คุณกำลังอ่าน
พบผลทดสอบแบต iPhone 12 ใช้งาน 5G จะกินแบตเพิ่ม 20% ใช้งานได้รวม 8 ชั่วโมง 25 นาทีเท่านั้น

พบผลทดสอบแบต iPhone 12 ใช้งาน 5G จะกินแบตเพิ่ม 20% ใช้งานได้รวม 8 ชั่วโมง 25 นาทีเท่านั้น

Noppinij

ผลทดสอบการใช้สมาร์ทโฟน iPhone 12 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G เครื่องแรกของ Apple แต่การใช้คุณสมบัติการเชื่อมต่อเทคโนโลยีใหม่นี้จะทำอายุการใช้งานแบตเตอรี่น้อยลงอย่างเห็นได้ชัดครับ

ตามการทดสอบของเว็บไซต์ Tom’s Guide ซึ่งทำการเปรียบเทียบประสิทธิภาพแบตเตอรี่ของ iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ในเรื่องของระยะเวลาการใช้งานในขณะที่ใช้เครือข่ายมือถือ 5G กับ 4G ผลลัพธ์ออกมาดังนี้ครับ

iPhone 12 สามารถใช้งานได้นาน 10 ชั่วโมง 23 นาที บนเครือข่าย 4G แต่ใช้งานได้เพียง 8 ชั่วโมง 25 นาที สำหรับการเชื่อมต่อสัญญาณ 5G คิดค่าความแตกต่างลดลงไปประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์

ส่วน iPhone 12 Pro ก็จะคล้ายกัน แบตเตอรี่มันจะใช้งานได้ประมาณ 11 ชั่วโมง 24 นาทีสำหรับ 4G แต่ใช้งานได้ 9 ชั่วโมง 6 นาที สำหรับ 5G

ซึ่งการทดสอบของ Tom’s Guide จะทดสอบด้วยการเปิดความสว่างหน้าจอไว้ที่ประมาณ 150nits หรือประมาณ 15% ของความสว่างสูงสุดของจอ และทำการเปิดโหลดเว็บไซด์ใหม่บนโทรศัพท์ต่อเนื่องทุก 30 วินาที จนกว่าแบตเตอรี่ของเครื่องจะเหลือศูนย์เปอร์เซ็น

มีการนำอุปกรณ์อื่นๆ มาทำการทดสอบในรูปแบบเดียวกันนี้ เช่น iPhone 11 และ 11 Pro ของ Apple ที่ทำงานได้บน 4G เท่านั้น โดยมันสามารถใช้งานได้ประมาร 11 ชั่วโมง 16 นาที และ 10 ชั่วโมง 24 นาที ตามลำดับ ก็เป็นไปตามที่ Apple ได้บอกไว้สำหรับ iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ที่จะมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ใกล้เคียงกับรุ่นก่อนๆ แต่นั้นก็หมายถึงการใช้งานบนเทคโนโลยีเดียวกันบนเครือข่าย 4G เท่านั้นครับ

อย่างไรก็ตาม Tom’s Guide ยังนำโทรศัพท์ Android บางรุ่นมาทดสอบใช้งานแบบเดียวกันนี้และตัวเลขระหว่าง 4G กับ 5G ก็ดูทำผลงานได้สมดุลกว่าของ Apple มาก เช่นแบตเตอรี่ของ Google Pixel 5 จะใช้ได้ในระยะที่เกือบจะเท่ากันทั้งบน 5G และ 4G นั้นคือ 9:56 และ 9:29 ตามลำดับ

คัดมาเพื่อคุณ

รวมถึง OnePlus 8T, Galaxy S20 และ S20 Plus ของ Samsung ก็ยังคงมีระยะเวลาที่อยู่ได้นานกว่า แม้แต่บางรุ่นจะเปิดใช้หน้าจอในโหมดรีเฟรชเรทสูงถึง 120Hz แล้วก็ตาม

ก็ต้องดูว่า Apple จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ในอนาคตได้หรือเปล่า เพราะระบบชาร์จไวของ Apple ก็ดูจะยังไวสู้เครื่องระดับเรือธงของแบรนด์อื่นๆ ไม่ได้ รวมถึงหน้าจอแสดงผล ที่ปัจจุบันยังไม่ได้ใช้หน้าจอที่มีรีเฟรชเรทสูง อาจจะต้องดูการปรับปรุงในโอกาสต่อๆ ไปของ Apple แล้วละครับ