การเลิกจ้างในอุตสาหกรรมเกมกลายเป็นประเด็นข่าวใหญ่ต่อเนื่องตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และดูเหมือนว่ากระแสนี้จะยังไม่ชะลอลงในเร็ววัน ล่าสุด Game Developers Conference (GDC) ได้เผยแพร่รายงาน State of the Gaming Industry ฉบับล่าสุด โดยสำรวจผู้ทำงานในอุตสาหกรรมเกมกว่า 2,300 คน
ผลสำรวจระบุว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา 33 เปอร์เซ็นต์ ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างภายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ก็เผชิญสถานการณ์ไม่ต่างกันมากนัก โดยมีผู้ถูกเลิกจ้าง 28 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเวลาเดียวกัน และ 17 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างในช่วง 1 ปีล่าสุด
รายงานยังระบุเพิ่มเติมว่า ตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากไม่ได้คำนึงถึงกรณีที่พนักงานบางคนถูกเลิกจ้างมากกว่าหนึ่งครั้ง ในกลุ่มผู้ที่ถูกเลิกจ้าง 48 เปอร์เซ็นต์ เปิดเผยว่ายังคงหางานทำอยู่ ขณะที่ 36 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าความพยายามในการกลับมาทำงานในอุตสาหกรรมเกมยังไม่ประสบผลสำเร็จ
นอกจากนี้ ยังมีผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 450 คนที่ได้รับผลกระทบจากการปิดสตูดิโอ การควบรวมกิจการ หรือการเข้าซื้อกิจการในปีที่ผ่านมา โดยที่น่าสนใจคือ 31 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ที่ถูกเลิกจ้างไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร ?
รายงานยังพบว่าผู้ทำงานในบริษัทระดับ AAA และทีมอินดี้ที่ดำเนินงานมานาน มักจะยืนยันว่าการเลิกจ้างกิดจากการควบรวมกิจการ ในขณะที่สตูดิโอหน้าใหม่มักจะถูกปิดตัวไปเลย
สำหรับสาเหตุหลักของการเลิกจ้าง 43 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าเกิดจากการปรับโครงสร้างองค์กร ขณะที่ 32 เปอร์เซ็นต์ ถูกปลดหลังจากโครงการถูกยกเลิก หนึ่งในผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวโทษฝ่ายบริหารว่าไม่เข้าใจว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมในช่วงโควิดเป็นเพียงชั่วคราว
ขณะเดียวกัน สหภาพแรงงานในยุโรปเริ่มกังวลกับการเลิกจ้างระลอกใหม่ โดยเฉพาะหลัง Ubisoft ประกาศปรับโครงสร้างองค์กร และใช้ข้อตกลงยุติสัญญาโดยสมัครใจเพื่อควบคุมต้นทุน สหภาพแรงงานฝรั่งเศส Solidaires Informatique, STVJV และ CFE CGC ได้เรียกร้องให้พนักงาน Ubisoft Paris หยุดทำงานหาก Yves Guillemot ซีอีโอของบริษัท เดินทางมาเยี่ยมสตูดิโอในวันที่ 3 กุมภาพันธ์





