ข้อมูลเบื้องต้น:
แพลตฟอร์ม

PS4 , Xboxone , Nintendo Switch

วันเปิดตัว

16 ตุลาคม 2018

ราคาจำหน่าย

2,590 บาท (รวมของเล่น)

ข้อดี:

รูปแบบการเล่นสนุก
ไม่ซับซ้อนเข้าใจง่าย
การควบคุมบังคับทำได้ง่านดายมาก
เกมมีอะไรให้ค้นหา
มีของเล่นคุณภาพสูงให้สะสม

ข้อเสีย:

กราฟิกอาจจะธรรมดาไปนิด
บางภารกิจซ้ำกัน

คะแนนจากเรา
คะแนนจากสมาชิก
ใส่คะแนนของคุณ
ความคุ้มค่าต่อราคา
80%
70%
กราฟิกและการนำเสนอ
78%
67%
เสียงพากย์และดนตรีประกอบ
75%
70%
รูปแบบการเล่น
85%
62%
ความคุ้มค่า
80%
71%
บทสรุป:

เกม Starlink: Battle For Atlas ถือว่าเป็นอีกเกมฟอร์มดีที่ทำออกมาได้ดีเกินคาด เพราะมันสามารถทำให้เกมยานอวกาศ ที่ดูเชยไปแล้วกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ด้วยฉากกว้างๆที่มีหลายดวงดาวให้สำรวจ และเกมเพลย์ที่สนุกแถมบังคับก็ง่ายดายใครอยากหาเกมที่เข้าใจง่ายสนุกไม่ซับซ้อนถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีโดยเฉพาะบน Nintendo Switch ที่เราเหมือนกับว่าได้เล่นเกม Starfox ภาคใหม่

80%
คะแนนจากเรา
68%
คะแนนจากสมาชิก
14คะแนนวิจารณ์
คุณได้ให้คะแนนแล้ว

สำหรับเกมแนว Open World แล้วถือว่าเป็นแนวทางที่หลายค่ายพยายามที่จะสร้างเกมออกมา โดยมีการคิดสร้างสิ่งใหม่ๆเข้าไปตลอด และหนึ่งในนั้นคือเกม Starlink: Battle For Atlas เกมตะลุยอวกาศฉบับ OpenWorld จากค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Ubi Soft ที่ออกวางขายบน PS4 , Nintendo Switch และ Xboxone

โดยจุดเด่นของเกมอาจจะไม่ได้อยู่ที่รูปแบบของเกมเพราะก่อนหน้านี้มีการเปิดตัวเกมแนวนี้ออกมาก่อนแล้ว และก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก (ไปหาเอาเองว่าเกมอะไร) แต่สำหรับเกม Starlink: Battle For Atlas มีความแตกต่าง โดยเฉพาะเวอร์ชั่น Nintendo Switch เพราะมันมาพร้อมกับตัวละครในตำนานจากค่าย นินเทนโด อย่าง Fox จากเกม StaeFox ทำให้มันเป็นที่จับตามองในทันทีตั้งแต่เปิดตัวในงาน E3

กราฟิกไม่ได้ยอดเยี่ยมแต่ลื่นไหล

สัมผัสแรกกราฟิกของเกม Starlink: Battle For Atlas อาจจะไม่ได้โดดเด่น เพราะตัวเกมมีความกว้างมาก อีกทั้งตัวละครหลักของเราเป็นยานอวกาศ ที่ไปไหนก็ได้ทำให้กราฟิกในเกมอาจจะไม่ได้มีรายละเอียดเท่ากับเกมอื่น แต่ก็ถือว่าดูดีและมีเฟรมเรตที่ลื่นไหลแม้ว่าเราจะบินไปด้วยความเร็วสูงแค่ไหนก็ไม่มีสะดุด แต่ติอยู่นิดที่งานออกแบบของดาวดาวอาจจะไม่ได้มีความแตกต่างอย่างชัดเจนนัก

เพลงประกอบเสียงพากย์ที่ธรรมดาไปนิด

ส่วนเพลงประกอบและเสียงพากย์อยู่ในระดับธรรมดาไม่ได้โดดเด่น แต่ก็มีการใส่เสียงพากย์มาตลอดเกมรวมทั้ง ทีม Star Fox ก็มีการลงทุนใส่เรื่องราวและเสียงพากย์ เข้ามารวมทั้งคัทซีนที่มีการเสริมเรื่องราวเข้าไปได้อย่างลงตัวและดูเป็นการ์ตูนที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัย

เกมเพลย์โดดเด่นและสนุกกว่าที่คาด

รูปแบบการเล่นของ Starlink: Battle For Atlas คือเกมแอ็คชั่นแบบยานยิงที่เราจะรับบทเป็นยานอวกาศ ที่จะเปิดโอกาสให้เราบินไปได้ทั่วไม่ว่าจะเป็นในดาวดาวหรือท่องไปในอวกาศ ที่โดยรวมมีฉากบินได้ที่กว้างมากๆ แต่เกมมีการใส่ฉากภาคพื้นดินเข้าไปจนบางส่วนเหมือนกับเกมแอ็คชั่นไป โดยมีการบินเข้าไปสำรวจในฉากแคบๆจนเหมือนกับเกมแก้ปริศนาแบบแอ็คชั่นด้วย

ฟังดูอาจจะเข้าใจยากหรือยุ่งยาก แต่พอได้เล่นทุกอย่างดูเข้าใจง่ายมากๆ เพราะมีการบอกว่าเราต้องไปทำภารกิจที่ไหนบ้าง รวมทั้งบอกเงื่อนไขของการทำไว้ครบ แถมยังสามารถเลือกปรับเปลี่ยนภารกิจที่ต้องทำได้ง่ายเพียงแต่กดไม่กี่ปุ่ม และที่ต้องชมอย่างมากคือการควบคุมบังคับ ที่ปรกติแล้วเกมที่เราจะได้รับบทเป็นยานอวกาศการควบคุมบังคับมักจะเป็นปัญหา แต่สำหรับเกม Starlink: Battle For Atlas ทำได้ง่ายดายและลื่นไหลมากๆ การบังคับทำได้ง่ายเพียงแค่กดปุ่มไม่กี่ปุ่มเท่านั้น และไม่ว่าจะเป็นฉากยานยิงหรือแอ็คชั่นภาคพื้นดินล้วนทำได้ง่ายจนต้องตะลึง

แค่เป็นเกมขายของเล่นจริงหรือ

โดยจุดเด่นของเกมจะอยู่ที่การปรับแต่งยานอวกาศของเราได้ตามใจ ซึ่งตั้งแต่เปิดตัวมันจะนำเสนอมาพร้อมกับของเล่นรูปยานในแบบต่างๆที่เราจำนะมาเสียบกับอุปกรณ์เสริมที่จอยเกมแล้วยานลำนั้นจะไปโผล่ในเกม และยังสามารถปรับเปลี่ยนปีกของยานรวมทั้งอาวุธได้ตามใจ

แน่นอนว่ามันก็คือเกมที่ขายพร้อมกับของเล่น แต่ก็ไม่ได้เน้นขายอย่างเดียวของเล่นที่สวมใส่ล้วนทำให้เกมสนุกและหลากหลายขึ้น และก็อำนวยความสะดวกให้กับผู้เล่นอยู่พอสมควรเล่นหากเราพลาดตายไประหว่างทำภารกิจหากเล่นแบบไม่มีของเล่นก็จะเริ่มใหม่แต่หากมียานของเล่นก็แค่หยิบอีกลำมาเปลี่ยนก็เล่นต่อได้ อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้ทำให้เกมง่ายแบบสุดๆทุกอย่างยังคงต้องใช้ฝีมือในการเล่นเรียกว่าต่อให้มียานๆดีๆเล่นห่วยก็ตาย

อย่างไรก็ตามหากเราซื้อแบบดาวน์โหลดบนร้านค้าออนไลน์ แบบไม่มีโมเดลของเล่นแถมมาให้ก็อย่างเพิ่งกังวล เพราะทาง UbiSoft ได้จัดชุดที่มาพร้อมยานให้ด้วยเช่นกัน และในอนาคตจะเสริมเพิ่มทั้งอาวุธอุปกรณ์และไอเทมใหม่ๆเสริมทั้งแบบขายเป็นของเล่นมาเพิ่มด้วย ซึ่งทำให้ตัวเกมที่ปรกติก็เต็มไปด้วยรายละเอียดและมีภารกิจให้ทำมากมายอยู่แล้วยิ่งสนุกมากขึ้นและเล่นได้ยาวนานไม่แตกต่างจากเกม Open World นอกจากนี้ยังมีโหมดเล่นกับเพื่อนเพื่อทำภารกิจ และมีการแบ่งหน้าจอกันได้ด้วย

เกาะประเด็น:  [รีวิวเกม] Team Sonic Racing เกมรถแข่งที่สนุกแต่ยังไม่เท่า Mario Kart

ส่วนอีกจุดเด่นของเกมคือเวอร์ชั่นบน Nintendo Switch ที่มาพร้อมกับ Fox Mccloud ที่มาเป็นตัวละครให้เราเลือกเล่นได้ตั้งแต่ต้นเกม ไม่ต้องไปโหลดเพิ่มหรือเสียเงินซื้อของเล่นอะไรทั้งนั้น รวมทั้งยานจากเกม Starfox ก็มาให้เลือกเล่นตั้งแต่เริ่มเกมเช่นกัน แถมเรายังสามารถเลือกเป็น Fox ไปได้ตลอดไม่ใช่แต่ตัวละครเสริมหรือภารกิจเสริมเท่านั้น เรียกว่าเอาใจแฟนๆนินเทนโดสุดๆแถมเรื่องราวที่สร้างมาเข้ากับซีรีส์ Star Fox แบบไม่ติดขัดเรียกว่าหากคุณมี Switch ก็เป็นอีกเกมที่ไม่ควรพลาด