รีวิว Huawei Band 6 สมาร์ทแบนด์จอใหญ่ แบตฯ อึด วัดออกซิเจนในเลือดได้

Advertisements
Advertisements

Huawei Band 6 สมาร์ทแบนด์ที่เปิดตัวกันไปสักพักแล้ว เรียกได้ว่ากระแสค่อนข้างดีด้วยหน้าจอ FullView ใหญ่เต็มตา รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องถึง 14 วัน รวมถึงฟีเจอร์การใช้งานจำเป็นหลายอย่าง เหมาะที่คนกำลังมองหาสมาร์ทแบนด์สักเรือนที่ฟังก์ชั่นครบในเรือนเดียวไม่น้อยหน้าสมาร์ทวอชกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดค่าความอิ่มของออกซิเจนในเลือด และมาพร้อมโหมดออกกำลังกายมากถึง 96 โหมด ที่สำคัญราคาไม่แพง เราจะมาแกะกล่องรีวิวให้ชมกัน

แกะกล่อง 

เริ่มที่แกะกล่องกันก่อน มาดูว่าเค้ามีอะไรมาให้ในกล่องกันบ้าง 

  • Huawei Band 6
  • สายชาร์จ
  • คู่มือการใช้งาน

ตัวเรือนของดีไซน์แบบเรียบง่าย หน้าจอทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสไตล์สมาร์ทแบนด์ทั่วไป ชอบตรงหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ จอ AMULED FullView Display ขนาด 1.47 นิ้ว หน้าจอสีชัดสู้แดด ความละเอียดหน้าจอ 194 x 368 พิกเซล น้ำหนักเบาเพียง 18 กรัม (ไม่รวมสายนาฬิกา) เท่านั้น ใส่นานๆ ใส่นอนได้ไม่รู้สึกรำคาญ

หน้าจอเป็นระบบสัมผัส ด้วยความที่หน้าปัดมีขนาดใหญ่ทำให้เห็นได้ชัดทัชได้ง่าย มีหน้าปัดให้เลือกใช้งานได้หลากหลายรูปแบบทั้งแบบฟรีและเสียเงิน

 

นอกจากนี้ยังมีหน้าปัดที่เป็นลายพิเศษเฉพาะ Huawei Band 6 ด้วยค่ะ โดยได้ MZ Team ดีไซน์เนอร์ชาวไทยที่ออกแบบหน้าปัดลายพิเศษลายไทยนี้

Huawei Band 6 มีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Graphite Black, Forest Green และ Sakura Pink  ตัวสายสามารถซื้อเปลี่ยนได้ค่ะ ตัวเรือนจะมี 2 สี สี Graphite Black และ Forest Green ตัวเรือนจะเป็นสีดำ ส่วนสี Sakura Pink ตัวเรือนจะเป็นสีโรสโกลด์เหมาะกับสาวๆ ตัวสายนิ่มไม่กระด้างแข็งแรงไม่พังง่ายและยังสามารถเปลี่ยนสายเองได้ด้วย

การเชื่อมต่อ

เชื่อต่อการใช้งานผ่านบลูทูธ ผ่านแอปพลิเคชั่น Huawei Health ใช้งานได้ทั้งระบบ Android 6.0 ขึ้นไป และ iOS 9.0 ขึ้นไป เมื่อเชื่อต่อแล้วก็จะมีคำแนะนำในการใส่ที่ถูกต้องเพื่อการวัดผลที่แม่นยำ

การใช้งาน

การใช้งานก็เหมือนสมาร์ทแบนด์ทั่วไป ปัดหน้าจอขึ้นลง ซ้ายขวา และเข้าโหมดต่างๆ ด้วยปุ่มด้านข้างที่มีปุ่มเดียว

– ปัดบนลงล่าง จะเป็นการตั้งค่าด่วน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผล การสั่น้ตือน ห้ามรบกวน การตั้งค่าการออกกำลังกาย และแสดงจำนวนแบตเตอรี่คงเหลือ

– ปัดล่างขึ้นบน แสดงกล่องข้อความแจ้งเตือน

– ปัดซ้ายขวา ก็จะแสดงฟีเจอร์ต่างๆ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ อัตราความเครียด สภาพอากาศ และเปิดเพลงจากสมาร์ทแบนด์

– กดปุ่มด้านข้างจะเป็นการเข้าฟีเจอร์ต่างๆ โหมดออกกำลังกาย การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ค่า SpO2 บันทึกกิจกรรม และฟีเจอร์อื่นๆ เข้ามาดูได้จากตรงนี้ รวมถึงสามารถถ่ายภาพโดยใช้ Huawei Band 6 แทนปุ่มชัตเตอร์ได้ด้วยค่ะ

ฟีเจอร์สำคัญ 

ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตในยุคโควิดระบาด ผู้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้ชีวิตในแบบเซฟโซน การออกกำลังกายก็เป็นเรื่องสำคัญในการดูแลสุขภาพ สำหรับคนรักสุขภาพที่กำลังมองหาสมาร์ทแบนด์มาเป็นผู้ช่วยในการแจ้งเตือนทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการเช็คค่าร่างกาย มาดูกันว่าทำอะไรได้บ้าง

 

โหมดออกกำลังกายที่มีถึง 96 โหมด วัดค่าการออกกำลังกายได้อย่างแม่นยำ ใน 96 โหมดที่ว่ามาแยกเป็น 11 โหมด ครอบคลุมการออกกำลังกายทั่วไปทั้งในร่ม กลางแจ้ง การว่ายน้ำ กระโดดเชือก มีกีฬาฮิตๆ ที่นิยมเล่นกันใช่ช่วงนี้อย่างสเก็ตบอร์ดด้วย อีก 85 โหมด ผู้ใช้งานสามารถปรับได้เองตามสไตล์ เช่น การเต้น ใช้อุปกรณ์ฟิตเนส คอยเตือนว่าควรออกกำลังกายใช้เวลาเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมกับการออกกำลังกายนั้น จะขึ้นข้อความแจ้งเตือนว่า “กำลังออกกำลังกายอยู่ใช่ไหม” เพียงแค่กดยืนยัน แล้วทุกรายละเอียดของการออกกำลังกายก็จะได้รับการมอนิเตอร์ในทันที  และยังช่วยเก็บสถิติให้เราอีกด้วย

 

วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างออกกำลังกายได้แบบเรียลไทม์ และอัตราการ
เผาผลาญพลังงานระหว่างออกกำลังกาย เทคโนโลยีตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้น โดยใช้เซ็นเซอร์หลายตัวทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI ปัจจุบันเทคโนโลยีดังกลาวได้รับการพัฒนามาเป็นรุ่นที่ แล้ว ช่วยให้ HUAWEI Band 6 สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่อง และ รวดเร็ว


คัดมาเพื่อคุณ

วัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด หรือ SpO2 ของผู้สวมใส่ ฟีเจอร์นี้ฮิตมากในช่วงนี้ เรียกว่าเป็นตัวเลือกแรกในการเลือกเลือซื้อสมาร์ทแบนด์เลยก็ว่าได้ โดยสามารถตั้งค่าให้แจ้งเตือนได้เมื่อระดับออกซิเจนในเลือดอยู่ที่ 90% 85% 80% และ 75% ซึ่งหากค่า SpO2 ต่ำกว่า 90 นั่นหมายความว่าระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ อาจทำให้อ่อนแรงหรือหัวใจเต้นเร็วได้  การรู้ระดับออกซิเจนในเลือดของตนเองในเบื้องต้นจึงมีส่วนช่วยในเรื่องความเสี่ยงต่างๆ ที่ส่งผลและกับสุขภาพในระยะยาว

บันทึกการนอน การนอนก็มีความสำคัญมากเช่นกัน การนอนไม่พอส่งผลเสียให้กับสุขภาพเช่นกัน ใส่ติดตัวไว้ตลอดรวมถึงใส่นอนด้วย ช่วยระบุปัญหาการนอนหลับที่พบบ่อยได้ เช่น นอนไม่หลับ หลับไม่ลึก ตื่นกลางดึก หรือมีแพทเทิร์นการนอนหลับที่ผิดปกติใช้อินฟราเรดในการตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับ ชอบตรงทำให้เรารู้ว่าเรานอนหลับลึกจริงๆ กี่ชั่วโมง ทำให้อยากปรับการนอนของตัวเองให้มากขึ้นด้วยค่ะ

การทำสมาธิ ไม่คิดว่าสมาร์ทแบนด์จะช่วยในการกำหนดจิตทำสมาธิกับเค้าก็ได้ด้วย เจ้าตัวนี้สามารถประเมินความเครียดของเราได้จากอัตราการเต้นของหัวใจ เรายังสามารถฝึกการหายใจเข้าออกโดยละเอียดอย่างมีขั้นตอนได้ด้วยตนเองอีกด้วย โดยเลือกใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน HUAWEI Health

ตรวจวัดรอบประจำเดือน เป็นอีกฟังก์ชั่นสำหรับสาวๆ ช่วยเตือนช่วงเวลาไข่ตก และครบกำหนดของรอบเดือน ซึ่งจริงๆ แล้วผู้หญิงก็จะรู้ช่วงเวลาการมาของประจำเดือนได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ข้อดีของการมีสมาร์ทแบนด์ก็จะช่วงย้ำเตือนเราอีกครั้งที่จะไม่ลืมพกผ้าอนามัยติดตัว โดยเฉพาะช่วงเวลาไข่ตกเพื่อจะช่วยในเรื่องการวางแผนครอบครัวได้อีกด้วย

แบตเตอรี่ ความจุ 180 mAh ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 14 วัน รองรับระบบชาร์จไว ชาร์จ 5 นาที ใช้งานได้นาน 2 วัน ตั้งแต่แกะกล่องและใช้งานมายังไม่เคยชาร์จสักครั้งเลยค่ะ 

มาตราฐานการกันน้ำ 5ATM กันน้ำลึก 50 เมตร สามารถใส่อาบน้ำ ตากฝน รวมถึงใส่ว่ายน้ำได้ด้วย

สรุปการใช้งาน

เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทแบนด์ที่เรียกได้เต็มปากว่าคุ้มค่าในการเลือกซื้อ ราคาไม่แพง แถมฟีเจอร์การใช้งานที่เยอะมากอีกด้วย ใครที่ชอบสมาร์ทแบนด์ที่แบตฯ อึด ไม่ผิดหวังแน่นอน มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Graphite Black, Forest Green และ Sakura Pink ในราคาเพียง 1,899 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทั้ง HUAWEI Online Store, JD Central, Lazada, Shopee และหน้าร้าน HUAWEI High-End Experience Store สาขาสยามพารากอน

 

 

0
ยอดเยี่ยม
81100
จุดเด่น

น้ำหนักเบา

หน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่เห็นชัด สีสันสด และแสงสว่างพอใช้งานกลางแจ้ง

ฟีเจอร์ที่จำเป็นเทียบเท่าสมาร์ทวอช

แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 14 วัน

สายถอดเปลี่ยนได้

ต้องปรับปรุง

สายชาร์จเฉพาะ