AMD เผยมุมมองเกี่ยวกับทิศทางของเทคโนโลยี AI ผ่านบทความของ Alexey Navolokin ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยระบุว่า AI ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งานในชีวิตประจำวัน และกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน การสร้างสรรค์คอนเทนต์ รวมถึงประสบการณ์ด้านความบันเทิงอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือแนวคิด Local AI หรือการประมวลผล AI ภายในอุปกรณ์โดยไม่ต้องพึ่งพาคลาวด์ ซึ่งช่วยลดความหน่วงในการทำงาน เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล และรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน เนื่องจากข้อมูลสำคัญไม่จำเป็นต้องถูกส่งออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก
AMD ยังยกตัวอย่างการใช้งาน AI ที่เกิดขึ้นจริงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยสรุปเอกสารและแปลภาษาแบบออฟไลน์สำหรับผู้ใช้งานระดับมืออาชีพ การเรนเดอร์วิดีโอและเพิ่มเอฟเฟกต์แบบเรียลไทม์สำหรับครีเอเตอร์ รวมถึงการยกระดับประสบการณ์เล่นเกมด้วยเทคโนโลยี AMD FidelityFX Super Resolution (FSR) “Redstone” ที่ช่วยเพิ่มความคมชัดของภาพและอัตราเฟรมเรต
ด้านฮาร์ดแวร์ AMD นำเสนอโปรเซสเซอร์ตระกูล AMD Ryzen AI 400 Series และ AMD Ryzen AI Max+ ที่มาพร้อมสมรรถนะการประมวลผล AI สูงสุด 60 TOPS เพื่อตอบโจทย์การใช้งาน AI บนอุปกรณ์โดยตรง รองรับทั้งการทำงาน การสร้างสรรค์คอนเทนต์ และเวิร์กโหลดด้าน AI ที่ต้องการประสิทธิภาพสูง
นอกจากนี้ AMD ยังผลักดันระบบนิเวศซอฟต์แวร์แบบเปิดผ่าน AMD ROCm เพื่อให้นักพัฒนาสามารถสร้างและปรับแต่งแอปพลิเคชัน AI ได้อย่างยืดหยุ่น รองรับการพัฒนานวัตกรรมบนแพลตฟอร์มของ AMD และขยายขีดความสามารถของ AI ไปสู่การใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม








