คุณกำลังอ่าน
หน่วยความจำของเครื่องเต็มทำอย่างไร จะสำรองรูปไปเก็บไว้ที่ไหน มีทางออกให้สามวิธี

หน่วยความจำของเครื่องเต็มทำอย่างไร จะสำรองรูปไปเก็บไว้ที่ไหน มีทางออกให้สามวิธี

Noppinij

ปัญหาพื้นที่จัดเก็บใกล้เต็มของมือถือ เชื่อว่าหลายคนที่ใช้สมาร์ทโฟนในการจัดเก็บภาพ, ข้อมูล และไฟล์ข้อมูลต่างๆ เมื่อใช้ไปสักระยะ จะเจอปัญหาหน่วยความจำของเครื่องไม่พอใช้กันอย่างแน่นอนครับ

ปัญหาของหน่วยความจำเครื่องเต็มหรือใกล้จะเต็ม จะส่งผลต่อการใช้งานหลายอย่าง เช่น การทำงานของเครื่องช้าลง หรือไม่สามารถอัพเดทหรือติดตั้งแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมได้ อาจจะรวมถึงไม่สามารถถ่ายภาพวีดีโอได้อีกต่อไป

ในกรณีแบบนี้ เราสามารถแก้ไขปัญหาได้ง่ายๆ 3 วิธิด้วยกันครับ ซึ่งผมจะอธิบายให้ฟังทีละวิธี

1. ลบแอพ, เกม หรือวีดีโอที่ไม่ได้ใช้งานออกไปจากเครื่อง

เป็นวิธีที่ง่ายและทำได้เลยทันที แอพพลิเคชั่นใดที่เราไม่ค่อยได้ใช้ให้ทำการลบทิ้งครับ และโดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นเกม ยิ่งเกมภาพสวยๆ ก็ยิ่งกินพื้นที่จัดเก็บ ก็ลบทิ้งไปครับถ้าเราไม่ได้ใช้ รวมถึงไฟล์วีดีโอนี่ก็ตัวกินเมมโมรี่เลย วีดีโอไหนที่ไม่ใช่หรือไม่ต้องการแล้วก็ลบทิ้งไป แต่ถ้าวีดีโอเหล่านั้นมันสำคัญก็ให้มองวิธีข้อต่อไปเพื่อจัดเก็บไฟล์วีด๊โอของเราเอาไว้ในข้อที่ 2 และ 3 ตามด้านล่างครับ

2. สำรองจัดเก็บไฟล์ภาพ, วีดีโอ ไปไว้ที่อุปกรณ์ภายนอก

เชื่อว่าปัญหาหลักของทุกวันนี้ที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนใช้เครื่องกันจนหน่วยความจำเต็ม มักจะมาจากรูปภาพและวีดีโอมีอยู่ล้นเครื่องครับ ถ่ายภาพกันบ่อย เซฟภาพกันเยอะ และมีความจำเป็นต้องจัดเก็บภาพเหล่านั้นเอาไว้ใช้ในภายหลัง ผมแนะนำให้ทำการย้ายไฟล์เหล่านั้นไปไว้ในอุปกรณ์ภายนอกครับ โดยเราสามารถย้ายไปเก็บไว้ได้ที่คอมพิวเตอร์, Notebook แค่เพียงเสียบสาย USB จากสมาร์ทโฟนต่อเข้าที่ PC หรือ Notebook ก็จะเข้าถึงที่เก็บข้อมูลของสมาร์ทโฟนเราได้ทั้งหมด คัดลอกไฟล์รูปที่ต้องการจากในโฟลเดอร์ “DCIM” ซึ่งมักเป็นโฟลเดอร์หลักในการจัดเก็บภาพของอุปกรณ์สมาร์ทโฟนระบบ Android นั้นเองครับ หรือถ้าเป็นระบบ iOS ก็สามารถจัดการได้ผ่านโปรแกรม iTune โดยตรงนั้นเอง

3. สำรองเก็บไฟล์ภาพและวีดีโอ จัดเก็บขึ้นบริการจัดเก็บคลาวด์

เป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนในยุคสมัยนี้ต้องรู้จักไว้เลยครับ เป็นวิธีที่อยากจะแนะนำมากที่สุด เพราะง่ายและประหยัด สามารถใช้งานได้ฟรี และไม่เสียเวลา แต่แค่ต้องทำความเข้าใจสักเล็กน้อย

ระบบพื้นที่จัดเก็บคลาวด์ (Cloud) เป็นการบริการที่มีมานานหลายปีแล้วครับ เริ่มเป็นที่นิยมและเป็นมาตรฐานในการสำรองไฟล์ทุกชนิดรวมถึงภาพภ่าย โดยไฟล์เหล่านั้นจะไม่หายไปไหนแม้เราจะรีเซ็ตโทรศัพท์หรือทำมือถือพังหรือทำมือถือหายไป

โดยจะมีผู้ให้บริการที่เป็นบริษัทใหญ่ เชื่อถือได้ และมีให้บริการฟรีอยู่มากมาย เช่น Google ที่ให้บริการ Google Drive หรือปัจจุบันเปลี่ยนมาทำตลาดภายใต้ชื่อ Google One และอีกเจ้าใหญ่นั้นคือของทาง Microsoft ที่ให้บริการในชื่อ OneDrive ซึ่งในสองบริการที่หยิบมาพูดถึงนี้ จะสามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์สมาร์ทโฟนทุกระบบ Android, iOS แต่จะมีบริการของทาง Apple ที่ให้บริการกับระบบ iOS เพียงอย่างเดียวในชื่อ iCloud ด้วยเช่นกัน

โดยบริการเหล่านี้เขาจะให้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ หรือเรียกว่าเป็นพื้นที่เก็บข้อมูลที่อยู่บนระบบออนไลน์อาจจะเข้าใจง่ายกว่า โดยพื้นที่เหล่านั้นก็จะเหมือนฮาร์ดดิสจัดเก็บข้อมูลของเราเลยครับ แต่ไม่ได้ใช้การเสียบสายเชื่อมต่อหรือมีตัวอุปกรณ์อยู่จริงๆ แต่เราสามารถเข้าถึงที่จัดเก็บข้อมูลของเราตรงนั้นได้ ด้วย “อินเตอร์เน็ต”

โดยในสมาร์ทโฟน เรายังไม่ติดตั้งแอพพลิเคชั่นของบริการดังกล่าว ก็สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Google One หรือ OneDrive แล้วแต่จะต้องการใช้งานของเจ้าไหนเอามาติดตั้งในเครื่องของเราก่อนครับ หลังจากนั้นเขาจะให้เราสมัคร ID เพื่อเริ่มใช้งาน โดยจะใช้ ID เป็นที่อยู่ Gmail หรือ Hotmail ตามลำดับ และจะจัดการสร้างที่จัดเก็บข้อมูลของเราให้ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

ซึ่งปัจจุปันมีการแจกพื้นที่ให้ใช้ฟรีเริ่มต้นกันที่ 15GB เลยทีเดียว สามารถจัดเก็บไฟล์รูปได้มากถึงประมาณ 5,000 รูปเลยทีเดียวครับ แต่จริงๆ แล้ว ในพื้นที่จัดเก็บบนคลาวด์ของเรา จะเอาไฟล์อะไรไปเก็บก็ได้ทั้งนั้นครับ เขาไม่ได้จำกัด เพราะมันเหมือนเป็นฮาร์ดดิสของเราที่จะเอาอะไรไปใส่ไว้ก็ได้ทั้งนั้น ลบอะไรทิ้งก็ได้ หรือจะคัดลอกย้ายไฟล์ จัดการเพิ่มโฟลเดอร์ ทำได้หมด ไม่ต่างจากฮาร์ดดิสที่มีอยู่จริงในคอมพิวเตอร์ของเราเอง

ซึ่งหลังจากเราสมัครใช้งานในครั้งแรก หลังจากนั้นก็ไม่ต้องสมัครหรือล็อคอินใหม่อะไรแล้วครับ ตัวแอพพลิเคชั่นมันจะเป็นทางเข้าไปหาไฟล์ของเราได้ในทันทีที่เราเปิดแอพ

คัดมาเพื่อคุณ
Sony ประเทศไทยเปิดตัว Xperia 10 ll สมาร์ทโฟนระดับกลางกันน้ำเยี่ยม มาพร้อมกล้องหลัง 3เลนส์ และจอกว้างตอบโจทย์ความบันเทิงขั้นสุด!

ส่วนการจัดเก็บไฟล์ขึ้นไปเก็บไว้ในระบบตคลาวด์ก็ง่ายดายที่สุดแล้วครับ เข้าไปเลือกภาพที่เราต้องการจะนำขึ้นไปจัดเก็บแล้วกด “แชร์” ออกไปยังแอพบริการคลาวด์ที่เราเลือกใช้ และไฟล์เหล่านั้นก็จะถูกส่งขึ้นไปจัดเก็บยังพื้นที่คลาวด์ของเราด้วยสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่จำเป็นต้องเชื่อต่อเอาไว้ขณะอัพโหลดครับ

ข้อดีของระบบคลาวด์ยังมีมากมาย ไม่ใช่แค่เป็นพื้นที่จัดเก็บที่เปิดให้ใช้งานกันได้ฟรี แต่มันยังเป็นพื้นที่เก็บสำรองไฟล์สำคัญเอาไว้ แม้มือถือเราจะหายจะพังไป ไฟล์ที่เราจัดเก็บไว้ในคลาวด์ก็ไม่ได้เกี่ยวกัน มันก็จะอยู่ตรงนั้นให้เราล้อคอินเข้าไปใช้งานได้เหมือนเดิม

เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของเราที่สามารถเข้าถึงได้ในหลายช่องทางเมื่อยามจำเป็นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าด้วยแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน มันยังเข้าถึงได้ด้วยโปรแกรมบนอุปกรณ์อย่าง PC หรือ Notebook ด้วยครับ และยังเข้าถึงได้ด้วยการเปิดหน้าเว็บไซด์โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมก่อนแต่อย่างใด แค่เพียงเรามีไอดีและรหัสผ่านของเรา เราก็สามารถเข้าไปดูหรือดาวน์โหลดไฟล์เรามาใช้งานได้ในทุกๆ ที่ที่เราต้องการ แค่เพียงมีสัญญาณเน็ตและอุปกรณ์ที่เปิดเบราว์เซอร์ได้เท่านั้นเอง

และเรายังสามารถล็อคอินบริการคลาวด์เหล่านี้ไว้ได้หลายอุปกรณ์พร้อมๆ กัน เช่น ถ้าเราใช้สมาร์ทโฟนหลายเครื่อง หรือใช้อุปกรณ์อย่าง PC หรือ Notebook เราสามารถลงแอพลงโปรแกรม และล็อคอินไอดีเราเอาไว้ทุกอุปกรณ์ จะทำให้แต่ละอุปกรณ์ที่เราล็อคอินไอดีไว้นั้น เขาถึงไฟล์เดียวกันที่เราจัดเก็บขึ้นไปบนคลาวด์ได้ทุกอุปกรณ์พร้อมๆ กันเลยครับ เป็นหนึ่งในวิธีการส่งไฟล์ข้ามอุปกรณ์ที่ผมนิยมใช้งานเป็นประจำ

เรายังสามารถแชร์ไฟล์ที่อยู่ในคลาวด์ของเราให้กับบุคคลอื่นได้ด้วย โดยการแชร์ลิงก์ดาวน์โหลดไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการให้บุคคลอื่นสามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ โดยจะส่งเป็นลิงก์ของไฟล์หรือโฟลเดอร์นั้นออกไป แต่ผู้นั้นจะไม่มีสิทธิ์เข้าถึงหรือมองเห็นไฟล์อื่นๆ ของเราได้เลยนะครับไม่ต้องห่วง เขาจะสามารถเข้าไปดูหรือดาวน์โหลดได้แค่ที่เราส่งลิงก์ไปเท่านั้น


ก็เป็นสามวิธีในการจัดการไฟล์ภาพหรือเพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้กับอุปกรณ์ของเราได้ แต่อย่างไรผมก็ขอแนะนำวิธีที่สามหรือการใช้งานระบบคลาวด์นะครับ อยากให้ทำความเข้าใจเพื่อจะได้ใช้งานมันกันได้เป็น เพราะมันมีประโยชน์สูงมากกว่าที่คิดไว้แน่นอนครับ