รีวิว OnePlus NORD ระบบดี เครื่องแรง ราคาไม่แพงแต่เกรดพรีเมี่ยม

Noppinij

OnePlus NORD สมาร์ทโฟนจากแบรนด์เรือธง OnePlus ซึ่งแบรนด์นี้น่าจะติดนิสัยขายแต่เครื่องพรีเมี่ยมครับ เพราะต่อให้บอกว่ามาในระดับรุ่นกลาง แต่ว่างานผลิตก็คงยังอยู่ในเกรดของสมาร์ทโฟนเรือธงอยู่เช่นเดิม

ต้องบอกว่า ที่ผ่านมาจุดเด่นของสมาร์ทโฟนแบรนด์ OnePlus นอกจากจะมีความพรีเมี่ยมในทุกรุ่นเป็นมาตรฐานแล้ว สเปคเครื่องที่สุดแรงก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นของเขาเสมอมาครับ รวมถึงระบบ Oxygen OS ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ OnePlus โดยเป็นหน้าการใช้งานที่เรียบ ง่าย เร็วและลื่นมากๆ รวมถึงยังเป็นระบบที่ได้รับการอัพเดทเวอร์ชั่นของ Android ได้ไว

โดยในรุ่นเรือธงต่างๆ ของ OnePlus จะการันตีการอัพเดทระบบให้ก้บผู้ใช้อย่างน้อยสองเจนเนอเรชั่นของ Android ซึ่งนั้นก็หมายรวมไปถึง OnePlus NORD รุ่นนี้ด้วยเช่นกันนะครับ ทำให้เจ้าตัวนี้หวังผลใช้งานไปยาวๆ ได้เลย เพราะการันตีไว้เลยว่า จะได้รับอัพเกรดระบบกันแน่นอนในอนาคตไปอีกอย่างน้อยสองเจนเนเรชั่นนั้นเอง

ตัวเครื่องสวยครับ ใครชอบเครื่องสวยๆ แบบเกรดประกอบของพวกเรือธง ตัวนี้ให้ความรู้สึกแบบนั้นกับผู้ใช้เลยครับ โดย OnePlus NORD จะมีเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราสองสี มีสี Marble Blue และสี Grey Onyx โดยสีของ Grey Onyx จะเป็นโทนสีเทา สะท้อนเงามีมิติ ตัวเครื่องโค้งมนขอบเครื่องมีการเคลือบไว้สวยงาม

ผิวสัมผัสกระจกรอบตัว ภายในใช้โครงเครื่องโลหะ ใช้กระจกด้านหน้าจอเป็น Corning Gorilla Glass 5 วัสดุถือว่าเกรดดีรอบตัวใช้ได้เลยครับ

หน้าจอเป็นจอสเปคสูง Fluid AMOLED สัดส่วน 20:9 ความละเอียด FullHD+ ขนาดจอใหญ่ 6.44 นิ้ว ให้รีเฟรชเรทสูง 90Hz และรองรับ HDR10+ ทำให้สามารถรับชมภาพยนตร์แบบ HDR ใน Netflix ได้ด้วย พร้อมสามารถใช้การสแกนนิ้วบนหน้าจอได้โดยตรง สีสันดี จอสว่าง จอสวยและเป็นของดีเลยครับ

จอ Dual Punch Hole Display ด้านบนซ้ายจะเจาะรูไว้เพื่อวางกล้องหน้าคู่ที่มีความละเอียดสูง ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX616 ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล และเลนส์มุมกว้าง 8 ล้านพิกเซล ทำให้เราสามารถถ่ายภาพเซลฟี่จากกล้องหน้าของรุ่นนี้ได้ในมุมมองกว้างถึง 105 องศา  ถ่ายเซลฟี่กลุ่มได้สบายครับ และกล้องหน้ารุ่นนี้ยังสามารถถ่ายวีดีโอ 4K 60Fps ได้ด้วยนะครับ

รองรับ 4G ทั้งสองซิมการ์ด แต่จริงๆ แล้ว OnePlus NORD เป็นสมาร์ทโฟนในเกรดของเครื่อง 5G นะครับ แต่มันรองรับ 5G ในคลื่น 700 และ 3500 MHz ซึ่งบ้านเรายังไม่เปิดใช้ในวันนี้เท่านั้นเอง แต่อนาคตได้ใช้กันแน่ๆ ^^ เพราะเป็นคลื่นที่มีแผนจะใช้งาน 5G ในบ้านเรากันนั้นเองครับ

ตัวเครื่องค่อนข้างเล็ก แต่แบตเตอรี่ขนาด 4,115 mAh พร้อมรองรับชาร์จไว Warp Charge 30T ทดสอบการชาร์จไฟ สามารถชาร์จแบตได้ 70% ได้ในเวลาแค่ประมาณ 30 นาทีเท่านั้น และชาร์จเต็มได้ในเวลาไม่เกิน 50 นาที แม้จะมีการใช้งานระหว่างการชาร์จไปด้วยก็ตาม

จุดเด่นของระบบชาร์จ Warp Charge 30T นอกจากการชาร์จไฟได้ไวแล้ว ตัวเครื่องมันยังไม่ร้อนอีกด้วยนะครับ แทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากการใช้งานปกติ ปลอดภัยครับ มีระบบป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรอยู่ตลอดตั้งแต่ขั้วชาร์จไปจนยันเต้าเสียบ  ใครที่กังวลเรื่องฝืนไฟ ใช้ตัวนี้ก็อุ่นใจได้มากกว่าครับ

กล้องหลังสี่ตัว ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล มีเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide Angle 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และ Depth Sensor สำหรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ 5 ล้านพิกเซล  และเลนส์สุดท้ายคือเลนส์มาโคร เลนส์ถ่ายภาพระยะใกล้ 2 ล้านพิกเซล ระยะโฟกัส 4 เซนติเมตรครับ สามารถซูมภาพแบบออพติคัลไม่เสียรายละเอียดได้สองเท่า และแบบดิจิตอลได้ 10เท่าครับ

ขอบเครื่องด้านขวา มีปุ่มพิเศษที่เป็นแบบอนาล็อก สำหรับการเปิดปิดเสียงเรียกเข้าได้ทันทีด้วยสวิชต์สลับโหมด เข้าประชุม เข้าโรงหนัง ปิดเสียงหรือเปิดโหมดสั่นได้เลยโดยไม่ต้องกดเปิดจอเข้าในหน้าตั้งค่าก่อนเลยครับ ซึ่งมีน้อยมากแล้วที่ยังทำสวิชต์แบบนี้มาให้บนตัวเครื่องของสมาร์ทโฟน

แต่จะไม่มีรูหูฟัง 3.5 mm นะครับ (อันนี้ก็เหมือนพวกเรือธงเขาเลย 555) ใช้เชื่อมต่อกับหูฟังแบบบลูทูธหรือเสียบกับ USB Type C ด้านใต้เครื่องแทน ภายในกล่องไม่มีชุดหูฟังแถมมาให้

สามารถดูพรีวิวแกะกล่องเครื่อง OnePlus NORD ได้จากคลิปวีดีโอด้านล่างนะครับ

การใช้งานภายใน

ประสิทธิภาพการใช้งาน “เหลือกินเหลือใช้” ชิปเซ็ต Snapdragon 765G กับแรม 12GB รันด้วยระบบ Oxygen OS ลื่นมากทุกการใช้งาน

ไม่ว่าจะการตอบสนอง การสัมผัส หรือความลื่นไหลในการใช้งานแอพพลิเคชั่นหรือเกมระดับสูง เจ้าตัวให้ความรู้สึกเทียบกับเรือธง Android ได้เลยครับ  ROM สูงสุด 256GB และ RAM สูงสุด 12GB!

นี่ก็คือเครื่องสเปคสูงมากๆ และด้วยซอฟท์แวร์ Oxygen OS จากที่ทดสอบใช้เบื้องต้น โคตรลื่นครับ! เล่นเกมดีสุดๆ เกมลื่นไหล การใช้งานต่างๆ รวดเร็วคล่องตัวมาก ไม่มีปัญหาแน่นอนในด้านประสิทธิภาพการทำงาน น่าจะมาจากตัวสเปคและตัวระบบทำงานร่วมกันได้ดีครับ เพราะว่าจะมีระบบ AI สำหรับการจัดสรรทรัพยากรเครื่องให้เหมาะสมอยู่ตลอดเวลา

เล่นเกมลื่นมากครับ เมื่อเทียบกับเครื่องระดับกลางทั่วๆ ไปแล้ว ทำผลลัพท์ออกมาได้ดีกว่านะ ผมให้ความรู้สึกว่าใกล้เคียงกับพวกตัวท็อปเลย แต่ราคาถูกกว่าก็น่าสนใจมากครับรุ่นนี้สำหรับคนหาเครื่องแรงๆ เอามาไว้เล่นเกม

ตัวระบบ Oxygen OS มีให้ปรับแต่งด้านความสวยงามหลายประเด็น เช่นปลี่ยนรูปแบบไอคอน เปลี่ยนลักษณะอนิเมชั่นขณะสแกนลายนิ้วมือ เปลี่ยนฟอนท์ เปลี่ยนรูปบบนาฬิกาหน้าจอล็อค หรือปรับโทนสีของธีมระบบให้เป็นธีมสีสว่างหรือธีมสีดำได้ทั้งหมดครับ

ค่อนข้างเป็นระบบที่เรียบง่าย ไม่ใส่แอพพลิเคชั่นอะไรเพิ่มเติมมามากมาย มีเพียงแต่น้อยครับ ดูเป็นสายสงบเพราะว่ามีระบบที่ออกแบบมาเพื่อการพักกายพักใจมาโดยเฉพาะ เช่นโหมด ZEN ที่จะพาเราปลีกหนีหายไปจากโลกดิจิทัลโดยสมบูรณ์ ปิดกั้นการใช้งานเครื่องแบบปลดล็อกออกไม่ได้ ตั้งใจเอาไว้ก่อนว่าจะหลบความวุ่นวายไปสักกี่นาที เพราะหลังจากเข้าโหมดนี้ คุณจะไม่สามารถใช้สมาร์ทโฟนได้นอกจากการติดต่อที่สำคัญเข้ามาบางอย่างเท่านั้น

มีโหมดโฟกัสตั้งสมาธิ “พักสายตา” เป็นโหมดที่ปิดกั้นแค่บางแอพพลิเคชั่นซึ่งอาจผลาญเวลาหรือได้ความสนใจจากเรามากเกินไป เข้าไปปิดมันไว้เป็นรายตัวเพื่อเพิ่มสมาธิในการใช้ชีวิตด้านอื่นของเราให้มากขึ้น เหมาะเลยสำหรับใครที่เป็นคนติดเกม ที่ใจมัวแต่จดจ่อกับมัน สามารถเข้าไปปิดกั้นความวุ่นวายไม่ให้มายุ่งกับเราได้ในโหมดนี้ครับ

มีฟังก์ชั่นที่เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเรียกใช้งานคำสั่งต่างๆ ได้ตั้งแต่หน้าจอล็อก เช่นการกำหนด Gesture รูปแบบเพื่อเรียกใช้งานบางอย่างด้วยการวาดสัญลักษณ์ รวมถึงการทัชค้างในขณะสแกนนิ้ว เพื่อเรียกแถวคำสั่งพิเศษขึ้นมาให้เราเรียกใช้งานได้ทันที่ที่ปลดล็อกหน้าจอเป็นต้นครับ

ยังมีความสามารถพิเศษที่ไม่เหมือนใครด้วย กับฟังก์ชั่น “คำบรรยายสด” ฟังก์ชั่นนี้ของระบบ Oxygen OS จะสามารถตรวจจับคำพูดภาษาอังกฤษ (ในตอนนี้รองรับภาษาเดียว) ที่เรากำลังเปิดเล่นบนตัวเครื่อง แล้วให้แสดงออกมาเป็นซับไตเติ้ลตัวอักษรบนหน้าจอให้เราอ่านไปได้พร้อมกันแบบเรียลไทม์ เช่นในกรณีถ้าเราต้องการเปิดคลิปซึ่งมีเสียงบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ แต่เราไม่อยากเปิดเสียงลำโพง เราสามารถเปิดความสามารถของฟังก์ชั่นนี้เพื่อให้มันแสดงสิ่งที่คลิปกำลังพูด ออกมาเป็นตัวอักษรบนหน้าจอให้เราอ่านแทนได้ครับ

การใช้งานของ OnePlus NORD ใช้งานสนุกเพราะความลื่นไหล ส่วนหนึ่งมาจากหน้าจอครับ มีตัวเลือกที่ให้เราได้ปรับแต่งหลาบจุด มีรีเฟรชเรทสูง 90Hz มันช่วยให้การแสดงภาพละมุนตามากขึ้น โดยเราสามารถปรับระดับเฟรมเรทที่เราต้องการได้ทั้งในระดับปกติ 60Hz และความเร็ว 90Hz

มีการเปิดให้ปรับโทนสีของหน้าจอได้หลายรูปแบบ ทั้งโทนสีจัดจ้านที่เหมาะกับงานด้านความบันเทิงแบบ AMOLED หรือต้องการมาตรฐานของค่าสีที่แม่นยำมากขึ้น อย่าง sRGB หรือ Diaplay P3 เพื่อที่เราจะนำไปใช้งานด้านการจัดการภาพหรือวีดีโอ ซึ่งจะได้ค่าสีที่แม่นยำเป็นสำคัญ ทั้งสามโหมดเลือกใช้งานได้

มีโหมดที่ช่วยเร่งสีและรายละเอียดของภาพวีดีโอได้แบบเรียลไทม์ เพื่อให้เหมาะสมกับจอภาพได้มากขึ้น รวมถึงสามารถปรับลดค่าแสงและโทนสี เพื่อให้เหมาะสมกับการอ่านหนังสือบนหน้าจอสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย และในระบบ Oxygen OS ไม่ใช่แค่ลดแสงสีฟ้าเท่านั้น แต่ยังสามารถปรับลดความรุนแรงของสีให้กลายเป็นหน้าจอขาวดำได้เลยครับ พร้อมกำหนดโหมดการอ่านไว้กับแอพพลิเคชั่นที่เราใช้อ่านหนังสือได้ล่วงหน้า เวลาเปิดแอพที่เรากำหนด ตัวเครื่องก็จะปรับโหมดหน้าจอให้เหมาะสมกับการอ่านโดยทันที

ระบบเสียงก็เป็นเครื่องที่รองรับ Dirac Sound ระบบเสียงที่ปรับแต่งมาเป็นพรีเซ็ต เพื่อการใช้งานในตามลักษณะที่เหมาะสม เช่นการเล่นภาพยนตร์หรือฟังเพลง โดยตัวลำโพงของ OnePlus NORD เป็นลำโพงเดี่ยวเสียงดังดีครับ เสียงมีมิติพอได้ ใช้ฟังเพลงโดยไม่ต่อลำโพงในห้องถือว่าใช้ได้อยู่

ในด้านความเป็นส่วนตัว OnePlus NORD สามารถใช้ก็มีความสามารถในการซ่อนแอพพลิเคชั่นและล็อคเอาไว้ได้แบบเนียนตา แค่เอาไอคอนแอพไปซ่อนไว้ในหน้าพิเศษซึ่งเข้าได้จากการสไลด์ไปทางข้างๆ ในหน้ารายการแอพพลิเคชั่นตามปกติเพียงเท่านั้น ง่ายๆแต่หายากสำหรับคนไม่รู้ และยังสามารถล็อคเอาไว้ได้ด้วยรหัสอีกหนึ่งชั้น

และรองรับการใช้งานหลายคน สำหรับกรณีใช้งานในองค์กรครับ แยกบัญชีและพื้นที่ในเครื่องเป็นหลายบัญชี

ก็เป็นระบบที่เหมือนเรียบง่าย แต่ก็มีเครื่องมือให้ผู้ใช้ใส่ไว้ครบครับ ตอบสนองดี จากที่ทดสอบใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ทำงานตอบสนองได้เป็นอย่างดี ระบบเขาดีจริงครับ Oxygen OS

กล้องถ่ายภาพ

กล้องหลังสี่ กล้องหน้าสอง รวมเป็นกล้องหกตัวที่มีโหมดการถ่ายภาพหลักๆ มาให้ครบทั้งหน้าและหลัง

กล้องหน้าคู่ ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX616 ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัส และเลนส์มุมกว้าง 8 ล้านพิกเซล มุมมองกว้างถึง 105 องศา ทำให้เราสามารถถ่ายภาพเซลฟี่จากกล้องหน้าในมุมกว้าง ถ่ายเซลฟี่หลายคนได้สบายครับ รวมถึงเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอได้ด้วยครับ พร้อมมีฟิลเตอร์สีสันหลายอารมณ์ เลือกใช้งานกันได้เลย

และกล้องหน้ารุ่นนี้ยังสามารถถ่ายวีดีโอ 4K 60Fps ด้วยนะ ถ่ายวีดีโอ Vlog ได้สบายๆ

กล้องหลังสี่ตัวประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล และเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide Angle 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายภาพทั้งมุมกว้าง และซูมภาพออพติคัล 2X ถ่ายได้สามระยะที่คมกริบ

UI กล้องออกแบบใช้งานง่ายๆ สลับโหมดภาพความละเอียด 12 ล้านพิกเซลหรือ 48 ล้านพิกเซล และเข้าโหมดมาโครได้ด้วยคลิกเดียว พร้อมเปิดโหมดระยะการซูมด้วยไอคอนซูมภาพด้านล่าง โดยสามารถเลือกมุมกว้าง มุมปกติและการซูม 2x หรือกดทัชค้างเพื่อเลื่อนการซูมแบบดิจิทัล

ซึ่งการซูมภาพแบบดิจิทัล สามารถซูมได้ไกลสุด 10x แต่คุณภาพที่หวังได้อยู่ในประมาณ 5x ครับ ที่ภาพยังดูคมสวย ไกลกว่านั้นภาพจะดูแตกเกินไป

มี Depth Sensor 5 ล้านพิกเซล  สำหรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอในโหมดถ่ายภาพบุคคล ซึ่งสามารถถ่ายภาพบุคคลได้ในสองระยะการถ่ายครับ แต่ละลายหลังได้เหมือนกัน จะซูมใกล้หรือระยะปกติกดถ่ายในโหมดบุคคลก็จะเป็นภาพแบบละลายหลังทั้งหมดครับ แต่ในโหมดนี้จริงๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ถ่ายคนเพียงเท่านั้นนะครับ สิ่งใดก็ได้ที่อยู่ในโฟกัสระยะ 0.3 – 2 เมตร ที่มีระยะห่างกับฉากด้านหลัง ก็สามารถถ่ายภาพสิ่งเหล่านั้นได้แบบหน้าชัดหลังเบลอได้ทั้งหมดครับ

คัดมาเพื่อคุณ

และเลนส์สุดท้ายคือเลนส์มาโคร 2 ล้านพิกเซล ใช้เป็นเลนส์ถ่ายภาพระยะใกล้ๆ ที่โฟกัสได้ใกล้วัตถุประมาณ 4 เซนติเมตร เอาไว้ถ่ายเก็บรายละเอียดต่างๆ หรือที่เขาเอาไว้ถ่ายแมลงเป็นต้นครับ

การสลับโหมดการถ่ายภาพทำได้สองวิธี ทั้งการสไลด์ไล่โหมดไปข้างๆ หรือสไลด์เมนูขึ้นมาเพื่อแสดงโหมดทั้งหมดที่กล้องมี

โดยจะมีโหมดการถ่ายภาพ “ทิวทัศน์กลางคืน” สำหรับการถ่ายภาพในยามพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ยังสามารถเก็บภาพได้คม และรองรับการถ่ายภาพมุมกว้างได้เหมือนถ่ายตอนกลางวันในโหมดปกติ

มีโหมดโปรสำหรับมืออาชีพ ที่เปิดให้ผู้ใช้ได้กำหนดค่าความเร็วชัตเตอร์, ค่า ISO (100-3200), ค่าไวท์บาลานซ์ รวมถึงปรับระยะโฟกัสแบบแมนนวล ทำให้สามารถถ่ายภาพในระดับสูงได้สำหรับคนที่มีความรู้เรื่องกล้อง

และยังมีเครื่องมือเกจวัดระดับน้ำ และฮิสโตแกรมแสดงค่าแสง รวมถึงรองรับการแยกจุดวัดแสงและจุดโฟกัสบนภาพได้ด้วยครับ

ในด้านงานวีดีโอก็ใส่มาให้แบบจัดเต็มเหมือนกันครับ โดยจะรองรับความละเอียด 4K 30FPS ซึ่งถ่ายในโหมด Cinematic สัดส่วนภาพ 21:9 ได้ด้วย

กล้องมีโหมดป้องกันการสั่นไหว และสามารถซูมภาพได้ในขณะถ่ายได้สูงสุด 10x มีโหมดการถ่ายภาพสโลว์โมชั่น (ชื่อโหมดภาษาไทย “เคลื่อนไหวช้า”) และการถ่ายแบบเร่งเวลา Hyperlapse (ชื่อโหมดภาษาไทย “การหน่วงเวลา” ) เรียกว่ามีให้เราเล่นได้ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอครับ

คุณภาพของกล้อง OnePlus NORD ก็สวยสด ชัดเจนดี ใช้งานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน มีโหมดถ่ายภาพและวีดีโอเด่นๆ หลายตัว สิ่งที่ดูอาจจะขาดไปคือระยะการซูมด้วยเลนส์ ที่รองรับแค่ระดับ 2x เท่านั้นครับ ที่เหลือเป็นการซูมแบบดิจิทัลซึ่งความคมชัดจะสู้การซูมด้วยเลนส์ไม่ได้

ตัวอย่างภาพถ่ายหลายๆ โหมด

สรุปท้ายรีวิว

เหมาะสำหรับคนชอบงานพรีเมี่ยม รุ่นนี้เครื่องสวย แบรนด์ดี สเปคดีและเครื่องแรงมาก แม้จะบอกว่าเป็นเครื่องรุ่นระดับกลางแต่ความลื่นไหลของการใช้งานต่างๆ อยู่ในระดับท็อปเช่นกัน

หน้าจอสวยงาม รีเฟรชเรทสูง รองรับ HDR10+ สัดส่วน 20:9 เป็นหน้าจอที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานสายบันเทิงค่อนข้างชัดเจน

กล้องถ่ายภาพมีฟังก์ชั่นครบ ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ มีระบบชาร์จไวที่เร็วและปลอดภัย ระบบทำมาได้ยอดเยี่ยมเช่นเคย และมีการดูแลอัพเดทระบบให้อย่างแน่นอนสองเจนเนเรชั่นการันตี ใช้งานกันยาวๆ

ครบเครื่อง สวยงาม เครื่องแรง จริงๆ ก็เป็นคุณสมบัติของเครื่องระดับเรือธงนั้นแหละครับ แต่ OnePlus NORD มันเป็นรุ่นที่ราคาถูกกว่าตัวเรือธงลงมา ซึ่งจุดนี้เป็นจุดขายครับ ได้เครื่องมาตรฐานสูง ในราคาที่ประหยัดมากกว่าเดิมนั้นเอง

ราคาและวันวางจำหน่ายของ OnePlus NORD

  • แรม 8+128GB ราคา 14,990 บาท
  • แรม 12+256GB ราคา 17,990 บาท

เปิดจองถึงวันที่ 27 สิงหาคม รับฟรีกระเป๋าและบัตรประกันรวมมูลค่า 10,990 บาทจากทาง OnePlus

 

มีโปรโมชั่นจำหน่ายผ่านทางเครือข่าย ซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 7,990 บาทสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลผ่านทางผู้ให้บริการทั้งสามค่ายใหญ่ของไทย

จุดเด่น

ตัวเครื่องสวยงาม มาตรฐานงานระดับ Flagship

สเปคสูง และระบบทำมาดีมาก ทำให้มีความลื่นไหลสูงมากขึ้นได้อีก

หน้าจอระดับสูง รีเฟรชเรท 90Hz รองรับ HDR10+

ระบบชาร์จไว ที่รวดเร็วและมีความปลอดภัยสูง

การันตีการอัปเดทระบบให้อย่างน้อย 2 เจนเนอเรชั่น

ต้องปรับปรุง

ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5mm

ไม่แถมชุดหูฟังมาให้ภายในกล่อง

Noppinij