รีวิว realme X50 Pro 5G สมาร์ทโฟนสเปคแรง Snap 865 รองรับ 5G และมีระบบชาร์จที่เร็วที่สุดในโลก

Noppinij

realme X50 Pro 5G เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้วครับ ก็สมใจคนรอคอยของแรง แรงแค่ไหนก็ลองคิดดู เพราะในรุ่นนี้ realme ปล่อยมาภายใต้คอนเซ็ปต์ “Speed of the Future” “ความเร็วแห่งอนาคต” เลยทีเดียว ส่วนราคาเปิดจำหน่ายวันแรกอยู่ที่ 28,990 บาท ราคาดีกว่าสมาร์ทโฟนเรือธง 5G แบรนด์อื่นๆ มากเลยครับ

เปิดตัวมาพร้อมกับหูฟังรุ่นใหม่ด้วย realme Buds Q หูฟัง True Wireless ดีไซน์สวยแต่ราคาประหยัดมาก แค่ 1,199 บาทเท่านั้นเองครับ

ในตอนนี้เชื่อว่าหลายคนน่าจะรู้จักแบรนด์ realme กันดีแล้ว เพราะเป็นแบรนด์ที่โตเร็วมากครับ จากการที่เขาทยอยปล่อยสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ AIoT มาในทุกระดับราคาต่อเนื่องกันเลย จนตอนนี้เขาก็ประสบความสำเร็จในตลาดระดับโลกครองตำแหน่งอันดับ 7 มาหลายไตรมาส ล่าสุดก็ขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 5 ของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

และสำหรับประเทศไทยเองในปีนี้ realme ก็ไต่ขึ้นมาอันดับ 4 แล้วครับ เป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอันดับต้นๆ ของไทยในตอนนี้ ราคาดี คุณภาพได้ และตัวเครื่องสวยทุกรุ่นเลยครับ

ความน่าสนใจของเขามันเพิ่มมากขึ้น ด้วยการประกาศความตั้งใจที่นำเทคโนโลยี 5G มาใช้ในผลิตภัณฑ์ทุกช่วงระดับราคา ซึ่ง realme X50 Pro 5G ก็นับเป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงเครื่องแรงตัวแรกของแบรนด์เขา ที่รองรับ 5G แล้วนั้นเอง

โดยความแรงนี่จะมาจากชุดสเปคประมวลผลที่ดีที่สุดของสมาร์ทโฟน Android ในตอนนี้ครับ ด้วยการเลือกใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 865 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตที่รองรับ 5G ทั้งแบบ 5G NSA และ 5G SA พร้อมรองรับการใช้งาน 5G ในประเทศไทย โดยใช้งาน 5G ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีการรออัพเดทใดๆ เพิ่มเติม

มาพร้อมแรมรุ่นใหม่ที่เป็น LPDDRS5 ขนาดใหญ่ 12GB และรอมก็ใช้แบบ UFS 3.0 ขนาดความจุ 256GB ฉะนั้นเรื่องของประสิทธิภาพการประมวลผลไม่ต้องห่วงเลย แรงมากๆ

เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ใช้หน้าจอแสดงผลแบบ 90Hz Super AMOLED หรือหน้าจอที่มีอัตรา Refresh rate สูงที่ 90 Hz นั้นเองครับ เพื่อให้สมกับความแรงที่มันมีอยู่ภายใน

เหมาะกับงานบันเทิงมากๆ เพราะนอกจากจอจะแจ่มแล้ว ยังมาพร้อมระบบเสียงขั้นสูงครับ เป็นเครื่องที่มีลำโพงคู่สเตอริโอ รองรับระบบ Dolby Atmos และรองรับ Hi-Res เมื่อใช้งานกับหูฟัง

ใช้การสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอโดยตรง ใช้การเจาะรูกล้องหน้าคู่แบบ Ultra-wide-angle เป็นกล้องคู่ที่เจาะรูบนหน้าจอได้เล็กมากๆ โดยเลนส์หลักใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX616 ความละเอียด 32MP ทำงานคู่กับกล้องหน้าเลนส์กว้างความละเอียด 8MP Ultra-wide-angle ที่ให้มุมมองกว้าง 105 องศา

ในด้านตัวเครื่อง realme X50 Pro 5G ตัวที่ผมได้มาเป็นสี Rust Red นะครับ นำเข้ามาจำหน่ายคู่กันกับสีเขียว Moss Green

สีของมันจะดูผู้ใหญ่ ใช้พื้นผิวกระจกขัดเคลือบด้วยวัสดุพิเศษ AG ให้ผลลัพท์เป็นผิวสัมผัสแบบ” ละมุน” เรียกว่าลูบกันเพลินเลยละ ข้อดีที่สุดของพื้นผิวแบบนี้คือมันไม่มีรอบคราบมันติดเปรอะเปื้อน โดยตัวมันก็ยังใช้กระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5 ทำให้เป็นรอยได้ยากครับ

realme X50 Pro ใช้การดีไซน์ตัวเครื่องที่เรียกว่า 360° Surround Antenna หรือการฝังเส้นเสาอากาศรับสัญญาณไว้รอบตัวเครื่อง ถึง 12 เส้น โดยเป็นเส้นเสาสำหรับ GPS/Wifi/Bluetooth/NFC อย่างละ 1 เส้น และใช้ถึง 8 เส้นเสาสำหรับรับสัญญาณ 4G และ 5G เลยครับ realme ออกแบบมาเพื่อให้แน่ใจว่า การรับสัญญาณ 5G ของ realme X50 จะมีประสิทธิภาพและความแรงในการรับสัญญาณได้อย่างดีที่สุด

จากที่ทดสอบ เสียบซิม 5G เข้าไป ก็จับสัญญาณได้เลยครับ เกาะ 5G ตลอดเส้นทาง ใช้งานได้เหมือนเป็นสัญญาณมาตรฐานของยุคนี้เลย

และในระบบการเชื่อมต่อที่สำคัญและใช้บ่อยอย่าง Wi-Fi สำหรับ realme X50 Pro 5G ก็ยังรองรับการเชื่อมต่อเทคโนโลโยี Wi-Fi 6 ที่ให้ความเร็วสูงสุดถึง 9.6Gbps พร้อมระบบพิเศษซึ่งเรียกว่า Dual Wi-Fi หรือการเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi ทั้งแบบ 5.0 และ 2.4 Ghz พร้อมๆ กัน เพื่อเพิ่มความเสถียรและความไวของสัญญาณด้วยการเกาะไว้สองคลื่นพร้อมกัน

และที่สำคัญ เจ้าตัวนี้ยังมาพร้อมระบบชาร์จเร็ว 65W SuperDart ซึ่งเป็นระบบชาร์จเร็วมากที่สุดในโลกตอนนี่ และยังมีความปลอดภัยสูงตามความแรงที่มันทำได้ จากการทดสอบ มันสามารถชาร์จแบตเตอรี่ความจุ 4200mAh ได้ 50% ภายในเวลาแค่ประมาณ 17 นาทีเท่านั้นเองครับ และชาร์จเต็มได้ภายใน 35 นาที โคตรเร็วเลย – – เร็วจนเชื่อว่าคนยังไม่เคยใช้ระบบชาร์จไวตัวนี้ต้องตกใจเวลาเสียบชาร์จไว้แล้วไปเข้าห้องน้ำ ^^

สำหรับกล้องหลังของ realme X50 Pro 5G จะมาพร้อมกล้องหลัง 4 เลนส์ โดยมีความละเอียดสูงสุดที่ 64MP แบบ Ultra-wide-angle ทำงานกับเลนส์ Ultra wide-angle อีกหนึ่งตัวที่มีความละเอียด 8MP สามารถถ่ายมุมมองกว้าง 119 องศา และรองรับการถ่ายภาพมาโครระยะโฟกัสวัตถุได้ใกล้ 3 เซนติเมตร

และเลนส์ที่สามเป็นเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12MP สามารถซูมภาพได้แบบเลนส์จริง (optical) ได้ 5 เท่าโดยไม่เสียความละเอียด และซูมภาพได้สูงสุด 20 เท่าแบบ Hybrid

และสุดท้ายคือเลนส์ Portrait ที่มีระบบ “ฟิลเตอร์สี” เพื่อช่วยถ่ายภาพภายใต้สีสันของฟิลเตอร์ต่างๆ ได้สนุกมากขึ้น

อุปกรณ์ภายในกล่องมีมาให้ครบ ทั้งที่ชาร์จในระบบ 65W SuperDart มีเคสใสซิลิโคนมาให้ แต่จะไม่ชุดหูฟังมาให้นะครับ เพราะตัวมันเองก็ไม่มีช่องหูฟังแบบ 3.5 มม. มาให้นะครับ ใช้เชื่อมหูฟังผ่านพอร์ท USB Type C หรือใช้แบบไร้สายบลูทูธแทน

การใช้งานภายใน

จริงๆ ก็คงไม่ต้องบอกอะไรมากสำหรับประสิทธิภาพการใช้งานเจ้าเครื่องตัวนี้ Qualcomm Snapdragon 865 5G, RAM LPDDRS5 12GB, ROM UFS 3.0 ขนาดความจุ 256GB จากที่ทดสอบเล่นเกมระดับภาพ HD นอกจากจะตอบสนองได้ไวรวดเร็วระดับสูงสุดแล้ว ภาพที่แสดงผลออกมาก็ยังมีความนุ่มนวมด้วยเฟรมเรทที่ราบลื่นอย่างมากอีกด้วยครับ

เกมที่ผมเล่นประจำจนชินตา พอมาเล่นบน realme X50 Pro รู้สึกได้เลยว่า ตัวละครผมพริ้วไหวดั่งสายน้ำ ^^ เอวพริ้ว สกิลปลิว เอฟเฟ็กต์การเคลื่อนไหวดูสวยกว่าเดิมเครับ เพราะภาพมันไหลเรียบได้มากขึ้น

หน้าจอแจ่ม สีสด ภาพใหญ่ ขอบจอเล็กนิดเดียว และมีโหมดปรับสีภาพ OSIE ช่วนให้ภาพในแอพที่รองรับมีชีวิตชีวามากขึ้นด้วยครับ

เล่นเกมได้ดั่งใจ ระบบเสียงก็เป็นสเตอริโอทำใหทิศทางเสียงดีขึ้นครับ แต่ลำโพงของ realme X50 Pro ไม่ได้เป็นพวกลำโพงเบสแน่นเบสแน่นๆ อะไร มีสองตัวเพื่อเน้นในการเพิ่มทิศทางของเสียงเป็นหลักครับ

การทำงานแต่ละอย่างไว้และทันใจไปหมดนะครับ ทั้งการเล่นเกม การเข้าออกแอพพลิเคชั่น หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ อย่างจังหวะการเซฟภาพหน้าจอ เราจะรู้สึกได้เลยว่า เครื่องนิ่งมากไม่กระเทือนมันเลยในทุกการใช้งาน

ตัว realme X50 Pro มาพร้อมกับ realme UI ครอบทับบน Android 10 มีฟังก์ชั่นพื้นฐานหลายตัวที่เราน่าจะได้ใช้กัน เช่นธีมสโตร์ ไว้สำหรับโหลดธีม พื้นหลัง หรือฟอนท์ใช้งานสวยๆ ซึ่งของแบรนด์ realme ผมต้องแอบน้อยใจสักนิดตรงไม่ค่อยจะมีของฟรีสักเท่าไหร่ 555 ส่วนใหญ่จะขายกันประมาณ 50 บาทต่อคอนเทนต์ครับ

หน้าจอใหญ่ หน่วยประมวลผลแรงๆ ก็ต้องเหมาะกับการทำงานแบบแบ่งหน้าจอได้ครับ เราสามารถเล่นเกมกราฟิกสูงๆ ในแบ่งหน้าจอทำงานอื่นไปได้พร้อมกัน โดยที่เครื่องไม่เกิดอาการสะดุดเลย

มีโหมดกลางคืน หรือโหมดมืด ปรับเมนูและหน้าการตั้งค่าต่างๆ ให้เป็นโทนสีดำ หลายคนชอบครับเพราะมันสบายตา และในแง่ของการใช้พลังงานโหมดสีดำก็จะประหยัดพลังงานมากกว่าสีขาวบนหน้าจอแบบ SuperAMOLED ครับ

แต่อย่างไรก็ตาม realme X50  Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่แบตค่อนข้างอึดใช้ได้เลยครับ ใช้งานเล่นเกมทั้งวัน ต่อเนื่องประมาณ 7 ชั่วโมงแบตยังไม่หมด ถ้าเป็นการใช้งานทั่วๆ ไป ไม่ได้เปิดหน้าจอไว้ตลอดเวลาแบตก็ยิ่งอยู่ได้ยาวนานมากขึ้น

และอย่าลืมว่ามันมาพร้อมกับระบบชาร์จ 65W DartCharge ระบบชาร์จไวที่ไวที่สุดของวงการสมาร์ทโฟน เสียบไว้แป๊บเดียว แค่ครึ่งชั่วโมง แบตจะกลับมาเต็ม 100% อย่างแน่นอน รวมถึงความปลอดภัยที่เป็นหนึ่งในจุดเด่นของรุ่น ปกป้องการรัดวงจรของไฟฟ้าไว้ถึง 5 ขั้นตอน ฉะนั้นเรื่องพลังงานก็หายห่วงได้ไปอีกเรื่องครับ

และผมชอบโหมดนี้ครับ “Focus Mode” เป็นโหมดที่จะช่วยให้เราพักและปลีกออกจากโลกภายนอกและการเชื่อมต่อกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ดูจะวุ่ยวายและเร่งร้อนกันทั้งวัน โดยในโหมดนี้ระบบจะเปิดเพลงเสียงประกอบจากธรรมดชาติที่ฟังสบายๆ พร้อมเปิดโหมด DND (Do Not Disturb) เพื่อปิดการแจ้งเตือนที่จะเข้ามารบกวนต่างๆ ตามเวลาที่เราตั้งค่าไว้ในโหมโฟกัสตัวนี้ครับ เอาไว้ทำงานหรือจังหวะอยากพักสมอง ช่วยได้เยอะครับ

กล้องถ่ายภาพ

คัดมาเพื่อคุณ

ถ้าให้ย้อนความไปสักหนึ่งปี ผมจะเล่าให้ฟังว่า แบรนด์ที่ทำให้วงการสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กราคาประหยัด มีกล้องถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมและมาพร้อมกับฟังก์ชั่นการถ่ายภาพกลางคืนเป็นแบรนด์แรกๆ ก็คือ realme นี้แหละครับ

กล้องของแบรนด์นี้มีซอฟทฺแวร์ที่ดีในทุกรุ่นเป็นทุนครับ ยิ่งรุ่นใหญ่ที่ใช้โมดูลกล้องระดับสูงภาพก็ยิ่งดี และถ้ามีหน่วยประมวลผลที่แรงพอการถ่ายภาพก็จะทำได้ไวและมีคุณภาพมากขึ้น โดยใน realme X50 5G มีครบเลยที่ว่ามา

กล้องหน้าคู่ความละเอียดค่อนข้างสูงครับ ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX616 ความละเอียด 32MP ทำงานคู่กับกล้องหน้าเลนส์กว้างความละเอียด 8MP Ultra-wide-angle ที่ให้มุมมองกว้าง 105 องศาเพื่อเก็บภาพทิวทัศน์ด้านหลังให้ได้กว้างมากขึ้น

และกล้องหน้าของ realme X50 5G นอกจากจะรองรับการถ่ายภาพแบบเลนส์มุมกว้างแล้ว ที่น่าสนใจคือการเซลฟี่ตอนดึกได้ด้วยโหมด “เซลฟี่กลางคืน”

ส่วนกล้องหลังของ realme X50 Pro 5G จะมาพร้อมกล้องหลัง 4 เลนส์ครับ ซึ่งจะใช้เทคนิคการให้เลนส์มุมกว้างมาสองตัว ตัวความละเอียดสูงสุดเป็น 64MP ทำงานกับเลนส์ Ultra wide-angle อีกหนึ่งตัว ความละเอียด 8MP ซึ่งสามารถถ่ายมุมมองกว้างได้ 119 องศา

และรองรับการถ่ายภาพมาโคร ระยะโฟกัสวัตถุได้ใกล้ 3 เซนติเมตร สำหรับคนชอบถ่ายเอารายละเอียดจากสิ่งเล็กๆ ที่ใกล้ตัว ^^

และเลนส์ที่สามเป็นเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12MP สามารถซูมภาพได้แบบเลนส์จริง (optical) ได้ 5 เท่าโดยไม่เสียความละเอียด และซูมภาพได้สูงสุด 20 เท่าแบบ Hybrid สามารถจับบุคคลได้แม่นมากครับ ถ่ายคนง่าย เวลาเอาไปถ่ายเด็กซนๆ ก็ไม่เป็นปัญหาครับ นางแบบไม่ต้องมืออาชีพ 555

จากที่เราทดสอบถ่ายภาพ จะบอกว่าระยะซูม 5X คือระยะซูมที่คมชัดมากเลยครับ สามารถเอาไว้ถ่ายเพื่อความสวยงามได้เลย ส่วนระยะซูมมากกว่านั้นขึ้นไป ต้องอาศัยแสงที่สว่างและความนิ่งของการถือเครื่องเป็นสำคัญ แต่ก็จะมีระบบกันสั่นคอยช่วยทำงานให้ครับ ทำให้ในระยะ 20X ก็ยังพอถือประคองเครื่องถ่ายด้วยมือเปล่าได้คมชัดพอสมควร

และสุดท้ายคือเลนส์ Portrait ที่มีระบบ “ฟิลเตอร์สี” เพื่อช่วยถ่ายภาพภายใต้สีสันของฟิลเตอร์ต่างๆ ได้สนุกมากขึ้น

ก็ต้องบอกว่ากล้องของ realme X50 Pro 5G ก็เป็นกล้องระดับเรือธงแหละครับ คุณภาพสูงในทุกเลนส์ ถ่ายได้หลายระยะ และมีโหมดการถ่ายภาพที่สำคัญในยุคนี้ก็คือโหมดกลางคืน แม้จะถือมือเปล่าแต่ภาพก็ยังคมโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งช่วย

ตัวอย่างภาพจากหลายๆ โหมดของ realme X50 Pro 5G

สรุปท้ายรีวิว

เทคโนโลยีสูงรอบตัวเลยครับ สเปคแรงมาก เหมาะสำหรับคนอยากได้เครื่องที่ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด รวมถึงการเชื่อมต่อที่รองรับ Wi-Fi 6 และสัญญาณ 5G ซึ่งพร้อมใช้งานได้ตั้งแต่วันนี้ที่เปิดจำหน่ายกันเลยครับ

หน้าจอสวย จอใหญ่ขอบจอเล็กมาก สีสันดีเป็น SuperAMOLED ที่มีรีเฟรชเรทสูง 90Hz พร้อมลำโพงสเตอริโอคู่ ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ใช้งานที่อึดยาวนานได้ตลอดวัน และระบบชาร๋จแบตที่แทบบไม่ต้องรอเลยสำหรับการชาร์จไฟกลับเข้าเครื่องได้เต็ม 100%

โดยรวมแล้วตัวเครื่องประสิทธิภาพสูงมากๆ และครบทุกด้านจริง แถมราคาไม่แพงเทียบกับแบรนดืคู่แข่งแล้วราคาดีกว่ามากครับ เปิดตัวมาที่ 28,990 บาทเท่านั้น

โดยมีการจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทั้งหน้าร้านออฟไลน์และร้านค้าออนไลน์ พร้อมรับของแถมรวมมูลค่า 9,990 บาท หรือซื้อเครื่องผ่านผู้ให้บริการพร้อมสมัครแพ็กเกจ จะลดราคาเครื่องเหลือเริ่มต้น 19,990 บาท

และพิเศษ สำหรับงาน Thailand Mobile Expo ในวันที่ 2 ถึง 5 กรกฎาคม รับของแถมเพิ่มฟรีอีก เป็นกระเป๋าล้อลากจาก realme ทำให้รวมมูลค่าของแถมเป็น 11,589 บาท แถมโหดมากครับ!

0
เจิดจรัส
90100
จุดเด่น

สเปคสูงมาก แรงด้วยหน่วยชุดประมวลผลที่ดีที่สุด Snapdragon 865 RAM DDR5 12GB และ ROM UFS 3.0 ขนาด 256GB

หน้าจอแสดงผลแบบ 90Hz SuperAMOLED สีสันดี แสดงผลเนียนตา

แบตเตอรี่ขนาดใหญ่และระบบชาร์จไว 65W DartCharge ซึ่งเป็นระบบชาร์จที่ปลอดภัยและไวที่สัดในโลก

ตัวเครื่องหรู ด้วยวัสดุและงานผลิตเกรดสูง

รองรับ Wi-Fi6 และรองรับ 5G ของเมืองไทยได้ทันที

ราคาจำหน่ายไม่แพง ถือว่าเป็นเรือธงสเปคสูง เกรดสูง แต่ราคาถูกกว่าชัดเจน

ต้องปรับปรุง

ไม่มีช่องเสียบรูหูฟัง 3.5มม

ไม่มีชุดหูฟังแถมมาให้ภายในกล่อง

Noppinij