แม้ AMD จะเปิดตัวฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ในงาน CES 2026 แต่ภาพรวมของตลาดพีซีกลับไม่ได้สดใสอย่างที่หลายคนหวัง โดย David McAfee หัวหน้าฝั่ง Ryzen ของ AMD ออกมายอมรับตรงๆ ว่าปีนี้ไม่ใช่ปีแห่งการประกอบคอมราคาคุ้ม เพราะปัญหาซัพพลายเชนและต้นทุนที่พุ่งแรง โดยเฉพาะราคาแรม กำลังกลายเป็นอุปสรรคหลักของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค
ในฝั่งฮาร์ดแวร์ AMD เปิดตัว Ryzen 7 9850X3D และชิป Strix Halo APU รุ่นใหม่อย่าง Ryzen AI Max+ 388 และ 382 ซึ่งเน้นตลาดโน้ตบุ๊กและเครื่องพกพา อย่างไรก็ตาม ชิปเหล่านี้ยังใช้สถาปัตยกรรมกราฟิก RDNA 3.5 รุ่นเดิม ไม่ใช่เทคโนโลยีล่าสุด ทำให้การอัปเกรดด้านประสิทธิภาพจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง 9800X3D เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และจะเห็นผลชัดเจนเฉพาะในเกมอีสปอร์ตหรือเกมเก่าบางประเภทเท่านั้น
ปัญหาที่หนักที่สุดกลับไม่ใช่ตัวซีพียูหรือจีพียู แต่คือราคาแรม DDR5 ที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง บางตลาดปรับขึ้นเกือบ 500% ส่งผลให้ต้นทุนการประกอบพีซีเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ AMD จะพยายามวางตำแหน่งการ์ดจอ Radeon RX 9070 ให้เป็นตัวเลือกคุ้มค่าแทนฝั่ง Nvidia แต่จุดขายด้านราคาก็เริ่มสั่นคลอน เมื่อผู้ใช้ต้องจ่ายเงินก้อนโตเพียงเพื่อให้เครื่องมีแรมเพียงพอใช้งาน
McAfee ระบุว่า AMD กำลังเจรจากับซัพพลายเออร์เพื่อควบคุมสถานการณ์ แต่ก็ยอมรับว่าความผันผวนของตลาดหน่วยความจำเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยาก และอาจส่งผลต่อทั้งตลาดพีซีไปตลอดปี 2026 โดยเฉพาะกลุ่มเกมเมอร์ที่ต้องการอัปเกรดเครื่องใหม่
ในด้านซอฟต์แวร์ AMD กำลังผลักดัน FSR Redstone ซึ่งใช้ AI ช่วยสร้างเฟรมเพิ่มเติมและเพิ่มความลื่นไหลของภาพ แต่บริษัทเลือกเดินเกมอย่างระมัดระวัง เนื่องจากผู้เล่นจำนวนมากเริ่มไม่ไว้วางใจเทคโนโลยีสร้างเฟรมที่รีบปล่อยและส่งผลต่อคุณภาพภาพหรือความหน่วงในการควบคุม
แม้อนาคตจะยังมีความหวังจาก APU รุ่น RDNA 4 ที่เหมาะกับเครื่องเล่นเกมพกพา แต่สำหรับตอนนี้ AMD ยอมรับว่าปี 2026 คือปีแห่งการประคองตัว ท่ามกลางต้นทุนที่พุ่งสูงและตลาดที่เปราะบาง เป้าหมายไม่ใช่การปฏิวัติวงการ แต่คือการทำให้ธุรกิจเดินต่อไปได้โดยที่ทุกอย่างไม่พังลงมาก่อน
แหล่งที่มา : digitaltrends









