คุณกำลังอ่าน
รีวิว OPPO Reno4 Z 5G น่าใช้ ราคาดี สมาร์ทโฟน 5G ที่คุ้มค่าที่สุดจาก OPPO

รีวิว OPPO Reno4 Z 5G น่าใช้ ราคาดี สมาร์ทโฟน 5G ที่คุ้มค่าที่สุดจาก OPPO

Noppinij

OPPO Reno4 Z 5G เป็นสมาร์ทโฟน 5G ในตัวเลือกที่ดีเลยครับสำหรับการจะยกระดับเทคโนโลยีไปอีกขั้นกับมือถือใหม่สักเครื่องในช่วงนี้ แล้วอยากจะสัมผัสไปกับเทคโนโลยี 5G

เพราะ OPPO Reno4 Z 5G เปิดราคามาดีครับ มีโปรโมชั่นที่ให้เราเริ่มต้นกันได้ ที่ราคาเครื่องแค่ห้าพันกว่าบาทเท่านั้นเมื่อซื้อและสมัครแพ็กเกจใช้งาน 5G กับเครือข่ายอย่าง AIS และ True

คุณสมบัติของ Reno4 Z 5G ถือว่าเต็มที่กับยุคสมัยใหม่ เพราะเป็นเครื่อง 5G ที่รองรับ Dual-mode 5G ทั้งเครือข่าย 5G แบบ NSA (Non-StandAlone) ที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ และแบบ SA (StandAlone) ที่จะเป็นเทคโนโลยี 5G แบบเต็มขั้นต่อไปในอนาคต ( เข้าใจศัพท์เทคโยโลยี 5G กับ Appdisqus)

ด้วยคุณสมบัติที่พัฒนามาเพื่อ 5G ของชิปเซ็ต Dimensity 800 หน่วยประมวลผลยุคใหม่ ตัวแรงแกะกล่องของ MediaTek ออกแบบเสารับสัญญาณ 5G ในรูปแบบเฉพาะ ด้วยการกระจายเสารับสัญญาณรอบตัว ไม่ต้องห่วงเรื่องการถือจับของผู้ใช้ที่จะมากระทบรบกวนต่อการรับสัญญาณในขณะใช้งานครับ

จริงๆ แล้ว เจ้า Dimensity 800 เป็นหน่วยประมวลผล 7 นาโน ระดับเรือธงนะครับ มันออกแบบมาให้มีความแรงด้วยการใช้คอร์สองชุดสองระดับ โดยตัวแรงจะเป็น ARM Cortex-A76 ความเร็ว 2 GHz ทำงานในยามที่ต้องการประสิทธิภาพประมวลผลระดับสูง ทำงานคู่กับ ARM Cortex-A55 ซึ่งเป็นชุดคอร์สี่หัวแบบประหยัดพลังงาน แต่ด้วยราคาของมันที่สามารถนำมาใช้กับเครื่องในตลาดระดับกลางได้

สอดรับกับการใช้หน้าจอแสดงผลที่สมกับยุคด้วยหน้าจอ 120HZ Silky Display รีเฟรชเรทสูง บนหน้าจอขนาดใหญ่ 6.57 นิ้ว LTPS LCD screen หน้าจอความละเอียดสูงพิเศษ 2400 × 1080 พิกเซล (400DPI) ซึ่งต้องการประสิทธิภาพการประมวลผลในระดับสูงเพื่อการตอบสนองที่ดี

หน้าจอ 120HZ Silky Display ของ Rene4 Z 5G ขอบจอเล็กมากครับ ดีไซน์ขอบจอโค้งแบบ 2.5D คิดเป็นอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องที่ 90.5% เลยทีเดียว เวลาใช้งานดูได้เต็มตา เจาะรูวางกล้องหน้า “แบบคู่” เพิ่มเติมความน่าใช้ให้กับผู้ที่ชอบการเซลฟี่ ด้วยการใส่กล้องหน้าสองตัว ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และเลนส์เสริมเพื่อจับโฟกัสชัดลึกชัดตื้น 2 ล้านพิกเซลอีกหนึ่งตัว เพื่อการถ่ายภาพเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอด้วยฮาร์ดแวร์จริง

การใช้งานทั่วไปบนหน้าจอรีเฟรชสูง ให้ประสบการณ์ในอีกระดับกับเครื่องหน้าจอรีเฟรชต่ำเลยนะครับ มันส่งผลในหลายๆ ด้านแล้วในขณะนี้ การใช้งานทั่วไปเช่น Facebook, หหน้าโฮม หรือแม้แต่การใช้งานทั่วไปในแอพที่รองรับมากขึ้นทุกวัน

ความละมุนตาที่ส่งผลให้เรารู้สึกว่าการใช้งานมันลื่นไหล เป็นเพราะภาพต่อเนื่องที่ปรากฏให้เราเห็นบนหน้าจอที่รองรับในระดับสูงสุด 120Hz มันสูงกว่าระดับจอปกติ 60Hz ถึงสองเท่า!

ตัวเครื่องบางมากครับ ไม่นับส่วนโมดูลกล้อง ตัวเครื่องจะหนาแค่ 8.1 มิลลิเมตร กรอบด้านข้างเครื่องออกแบบเป็นลักษณะสองชั้นให้มีมุมจับถนัดขึ้น ใช้ที่สแกนลายนิ้วมือด้านข้างเครื่องเป็นปุ่มพาวเวอร์ในตัว

รองรับสองซิมการ์ด สามารถใส่ซิมใช้งาน 5G ได้จากสล็อตใดก็ได้ แต่เปิด 5G ใช้งานได้ทีละซิมนะครับ อีกหนึ่งซิมจะเชื่อมต่อสัญญาณ 4G เอาไว้แทน โดย OPPO Reno4 Z 5G สามารถเสียบซิมที่เป็นบริการ 5G แล้วใช้งานได้ทันทีเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณครับ

จากที่ผมทดสอบใช้งานมา ในขณะนี้ในกรุงเทพและหลายๆ จังหวัด มี 5G ให้ใช้งานกันหลายพื้นที่แล้ว ประเทศไทยเราเดินหน้าเรื่อง 5G ไวมากครับ ^^

มีเปิดจำหน่ายสองสี เป็นสีขาว Dew White และ สีดำ Ink Black ตัวเครื่องด้านหลังเงางาม เป็นรอยนิ้วมือง่ายสักหน่อยเพราะใช้การเคลือบผิวเหมือนกระจกไล่เฉดสี ลบมุม สัมผัสไม่มีคม การวางชุุดเลนส์กล้อง Eye-catching appearance  แปลกตาดีครับ เป็นชั้นหลายเลเยอร์ 4 กล้องหลังล้อมรอบแฟลช LED ตรงกลาง ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล, เลนส์ wide-angle 8ล้านพิกเซล, เลนส์ Vintage Portrait Monochrome 2ล้านพิกเซล และสุดท้ายเลนส์ B&W Portrait Monochrome 2ล้านพิกเซล

ใช้พอร์ทชาร์จแบบ USB Type C รองรับระบบชาร์จไว 18W fast Charge แบตเตอรี่ 4,000 mAh อุปกรณ์ภายในกล่องมีมาให้ทั้งเคสใส ที่ชาร์จ 18W fast Charge สาย USB Type C และชุดหูฟัง3.5 mm

การใช้งานภายใน

ถือว่าเป็นเครื่องที่แรงมากพอตัวเลยครับ ใช้หน่วยประมวลผล 7 นาโนเมตรของค่าย MTK เป็นตัวใหม่ Dimensity 800 ให้แรมมาเยอะ 8GB และหน่วยความจำ 128GB ชุดประมวลผลชุดนี้แรงเพียงพอต่อการใช้งานต่างๆ ในระบบ Android ได้ลื่นไหลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแอพหรือเกมครับ และเป็นหน่วยประมวลผลในยุค 5G ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งาน 5G โดยเฉพาะ

ใช้ระบบ Color OS 7.1 ครอบทับ Android 10 การทำงานต่างๆ ลื่นไหล ดูละมุนตาตั้งแต่หน้าโฮม เพราะว่าทำงานอยู่บนระดับเฟรมเรม 120FPS นั้นเองครับ การตอบสนองไวมาก ใช้งานต่างๆ ไม่มีสะดุดเลย ทำระบบออกมาดีครับรุ่นนี้ เล่นเกมต่างๆ ได้สบาย

แอพพลิเคชั่นใดที่รองรับการทำงานบน FPS ที่สูงกว่าปกติ ตัวเครื่องและหน้าจอก็จะปรับการแสดงผลตามให้เองได้โดยอัตโนมัติครับ เราสามารถตั้งกำหนดตามความต้องการของเราได้ถ้าอยากจะประหยัดพลังงานมากขึ้น

Color OS 7.1 เป็น UI ที่ค่อนข้างละมุนครับ หน้าตาเรียบๆ ดูเบา ซอฟท์ สบายตา มีธีมสโตร์, แอพสโตร์ และเกมสโตร์ที่ทาง OPPO จัดสรรแนะนำไว้ให้ผู้ใช้สำหรับการดาวน์โหลดมาใช้งานได้ทันที

หน้าจอใหญ่ ความละเอียดใช้ได้ เอาไว้รับชมภาพยนตร์หรือคลิปก็เหมาะสมดีครับ ลำโพงเสียงดังชัดเปิดสุดเสียงไม่แตก

หน้าจอของ OPPO Reno4 Z 5G มีโหมดถนอมสายตา ได้รับการรับรองจาก Rheinland TÜV โดยมีอัตราการกรองแสงสีฟ้าได้มากกว่า 58% ช่วยถนอมสายตาได้ในยามใช้งานในที่แสงน้อย หรือสำหรับการใช้งานเป็นระยะเวลานานๆ ควรเปิดเอาไว้ โดยเราสามารถตั้งค่าให้มันเปิดใช้งานล่วงหน้าอัตโนมัติได้

รวมถึงมีโหมดกลางคืน Dark mode หรือโหมดธีมสีดำนั้นเองครับ ปรับหน้าการใช้งานต่างๆ ให้เป็นโทนสีดำ หลายคนชอบเพราะสบายตาและส่งผลให้ลดการใช้พลังงานของหน้าจอด้วย เราสามารถตั้งค่าให้เปิดทำงานเองล่วงหน้าได้เช่นกัน

ความเบาสบาย ในลักษณะวิธีเซน ^^ เช่นแอพ OPPO Relax ผมอยากให้ใครที่มี OPPO รุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ ColorOS ที่มี OPPO Relax ลองใช้งานกันดูครับ ลดความวุ่นวายของจิตใจและเสริมสมาธิกันสักหน่อย ภายในแอพจะมีการใช้เสียง ภาพ และบรรยากาศเพื่อเป็นไกด์นำเราให้ได้พักผ่อน และทำสมาธิ ปล่อยวางจากการทำงานและความวุ่นวานของโลกอินเตอร์เน็ตกันบ้างครับ

แอพมันส์ๆ อย่างแอพตัดวีดีโอทำคลิปสั้น SoLoop ตัวนี่เจ๋งครับ ^^ ใช้ง่ายมาก เลือกรูปภาพหรือวีดีโอ แล้วเลือกรูปแบบตามสไตล์ที่ต้องการ คุณก็จะได้คลิปที่มีเพลงประกอบ เอฟเฟ็กต์การเปลี่ยนภาพเท่ๆ แล้วสามารถอัปโหลดไปยังแพลตฟอร์มต่างๆ ที่รองรับได้ทันที เช่น Tiktok หรือ IG Story

 

โหมดเพื่อความสะดวกสบายเพื่อผู้ใช้มีตัวที่น่าสนใจครับ เช่น “โหมดเวลาเข้านอน” เป็นโหมดที่ OPPO ออกแบบให้ช่วยเราปรับเปลี่ยนรูปแบบของเครื่องให้เหมาะสมกับช่วงเวลาเข้านอน เมื่อเราเสียบปลั๊กชาร์จหรือเมื่อถือเวลาที่เรากำหนดไว้ให้มันทำงาน ตัวเครื่องก็จะเข้าโหมดห้ามรบกวน และปรับแสงสีหน้าจอให้กลายเป็นโทนขาวดำ เพื่อให้เหมาะสมต่อช่วงเวลาที่กำลังจะนอนนั้นเองครับ

โหมดสำหรับการขับรถ เมื่อตัวเครื่องตรวจพบการเชื่อมต่อกับชุดเครื่องเสียงรถยนต์ ก็จะเปิดชุดการทำงานที่เรากำหนดไว้ล่วงหน้าในทันทีครับ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในขณะที่เราขับขี่รถยนต์

Game Space โหมดการทำงานเพื่อคนเล่นเกม โหมดนี้จะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อเราเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นเกมในเครื่อง โดยโหมดนี้จะทำการเคลียทรัพยากรในเครื่อง ปิดกั้นการทำงานแอพเบื้องหลัง และรีดประสิทธิภาพการเชื่อมต่อสัญญาณเน็ต ทั้งหมดเพื่อให้เราเล่นเกมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพครับ