ข้อมูลเบื้องต้น:
แบรนด์

TrueID TV

ระบบปฏิบัติการ

Android TV 8.0

ราคาเปิดตัว

2,490 บาท

ขนาดหน้าจอ

CPU :

ความละเอียด

4K/2K 60fps, 1080p/i, 720p

การเชื่อมต่อ

USB Ports : 2x Hi-Speed USB 2.0
Micro SD Card : up to 128GB
WiFi : Duo Band (2.4GHz/5GHz)
Bluetooth : v. 4.1
LAN Port

หน่วยประมวลผล

Amlogic S905X

หน่วยความจำภายใน

8GB ใช้งานได้ 4GB

แรม

2GB

ข้อดี:

รองรับการแสดงผล 4K
คอนเทนต์ให้รับชมครบและเยอะมาก ฟุตบอล หนังพรีเมี่ยมใหม่ที่สุด ฟรีทีวี ช่องดิจิทัล รายการจากทรูวิชั่น และคอนเทนต์ Exclusive เฉพาะของ TrueID
ฝัง Google ChromeCast ไว้ในตัว
รีโมทรองรับคำสั่งเสียง รองรับภาษาไทย
ใช้งานได้ถึง 5 กล่องพร้อมกัน ในไอดีเดียวกัน

ข้อเสีย:

ยังไม่รองรับ Netflix
หน่วยความจำภายในน้อย ติดตั้งเกมได้จำกัด

คะแนนจากเรา
คะแนนจากสมาชิก
ใส่คะแนนของคุณ
คุณสมบัติและฟังก์ชั่น
90%
61%
วัสดุและงานประกอบ
75%
66%
ประสิทธิภาพ
78%
60%
ความคุ้มค่าต่อราคา
98%
62%
บทสรุป:

กล่อง TrueIDไม่ใช่กล่อง Android ที่สเปคดีที่สุด แต่เป็นกล่องที่มีคอนเทนต์ให้ดูเยอะที่สุดถ้าจะหากล่องมาใช้ดูคอนเทนต์ต่างๆ บนหน้าจอทีวี กล่องนี้คือที่สุดแล้ว จำนวนคอนเทนต์ที่มันสามารถแสดงผลขึ้นไปได้บนหน้าจอมากชนิดที่กล่องอื่นไม่มีอะไรให้แบบนี้แน่นอนครับ คอนเทนต์ทั้งปกติ ทั้งแบบพิเศษ ทุกอย่างเป็นแบบถูกลิขสิทธิ์ล้วนๆ

85%
คะแนนจากเรา
62%
คะแนนจากสมาชิก
18คะแนนวิจารณ์
คุณได้ให้คะแนนแล้ว

กล่อง TrueID TV ถือว่าเป็นหนึ่งกล่องที่สร้างความสับสนให้กับคนที่สนใจอยู่มากพอดูเลยครับ ด้วยความสามารถภายในที่ค่อนข้างจะหลายมิติ เป็นหลายอย่าง และมีความแตกต่างกับกล่องที่คู่แข่งในตลาดมีให้ค่อนข้างเยอะทีเดียว แถมชื่อยังคล้ายกล่อง TrueTV ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตัวเก่าของค่ายอีกด้วย ทำหลายคนสับสนครับ มาวันนี้ผมจะมาอธิบายและรีวิวการใช้งานให้เข้าใจกันให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ

ก่อนอื่นเลย มาแนะนำเจ้า กล่อง TrueID TV กันซะก่อนนะครับ ต้องรู้กันไว้ก่อนว่า TrueID TV เป็นกล่องรุ่นใหม่ครับ เริ่มเปิดจำหน่ายไปเมื่อประมาณต้นปี 2019 ไปนี่เองครับ

โดยเป็นกล่อง OTT (Over-The-Top) ประเภทระบบ Android ซึ่งเจ้ากล่อง Android ลักษณะนี้ ก็ดันมีจำหน่ายกันอยู่ในตลาดและคล้ายกันมากอยู่สองประเภท ซึ่งต้องแยกให้ออกครับ

  1. นั้นคือกล่อง Android BOX ที่ใส่ระบบ Android จากอุปกรณ์แท็บเล็ตหรือมือถือเข้าไปให้ใช้งานกัน ปัญหาก็คือ ความเข้ากันของระบบกับตัวอุปกรณ์ที่ไม่ตรงงานนั้นเองครับ ตัวเองเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงกับจอทีวีขนาดใหญ่ แต่ใช้ระบบของอุปกรณ์พกพาขนาดเล็ก และไม่มีการรับรองมาจาก Google เจ้าของระบบโดยตรง ฉะนั้นในเรื่องของซอฟแวร์มีปัญหาแน่ครับไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
  2. กล่อง Android BOX ที่ใช้ระบบ Android TV โดยตรง เป็นระบบที่ถูกรับรองมาจาก Google ว่ามันเหมาะสมกับการใช้งานบนหน้าจอทีวีโดยเฉพาะ มีความเข้ากันของระบบสูง ทั้งเกม, แอพพลิเคชั่น ออกแบบเพื่อนำมาต่อใช้กับหน้าจอทีวีโดยตรงครับ

และ กล่อง TrueID TV เป็นประเภท Android BOX แบบ Android TV โดยตรงในประเภทที่สองนั้นเอง โดยภายในจะใช้ระบบ Android TV 8.0 เป็นพื้นฐาน ส่วน UI ก็ใช้ Android TV UI เช่นกัน มันถูกออกแบบให้ใช้งานแอพหรือเกมที่ถูกพัฒนามาเพื่อใช้กับทีวีได้อย่างเข้ากันมากที่สุด และนับเป็นกล่อง OTT Box กล่องแรก ที่ได้ certificate จากทาง Google ด้วยครับ

แต่ระบบ Android TV แท้ๆ แบบนี้มันก็มีข้อเสียอยู่ เพราะมันก็เหมือนเป็นการคัดแอพที่ไม่รองรับทิ้งไปด้วยเช่นกันครับ แอพใน Store ของ TV จึงมีน้อยกว่า Store ของระบบ Android แบบมือถืออย่างเห็นได้ชัด แอพใดที่ไม่อัพเดทให้รองรับกับระบบ Android TV ทาง Google ก็จะไม่ปล่อยให้อยู่ใน Play Store ของกล่อง Android TV ได้เลยละครับ

ตอนนี้ก็น่าจะรู้จักความแตกต่างของตัวกล่อง TrueID TV กันแล้ว ตอนนี้ก็ขอเริ่มต้นบทความรีวิวด้วยการแนะนำจุดเด่นของมันกันก่อนเลย มันมี “จุดน่าสนใจ” ในจุดใดเป็นพิเศษ และเดี๋ยวตามมาด้วย “จุดอ่อน” ปิดท้ายด้วย “รีวิวการใช้งาน” นะครับ โดยในส่วนท้ายสุด ผมทิ้งคำตอบของคำถามที่ฝากถามกันเข้ามาไว้ เพื่อคลายข้อสงสัยในหลายๆ ประเด็นกันด้วย


ระบบที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานบนทีวีโดยเฉพาะจาก Google

จุดเด่นที่น่าสนใจจุดแรกของ กล่อง TrueID TV ก็คือเรื่องของระบบตามที่อธิบายไปครับ หน้า UI ต่างๆ เหมาะกับการใช้งานร่วมกับหน้าจอและรีโมทแบบรูปทรงทีวี

แอพและเกมที่ถูกแสดงขึ้นมาให้ดาวน์โหลด ก็จะเป็นแอพและเกมที่รองรับการใช้งานร่วมกับจอยเกม หรือไม่ก็รีโมททีวีอย่างแน่นอน เรียกว่าแต่ละแอพแต่ละเกมมันถูกคัดกรองแล้วว่าพร้อมใช้งานได้จริงๆ และเหมาะกับการใช้งานบนทีวีจริงๆ เท่านั้นครับ

หน้า UI ของแอพก็จะเป็นในรูปแบบที่ปรับมาเพื่อหน้าจอทีวีโดยเฉพาะ มักมีขนาดที่ใหญ่ เห็นได้ชัด ใช้พื้นที่แสดงผลเยอะ ซึ่งเป็นการออกแบบที่เหมาะกับจอภาพขนาดใหญ่ๆ แต่อยู่ไกลตาแบบทีวีนั้นเองครับ

คอนเทนต์คือพระเจ้า!

จุดเด่นสำคัญเลยข้อนี้ ก็ในเมื่อเรามองหาอุปกรณ์ที่จะมาทำหน้าที่เป็นกล่องเพื่อรับชมความบันเทิง ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดของเจ้ากล่องแบบนี้ก็คือสิ่งที่เราจะได้ “รับชม” หรือคอนเทนต์ความบันเทิงที่อยู่ภายในถูกมั้ยครับ

และก็เรียกได้ว่า กล่อง TrueID TV เป็นกล่องที่มีคอนเทนต์อัดอยู่ภายในมากที่สุดที่มีการเปิดจำหน่ายในบ้านเราขณะนี้เลยครับ ด้วย 4 ช่องทางความสามารถ ที่รวมเอาไว้ให้ในกล่องเดียว

  1. ความสามารถในการเป็นกล่อง Android TV ที่ติดตั้งแอพพลิเคชั่นและเกมจาก TV Play Store ได้
  2. ความสามารถที่ทำตัวเองเป็น Google ChromeCast รับชมคอนเทนต์ต่างๆ ที่ยิงมาจากมือถือหรือแท็บเล็ตได้
  3. จากความเป็นกล่องที่มาจากค่าย True จึงพร้อมใช้งานรับชมช่องต่างๆ จากบริการ “ทรูวิชั่น” ได้
  4. จากความเป็นกล่องที่มาจากบริการ TrueID มันจึงพร้อมใช้งานรับชมคอนเทนต์ต่างๆ ที่มีอยู่ในเฉพาะ TrueID เท่านั้นได้

มาดูกันว่าแต่ละความสามารถมีดีอะไร?

เรียกว่าดูได้ท่วมท้นละครับคอนเทนต์ภายในกล่อง TrueID TV เอาแค่คลิปจาก Youtube,Twitch, Facbook Video, หรือบรรดาโซเชี่ยลแชนแนลต่างๆ จากแอพใน Play Store พวกนี้มันดูได้หมดอยู่แล้วครับ

และการที่มันถูกฝัง Google ChromeCast เอาไว้ภายใน ทำให้รองรับการยิงคอนเทนต์จากมือถือหรือแท็บเล็ต (รองรับทั้งระบบ Android และ iOS รวมถึงโปรแกรมบางตัวใน PC และ MAC) ให้มาแสดงผลต่อบนหน้าจอทีวีได้ด้วย

เอาตรงๆ ว่าความสามารถการเป็น ChromeCast อย่างเดียวก็ฟินแล้ว เช่นอยากจะยิง HBO ที่เป็นบริการข้ามค่ายจาก AIS ให้ขึ้นมาดูบนกล่อง TrueID TV มันยังทำได้เลยครับ ยิง Game of thrones ขึ้นมาดูกันได้เลย ซึ่งแอพพลิเคชั่นบนมือถือที่เป็นแนวเอนเตอร์เทนหลักๆ หลายตัว มันรองรับ Google ChromeCast อยู่แล้ว ก็เหมือนเราซื้อกล่อง TrueID TV ในราคาประมาณสองพันกว่าบาท แต่ได้ Google ChromeCast ที่ขายกันอยู่ในราคาประมาณหนึ่งพันบาทติดมาให้ใช้กันด้วย

เกาะประเด็น:  รีวิว OPPO F11 ไม่ต้อง Pro ก็โปรได้!

 

แถมทาง True ยังออกแบบกล่อง TrueID TV ให้รองรับการรับชมช่องรายการจากบริการ True Vision อีกด้วยครับ ใครที่เป็นสมาชิก True Vision ไม่ว่าจะแพ็กเกจใด ก็สามารถเอารหัสบัตรพินการ์ดมาใส่ เพื่อรับชมช่องรายการต่างๆ จากในกล่อง TrueID TV ได้เลยครับ แถมยังรองรับการเพิ่มจุดรับชมได้มากถึง 5 กล่อง 5 จุด แบบไม่มีค่าบริการทรูวิชั่นเพิ่ม ซึ่งบริการทรูวิชั่นแท้ๆ ยังไม่ยอมให้แบบนี้เลยนะ 555

และสุดท้าย คือคอนเทนต์ที่อยู่ในกล่อง TrueID คอนเทนต์ความบันเทิงเฉพาะแบบ Exclusive ทั้งคอนเสิร์ตต่างๆ รายการบันเทิงพิเศษ และที่สำคัญกับขวัญใจของหนุ่มๆ โอตะ นั้นคือคอนเทนต์จาก BNK48 ที่หาดูได้จากในกล่อง TrueID เท่านั้นครับ พร้อมช่องฟรีทีวี ช่องทีวีดิจิทัล มีให้รับชมพร้อมในกล่องนี้ทุกช่องครับ

และใครที่ชอบรับชมหนังฟอร์มใหญ่ หนังเพิ่งลาโรงไปไม่นาน ก็มีเข้ามาให้ดูในระดับความไวแบบมาเร็วที่สุด! ต้องนับว่าหนังมาเร็วที่สุดแล้วในกล่องดูหนังแบบนี้ครับ เพราะมาพร้อมๆ กับหนังที่เพิ่งเปิดขายใน Store กันเลยทีเดียว

แถมหน้าแสดงข้อมูลของหนังทำมาอย่างสวย และ “พากย์ไทยแทบทุกเรื่อง” ต้องบอกว่าหาหนังพากย์ไทยได้ง่ายที่สุดก็ในกล่อง TrueID TV นี้แหละครับ

และคอฟุตบอลก็ต้องดูกล่องนี้ด้วยเช่นกัน ลีกใหญ่จากอังกฤษ พร้อมไฮไลค์ย้อนหลัง อยู่ที่กล่องนี้ครับ เปิดการแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ด้วยนะ กันพลาดแมตช์สำคัญ

จะเห็นว่าคอนเทนต์ของมันโคตรจะครอบคลุมในทุกแบบเลยครับ คอนเทนต์ของตัวเองแบบที่คนอื่นไม่มีก็เยอะ หนังก็มาไว บอลอังกฤษก็เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ อะไรที่นอกเหนือจากนั้นก็ลงเป็นแอพได้ เล่นเกมจากใน Store ได้ด้วยจอยเกมหรือรีโมท แถมรองรับการใช้แบบ Google ChromeCast ได้อีก ซึ่งความสามารถนี้ก็โกงแล้วครับ เพราะมันดึงคอนเทนต์จากบริการคู่แข่ง อย่างเช่นถ้าคุณเป็นสมาชิก AIS Play ก็ยิงขึ้นมาดูบนทีวีผ่านกล่องนี้ได้ทั้งยวง ผมว่ามันเป็นกล่องที่ครบด้านคอนเทนต์สุดๆ


แต่ก็ยังขาด!

ว่าถึงจุดเด่นกันไปแล้ว มาดูจุดอ่อนของมันกันดีกว่าครับ สิ่งที่เป็นจุดอ่อนหลักๆ ของมันในตอนนี้เลย ก็คือ “Netflix”

บริการสตรีมมิ่งหนึ่งตัวนิยม แม้เป็นบริการที่เสียตังค์แต่คนก็ใช้เยอะ มันดันไม่ยอมรองรับกับการใช้งานผ่านกล่อง TrueID TV เพราะมีการปิดกั้นไว้ทั้งการติดตั้งแอพพลิเคชั่นโดยตรง และปิดกั้นการแคสผ่านระบบ Google ChromeCast อีกด้วย

ที่ผมใช้คำว่าปิดกั้นเพราะมันเป็นเรื่องของการเจรจาและนโยบายครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องของความสามารถ ตัวกล่องระดับนี้มันพร้อมใช้งาน Netflix ได้อยู่แล้ว แถมก่อนหน้านี้ยังแคสหน้าแรกของแอพขึ้นไปแสดงได้ด้วย แต่ตอนนี้ถูกปิดกั้นไปสมบูรณ์ เรียกว่าเปิดแอพ Netflix มา ไอคอนแคสไม่แสดงขึ้นมาให้เราเห็นด้วยซ้ำไป

จุดอ่อนนี้เป็นความตั้งใจของ Netflix ครับ น่าจะเพื่อเปิดทางให้พาร์ทเนอร์ของเขาอย่างกล่อง AIS Playbox ได้ใช้คำว่า “กล่องเดียวที่ดู Netflix ได้ในขณะนี้” เป็นคำโปรโมทสำคัญที่นับเป็นจุดอ่อนของกล่อง TrueID ไปในตัว สำหรับผมเรียกว่าจุดอ่อนเดียวของกล่องนี้เลยละครับ ที่เหลือกับความบกพร่องนิดๆ หน่อย ไม่สำคัญเท่าเรื่องนี้เลยสักเรื่องเดียว เพราะส่วนตัวผมชอบซีรีย์หลายเรื่องใน Netflix ครับ


รีวิวการใช้งาน

มาพูดถึงประสิทธิภาพการใช้งานกันดีกว่าครับ กล่อง TrueID เป็นกล่องพกพาได้ครับ ขนาดไม่ใหญ่ เบา และดูทนทานดี ตัวมันเองต้องอาศัยการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเพื่อการทำงานเป็นหลักเลยครับ ทั้งตัวคอนเทนต์ ทั้งความสามารถต่างๆ เรียกได้ว่าเน็ตคือลมหายใจ ซึ่งมันเชื่อมต่อเน็ตได้ทั้งแบบไร้สายผ่านสัญญาณ Wi-Fi (รองรับ 2.4 และ 5.0 Ghz) และสามารถเสียบสาย LAN ได้ด้วยครับ ซึ่งรองรับการอินเตอร์เน็ตของค่ายใดก็ได้ ฉะนั้นถ้าคิดจะพกไปใช้งานต่างที่ก็ดูจะไม่แปลกเลยครับ

พอร์ตรอบตัวมีค่อนข้างครบ มีพอร์ต USB สองพอร์ตสำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกอย่างเช่น เมาท์ คีย์บอร์ จอยเกม หรือแม้แต่ USB Flashdrive ที่ใส่ไฟล์มีเดียต่างๆ ไว้ เช่น เพลง หนัง เพลง เป็นต้น แต่จากการลองเสียบฮาร์ดดิสพกพาภายนอกมันมองไม่เห็นครับ น่าจะรองรับหน่วยความจำแค่ USB Flashdrive เท่านั้น

ยังมีช่องสำหรับใส่ Micro SD card ให้เป็นหน่วยความจำเสริมสำหรับเก็บไฟล์ได้ด้วย จะใส่เพลง หนัง ภาพ เอาไว้เปิดเล่นผ่านทางแอพพลิเคชั่นต่างๆ ก็ทำได้เช่นกันครับ หรือจะสลับใช้ Micro SD card ให้เป็นหน่วยความจำหลักของกล่องแทนก็ทำได้นะครับ แต่ไม่แนะนำ เพราะความเร็วการอ่านเขียนของการ์ดช้ากว่าเยอะ

ยังมีพอร์ตเชื่อมต่อภาพและเสียง HDMI, AV Audio 3.5mm พอร์ตเสียง S/PDIF สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ผ่านสัญญาณบลูทูธได้ในตัว

การเชื่อมต่อค่อนข้างครบแล้วละครับ ส่วนสเปคภายในเจ้าตัวนี้ไม่ค่อยสูงถ้ามองในมุมเอามาเล่นเกม  หน่วยประมวลผล Amlogic S905X แรม 2GB เวลาใช้เล่นเกมกราฟิกเร็วๆ ก็จะมีเฟรมเรทตกและเล่นสะดุดอยู่ แถมหน่วยความจำน้อยครับ มีเหลือให้ติดตั้งแอพและเกมประมาณแค่ 4GB ผมว่าไม่เหมาะกับคนที่จะคิดเอามาใช้เล่นเกมเป็นหลักนะครับ

เกาะประเด็น:  ข้อมูลแถลงจาก Huawei กรณี Google มาแล้ว : ขอให้ทุกคนจงมั่นใจ

แต่ในงานสำหรับความบันเทิง มันเหมาะสุดๆ รองรับการเล่นหนังระดับ 4K ประสิทธิภาพเปิดเล่นไฟล์ระดับบลูเรย์ MKV ได้เลยครับ ส่วนความสามารถในการถอดรหัสเสียง, ภาพ ก็เป็นไปตามความสามารถของแอพพลิเคชั่นเล่นไฟล์หนังที่เราเลือกใช้ จะเล่นไฟล์หนังแบบไหน เล่นผ่านหน่วยความจำภายใน, ภายนอก หรือจะเล่นผ่านสตรีมมิ่งวงเน็ตในบ้านเรา ก็อยู่ที่ตัวแอพเล่นหนังที่เราเลือกติดตั้งมาใช้งานนั้นเแหละครับ

ลองโหลดไฟล์หนังมาเพื่อทดสอบใช้งาน

เพราะตัวมันเป็นกล่องที่รองรับความละเอียด 4K ครับ ฉะนั้นคอนเทนต์ใดที่สามารถแสดงผลเป็น 4K หรือ UHD ได้ เจ้ากล่องนี้มันก็แสดงผลได้เต็มความชัดครับ เวลาเปิดใช้งาน Youtube ไฟล์วีดีโอความละเอียดสูงสุดที่รองรับก็เป็น 4K เช่นกัน

ฉะนั้นความชัดของภาพที่ได้ เป็นไปตามคอนเทนต์ที่รับชมครับ จากการรับชมช่องรายการต่างๆ ส่วนมากมาตรฐานเป็น HD ขึ้นไป ถ้าใช้เน็ตนิ่งๆ มาเชื่อมต่อ ความละเอียดของภาพและเฟรมเรทก็ไม่ตกครับ เอาให้ชัวร์เสียบสาย LAN ไปเลยจะนิ่งสุด

ภาพชัดๆ 4K จาก Youtube

 

ตัวมันเองยังมีความสามารถในการกด “หยุดพัก” ในขณะรับชมรายการได้ด้วยนะครับ ไม่พลาดช่วงสำคัญแม้จะเป็นรายการจากช่องทีวีก็ตาม กลับมาหน้าจอเมื่อไหร่ค่อยกดดูต่อจากที่ค้างไว้ได้เลย

ตัวรีโมทรองรับคำสั่งเสียง ค้นหารายการต่างๆ และแอพพลิเคชั่นด้วยเสียงได้ผ่านไมค์บนตัวรีโมทโดยตรง แค่กดรูปไมค์แล้วพูด รองรับภาษาไทยด้วยครับ

ส่วนสิทธิ์ในการรับชมช่องรายการต่างๆ นั้น ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่เราเป็นเจ้าของครับ ไม่ว่าจะเป็นรายการจากทรูวิชั่น หรือแพ็กเกจของทรูไอดี เป็นไปตามที่เรามี ล็อคอินไอดีเข้าไปก็รับสิทธิ์ดูตามนั้นได้ทันที ทั้งช่องรายการ ทั้งจำนวนสิทธิ์เช่าหนังฟรี อ้างอิงจากไอดีที่ล็อคอินครับ และส่วนใหญ่ True เขาแจกฟรีอยู่แล้วกับสิทธิ์ TrueID ผมว่ามีกันแทบทุกคนที่ใช้บริการของทรู

แถมหนึ่งไอดีล็อคอินได้ถึง 5 กล่อง! จะคุ้มไปไหน! อยากเพิ่มจุดรับชมแค่ซื้อกล่องเพิ่ม ติดตามบ้านได้เองหลายจุดไม่มีรายเดือนเพิ่ม ใช้ไอดีเดียวกันรับชมช่องรายการด้วยสิทธิ์ระดับเดียวกันได้ทุกกล่อง

และสำหรับหนังพรีเมี่ยม จะใช้สิทธิ์เช่าหนังฟรีได้ตามโควต้าของแพ็กเกจ อยากดูมากกว่านั้นต้องเสียเงินเช่าดู แต่ในกล่องทรูไอดีสบายกว่นั้นครับ เพราะเป็นกล่องเดียวที่ให้เราสามารถใช้แต้ม Truepoint มาแลกหนังดูได้ครับ

ซึ่งแต้ม Truepoint ได้มาค่อนข้างง่าย แค่ใช้บริการต่างๆ ของทรู หรือจ่ายเงินผ่าน True Money Wallet มันก็ได้พอยท์มาเรื่อยๆ อยู่แล้ว โดยหนังแต่ละเรื่องก็จะมีค่าเช่าที่แตกต่างกันไปนะครับ เริ่มต้นกันที่ประมาณ 40 แต้มขึ้นไปจนถึง 200 แต้มกว่าๆ แล้วแต่เกรดหนังครับ

ดูจะครบไปซะหมดนะครับ ให้อะไรมาเยอะมาก แต่ก็ยังมีสิ่งที่ดูจะน้อยไปสักหน่อยในเรื่องหน่วยความจำตัวเครื่องอย่างที่ผมบอกข้างต้นครับ มันมีให้ใช้งานประมาณ 4GB เท่านั้น ติดตั้งแอพไม่มีปัญหา แต่ติดตั้งเกมใหญ่ๆ เต็มแน่นอน ใครจะเอาเล่นเกมจริงจังมันติดอยู่ที่พื้นที่ติดตั้งมันน้อยนี่แหละ ต้องทำใจ ลงได้ทีละเกมสองเกม


สรุปท้ายรีวิว

ก็สรุปสำหรับการใช้งาน ตามที่ผมว่าครับ “คอนเทนต์คือพระเจ้า” เพราะกล่อง TrueIDไม่ใช่กล่อง Android ที่สเปคเครื่องดีสุด แต่เป็นกล่องที่มีให้ดูเยอะที่สุดครับ

ฉะนั้นอยู่ที่คุณจะหากล่องเอามาใช้ทำอะไร ถ้าจะหากล่องสเปคแรงมาเพื่อมาใช้เล่นเกม Android บนหน้าจอทีวี แนะนำไปเอาตัวอื่นได้เลยครับ สินค้าแบรนด์จีนมากมายหลายตัวที่ให้สเปคสมใจคุณได้ แต่ถ้าจะหากล่องมาใช้เพื่อไว้ดูคอนเทนต์ต่างๆ บนหน้าจอทีวี กล่องนี้คือที่สุดแล้วไม่ต้องมองไปที่ตัวอื่นใด จำนวนคอนเทนต์ที่มันสามารถแสดงผลขึ้นไปได้บนหน้าจอมากชนิดที่กล่องอื่นไม่มีอะไรให้แบบนี้แน่นอนครับ คอนเทนต์ทั้งปกติ ทั้งแบบพิเศษ ทุกอย่างเป็นแบบถูกลิขสิทธิ์ล้วนๆ ซึ่งมูลค่ามันแพงกว่าค่าตัวกล่องของมันไปมากมายนักครับ

คำถามที่สงสัย?

หลายคนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเจ้ากล่อง TrueID กันเยอะมากครับ แต่ผมจะยกตัวอย่างและตอบในข้อที่ถูกถามกันมามากที่สุดบางส่วนนะครับ

กล่อง TrueID ต้องใช้กับเน็ตของทรูเท่านั้นมั้ย? – ตอบ ไม่จำเป็นครับ ใช้กับเน็ตอะไรของเจ้าไหน ก็ใช้ได้ทั้งหมด

กล่อง TrueID ใช้บริการค่ายมือถืออื่น ใช้งานได้มั้ย? – ตอบ จริงๆ แล้ว บริการ TrueID ไม่ได้จำกัดแต่เพียงสิทธิ์ให้ผู้ใช้ทรูเท่านั้นนะครับ ใช้เครือข่ายไหนก็เข้าถึงได้หมด แต่ผู้ใช้ทรูเขาจะได้สิทธิพิเศษมาได้ง่ายกว่า ถูกกว่า ส่งผลให้คนใช้บริการของทรูใช้งานได้คุ้มค่ากว่านั้นเองครับ

กล่อง TrueID ใช้สิทธิ์ที่ได้จากแอพ TrueID บนมือถือได้มั้ย? – ตอบ ได้เลยครับ ได้สิทธิ์เดียวกันกับแอพ TrueID บนมือถือเลย

กล่อง TrueID ดู Netflix ได้มั้ย? – ตอบ อย่างที่บอกในรีวิวไป ในตอนที่รีวิวนี้ กล่อง TrueID TV ยังไม่สามารถดู Netflix ได้ครับ ติดที่การเจรจาและยังโดนปิดกั้นไม่ให้ใช้งาน

กล่อง TrueID ดูช่องรายการของ FOX ได้มั้ย? – ตอบ จากที่ทดสอบ แพ็กเกจทรูวิชั่นของผู้ทดสอบมีช่องรายการของ Fox อย่าง Fox Action Movies สามารถเปิดดูได้ตามแพ็กเกจปกติครับ

กล่อง TrueID ชอบขึ้นหน้า “ข้อผิดพลาด” – ตอบ บางครั้งเมื่อกลับมาจากการปิดพักเครื่อง ตัวกล่องจะแจ้งว่าเกิดข้อผิดพลาด เป็นบัคของตัวระบบ แนะนำให้รอสักครู่ เพราะตัวกล่องกำลังพยายามเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตอยู่ครับ ถ้าเราไปกดลองใหม่หรือกดตั้งค่าจะเป็นการเริ่มค้นหาสัญญาณใหม่อีกครั้งของตัวกล่อง ให้รอหรือกดเลือกกลับหน้าแรก ถ้านานมากไปจริง กดปุ่มพาวเวอร์ค้างไว้บนตัวรีโมทเพื่อเลือก “รีสตาร์ท” กล่องใหม่อีกครั้ง

มีข้อสงสัยใดเพิ่มเติม สอบถามพวกเราไว้ได้ที่ แฟนเพจ Appdisqus นะครับ