คุณกำลังอ่าน
รีวิว Mi Air Purifier Pro H รุ่นใหม่ไซด์ใหญ่ ฟอกอากาศพื้นที่กว้างเครื่องเดียวอยู่ รองรับพื้นที่ 45-72 ตารางเมตร

รีวิว Mi Air Purifier Pro H รุ่นใหม่ไซด์ใหญ่ ฟอกอากาศพื้นที่กว้างเครื่องเดียวอยู่ รองรับพื้นที่ 45-72 ตารางเมตร

Noppinij

Mi Air Purifier Pro H เครื่องฟอกอากาศที่มาในตัวเลือกไซด์ใหญ่ขึ้น ออกแบบมาเพื่อการใช้งานภายในห้องขนาดใหญ่ พื้นที่กว้าง ออฟฟิต หรือร้านค้าต่างๆ ในขนาดพื้นที่ห้องประมาณ 45-72 ตารางเมตร แบบเครื่องเดียวจบ

เครื่องฟอกอากาศประสิทธิภาพสูงที่เหมาะสำหรับใช้งานทั้งภายในบ้านและสำนักงาน, ออฟฟิศ และร้านค้าครับ จุดเด่นของเครื่องฟอกอากาศ Mi คือมันเริ่มต้นใช้งานได้ง่ายๆ เลย ไม่มีอะไรซับซ้อน แค่เอามาตั้งเสียบปลั๊ก เปิดเครื่อง ก็พร้อมใช้งานแล้วครับ โดยจะสามารถปรับความแรงของระดับเครื่องฟอกได้ 4 ระดับ หรือเปิดให้ทำงานในโหมดอัตโนมัติ สามารถกดสั่งงานควบคุมได้ด้วยการทัชบนหน้าจอ OLED ด้านหน้าเครื่อง หรือจะสั่งงานผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนก็ได้ด้วยเช่นกันครับ

เป็นเครื่องฟอกอากาศรุ่นใหม่ จะมาพร้อมไส้กรอง HEPA รุ่นอัพเกรดและระบบกรองสามชั้นของทาง Mi เอง ตัวมันใหญ่ พื้นที่รับอากาศเข้าตัวได้เยอะ พร้อมใบพัดขนาดใหญ่ด้านบน จะทำให่มันครอบคลุมการฟอกอากาศได้ในพื้นที่สูงสุด 72 ตารางเมตร

ด้วยใส้กรองที่มีมาให้ จะช่วยดักจับควัน ฝุ่น ขนสัตว์เลี้ยง สปอร์เชื้อรา ละอองเกสร และกลิ่นภายในบ้าน แบะช่วยกำจัดอนุภาคขนาดเล็ก 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97% เลยทีเดียวครับ ค่าอัตตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์อนุภาคต่อพื้นที่ (PCADR) อยู่ที่ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง (10 ตารางเมตรต่อนาที)

ไส้กรองของเครื่องรุ่นนี้จะมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษครับ เทียบกับขนาดปกติรุ่นเดิมแล้วจะใหญ่กว่าเกือบสองเท่าเลยทีเดียว สำหรับใช้งานได้ยาวนานโดยไม่ต้องคอยเปลี่ยนบ่อยๆ สามารถใช้งานได้ยาวนานประมาณ 14 เดือน วิธีการถอดสลับก็แค่เปิดฝาด้านหลังแล้วดึงออกมาได้เลยครับ ไม่มีสลักล็อกใดๆ แล้วใส่ไส่กรองอันใหม่เข้าไปใช้งานได้เลย

ด้านหลังเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิ ค่าความชื้น และรุ่นนี้จะใช้เลเซอร์สำหรับการจับค่าฝุ่นละอองที่ปะปนในอากาศ วัดค่าได้แม่นยำกว่าแบบอินฟราเรด

ด้านหน้าเป็นจอสัมผัส OLED สำหรับการควบคุม มีปุ่มทัชควบคุมสองปุ่ม ทั้งปุ่มเปิดปิดที่ใช้ปรับระดับแสงไฟหน้าจอ (ปรับได้ 2 ระดับ) และตัวปรับเร่งระดับความเร็วในการฟอกอากาศ

หน้าจอจะแจ้งค่าอุณหภูมิ ค่าความชื้น และคุณภาพ AQI ที่เครื่องตรวจจับได้แบบเรียลไทม์เป็นตัวเลข และเป็นสัญลักษณ์สีเพื่อความเข้าใจง่าย เขียง ส้ม แดง ตามความอันตรายของสภาพอากาศในพื้นที่

อย่างที่เห็นครับ ออกแบบมาเรียบ ใช้ง่าย เสียบไฟก็พร้อมใช้งานได้เลย

เอาไว้ในร้าน ในบ้าน หรือในห้องนอนก็ยังได้นะครับ เพราะพัดลมเสียงเงียบมาก โดยเฉพาะโหมดกลางคืนแทบจะไม่มีเสียงใดๆ เลย ต่อให้เปิดความแรงสูงสุดก็ไม่ดังมากครับ และตัวเครื่องแน่น ไม่สั่นไม่รบกวนเวลาทำงาน

ซึ่งเจ้าตัวนี้เวลาเรากดปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานจะมีเสียง “ติ๊ด” ดังออกมาให้ได้ยิน ซึ่งเสียงจะปรับใหม่ ฟังดูผู้ดีมาก ^^ หนึ่งในข้อแตกต่างเล็กๆ ให้สมกับเป็นรุ่นตัวท็อปครับ

และถ้าใครที่ใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฮมของ Mi จะรู้ว่าเขามีแอพ Mi Home ที่สามารถควบคุมอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านได้จากระยะไกล ทึกอุปกรณ์รวมอยู่ในแอพเดียว รวมถึงการร่วมเข้าใช้กับระบบคำสั่งเสียง Google assistant และ Amazon alexa ได้ทั้งหมดสมบูรณ์ สั่งงานด้วยเสียงได้เลย เพราะที่ออฟฟิศของ Appdisqus ก็สั่งงานเปิดปิดเครื่องกรองด้วยเสียง “Hey Google ปิดเครื่องฟอกอากาศ” ตัว Google assistant ก็จะจัดการปิดเครื่องให้ได้ครับ

เราสามารถตั้งค่าเปิดปิดการทำงาน หรือให้สลับโหมดความแรงของเครื่องฟอกเอาไว้ล่วงหน้าตามวันและเวลาในแอพได้ ปรับให้เหมาะสมกับชีวิต เช่นตกดึกให้ทำงานในโหมดกลางคืน พอตอนเที่ยงก็ให้เปิดการทำงานเต็มที่เป็นต้น

ทาง Mi เขาก็ออกแบบมาให้ใช้ในขนาดใหญ่มากขึ้น ใครที่มีห้องหรือพื้นที่ขนาดราวๆ 45-72 ตารางเมตร ก็แนะนำใช้รุ่นนี้ครับ รุ่นอื่นอาจจะเล็กไปสักหน่อย ราคาไม่แพงด้วย โดย Mi Air Purifier Pro H ราคาวางจำหน่ายจะอยู่ที่ 8,990 บาท ได้ไซด์ใหญ่กว่าครอบคลุมห้องได้กว้างกว่า เหมาะสำหรับเอาไปตั้งฟอกอากาศออฟฟิศหรือร้านค้า

คัดมาเพื่อคุณ

เปรียบเทียบการใช้งานที่เหมาะสมแต่ละรุ่น

 

ใครสนใจก็ไปลองจับตัวจริงกันได้ครับที่หน้าร้านตัวแทนจำหน่าย หรือสั่งออนไลน์ก็สั่งซื้อได้ที่

Lazada https://bit.ly/3hRnJPQ

Shopee https://bit.ly/31MwCof

JD Central https://bit.ly/2Dg6SH8