overview

AppDisqus.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานในขณะที่คุณกำลังอ่านและรับชมคอนเทนต์ต่างๆ ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ โดยในบรรดาคุกกี้เหล่านี้ คุกกี้ประเภทข้อมูลที่จำเป็นนั้นจะถูกจัดเก็บเอาไว้บนอุปกรณ์ส่วนตัวของคุณเองที่ใช้สำหรับการเข้าชมเว็บไซต์เนื่องด้วยเหตุผลที่ว่าคุกกี้เหล่านี้เป็นคุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและสมบูรณ์ นอกจากนี้เรายังใช้คุกกี้บุคคลที่สามเพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์และเข้าใจการใช้งานเว็บไซต์ AppDisqus.com ของคุณมากยิ่งขึ้น โดยคุกกี้เหล่านี้จะถูกจัดเก็บเอาไว้บนอุปกรณ์ของคุณเท่านั้น และจะจัดเก็บได้ก็ต่อเมื่อคุณได้การอนุญาต ทั้งนี้คุณสามารถจัดการกับการตั้งค่าคุกกี้ของคุณได้เสมอผ่านทางเมนูการตั้งค่านี้

อย่างไรก็ตาม การปิดการใช้งานคุกกี้บางประเภทอาจทำให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานของคุณได้
ข้อมูลจำเป็น
Always Enabled
คุกกี้บางประเภทนั้นจำเป็นที่จะต้องนำมาใช้งานเพื่อทำให้เว็บไซต์สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ครบฟังก์ชั่นกับผู้ใช้งานได้ โดยคุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เราคงเซ็สชั่นการเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณเอาไว้ ตลอดจนป้องกันสิ่งต่างๆ ที่มีผลต่อความปลอดภัยในการใช้งานเว็บไซต์ AppDisqus.com ทั้งนี้ คุกกี้ประเภทนี้จะไม่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานแต่อย่างใด ยกตัวอย่างเช่น คุกกี้ประเภทนี้จะใช้เพื่อให้คุณสามารถเข้าสู่ระบบและคงสถานะการเข้าระบบของคุณบนเว็บเว็บไซต์เราเอาไว้ได้นั่นเอง
CookieDurationDescription
AWSALBCORS7 daysAmazon Web Services ใข้คุกกี้นี้เพื่อเป็นการใช้งานฟังก์ชั่น load balancing หรือการกระจายโหลดเซิร์ฟเวอร์
cf_use_obpastCloudflare ใช้คุกกี้นี้เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพความรวดเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์ เพื่อประสบการณ์การใช้งานของผู้เข้าชม
cookielawinfo-checkbox-analytics11 monthsคุกกี้นี้จัดเก็บความยินยอมของผู้ใช้งานให้กับคุกกี้ในหมวดประเภท "ข้อมูลสถิติ"
cookielawinfo-checkbox-functional11 monthsคุกกี้นี้จัดเก็บความยินยอมของผู้ใช้งานให้กับคุกกี้ในหมวดประเภท "ฟังก์ชั่นการทำงาน"
cookielawinfo-checkbox-necessary11 monthsคุกกี้นี้จัดเก็บความยินยอมของผู้ใช้งานให้กับคุกกี้ในหมวดประเภท "จำเป็น"
cookielawinfo-checkbox-others11 monthsคุกกี้นี้จัดเก็บความยินยอมของผู้ใช้งานให้กับคุกกี้ในหมวดประเภท "อื่นๆ"
cookielawinfo-checkbox-performance11 monthsคุกกี้นี้จัดเก็บความยินยอมของผู้ใช้งานให้กับคุกกี้ในหมวดประเภท "ประสิทธิภาพ"
JSESSIONIDsessionคุกกี้ JSESSIONID ถูกใช้โดย New Relic เพื่อเป็นการเก็บไอดีจำเพราะในการเข้าใช้งานของผู้ใช้งานเพื่อให้ New Relic สามารถติดตามและตรวจนับเซ็ตชั่นการเข้าใช้งานเว็บไซต์ได้
viewed_cookie_policy11 monthsคุกกี้นี้ใช้เพื่อเป็นการเก็บความยินยอมในการอนุญาตให้จัดเก็บและใช้งานคุกกี้ของผู้ใช้งาน โดยไม่มีการจัดเก็บข้อมูลส่วนตัวใดๆ ของผู้ใช้งานแม้แต่น้อย
ข้อมูลเพื่อฟังก์ชั่นการทำงาน
คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลเพื่อฟังก์ชั่นการทำงานที่อาจไม่ได้จำเป็นที่สุดบนหน้าเว็บไซต์ AppDisqus.com ยกตัวอย่างเช่นฟังก์ชั่นการฝังสื่อประเภทวิดีโอและปุ่มการแชร์บทความไปยังโซเชียลมีเดียต่างๆ บนเว็บไซต์เป็นต้น
ข้อมูลประสิทธิภาพ
คุกกี้ประสิทธิภาพใช้เพื่อวิเคราะห์ความเข้าใจในประสบการณ์การทำงานของเว็บไซต์ต่อผู้ใช้งาน เพื่อให้เราสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลสถิติ
คุกกี้ประเภทนี้จะจัดเก็บข้อมูลประเภทสถิติ เช่นตัวเลขผู้เข้าชมเว็บไซต์ ตัวเลข UIP หรือผู้ใช้งานที่นับต่อ IP ข้อมูลหน้าเว็บไซต์ที่ถูกเข้าถึงบ่อยที่สุด ข้อมูลแหล่งที่มาของการเข้าถึง และอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน โดยข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถเข้าใจและวิเคราะห์ประสิทธิภาพของเว็บไซต์เราได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนชี้ให้เห็นว่าเราควรปรับปรุงในเรื่องใดเพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้นของผู้ใช้งาน
CookieDurationDescription
_ga_CE4TLMWX4S2 yearsคุกกี้ถูกติดตั้งโดย Google Analytics เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
_gid1 dayติดตั้งโดย Google Analytics โดย คุกกี้ _gid นี้ใช้สำหรับการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของผู้เข้าชม ในขณะเดียวกันก็ยังใช้ในการจัดทำสถิติสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลประสิทธิภาพของเว็บไซต์ด้วย โดยข้อมูลที่เก็บนั้นยกตัวอย่างเช่นจำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา และหน้าที่ผู้เข้าชมเปิดอ่านโดยไม่เปิดเผยตัวตนของผู้เข้าชม
ข้อมูลเพื่อการโฆษณา
คุกกี้ประเภทโฆษณาจะช่วยให้เราสามารถเผยแพร่โฆษณาที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของผู้เข้าชมเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น โดยคุกกี้ประเภทนี้จะติดตามการใช้งานในเว็บไซต์ AppDisqus เท่านั้นเพื่อการเผยแพร่โฆษณาได้อย่างตรงความต้องการของผู้ใช้งานต่อไป
CookieDurationDescription
IDE1 year 24 daysคุกกี้จาก Google DoubleClick IDE นี้ติดตั้งโดย Google เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานของผู้เข้าชมเว็บไซต์เพื่อกำหนดมาตรฐานในการเลือกโฆษณาที่ตรงความต้องการของผู้ใช้งานมาแสดงบนหน้าเว็บไซต์
test_cookie15 minutesคุกกี้นี้ถูกติดตั้งโดย Doubleclick.net (Google) เพื่อเป็นการตรวจสอบว่าบราวเซอร์ที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ใช้งานอยู่รองรับคุกกี้หรือไม่
VISITOR_INFO1_LIVE5 months 27 daysคุกกี้นี้ถูกใช้งานโดย Youtube เพื่อตรวจสอบแบนด์วิดธ์ที่ผู้ใช้งานใช้ในการเปิดดูวิดีโอ เพื่อเป็นการระบุเวอร์ชั่นของตัวเล่นวิดีโอว่าเป็นเวอร์ชั่นใหม่หรือเก่า
YSCsessionคุกกี้ YSC ถูกติดตั้งและใช้งานโดย Youtube โดยใช้เพื่อเป็นการดึงเอาข้อมูลวิดีโอจากเว็บไซต์ Youtube ขึ้นมาแสดงในหน้าที่ดึงเอาวิดีโอนั้นๆ มาแสดง
yt-remote-connected-devicesneverYoutube ติดตั้งคุกกี้นี้เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลการตั้งค่าการเล่นวิดีโอของ Youtube บนเว็บไซต์นี้เพื่อใช้ในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์
yt-remote-device-idneverYoutube ติดตั้งคุกกี้นี้เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลการตั้งค่าการเล่นวิดีโอของ Youtube บนเว็บไซต์นี้เพื่อใช้ในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์
yt.innertube::nextIdneverคุกกี้จาก Youtube ประเภทนี้ใช้สำหรับการสร้างเลขไอดีจำเพาะเพื่อเก็บข้อมูลของวิดีโอที่ผู้เข้าชมเพิ่งรับชมไปในเว็บไซต์นี้
yt.innertube::requestsneverคุกกี้จาก Youtube ประเภทนี้ใช้สำหรับการสร้างเลขไอดีจำเพาะเพื่อเก็บข้อมูลของวิดีโอที่ผู้เข้าชมเพิ่งรับชมไปในเว็บไซต์นี้
ข้อมูลอื่นๆ
คุกกี้ประเภทอื่นๆ ที่ไม่ได้มีการระบุหมวดหมู่ประเภทเอาไว้ แต่อาจมีผลต่อประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์
SAVE & ACCEPT
Powered by CookieYes Logo