OPPO Find N6 จอพับบาง เบา ไร้รอยพับ พร้อม AI แรงครบ
เมื่อรวมทุกองค์ประกอบตั้งแต่ดีไซน์ จอพับ ระบบ ไปจนถึงกล้อง และประสิทธิภาพ ทั้งหมดแล้ว OPPO Find N6 รุ่นนี้จึงเป็นสมาร์ตโฟนจอพับที่พยายามแก้ Pain Point หลักของตลาดนี้ได้ค่อนข้างครบ ทั้งเรื่องรอยพับที่แทบมองไม่เห็น ดีไซน์ที่บางและเบาลง รวมถึงความแข็งแรงของบานพับที่ถูกพัฒนาอย่างจริงจัง ทำให้ประสบการณ์ใช้งานโดยรวมเข้าใกล้สมาร์ตโฟนปกติมากขึ้นกว่าที่เคย
ขณะเดียวกัน OPPO ก็ไม่ได้หยุดแค่ฮาร์ดแวร์ แต่ใส่ซอฟต์แวร์อย่าง ColorOS 16 เข้ามาเพื่อดึงศักยภาพของจอพับออกมาใช้งานได้จริง ทั้งระบบ Multi-tasking, หน้าต่างลอย และการใช้งานร่วมกับ OPPO AI Pen ที่ช่วยเปลี่ยนจอพับให้กลายเป็นเครื่องมือทำงานได้แบบเต็มตัว
ในด้านกล้อง ก็ถือเป็นอีกจุดที่ทำได้โดดเด่น ด้วยการร่วมพัฒนากับ Hasselblad ที่ไม่ได้ให้มาแค่โทนสี แต่รวมถึงระบบประมวลผลและฟีเจอร์ที่รองรับทั้งสายถ่ายภาพและสายวิดีโอระดับจริงจัง ขณะที่ Performance ก็จัดเต็มด้วยชิปเรือธง แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และระบบชาร์จไวที่รองรับการใช้งานทั้งวัน
เมื่อรวมทั้งหมดนี้ OPPO Find N6 จึงไม่ใช่แค่ “สมาร์ตโฟนจอพับที่ล้ำ” แต่เป็นอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้จริงในทุกด้าน ทั้งการทำงาน ความบันเทิง และการสร้างคอนเทนต์
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าจอพับในอดีตยังเป็นแค่ “นวัตกรรม”
Find N6 คือหนึ่งในรุ่นที่ทำให้มันกลายเป็น “ของที่ใช้ได้จริงในทุกวัน” เรียบร้อยแล้วครับ
The Good
- รอยพับบนหน้าจอแทบมองไม่เห็น และให้สัมผัสที่เรียบเนียนกว่าสมาร์ตโฟนจอพับทั่วไป
- ตัวเครื่องบางและเบามากสำหรับมือถือจอพับ พกพาและถือใช้งานไม่ต่างจากสมาร์ตโฟนปกติ
- โครงสร้างบานพับไทเทเนียมเจเนอเรชัน 2 ดูแข็งแรง พร้อมมาตรฐานความทนทานและการรับรองการพับในระดับสูง
- หน้าจอนอก 6.62 นิ้ว และหน้าจอใน 8.12 นิ้ว ให้คุณภาพระดับเรือธงทั้งความคมชัด สีสัน และความสว่าง
- ColorOS 16 ออกแบบมาเพื่อจอพับโดยเฉพาะ ใช้งานหลายแอปพร้อมกันได้เก่งมาก
- Free-Flow Window และ Boundless View เป็นจุดเด่นด้านมัลติทาสก์ที่ใช้งานได้สะดวกจริง
- รองรับ OPPO AI Pen ทำให้เหมาะกับสายทำงาน จดโน้ต พรีเซนต์งาน และใช้งานเชิงโปรดักทีฟมาก
- กล้อง Hasselblad Master ให้สเปกครบทั้ง 200MP, Ultra-Wide, Telephoto และฟีเจอร์ภาพนิ่ง-วิดีโอระดับสูง
- ป Snapdragon 8 Elite Gen 5, RAM 16GB และ ROM 512GB จัดอยู่ในระดับเรือธงเต็มตัว
- แบตเตอรี่ 6,000mAh ถือว่าใหญ่สำหรับมือถือจอพับ และมีชาร์จไว 80W SUPERVOOC พร้อมชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC
- รองรับการเชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์ได้ดี ทั้ง Mac, PC และ iPhone ผ่าน O+ Connect
The Bad
- ไม่แถมอะแดปเตอร์ชาร์จในกล่อง
- ราคาอยู่ในระดับสูงตามตำแหน่งสินค้าเรือธงจอพับ
- เมื่อใส่เคส OPPO Pen AI จะไม่สามารถใช้ระบบชาร์จไร้สายได้พร้อมกัน
-
ความคุ้มค่าต่อราคา
-
ประสิทธิภาพ
-
วัสดุและการประกอบ
-
กล้องถ่ายรูป
-
ฟังก์ชันและประโยชน์ในการใช้งาน
จะตั้งค่าให้เป็นปุ่มเรียกใช้งานด่วนด้านอื่นๆ ก็ได้ เช่น ปุ่มเปิดปิดการแจ้งเตือน การสลับโหมดเสียงเรียกเข้า หรือปุ่มเข้าการถ่ายภาพแบบด่วน
ระบบแบ่งหน้าจอทำงาน ก็เรียกใช้ได้อิสระหลากหลายวิธีมาก ทั้งการใช้สองนิ้วลากลงมาตรงกลางจอ หรือใช้นิ้วลากขึ้นจากมุมจอ หรือจะลากไอคอนแอปที่สองมาเปิดจากแถบงาน หรือจะลากมาจากแถบด้านข้างอัจฉริยะของระบบ รวมถึงเปิดได้จากหน้า Recent App เรียกได้ว่าสะดวกใช้หลายแอปในหลายรูปแบบมาก
ระบบดีครับ สลับการแสดงผลไปมาได้ต่อเนื่อง ไม่สะอึก ไม่สะดุด ประสิทธิภาพเต็มที่ 100% ตัวเครื่องมีประสิทธิภาพดีด้วย รวมกับหน้าจอที่เป็นผืนเดียวไร้รอยพับจึงรู้สึกต่อเนื่องมากๆ
รวมถึงการตั้งค่าให้แอปที่รองรับการแสดงผลหน้าต่างคู่แบบแท็บเล็ต ปรับการแสดงผลให้ทำงานสองด้านพร้อมกัน เช่นแอป Line เมือเราเปิดการแสดงผลแบบหน้าต่างคู่ เราก็จะเห็นรายชื่อห้องสนทนาในทางด้านซ้าย ในขณะที่เราอ่านแชตในห้องที่เลือกได้ในช่องด้านขวาไปพร้อมกัน
จะเห็นการปรับแต่งต่างๆ ได้ถูกออกแบบใหม่เพื่อ OPPO Find N6 ทั้งหมด รวมถึงชุดหน้าจอหลัก, หน้าจอล็อก และสไตล์ รวมถึง ธีม Flux อันสุดแสนจะสวยงามของ ColorOS ก็ถูกปรับขนาดและเลย์เอาท์ให้เข้ากับหน้าจอด้านในของ OPPO Find N6 เอาไว้ด้วยเช่นกัน
สวยงาม ลื่นไหลไปหมดครับ ระบบทำมาดีมาก ปรับแต่งได้เยอะ
นอกจากนี้ OPPO ยังออกแบบระบบ Ecosystem ให้เชื่อมต่อการทำงานข้ามอุปกรณ์ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ไฟล์หรือเชื่อมต่อกับ Mac และ PC ก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง รีโมทควบคุม โอนถ่ายไฟล์ได้แบบไร้สายสมบูรณ์แบบ
รวมถึงการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ iPhone ก็ไม่ได้จำกัดแต่การส่งไฟล์ให้กันได้เท่านั้น แต่เมื่อเปิดใช้งาน O+ Connect จะสามารถซิงก์กับ iPhone เพื่อรับ การแจ้งเตือน สายโทรเข้า และข้อความ ได้จาก OPPO Find N6 แบบเรียลไทม์ สามารถรับสาย พูดคุย หรือดูข้อความ ได้ทันทีโดยไม่ต้องหยิบ iPhone
ช่วยให้การทำงานระหว่างอุปกรณ์หลายเครื่องที่เรามี กลายเป็นเรื่องที่ลื่นไหลกว่าที่เคยครับ
โดยภาพรวมแล้ว ColorOS 16 บน OPPO Find N6 ไม่ได้เป็นแค่ระบบที่ “ลื่น” เท่านั้น แต่เป็นซอฟต์แวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อดึงศักยภาพของจอพับออกมาให้ใช้งานได้จริงในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นสายทำงานหรือสายใช้งานทั่วไปก็ตาม
OPPO Find N6 ยังได้ใส่ระบบ OPPO AI เข้ามาให้ใช้งานกันในระบบด้วย
นักเขียน AI – ตัวนี้มีไว้สำหรับช่วยเขียน (พิมพ์) แก้คำสะกด ออกแบบข้อความ ทั้งช่วยแก้ไขหรือช่วยเขียนใหม่ขึ้นมาทั้งชุด แค่บอกสิ่งที่ต้องการเขียน สามารถระบุแนวการเขียนที่ต้องการ ไม่ต้องพิมพ์เอง พร้อมกับหาข้อมูลมาเขียนให้ด้วย แต่เราก็ต้องตรวจสอบนะครับถึงเป็นการใช้งานที่ถูกต้อง ^^
AI แปลภาษา – ความสามารถในการแปลภาษาที่รองรับทุกรูปแบบ แปลจากเสียง จากเอกสาร จากภาพหน้าจอ จากข้อความบนรูปภาพ จากกล้องถ่ายรูปโดยตรง หรือแม้แต่การสนทนาแบบต่อหน้า รองรับการดาวน์โหลดชุดภาษาเพื่อใช้งานแบบออฟไลน์ได้ครับ ปัจจุบันรองรับมากกว่า 31 ภาษา รวมถึงภาษาไทยเต็มรูปแบบ
ด้วยความที่เป็นอุปกรณ์จอพับที่มีสองหน้าจอ เราสามารถใช้หน้าจอด้านนอกแสดงผลคำแปลให้คู่สนทนามองเห็นข้อความที่แปลไปได้พร้อมกับเราด้วยนะครับ ออกแบบมาเพื่อจอพับโดยเฉพาะ
AI VoiceScribe – เป็นความสามารถที่จะเข้ามาช่วยถอดเสียงออกมาเป็นข้อความ ทั้งเสียงที่เราบันทึก หรือเสียงที่เปิดจากแอปภายในเครื่อง รวมถึงเสียงจากภายนอกที่ได้รับผ่านไมโครโฟนก็ทำได้เช่นกัน เหมาะกับงานประชุม การอัดเสียง หรือห้องเรียน เป็นต้น พร้อมสรุปใจความออกมาให้เราได้ในภายหลัง
แต่งภาพเขียนด้วย AI – เป็นเครื่องมือที่เหมาะกับ OPPO Find N6 ที่รองรับ OPPO AI Pen มากครับ เครื่องมือช่วยวาดภาพด้วย AI ช่วยแต่งภาพ ช่วยเขียนแผนภูมิ
ระบบ AI จะช่วยทำสิ่งนั้นออกมาให้เป็นรูปแบบมืออาชีพให้ได้ทันที เช่น เราเขียนกราฟแสดงการเติบโตของธุรกิจ หรือแม้แต่จะถ่ายภาพมากจากสมุดจดโน๊ตของเรา ตัวระบบจะตรวจจับและจัดทำขึ้นแบบเป็นทางการให้ได้ทันที แถมแปลงเป็นรูปแบบอื่นที่เกี่ยวข้องได้ด้วย เช่น เปลี่ยนแผนภูมิวงกลม ให้กลายเป็นกราฟแท่ง หรือช่องตารางข้อมูล ทุกอย่างปรับเปลี่ยนให้เองอัตโนมัติ และยังแก้ไขได้เองต่อด้วย เป็นเครื่องมือสำหรับคนทำงานอย่างเต็มตัวเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการจดโน้ต สร้างกราฟ หรือจัดการคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้สะดวกมากขึ้น
ในด้านการบันทึกวิดีโอ รองรับระดับ 4K 120fps พร้อม Dolby Vision และ Log เพื่อนำไปแก้สีได้ง่ายในภายหลัง พร้อมกับโหมดการถ่ายแบบซีนย้อนแสงเฉพาะ เช่นโหมดเวที, โหมดดอกไม้ไฟ
ทำให้สมาร์ตโฟนรุ่นนี้นำไปถ่ายงานคอนได้ดีเหมือนกันนะ ระยะซูมได้ มีโหมดเวทีเฉพาะ และเก็บภาพในที่แสงน้อยได้ดีอยู่แล้ว ระยะ 10x ยังเป็นระยะหวังผลได้ดีแม้จะถ่ายในที่แสงน้อย
สำหรับกล้องหน้า ที่ติดตั้งตัว 20MP มาให้ อาจจะไม่ได้รับหน้าที่เป็นกล้องหลักสำหรับการถ่ายภาพ แต่ก็เป็นกล้องรองที่คุณภาพไม่แย่เลยครับ สำหรับคนที่อยากเซลฟี่แบบง่ายๆ ก็หยิบขึ้นมาใช้ได้ มีฟิลเตอร์และฟังก์ชันปรับแต่งใส่มาให้ไม่น้อยเช่นกัน






























































































