ผลเบนช์มาร์กชี้ชัด Kirin 980 หน่วยประมวลผล 7nm ตัวแรกฝั่งแอนดรอยด์จาก Huawei ทำคะแนนตาม A12 Bionic จาก Apple เยอะ

Advertisements
Advertisements

มือถือ Android กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคของหน่วยประมวลผล 7 นาโนเมตรอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ตุลาคมนี้พร้อมกับการเปิดตัว Huawei ในซีรีส์ Mate 20 ที่จะมาพร้อมกับ Kirin 980 ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผล 7 นาโนตัวแรกของค่ายและตัวเดียวในตอนนี้ที่พร้อมใส่มาในอุปกรณ์จริงของทางฝั่ง Android ซึ่งทางฝั่งคู่แข่งอย่าง Apple นั้นมีการเปิดตัวและจับยัดใส่เครื่องกันมาแล้วใน iPhone XS  และ iPhone XS Max ที่เพิ่งออกขายไป โดยมาในชื่อ A12 Bionic นั่นเอง ซึ่งจุดเด่นของเจ้าชิปเซ็ต 7 นาโนเมตรนั้นควรจะเป็นเรื่องของประสิทธิภาพที่สูงขึ้นโดยไม่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องแบตเตอร์รี่หมดไวระหว่างการใช้งาน

ล่าสุด ผลทดสอบ Geekbench ของเจ้า Kirin 980 จาก Huawei ซึ่งเป็นชิปเซ็ต 7 นาโนเมตรนั้นหลุดออกมาแล้ว โดยเป็นผลทดสอบของเครื่อง Mate 20 นั่นเอง ซึ่งสามารถทำคะแนนในฝั่ง Single-Core ไปได้ที่ 3,390 คะแนน และฝั่ง Multi-Core นั้นทำได้ที่ 10,318 คะแนน โดยเมื่อเปรียบเทียบกับชิปเซ็ต 10 นาโนเมตรตัวท็อป ณ ตอนนี้อย่าง Exynos 9810 ใน Samsung Galaxy Note 9 และ Snapdragon 845 ใน OnePlus 6 แล้วก็ต้องบอกว่ามันแรงกว่าเดิมมากทีเดียว แต่ก็ยังถือว่าต่ำกว่า iPhone XS และ XS Max ของค่ายคู่แข่งซึ่งมาพร้อมกับ A12 Bionic ชิปเซ็ต 7 นาโนเมตรตัวแรกของ Apple ซึ่งมี RAM ต่ำกว่าเจ้า Huawei Mate 20 เสียด้วยซ้ำ

mate-20-kirin-980-benchmark

โดยเจ้า iPhone XS นั้นทำคะแนน Single-Core เอาไว้ที่ 4,795 คะแนน และ 11,170 คะแนนใน Multi-Core ซึ่งถือว่าสูงกว่าเจ้า Kirin 980 ถึง 10 – 30% เลยทีเดียว และหากใครยังจำกันได้ ก่อนหน้านี้ Huawei เพิ่งจะออกมาแสดงความมั่นใจไปว่าเจ้า Kirin 980 นั้นเร็วและแรงกว่า A12 Bionic จาก Apple อย่างแน่นอน ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นอีกครั้งที่หากเรายึดตัวเลขผลเบนช์มาร์กของ Geekbench เป็นเกณฑ์นั้น Huawei ก็พลาดจากที่ตัวเองเคลมเอาไว้อีกแล้ว

คัดมาเพื่อคุณ

อย่างไรก็ตามต้องระบุกันตรงนี้ว่าผลเบนช์มาร์กนั้นหาใช้ตัวการันตีประสิทธิภาพการใช้งานจริงไม่ นอกจากนี้เรายังพูดถึงผลทดสอบจากเครื่องที่ยังไม่ได้ออกขายจริงของ Mate 20 ด้วย ซึ่งเมื่อออกวางจำหน่ายจริงแล้ว ทางค่ายอาจมีการปรับปรุงพัฒนาในส่วนอื่นที่ทำให้ผลคะแนนที่ออกมานั้นดีขึ้นกว่า ณ ตอนนี้ก็เป็นได้ ซึ่งเราก็คงต้องรอดูกันต่อไป