หุ้นของ Microsoft ร่วงหนักในวันเดียวจนมูลค่าตลาดหายไปกว่า 440,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังนักลงทุนแสดงความกังวลเพิ่มขึ้นต่อทิศทางการลงทุนด้าน AI และ Azure แม้ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดจะออกมาดูแข็งแกร่งในหลายตัวชี้วัดก็ตาม
หุ้น Microsoft ร่วงแรงเป็นประวัติการณ์
การร่วงลงครั้งนี้ทำให้ Microsoft กลายเป็นบริษัทที่เผชิญการสูญเสียมูลค่าตลาดรายวันสูงเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ รองจากกรณีของ NVIDIA เมื่อปีก่อน โดยราคาหุ้นลดลงกว่า 5.37% ภายในวันเดียว และลดลงเกือบ 14% ตลอดเดือนมกราคม 2026
แม้ภาพรวมตั้งแต่ต้นปี หุ้นจะลดลงเพียงราว 2% แต่การปรับฐานดังกล่าวได้ลบกำไรจากกระแส AI ที่สะสมมาตลอดปีที่ผ่านมาแทบทั้งหมด
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ Windows หรือ Xbox
ในรายงานผลประกอบการ Microsoft ระบุว่า Call of Duty อยู่ในช่วงยอดขายชะลอตัว ส่งผลให้รายได้ฝั่ง Xbox ลดลงราว 9% และกลุ่ม Computing ลดลง 3% อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าประเด็นนี้ แทบไม่มีผลต่อราคาหุ้น
ตลาดทุนให้ความสำคัญกับ Azure และ AI เป็นหลัก ขณะที่ธุรกิจเกมหรือ Windows แม้จะเติบโตแรง ก็ไม่สามารถขับเคลื่อนราคาหุ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
สาเหตุหลักที่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นปัญหา
1. การเติบโตของ Azure ยังไม่เร็วพอเมื่อเทียบกับเงินที่ทุ่มลงทุน
Azure เติบโต 39% และคาดว่าจะโตต่ออีก 37% ในไตรมาสถัดไป ขณะที่รายได้ Cloud ทะลุ 50,000 ล้านดอลลาร์ และรายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ 81,300 ล้านดอลลาร์ (+17%)
แม้ตัวเลขจะดูดี แต่ตลาดมองว่ายังไม่สะท้อนผลตอบแทนที่สอดคล้องกับเงินลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
2. ค่าใช้จ่ายลงทุน (Capex) พุ่งแรงผิดปกติ
Microsoft ใช้เงินลงทุนไตรมาสล่าสุดเกือบ 40,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 70% เมื่อเทียบปีต่อปี โดยส่วนใหญ่ใช้ไปกับ GPU และโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์
นักลงทุนกังวลว่า ฮาร์ดแวร์เหล่านี้มีอายุการใช้งานสั้นและเสื่อมมูลค่าเร็ว ทำให้ความเสี่ยงในการคืนทุนสูง
3. ต้นทุนดาต้าเซ็นเตอร์เป็นภาระระยะยาว
นอกจากชิปแล้ว ดาต้าเซ็นเตอร์ยังต้องใช้ต้นทุนด้านการก่อสร้าง ใบอนุญาต ค่าไฟ ระบบระบายความร้อน และค่าบำรุงรักษา หากรายได้ AI ไม่เติบโตเร็วพอ อาจกดดันอัตรากำไรในอนาคต
4. การพึ่งพา OpenAI มากเกินไป
OpenAI ถูกมองว่าเป็นองค์กรที่เผาเงินสูง และกำลังมองหาเงินลงทุนเพิ่มอีกหลายหมื่นล้านดอลลาร์ นักลงทุนจึงกังวลว่า Microsoft อาจต้องแบกรับภาระทางการเงินต่อเนื่อง
5. AI ถูกใช้งานจำนวนมาก แต่รายได้จริงยังจำกัด
ผู้ใช้งาน AI ส่วนใหญ่ยังใช้บริการฟรี ขณะที่โมเดลรายได้จากโฆษณาและ Subscription ยังไม่ชัดเจน อีกทั้ง Copilot ของ Microsoft ถูกมองว่ายังด้อยกว่าคู่แข่งบางรายในแง่คุณภาพ
6. เดิมพันอนาคต AI ในระดับที่เสี่ยงสูง
Microsoft กำลังเดิมพันกับอนาคตที่ AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีหลักของโลกในระดับ AGI แต่ตลาดยังไม่มั่นใจว่าการใช้งานจริงในปัจจุบันจะสามารถขยายไปสู่รายได้ในระดับนั้นได้หรือไม่
เทียบกับ Google นักลงทุนรู้สึกสบายใจกว่า
เมื่อเทียบกับ Google นักลงทุนมองว่า Google มีวินัยด้านการลงทุนมากกว่า ใช้เงินอย่างระมัดระวัง และควบคุมเทคโนโลยีได้ทั้ง Stack ขณะที่ Microsoft เลือกแนวทางการลงทุนเชิงรุกและพึ่งพาพันธมิตรภายนอกอย่าง OpenAI เป็นหลัก
สรุปแล้วการร่วงลงของหุ้น Microsoft ไม่ได้สะท้อนว่าบริษัทกำลังล้มเหลว แต่สะท้อนความไม่มั่นใจของตลาดต่อ “จังหวะเวลาและความคุ้มค่า” ของการลงทุนด้าน AI หาก Microsoft ไม่สามารถแปลงเงินลงทุนมหาศาลให้กลายเป็นรายได้และกำไรที่ชัดเจนได้เร็วพอ ความผันผวนของราคาหุ้นอาจยังไม่จบลงง่าย ๆ








