รีวิว Black Shark 4 (5G Global Version) สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง จอ 144Hz ชาร์จไว 120W สเปคสุดแรงกับปุ่มพิเศษ ได้เปรียบกว่าในการเล่น

Advertisements
Advertisements

สมาร์ทโฟนสายเกม Black Shark 4 ที่มาในสเปคแรงสุดๆ และการออกแบบรูปทรงพิเศษ กับปุ่ม Pop-Up Trigger Megnetic ซ่อนเก็บได้ด้านข้างเครื่องสองปุ่ม เพื่อใช้เป็นปุ่มกดช็อตคัทพิเศษ สะดวกต่อการใช้งานที่เรากำหนดไว้ล่วงหน้า รวมถึงสร้างความได้เปรียบในการเล่นเกมมากขึ้นด้วย และรุ่นนี้ยังมีทีเด็ดอีกมากครับ เพราะนี้คือสมาร์ทโฟนสายเกมของ Black Shark ที่ไม่เคยธรรมดาเลยสักรุ่น

 

ตัวเครื่องออกแบบโดดเด่นแตกต่างสักหน่อย ตามสไตล์สมาร์ทโฟนที่มาทางสายเกม ฝาหลังโค้งผิวสัมผัสแบบด้าน แต่มีเงาสะท้อนแบบผิว AG เวลาใช้งานจะไม่ค่อยเกิดรอยนิ้วมือให้ต้องเช็ดบ่อยๆ

มีเข้ามาจำหน่ายสองสี คือ ดำ Mirror Black และ เทา Pale Grey ที่เห็นในรีวิวนี้ เป็นสีออกเทาฟ้า สะท้อนกับแดดแล้วเกิดเงาประกาย สกรีนสัญลักษณ์ Black Shark ไว้กลางหลัง ใช้กล้องหลังแบบสามตัว ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล + มุมกว้างพิเศษ Ultra Wide  8 ล้านพิกเซล + กล้อง Macro ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

Black Shark 4 ที่นำมารีวิวในบทความนี้ เป็น Global Version ที่รองรับภาษาไทย สามารถใช้งาน Google Play Store ได้ ติดตั้งมาเรียบร้อยตั้งแต่แกะกล่องครับ เป็นสมาร์ทโฟนรองรับ 5G แบบสองซิมการ์ด (Bands 1/ 3/ 8/ 28/ 41/ 77/ 78) รองรับการใช้งาน Wi-Fi 6

เครื่องมีความหนาไม่รวมชุดกล้องอยู่ที่ 9.9 มม. น้ำหนัก 210 กรัม ตัวใหญ่จอใหญ่ครับ ให้หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.67 นิ้วมาเลยทีเดียว ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล HDR 10+  และเป็นจอที่มีอัตรารีเฟรชเรทสูงมาก 144Hz และค่า Sampling Rate ที่รองรับในระดับสูงลิ่ว 720Hz มือจะไวแค่ไหนจอก็รับสัมผัสได้ทันหมดอย่างแน่นอน

หน้าจอดีครับ ใส่มาเพื่อให้เหมาะกับการใช้เล่นเกมได้ภาพสวยๆ และมีความสมูธลื่นไหลในระดับสูง เจาะรูกวางกล้องหน้าที่มีขนาดเล็กมากๆ แทบจะมองกล้องไม่เห็นเลยครับ เป็นกล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รองรับการสแกนใบหน้าเข้าใช้งาน

มีที่สแกนลายนิ้วอยู่ด้านข้างเครื่องตรงปุ่มพาวเวอร์ สแกนได้ไวและแม่น แค่แตะนิ้วก็เข้าใช้งานได้ทันที

ที่พิเศษคือปุ่ม Trigger Megnetic ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในเครื่องทั้งสองด้าน เรียกใช้ออกมาด้วยการเปิดสวิทช์ป๊อบ-อัพ ปุ่มกดมีขนาดใหญ่ กดได้ถนัด สามารถกำหนดค่าเป็นปุ่มช็อตคัท ใช้ได้ทั้งการใช้งานทั่วไปและสำหรับใช้ในการเล่นเกม

ปุ่มปรับระดับเสียงอยู่อีกด้าน นูนขึ้นมามากสักหน่อย ออกแบบมาให้ถือใช้แนวตั้งแล้วกดง่าย แต่เวลาใช้งานแนวนอนนิ้วชอบไปโดนตอนเล่นเกม และทำให้วางเครื่องกับฐานตั้งด้วยขอบด้านนี้ไม่ได้

ให้ลำโพงคู่สเตอริโอเสียงดีครับ มีเนื้อเสียง ดังเพียงพอใช้ในการดูหนัง ฟังเพลง และการเล่นเกม โดยไม่ต้องต่อลำโพงเพิ่มภายนอก และยังมีรูหูฟัง 3.5มม. มาให้ใช้งานด้วย สมาร์ทโฟนรุ่นนี้รองรับระบบเสียง Hi-Res Audio, DTSX ปรับแต่งเอฟเฟ็กต์เสียง DTS ได้ในการตั้งค่า ออกแบบมาดึโดยวางลำโพงไว้ชิดด้านบน ทำให้มือเราเองไม่บังเสียงลำโพงในขณะถือใช้งานแนวนอนครับ

แบตเตอรี่ภายในให้มาเป็นขนาด 4,500 mAh แต่ทีเด็ดคือระบบชาร์จไว เจ้า Black Shark 4 ตัวนี้รองรับระบบชาร์จไว 120W HyperCharge ด้วยนะครับ ระบบชาร์จเร็วนรกที่ต้องใช้อะแดปเตอร์ 120W HyperCharge มาใช้ด้วยเช่นกัน น่าเสียดายที่เขาแถมตัวชาร์จภายในกล่องมาให้เป็นรุ่น 67W แต่ด้วยระดับความเร็วของการชาร์จแค่นี้ ก็ไวนรกร้าวแล้วเหมือนกันครับ ชาร์จแบต 4,500 mAh ให้เต็มได้ในเวลาไม่ถึง 30 นาทีเท่านั้น

อุปกรณ์ภายในกล่องนอกจากจะมีที่ชาร์จ 67W แล้ว ก็จะมีสาย USB Type-C และเคสใสลวดลายสวย พร้อมกับสติ๊กเกอร์ Black Shark ให้ไปแปะกันเล่นๆ 1 ชุดครับ

การใช้งานภายใน 

Black Shark 4 ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 870 5G Octa Core 3.2 GHz และ GPU เป็น Adreno 650 หน่วยความจำใช้แบบ UFS 3.1 และมีให้เลือกสองความจุ คือ

  • รุ่น RAM 8 + ROM 128 GB ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 17,390 บาท
  • รุ่น RAM 12 + ROM 256 GB ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 19,970 บาท

 

สเปคดี เครื่องแรงครับ หน้าจอใหญ่ รีเฟรชเรทสูง ลำโพงคู่สเตอริโอเสียงดี ทำให้เวลาใช้งานด้านความบันเทิงต่างๆ เต็มอิ่มครับ ตอบสนองไว และจากราคาจำหน่ายถือว่าราคาคุ้มทีเดียวครับกับสเปคระดับนี้ รันด้วยระบบ Android 11 ครอบทับด้วย Joy UI 12.5 ของทาง Black Shark เอง แน่นอนว่ามีฟังก์ชั่นเด็ดด้านการเล่นเกมจัดเต็ม

ฟังก์ชั่นพิเศษของ Black Shark 4 คือการตั้งค่าปุ่ม Trigger ทั้งสองปุ่ม สามารถเข้าไปกำหนดค่าเสียงการเปิดปิดปุ่ม Trigger ได้ในการตั้งค่า รวมถึงเปิดปิดการแสดงเอฟเฟ็กต์แสงไฟในตอนเรียกใช้งาน และกำหนดค่าได้ง่ายมากครับแค่เปิดมันขึ้นมา แล้วกดไปที่ไอคอนที่แสดงขึ้นมาใต้ปุ่ม เราก็สามารถเข้าไปตั้ง Shortcut ที่ต้องการได้ทันที

ตั้งค่าให้เมื่อเปิดปุ่มขึ้นมาให้มีเสียงเท่ๆ และไฟสวยๆ ได้นะครับ ^^

เมื่อลากช็อตคัทที่ต้องการใช้ ไปในปุ่มแต่ละด้านแล้วกดเสร็จสิ้น ก็เรียบร้อยครับ เราสามารถแยกการตั้งค่าการทำงานของปุ่ม Trigger ในแตกต่างกันไปในแต่ละแอพได้ด้วยนะครับ เช่นเกมไหนต้องใช้การสไลด์ซ้ายขวาเพื่อหลบศัตรู เราก็ตั้งให้ปุ่ม Trigger เป็นปุ่มสไลด์ข้าง

หรือถ้าเอาไปใช้กับแอพเล่นเพลง ก็อาจจะตั้งให้เป็นปุ่มเลื่อนเพลงถัดไปก็ได้ครับ ตัวระบบจะจดจำไว้เองว่าเราตั้งค่าไว้ในแอพอย่างไร

 

มีโหมดพิเศษสำหรับคนเล่นเกม Shark Space หน้าการใช้งานที่ทำออกมาเพื่อรองรับคนเล่นเกมโดยเฉพาะเลยครับ

เป็นหน้าเริ่มต้นสำหรับคนเล่นเกม จะรวมไอคอนเกมต่างๆ และเมื่อมีการเรียกใช้งานเกมที่กำหนดไว้ใน Shark Space จะเป็นการเปิดโหมดเล่นเกมไปในตัวพร้อมๆ กัน โดยฟังก์ชั่นต่างก็จะออกแบบมาเพื่อให้เราได้เล่นเกมในประสบการณ์ที่ดีที่่สุด ระบบจะจัดสรรทรัพยากรเครื่อง เร่งความเร็วการใช้งาน และสามารถปิดกั้นการแจ้งเตือนที่อาจจะเข้ามารบกวนเราในขณะเล่นเกมได้

โดยสามารถเรียกใช้งานชุดคำสั่งด่วนได้ทุกเวลาในขณะเล่นเกมโดยการสไลด์จากขอบหน้าจอด้านมุมบนลงเท่านั้นครับ ระบบรที่ผมใช้บ่อยคือ Hang Up เพราะสำหรับคนเล่นเกมสาย AUTO อย่างผม ต้องการเปิดเกมที่รองรับระบบ Auto ทิ้งไว้ แต่ปิดหน้าจอลงเพื่อการประหยัดพลังงาน ใครชอบเกมแนวเปิดเครื่องไว้ฟาร์มของ ต้องใช้ครับ ประหยัดไฟและคนอื่นไม่เห็นด้วยว่าเราแอบเล่นเกมอยู่ ^^

 

โหมดเกมที่ออกแบบมาเพื่อสมาร์ทโฟนสายเกมเต็มตัว ก็จะมีอะไรให้เรามากกว่าโหมดเกมของสมาร์ทโฟนทั่วไปครับ เช่นการจัดสรรพลังงานที่ละเอียดมากขึ้น เราสามารถกำหนดความเข้มข้นในการเล่นเกมของเราได้สามระดับครับ กินพลังงานต่างกัน และเกิดความร้อนในการใช้งานต่างกัน โดยเฉพาะโหมด Ludicrous แนะนำว่าให้ใช้กับอุปกรณ์ลดความร้อนร่วมด้วยกันเลยทีเดียวครับ เพราะเครื่องจะร้อนเกินกว่า 40องศาถ้าเล่นเกมต่อเนื่องระยะยาว และไม่ควรเล่นในโหมดนี้พร้อมกับเสียบสายชาร์จไปด้วย เพราะเครื่องจะร้อนเร็วมากๆ

การปรับค่าการแสดงผลให้ได้เปรียบในการมองเห็น เราสามารถปรับโทนสีของภาพ ความสว่าง และมีโหมดสีกลับด้านเพื่อให้เรานำไปปรับใช้ในเกม เพื่อสร้างโอกาสมองเห็นศัตรูได้ง่ายมากขึ้น

พร้อมการปรับค่ารีเฟรชเรทของหน้าจอ ปรับได้สูงสุด 144Hz หรือเปิดโหมดอัจฉริยะเอาไว้ให้ระบบปรับให้อัตโนมัติตามเกมที่รองรับครับ และการตั้งค่าการสัมผัสและความเร็วการตอบสนองของเซ็นเซอร์การเอียงของไจโรสโคป ใน Black Shark เราปรับความไวได้เองตามการใช้ของเราครับ รวมถึงการเปิดความไวสัมผัส Sampling Rate ที่เครื่องนี้รองรับในระดับสูงสุด 720Hz แต่เปิดแล้วกินแบตมากขึ้น เปิดใช้ไว้แค่ในเกมที่จำเป็นต้องรัวจิ้มมากจริงๆ ก็พอครับ

ปรับรูปแบบเสียง ทั้งเสียงจากลำโพง รองรับระบบ DTS ต้องการแนวเสียงกว้างๆ ให้เปิดแบบเซอร์ราวด์ครับ จะเห็นผลต่างชัดเจน และยังมีโหมดเปลี่ยนเราจากตัวไมค์รับเสียงให้เล่นกับเพื่อนได้แบบฮาๆ ด้วยนะ ^^

การกำหนดการใช้งานปุ่ม Trigger ที่เฉพาะเจาะจงได้มากขึ้น เราสามารถกำหนดให้ปุ่ม Trigger ทั้งสองข้าง แทนการทัชบนหน้าจอในบริเวณที่ต้องการได้ด้วยการแม็ปปิ้งจุดทัชบนหน้าจอแต่ละด้านเอาไว้ เมื่อกดปุ่ม Trigger ด้านบนก็จะเป็นการทัชลงบนหน้าจอได้ทันที่ ใช้ได้ดีกับเกมที่มีไอคอนสำคัญอย่างปุ่มโจมตี หรือปุ่มโดด นั้นเองครับ สะดวกและได้เปรียบอย่างมาก

รวมถึงใช้การเอียงเครื่องในลักษณะต่างๆ แทนการทัชบนหน้าจอได้ด้วย เรากำหนดลักษณะการเอียงเครื่อง โดยให้เซนเซอร์ของเครื่องรับรู้การเคลื่อนไหวในการถือของเรา เช่น เอียงขวาเพื่อทัชปุ่มเลี้ยวขวา เอียงซ้ายเพื่อให้ทัชปุ่มเลี้ยวซ้ายเป็นต้น โดย Black Shark 4 สามารถรับรู้การเอียงของเครื่องด้วยเซนเซอร์ที่มากถึง 6 ลักษณะเลยทีเดียวครับ เราสามารถกำหนดการเอียงเครื่องทดแทนการทัชได้ตามรูปแบบที่เหมาะสมในการตั้งค่า Motion Sensing

คัดมาเพื่อคุณ

การกำหนดจุดเล็งจำลองขึ้นมาบนหน้าจอเอาไว้ เพื่อความได้เปรียบในการเล็งยิงของเกมจำพวก FPS กดซูมแล้วลั่นไกก่อนจะเห็นภาพการซูมจริงซะอีกครับ โกงนิดๆ

การสร้างชุดมาโครรูปแบบการทัชบนหน้าจออัตโนมัติ เป็นการบันทึกการทัชไว้ให้เราเรียกใช้ได้ทันทีในขณะเล่นเกม นิยมใช้กันเช่นการปั๊มสกิลซ้ำๆ รัวๆ โดยที่เราไม่ต้องกดเอง หรือเซ็ตเป็นการทำงานกึ่งบอทไว้ล่วงหน้า แล้วแต่จะนำไปประยุกต์ใช้ เมื่อกดเริ่มบันทึกแล้วจัดเก็บ ตัวระบบจะทำการจัดเก็บไว้ให้เราเป็นแบบรายเกม เปิดใช้งานได้โดยการวางปุ่มเรียกใช้ลงบนหน้าจอ กดปุ่มเมื่อไหร่ระบบจะเริ่มทัชตามที่เราบันทึกไว้ให้ โดยเลียนแบบได้ทั้งตำแหน่งการกดและความถี่ในการกดครับ ซึ่งฟังก์ชั่นนี้ในสายเกมอาจจะเรียกว่าโกงได้อยู่เช่นกันนะครับ ฉะนั้นถ้าเล่นกับผู้อื่นกรุณาใช้กันอย่างมีมารยาทนะ

ก็เป็นความสามารถที่ขนมาเต็มระบบ สำหรับสมาร์ทโฟนในสายเกมจริงจังอย่าง Black Shark 4 ได้เปรียบทั้งระบบที่ทำมาอำนวยการเล่นเกมให้สนุกมากขึ้น และการออกแบบเครื่องพิเศษ ด้วยปุ่ม Trigger ได้เปรียบในการเล่นมากขึ้นเยอะเลยทีเดียวครับ

แต่ Black Shark จะมีจุดอ่อนในเรื่องของความร้อนนะครับ โดยเฉพาะถ้าเปิดโหมด Ludicrous ในขณะเล่นเกม หรือเสียบสายชาร์จแบตใช้งานไปพร้อมกันด้วย ความร้อนในขณะเล่นเกมอาจจะสูงจนระบบขึ้นแจ้งเตือน

ผมแนะนำว่าใครอยากใช้งานแบบจริงจังซีเรียส ให้ติดอุปกรณ์ลดความร้อนเสริมของ Black Shark มาใช้สักตัวครับ เพราะแบรนด์นี้เขามีอุปกรณ์เสริมของสมาร์ทโฟนเกมมิ่งออกมาจำหน่ายหลายตัวด้วย ทั้งหูฟัง จอยเกม รวมถึงชุดระบายความร้อนสำหรับสมาร์ทโฟนเกมมิ่งของเขา และมีการทำแอพพลิเคชั่นมารองรับการทำงานร่วมกันไว้ภายในเครื่อง เป็นแอพชื่อ Shark Arsenal แอพที่รวมการจัดการและการเชื่อมต่ออุปกรณ์ของเขาเอาไว้ทั้งหมดครับ

ถ้าใครมองหาอุปกรณ์ลดความร้อนของสมาร์ทโฟน ที่ไม่ต้องการการติดตั้งแอพอะไรให้ยุ่งยาก ทาง  Black Shark เขาได้ปล่อย Gaming Cooler พัดลมระบายความร้อนสำหรับมือถือที่ใช้งานง่ายๆ ออกมาในราคา 699 บาท ซึ่งเราได้เคยนำมารีวิวให้รู้จักกันไปแล้วในบทความนี้ครับ <<

ในระบบด้านการใช้งานอื่นๆ ก็มีมาครับเหมือนกับสมาร์ทโฟน Android ทั่วไปครับ มีธีม มีการปรับแต่งหน้าจอแสดงผล รองรับโหมดสีดำหรือโหมดมืด และโหมดถนอมสายตาเพื่อใช้ในการอ่านหนังสือระยะยาวหรือใช้งานตอนกลางคืน

หน้าจอแสดงผลในขณะที่เครื่องล็อก เอาไว้ดูวัน เวลา และการแจ้งเตือนที่เข้ามา ปรับแต่งได้และมีธีมพิเศษสำหรับ Black Shark มาให้ใช้ครับ

ระบบการดูแลระบบและความปลอดภัยมีใส่มาให้ ออกแบบสวยงามครับ

รองรับการทำงานแบ่งหน้าจอใช้งานสองแอพพร้อมกันแบบป๊อบอัพ ประสิทธิภาพรันเกมแบบหน้าต่างก็ยังลื่นๆ ครับ

กล้องถ่ายภาพ

Black Shark 4 ให้กล้องหลังมาสามตัว ฟังก์ชั่นการถ่ายภาพไม่น้อยครับ กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ทำงานคู่กับกล้องมุมกว้างพิเศษ Ultra Wide  8 ล้านพิกเซล และกล้อง Macro ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตร ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มีโหมดถ่ายภาพมุมกว้าง และรองรับการซูมภาพได้ 5x ครับ มีฟิลเตอร์ปรับแต่งสีสนอารมณ์ภาพให้เล่นเยอะ ทั้งในกล้องหล้งและกล้องหน้าครับ

โหมดถ่ายภาพบุคคลหน้าชัดพลังเบลอ และโหมดภ่ายภาพกลางคืนมีมาให้ใช้งาน

กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล ถือว่าความละเอียดใช้ได้ มาพร้อมกับบิวตี้โหมดปรับแต่งหน้าใสและปรับรูปโครงหน้าของนางแบบได้ในหลายๆ ส่วน หน้าเรียว ตาโต โทนสีผิว และรองรับโหมดถ่ายภาพบุคคลในกล้องหน้า ทำภาพหน้าชัดหลังเบลอได้เช่นเดียวกับกล้องหล้งเลยครับ

คุณภาพการถ่ายสมกับราคา ไม่ได้เน้นแค่สเปคแต่กล้องถ่ายภาพก็ให้มาในเกณฑ์ที่ดีครับ

รองรับการถ่ายวีดีโอ 4K 60Fps และโหมด VLOG สำหรับการทำคลิปสั้นพร้อมเอฟเฟ็กต์เท่ เหมือนการตัดต่อด้วยโปรแกรม แต่ไม่ต้องตัดครับ แค่ถ่ายตามขั้นตอนแล้วใช้งานได้เลย รวมกับกล้องที่รองรับถารถ่ายภาพมุมกว้าง โหมดถ่ายบุคคล ถ่ายกลางคืนได้ ก็ครบสำหรับการใช้ถ่ายภาพในการท่องเที่ยวได้แล้วครับ

สรุปท้ายรีวิว

Black Shark 4 สมาร์ทโฟนกลุ่มเกมมิ่ง สเปคแรง ใช้งานดี เล่นเกมได้ลื่นไหลในเกรดรุ่นท็อป ได้เปรียบกว่าในการเล่นเกมด้วยระบบที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความได้เปรียนให้กับผู้ใช้ และความสามารถเฉพาะตัว เช่นปุ่ม Trigger ที่ใช้การกดปุ่มแทนการควบคุมในเกม สร้างความง่ายและได้เปรียบในการเล่นต่างจากปกติมาก รวมถึงความสามารถอื่นๆ ที่หาได้จากสมาร์ทโฟนเกมมิ่งโดยเฉพาะเช่นนี้เท่านั้น

เสียงดี ลำโพงคู่สเตอริโอ หน้าจอดี รีเฟรชเรทสูงถึง 144Hz และเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่รองรับระบบชาร์จไวระดับโลกอย่าง 120W HyperCharge ด้วยนะครับ แม้จะหาซื้อตัวอะแดปเตอร์มาใช้ร่วมกันเพิ่มเติมก็ตาม แต่ก็ให้ที่ชาร์จ 67W ที่ถือว่าแรงระดับท็อปของวงการมาให้แล้วเช่นกันครับ

ครบเครื่อง สเปคแรง แต่ราคาไม่แรงครับ

Black Shark 4  : Ram 8 + Rom 128 GB ราคา 17,390 บาท
Black Shark 4  : Ram 12 + Rom 256 GB ราคา 19,970 บาท

0
ยอดเยี่ยม
81100
จุดเด่น

สเปคแรง ราคาดี หน่วยประมวลผล Snapdragon 870 5G | GPU Adreno 650 หน่วยความจำ UFS 3.1 และ RAM 12GB ในราคาไม่ถึงสองหมื่น

รองรับระบบชาร์จไว 120W HyperCharge

หน้าจอสายเกม รีเฟรชเรทสูงสุด 144Hz และ Sampling Rate 720Hz

ปุ่มพิเศษ Trigger Megnetic สร้างความได้เปรียบและเล่นเกมสนุกขึ้นอย่างมาก ออกแบบมาให้ซ่อนเก็บได้เพื่อป้องกันการเสียหาย

ลำโพงคู่ DTSX เสียงดีมีมิติ

รองรับ 5G และ Wi-FI 6 และ Bluetooth 5.2 รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายรุ่นใหม่

ต้องปรับปรุง

เกิดความร้อนสูงในขณะใช้งานขึ้นมาได้ ถ้าชาร์จและใช้งานไปพร้อมกัน หรือเปิดโหมดประสิทธิภาพสูงในการเล่นเกม

ตัวเครื่องหนากว่าสมาร์ทโฟนโดยทั่วไปเล็กน้อย