Amazon เปิดตัวแท็บเล็ตตระกูลใหม่ Amazon Alexa Tablets จำนวน 3 รุ่น ได้แก่ Alexa Tablet 12 Pro, Alexa Tablet 11 และ Alexa Tablet 8 เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 โดยมีจุดเด่นคือการผสาน AI ผู้ช่วยอัจฉริยะ Alexa+ เข้ากับระบบ Android ที่รองรับ Google Play Store เต็มรูปแบบ พร้อมดีไซน์อะลูมิเนียมและจอรีเฟรชเรตสูงในรุ่นท็อป
Amazon Alexa Tablet 12 Pro
รุ่นท็อปสำหรับทำงานและความบันเทิง มาพร้อมหน้าจอ 12 นิ้ว ความละเอียด 280 PPI รีเฟรชเรต 120Hz และตัวเลือกหน้าจอ Nanomatte ลดแสงสะท้อน ใช้ชิป 8 คอร์ ผลิตด้วยกระบวนการ 4 นาโนเมตร พร้อม RAM สูงสุด 16GB และลำโพง 4 ตัวรองรับ Dolby Atmos
รองรับปากกา Pro Pen ที่มีแรงกด 4,096 ระดับ และคีย์บอร์ด Pro Keyboard ซึ่งเชื่อมต่อด้วยแม่เหล็ก เหมาะกับการจดบันทึก ทำงานหลายหน้าต่าง และแก้ไขเอกสาร
-
ราคาเริ่มต้น 499.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 17,000 บาท)
-
รุ่นจอ Nanomatte เริ่มต้น 549.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 18,700 บาท)
- แบตเตอรี่เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 16 ชั่วโมง
Amazon Alexa Tablet 11
รุ่นจอ 11 นิ้ว เน้นความบันเทิง มาพร้อมจอความละเอียด 2.5K ความหนาแน่น 276 PPI รีเฟรชเรต 90Hz ชิป 8 คอร์ RAM 8GB ลำโพงคู่ Dolby Atmos และแบตเตอรี่เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 15 ชั่วโมง
-
ราคาเริ่มต้น 329.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 11,200 บาท)
-
ความจุ 64GB
- มีสี Graphite, Amethyst และ Matcha
Amazon Alexa Tablet 8
รุ่นเล็กสำหรับพกพา อ่านหนังสือ และดูวิดีโอ ใช้หน้าจอ 8.7 นิ้ว ตัวเครื่องอะลูมิเนียม น้ำหนัก 329 กรัม และบาง 7.95 มม. ใช้ชิป 8 คอร์ รองรับ Wi-Fi 6 และแบตเตอรี่เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 14 ชั่วโมง
-
ราคาเริ่มต้น 229.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 7,800 บาท)
-
RAM 4GB และความจุ 64GB
-
มีสี Graphite, Rosette และ Teal
Alexa+ เปลี่ยนแท็บเล็ตให้เป็นผู้ช่วย AI ได้อย่างไร
Alexa+ เป็น AI ผู้ช่วยรุ่นใหม่ของ Amazon ที่ทำงานร่วมกับการใช้งานแท็บเล็ตได้โดยตรง ผู้ใช้สามารถเรียกผ่านเสียงหรือปุ่ม Ask Alexa เพื่อถามคำถาม ขอคำแนะนำ ควบคุมอุปกรณ์สมาร์ตโฮม หรือช่วยจัดการงานต่าง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องออกจากแอปที่กำลังใช้งาน
ฟีเจอร์ On-Screen Intelligence ยังช่วยให้ Alexa วิเคราะห์เนื้อหาบนหน้าจอได้ เช่น สรุปข้อมูลจากหน้าเว็บไซต์ ช่วยวางแผนทริปจากข้อมูลเส้นทาง หรือเพิ่มตารางการแข่งขันลงในปฏิทินได้ ขณะที่ Live Sessions เปิดให้สนทนาต่อเนื่องโดยไม่ต้องเรียกคำว่า Alexa ซ้ำทุกครั้ง
Amazon ระบุว่าฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นหน้าจอจะปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น ผู้ใช้ต้องเปิดใช้งานเอง และสามารถปิดได้จากการตั้งค่า
มี Google Play Store ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แอปของ Amazon
อีกจุดสำคัญคือแท็บเล็ตทั้งสามรุ่นใช้ Android และเข้าถึง Google Play Store ได้เต็มรูปแบบ ทำให้ติดตั้งแอปอย่าง YouTube, Netflix, Gmail และ Google Docs ได้ นอกเหนือจากบริการของ Amazon เช่น Prime Video, Kindle, Audible และ Amazon Music
สำหรับคนที่อ่านหนังสือ Amazon ยังเพิ่มโหมด Kindle Sanctuary ซึ่งช่วยลดการแจ้งเตือนและลดแสงสีฟ้าเมื่อเปิดอ่านหนังสือในแอป Kindle โดยระบุว่าใช้งานอ่านหนังสือได้นานสูงสุด 20 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ราคาและกำหนดวางจำหน่าย
Amazon เปิดให้สั่งซื้อแท็บเล็ตทั้งสามรุ่นในสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดาตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2026 โดยเริ่มจัดส่งวันที่ 14 ตุลาคม ส่วนสหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปนจะเริ่มจัดส่งวันที่ 19 ตุลาคม 2026
อุปกรณ์เสริมสำหรับรุ่น 12 Pro ได้แก่ Pro Keyboard ราคา 149.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 5,100 บาท) และ Pro Pen ราคา 89.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,100 บาท)
AmazonKidsTablets
เป็นแท็บเล็ตสำหรับเด็กที่ Amazon เปิดตัวพร้อมกันโดยมีให้เลือก 2 ขนาดคือ 8.7 นิ้ว และ 11 นิ้ว จุดสำคัญคือ Amazon ระบุว่าเป็นชุดพร้อมใช้งานซึ่งประกอบด้วยตัวเครื่องเคสกันกระแทกและสมาชิกAmazonKids+เป็นเวลา1ปี
แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
-
เด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป: มาพร้อมเคสกันกระแทกแบบนุ่ม มีลวดลายจากตัวละครอย่าง Paw Patrol และ Barbie
-
เด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป: ใช้เคสแข็งแบบบาง พร้อมขาตั้งในตัว
นอกจากนี้ Amazon Kids+ ยังเพิ่มเครื่องมือ Storybuilder ที่ให้เด็กใช้เสียงสร้างเรื่องราวพร้อมภาพประกอบได้ และปรับปรุง Parent Dashboard ให้ผู้ปกครองดูรายงานรายสัปดาห์เกี่ยวกับสิ่งที่เด็กสำรวจและเรียนรู้
กำหนดวางจำหน่าย: สหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา เริ่มจัดส่ง 14 ตุลาคม 2026 ส่วนสหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน เริ่มจัดส่ง 19 ตุลาคม 2026 ขณะที่ญี่ปุ่นเริ่มจัดส่งในวันที่ 14 ตุลาคม 2026
ชัดเจนว่า Amazon ต้องการขยายบทบาทจากแท็บเล็ตสำหรับอ่านหนังสือและความบันเทิง ไปสู่แท็บเล็ต Android ที่ใส่ AI Alexa+ เข้ากับการทำงานในชีวิตประจำวันเข้ามาร่วมด้วยนั้นเอง













