OPPO Reno Series “Sunset Rose” Limited Edition ความงดงามใหม่ แอบหวานซ่อนคมด้วยฟีเจอร์ระดับสูงเต็มเครื่อง

OPPO Reno  “Sunset Rose” สีใหม่ ผมให้นิยามว่า “งดงาม” มากกว่า “สวยงาม” เพราะสีมันไม่ได้หวานซึ้งๆ แต่มันออกแนวสวยร้ายๆ ^^ เพราะสไตล์สีสันของแสงอาทิตย์ในยามเย็น (ตามชื่อ Sunset) ผสมสีเหลือบมุกออกชมพูอ่อนซึ่งเป็นแนวสีจากกลีบกุหลาบ (ตามชื่อ Rose)

เมื่อผสมกันออกมา ก็กลายเป็นตัวเครื่องที่ให้อารมณ์ส่องแสงอ่อนๆ ที่มีประกายมุกอมชมพูเรื่อๆ ออกแนวทั้งหวานและทั้งงามในสีเดียวกันครับ เวลาสะท้อนแสงเงาจะดูแพงมากๆ รับประกันว่าถ้าได้เห็นตัวจริงจะสะดุดตาในทันทีเลยละครับ

ก็เป็นงานการให้สีในระดับพรีเมี่ยมเช่นเคย และก็เป็นผลงานจากเจ้าเดิม นั้นคือ OPPO ซึ่งต้องบอกว่ามางวดนี้ทำเอา Reno เป็นเครื่องที่ดูพรีเมี่ยมที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลยละ งานเนี้ยบมาก

แต่อย่าไปหลงมองว่า Reno Sunset Rose จะมาแนวหวานแล้วจะไร้พิษสงนะครับ ข้างในความสามารถเพียบเฉียวละเจ้าตัวนี้ เพราะอย่าลืม OPPO Reno เป็นซีรี่ย์สมาร์ทโฟนที่เด่นด้านพีเจอร์การใช้งานเป็นสำคัญอยู่แล้วนะครับ

ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพในแบบ 10x Hybrid Zoom การซูมภาพที่ทำได้สูงที่สุดของสมาร์ทโฟนในขณะนี้ ซูมภาพระดับ 10X ได้แบบไม่เสียรายละเอียด และซูมได้สูงสุดถึง 60X ถ้าต้องการ ตัวงามแต่กล้องโหดครับรวมถึงกล้องหน้าที่แอบซ่อนไว้ Rising Camera

กล้องหลังซูมไกล กล้องหน้าซ่อนตัวเองได้ ไม่ว่าจะกล้องไหน ก็คุณภาพสูงทั้งนั้นครับ

นอกจากการซูมภาพได้ไกลแล้ว OPPO Reno ยังสามารถถ่ายภาพมุมกว้าง Ultra wide angle ได้อีกด้วย! ตัวเดียวจบ ครบทุกระยะ ไม่ว่าจะไกล ระยะกลาง และจะถ่ายเอามุมกว้าง ได้หมด

ครอบคลุมหลายระยะ และยังเก่งในหลายสภาพแสง OPPO Reno เป็นสมาร์ทโฟนที่ถ่ายได้ดีทั้งในแสงกลางวันและแสงกลางคืน การถ่ายภาพกลางคืนด้วย Ultra night Mode 2.0 จะทำให้กล้องของ OPPO Reno Series ไม่กลัวความมืด ยิ่งมืดยิ่งโดดเด่น

เป็นมือถือที่เรานำติดตัวไปท่องเที่ยว เก็บภาพวิวกลางวัน และสามารถถ่ายพลุไฟได้โดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องช่วยแต่อย่างใด ถ่ายกลางคืนได้ง่ายมากๆ และยังได้ภาพในระดับคุณภาพดีอีกด้วย ครบจริงๆ ครับด้านกล้องถ่ายภาพของ OPPO Reno โดยการครอบคลุมระยะการซูมสูงถึง 10X แบบไฮปริด และ 60X แบบดิจิตอลซึ่งมีอยู่ในรุ่น Reno 10X Zoom

เกาะประเด็น:  มินิรีวิว OPPO Enco Free หูฟัง True Wireless ตัวแรกของ OPPO

เครื่องสวยสุดๆ กล้องเทพมาก และประสิทธิภาพการประมวลผลก็แรงด้วยเช่นกัน ด้วยชุดประมวลผลตัวท็อปสุดของเครืองในระบบ Android นั้นคือ Snapdragon 855 ใน OPPO Reno 10X Zoom ความลื่นไหลในการใช้งานไม่มีเป็นรองใครครับ ฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นสาวชอบเซลฟี่ สาวชอบท่องเที่ยวถ่ายภาพ หรือสาว e-Sport ชอบการเล่นเกมก็ตาม คุณจะถูกใจเจ้า OPPO Reno แน่ๆ หรือแม้แต่ใครที่เป็นหนุ่มซึ่งหลงใหลในสี Sunset Rose เครื่องนี้ ก็จะไม่มีผิดหวังในด้านความแรงของตัวมันเลย

แล้วไม่ใช่แค่แรงด้านการประมวลผลเท่านั้นนะ แต่ไฟยังแรงด้วยระบบชาร์จ VOOC 3.0 ระบบการชาร์จไวที่ใหม่ ว่องไว และปลอดภัยสูงมากในระดับโลก เสียบชาร์จแค่แป๊บเดียวสามสิบนาที จะได้แบตเตอรี่กลับมาใช้มากกว่า 40% เลยครับ และไม่มีความร้อนสะสมเป็นอันตรายให้เราต้องกังวล สามารถชาร์จไฟไปพร้อมๆ กับใช้งานไปได้ไม่มีปัญหา เสียบชาร์จแวะพักทำธุระแป๊บเดียว แบตก็กลับมาเต็มไม่ทันรู้ตัวแล้วครับ

จะเห็นว่า OPPO Reno Series Sunset Rose สวยทั้งภายนอกเก่งทั้งภายในครับ ซึ่งสี Sunset Rose ตัวนี้ผมอยากให้ทุกคนได้เห็นตัวจริงของมันมากๆ เลย ใครที่ได้เห็นผมนำไปทดสอบใช้งาน ก็เอ่ยปากทักกันทุกคนว่า “สวยยยยมากก”  ^^ อันนี้ถือว่าเป็นการรับประกันความงดงามจากคนรอบข้าง

ส่วน Appdisqus พวกเราขอการันตีด้านความแรงและความเก่งกาจของฟีเจอร์ใช้งานต่างๆ ให้ครับ ไม่ว่าจะเป็นด้าน”กล้องถ่ายภาพ” “การประมวลผล” และเรื่องของ “แบตเตอรี่” ชาร์จไวและแบตเตอรี่อยู่กับเราได้ยาวนานตลอดทั้งวัน

หลายครั้งที่ผมชม OPPO ว่าเขาทำ Reno ออกมาได้ดีมาก มันครบเครื่อในแบบที่สมาร์ทโฟนระดับสูงควรจะเป็น และเขามีความตั้งใจ ใส่ทุกด้านออกมาเป็นงานปราณีต เราจะรู้สึกกันได้ตั้งแต่สัมผัสเครื่องภายนอกกันเลยละครับ ยิ่งใช้งานยิ่งหลงรัก สวยทั้งสองตัวเลย ทั้ง Reno และ Reno 10X Zoom ในสี Sunset Rose

งานออกแบบเหลื่อมสี ที่เปลี่ยนแปลงความเข้มของสีฝาหลังไปตามร่มเงาและแสงแดดที่ส่องกระทบ จะออกขาวมุก หรือออกชมพูกุหลาบ ก็เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สีเครื่องเมื่ออยู่ในที่ร่มจะดูชมพูขึ้นมามากกว่าปกติทันทีครับ เข้ากันกับเคสที่แถมมาให้แบบสุดๆ ^^

OPPO Reno Series “Sunset Rose” สีใหม่ตัวนี้เป็นรุ่น Limited Edition ในรุ่น OPPO Reno มีการเปิดจำหน่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 20 กรกฏาคมที่ผ่านมา

เกาะประเด็น:  เปิดภาพแรก กล้องหน้าในหน้าจอแบบไม่ต้องเจาะรูของ OPPO

แต่ในรุ่น Reno 10X Z00m เป็นรุ่นที่เปิดราคามาเท่ากับสองสีเดิมครับ 28.990 บาท จะเปิดให้ผู้สนใจจองกันได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 1 สิงหาคมครับ พร้อมรับฟรีขาตั้งกล้อง Tri-Pod แบบโปร มูลค่า 2,000 บาท และบัตร Diamond Card บัตรรับบริการเซอร์วิสหลังการขายระดับพรีเมี่ยมในวงเงินมูลค่า 9,000 บาท

และมีราคาพิเศษเมื่อจองผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายที่ร่วมรายการ เหลือราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 13,990 บาท แต่หมดเขตในวันที่ 31 กรกฎาคมหรือสิ้นเดือนนี้เท่านั้นนะครับ ใครสนใจต้องรีบกันหน่อย เพราะถูกมากๆ พลาดแล้วอาจจะเสียดายครับ