คุณกำลังอ่าน
รีวิวพาชม AIS 5G @ สามย่านมิตรทาวน์ เปิดโลกอนาคต 5G ให้สัมผัสกันได้จริงแล้ว ตั้งแต่วันนี้

รีวิวพาชม AIS 5G @ สามย่านมิตรทาวน์ เปิดโลกอนาคต 5G ให้สัมผัสกันได้จริงแล้ว ตั้งแต่วันนี้

Noppinij

AIS 5G งานใหญ่ส่งท้ายปี 2562 ต้อนรับยุคสมัยใหม่ ยุคที่เรากำลังเขยิบเข้าใกล้ 5G กันเข้าไปทุกทีครับ โดยมี AIS เนี้ยแหละครับ เป็นผู้ที่ทำให้เราได้เห็นภาพกันได้ค่อนข้างชัดเจนได้ว่า “เมื่อโลกเราเข้าสู่ยุค 5G แล้วสิ่งใดบ้างที่มันจะเปลี่ยนแปลงไป”

 

นี่คือโจทย์คำถามที่ AIS ตอบให้กับเราผ่านทางงานโชว์เคสต่างๆ ที่ไปทดสอบใช้งานจริงทั่วทุกภูมิภาคเมืองไทย เหนือ ใต้ ออก ตก ต่อเนื่องมาตลอดปี 2562 เป็นการแสดงนวัตกรรม 5G ทั้งการวีดีโอคอลล์ทางไกลบนความคมชัดระดับสูง, ทดสอบรถยนต์ไร้คนขับที่บังคับผ่านทางไกลจากต่างภูมิภาค, ทดสอบการสั่งงานหุ่นยนต์ที่ตอบสนองรวดเร็วและคิดวิเคราะห์ได้เป็นเหมือนแขนขาของมนุษย์, ทดสอบการใช้เทคโนโลยี VR/AR ด้วยการรับส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์มหาศาลแบบที่ยุคสมัย 4G ไม่อาจจะตอบสนองได้ และยังมีอะไรอื่นๆ อีกมากมายทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วและกำลังจะเกิดขึ้น ทุกอย่างที่ศักยภาพของการรับส่งข้อมูลระดับ 5G จะเสกสรรให้เราได้ ต้นแบบแนวคิดเหล่านั้นกำลังถูกนำมารวมกันจัดแสดงขึ้นที่ลานกิจกรรม Semi outdoor ชั้น G สามย่านมิตรทาวน์ขณะนี้ครับ

“AIS 5G @สามย่านมิตรทาวน์” งานนี้งานใหญ่ มีการจัดโชว์เคสตัวอย่างการใช้งาน 5G ในแบบที่ทุกคนคิดฝันให้เห็นกันแบบจริงจัง ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าทดสอบใช้จริง ใช้สัญญาณ 5G จริง ซึ่งแต่ละอย่างผมเชื่อว่าเป็นประสบการณ์ที่ใครได้เข้าไปลองและทำความเข้าใจ จะเป็นการเปิดโลกและต่อยอดไอเดียได้อีกมากมายเลยทีเดียวครับ จึงไม่อยากให้ทุกคนพลาด

โดยภายในงานจะมีการจัดเป็นโซนไว้ 5 โซนสำคัญ แยกกันตามเทคโนโลยีที่นำมาใช้ร่วมกับสัญญาณ 5G ให้เกิดเป็นผลลัพท์ที่แตกต่างกัน 5 ประเภทตัวอย่าง โดยวันจัดงานบรรยากาศคึกคักมาครับ เพราะว่าทาง AIS นำพรีเซนเตอร์คนสำคัญ แบมแบม GOT7 ศิลปินเกาหลีคนดังเชื้อสายไทย มาโชว์ตัวพร้อมทดสอบใช้เทคโนโลยีทั้ง 5 โซนกันแบบสดๆ ฉะนั้นงานนี้นอกจากคนรักเทคโนโลยีแล้ว เหล่าอากาเซ่แฟนคลับของ GOT7 ตามมาเชียร์กันเต็มลานกิจกรรมแน่นขนัดเลยครับ

โดยทั้ง 5 โซนภายในงาน AIS 5G @สามย่านมิตรทาวน์ มีดังนี้

ใช้ 5G เข้าสู่โลก Hologram 3 มิติ

เราเริ่มต้นกันที่นวัตกรรมที่ดูจะเป็นตัวแทนของมโนภาพของเทคโนโลยีอนาคตอย่าง “โฮโลแกรม” ภาพเสมือนจริงที่หลายครั้งเราเห็นแต่ในเพียงในภาพยนตร์ ตอนนี้มันมาอยู่ในโลกความเป็นจริงแล้วครับ ซึ่งงานนี้นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยด้วยกับการนำเทคโนโลยี 3D Hologram มาโชว์การสื่อสารที่สามารถถ่ายทอดภาพ 3 มิติสมจริง ถ่ายทอดองค์ประกอบสถานที่รอบตัวไปยังปลายทางได้แบบ 360 องศาโดยทุกอย่างเห็นผ่านแว่นตา Hololens ผมบอกเลยว่าแค่เทคโนโลยีนี่ตัวเดียวก็ควรไปสัมผัสด้วยตัวเองแล้ว

สแกนสร้างภาพด้วยกล้อง ทำโฮโลแกรมขึ้นมาแบบสดๆ ภายในงานด้วยเวลาไม่กี่นาที ตรวจจับการเคลื่อนไหวของบุคคลจริงแล้วเลียนแบบพฤติกรรมถ่ายทอดไปที่โฮโลแกรม เพื่อให้ขยับตามแบบเรียลไทม์ ทุกอย่างในโลกจริงถูกตีความแปลเป็นข้อมูลดิจิตอล ส่งผ่านสัญาณ 5G เพื่อส่งต่อออกไปที่ปลายทางได้อย่างรวดเร็วครับ

แป๊บเดียว เขาก็สามารถสร้างแบมแบม เวอร์ชั่นโฮโลแกรมออกมาได้ ^^

 

โดยในการเปิดให้ทดสอบระบบ Hologram 3 มิติ นอกการรูปแบบสื่อสารแบบ 1 ต่อ 1 แล้ว ยังมีการเปิดให้ทดสอบนวัตกรรมที่กว้างไกลออกไปอีก มันคือระบบ Shared Mixed Reality (SMR) เป็นระบบที่เปิดให้ผู้ใช้งานมากกว่า 1 คน สามารถเข้ามาร่วมมองเห็นวัตถุ 3 มิติสิ่งเดียวกันได้ เข้ามาอยู่ในสถานที่เดียวกัน ทำงานร่วมกัน เห็นผลลัพท์แบบเรียลไทม์ไปด้วยกัน

ผู้ทดสอบทำการควบคุมวัตถุ 3D ด้วยมือเปล่า โดยใช้การตรวจจับร่างกายของกล้องเป็นตัวรับคำสั่ง

จากที่ผมได้ทดสอบลองใช้งาน ก็ได้ทดสอบตัวอย่างที่เป็น 3D ร่างกายมนุษย์บนเตียงผ่าตัดและแผนผังเมืองครับ ซึ่งผู้พัฒนาทำโมเดลเอาไว้ค่อนข้างละเอียด สามารถซูมเข้าไปดูใกล้ๆ เข้าไปในร่างกายมนุษย์ เห็นโครงสร้างทุกอย่างรวมกัน แก้ไขร่วมกัน และพูดคุยกันประหนึ่งกำลังประชุมอยู่ในห้องที่มีวัตถุชิ้นนั้นจริงๆ น่าเสียดายที่ผมไม่สามารถเอาภาพที่เห็นผ่านแว่น Hololens เอามาให้ดูตรงนี้ได้ อยากให้ไปเห็นกันด้วยตาตัวเองครับ มันเป็นการเปิดโลกและระเบิดจินตนาการของคุณได้เลยละ

จากที่เห็นเทคโนโลยีโฮโลแกรมนี้ บอกเลยว่าจะมีประโยชน์อย่างมากในการนำไปประยุกต์ใช้ได้กว้างมหาศาลเลยครับ ทั้งการศึกษา การทำงาน การประชุมของทีมงานออกแบบ งานของวิศวกร การออกแบบผลิตภัณฑ์ระหว่างผู้ออกแบบและลูกค้า การประชุมทางธุรกิจ การแพทย์ การเกษตร และงานแฟชั่น ผมขออนุญาตใส่ ฯลฯ ไว้ละกันครับ เพราะมันคือการสร้างโลกจริงขึ้นในโลกดิจิตอล ฉะนั้นโลกจริงทำอะไรได้ภายในนั้นอาจจะทำได้มากกว่า เพราะผมยังไม่ได้พูดถึงการนำไปใช้งานด้านความบันเทิง เกมแอนิเมชั่น 3 มิติ, เกมที่จำเป็นต้องใช้ AR (Augmented Reality) หรือ VR (Virtual Reality) รวมถึงการผสมผสานกันทั้งสองเทคโนโลยีแบบ MR (Mixed Reality) มันไปได้หมดเลยครับ

ใช้ 5G ควบคุมยานพาหนะทางไกล

เมื่อสัญญาณ 5G เป็นสัญญาณที่มีศักยภาพด้านการส่งรับข้อมูลที่รวดเร็วมหาศาล และก็ยังมีศักยภาพในการตอบสนองที่รวดเร็ว จนด้วยความต่างของเวลาในการส่งข้อมูลออกไป ถึงปลายทางที่รับข้อมูลต่างกันแค่ระดับเศษเสี้ยวของวินาที ความเร็วสูง, ความหน่วงต่ำ และตอบสนองได้รวดเร็ว  มันจึงมากเพียงพอต่อการใช้งานที่ต้องการการควบคุมที่ละเอียดอ่อน ต้องตอบสนองการสั่งงานได้ฉับไว เช่นการขับขี่รถยนต์ หรือการควบคุมเครื่องมือกลไก ผ่านทางระบบไร้สายทางไกล เช่นการสาธิตบังคับรถยนต์ไร้คนขับผ่านสัญญาณทางไกลผ่านเครือข่าย 5G โดยเปิดให้ทดสอบการขับขี่รถยนต์จากพวงมาลัยในลานกิจกรรม แต่รถยนต์ที่ถูกบังคับจะอยู่บริเวณลานหน้าสามย่านมิตรทาวน์ โดยผู้ขับขี่สามารถมองเห็นสถานที่จริงรอบตัวรถได้จากแว่น VR แบบเรียลไทม์ได้เช่นกันครับ

จริงๆ แล้วรถคันนี้สามารถควบคุมจากที่ไหนก็ได้ครับ ขอแค่มีสัญญาณที่แรงมากพออย่างเช่นสัญญาณ 5G เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างสถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเอไอเอส ด้วยแนวคิดการบังคับระยะไกลเช่นนี้ ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในด้านการขนส่งสินค้า, การสัญจร, รวมถึงการเข้าพื้นที่อันตรายโดยไม่ต้องใช้มนุษย์ เกิดประโยชน์ได้อีกมากมายแล้วแต่ไอเดียจะไปถึง

5G The Robotics

อย่าลืมว่าโลกเรานอกจากการพัฒนา 5G แล้ว ยังมีนวัตกรรมอื่นๆ ที่เติบโตมาในยุคเดียวกันอีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือเทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์ในการคิดวิเคราะห์และแยกแยะ แต่มันจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพได้ก็ยังต้องอาศัยข้อมูลมหาศาลที่ถ่ายทอดรับส่งกันตลอดเวลา เพราะการจะมาทำงานเป็นแขนขารับใช้มนุษย์ได้ก็ต้องตอบสนองต่อคำสั่งและคิดปฏิบัติออกมาได้ทันใจมนุษย์เป็นสำคัญ ซึ่งในงานครั้งนี้มีการจัดแสดงหุ่นยนต์ที่สามารถรับคำสั่งผ่านเทคโนโลยี 5G แสดงแนวคิดในลักษณะตัวอย่างของซูเปอร์มาร์เก็ตในอนาคต หยิบเลือกสิ้นค้าได้ถูกต้องตามความต้องการที่สั่งไปโดยหุ่นยนต์

ในการทดสอบ เราเพียงแค่ระบุผลไม้ที่ต้องการลงไปบนแท็บเล็ตสั่งสินค้า แล้วหลังจากนั้นหุ่นยนต์ก็จะหยิบสิ่งของที่เราต้องการได้ถูกต้องครับ

นอกจากทำงานเป็นแขนขาแล้ว มันยังเป็นคู่สนทนาถามตอบได้ด้วยครับ 5G Smart Little Robot Companion หุ่นยนต์อัจฉริยะที่นำมาโชว์ตัวกันในงานนี้ Bannee และ Bookky ถูกออกแบบเป็นหุ่นยนต์บรรณารักษ์ที่ปฏิบัติงานที่สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น หุ่นยนต์สุดน่ารักนี้สามารถสื่อสารกันเองและสื่อสารกับคนได้ โดยทำงานผ่านสัญญาณ 5G มีความสามารถในจดจำการสั่งการ Smart Connected Devices สามารถตอบสนองคำสั่งและคำถามมนุษย์ได้ด้วยคำพูดโดยตรง

เมื่อมาคิดว่าในอนาคต เราจะมีระบบ Robotics เป็นแขนขา รับฟังสิ่งทีเราพูดเข้าใจ และประกอบกับเทคโนโลยี Hologram เข้าเป็นตาที่มองเห็นสถานที่ที่ไม่จำเป็นต้องมีจริง โลกการช้อปปิ้งของเราในอนาคตจะเปลี่ยนไปขนาดไหน ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปได้อย่างไรบ้าง แค่คิดก็อนาคตสุดๆ แล้วครับ

5G บังคับโดรน

ผมว่าการสาธิตนี้เป็นการบอกใบ้อะไรสักอย่างให้คนที่คิดตามไม่ทันได้เห็นภาพครับ ถ้าเราบอกว่า 5G สามารถบังคับรถทางไกลได้ หลายคนอาจจะเข้าใจว่ามันหมายถึงการต่อยอดไปในด้านใดได้บ้าง แต่ผมเชื่อว่าก็อาจจะมีหลายคนไปจดจำแค่เพียง “5G บังคับรถทางไกลได้”

เพราะแน่นอนเมื่อมันสามารถส่งสัญญาณทางไกลจนควบคุมรถยนต์ที่ไม่มีคนขับได้แบบนั้นแล้ว อะไรที่มันง่ายกว่านั้นก็ได้ทั้งหมดแหละครับ จะรถยนต์เด็กเล่น, หุ่นยนต์บังคับ หรือแม่แต่ โดรนบินไร้คนขับ