ข้อมูลเบื้องต้น:
แบรนด์

OPPO F9

ระบบปฏิบัติการ

ColorOS 5.2 base on Android 8.1.0

ราคาเปิดตัว

10,990 บาท
เปิดจองตั้งแต่ 11-29 ส.ค. จำหน่ายจริงเดือนกันยายน
ผู้จองก่อนจะได้รับของสมนาคุณเป็นการ์ด VIP Card ประกันหน้าจอแตกนาน 1 ปี และกระเป๋า OPPO Smart Bag

ขนาดหน้าจอ

6.3'', 16.7M, TFT-LTPS

ความละเอียด

2340x1080, FHD+, 409 ppi, Corning Gorilla Glass

การเชื่อมต่อ

2G GSM: 850/900/1800/1900MHz
3G WCDMA: 850/900/2100MHz
4G FDD-LTE: Bands 1/3/5/8
4G TD-LTE: Bands 38/40/41(2535-2655MHz)
LTE DATA RATE: 150Mbps/75Mbps
HSPA DATA RATE: 42.2Mbps/11.4Mbps
GPRS/EDGE/WCDMA/HSPA/HSPA+/LTE
Bluetooth BT2.1(+EDR)/BT4.2; Wi-Fi 802.11 b/g/n/a/ac
Wi-Fi Hotspot, Wi-Fi Direct, Wi-Fi Display, OTG

กล้อง หลัก/รอง

Rear 16 MP + 2 MP f/1.8, AF, Flash
Front 25 MP, f/2.0

หน่วยประมวลผล

MTK Helio P60 Octa-core 2.0 GHz

หน่วยความจำภายใน

64GB ROM (Micro SD card Up to 256GB)

แรม

6GB

แบตเตอรี่

3,500 mAh (typ) Li-polymer Battery (unremovable)
VOOC flash charge 5V4A, 20W

ขนาด / น้ำหนัก

156.7 x 74.0 x 7.99 mm
หนัก 169 กรัม

ข้อดี:

ตัวเครื่องสวยมาก
มีระบบ VOOC Flash Charge ซึ่งเป็นระบบการชาร์จของเครื่องรุ่นใหญ่ OPPO
หน้าจอใหญ่สุดขอบ เหลือเพียงรอยบากรูปหยดน้ำ ใช้พื้นที่ด้านหน้าเป็นหน้าจอได้ถึง 90.8%
กล้องถ่ายภาพยอดเยี่ยมทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง มีฟังก์ชั่นการถ่ายภาพให้ใช้งานได้เยอะ
ถาดใส่ซิมแบบสามสล็อต รองรับ Dual 4G

ข้อเสีย:

พอร์ตใต้เครื่องยังเป็นแบบ Micro USB

คะแนนจากเรา
คะแนนจากสมาชิก
ใส่คะแนนของคุณ
คุณสมบัติและฟังก์ชั่น
82%
79%
วัสดุและงานประกอบ
92%
82%
ประสิทธิภาพ
75%
85%
ความคุ้มค่าต่อราคา
80%
83%
บทสรุป:

เครื่องระดับกลางที่งานออกแบบมีความปราณีตระดับเรือธง มีหน้าจอใหญ่ที่ขอบจอเล็กมากๆ ด้วยการออกแบบใหม่
มาพร้อมระบบชาร์จ VOOC Flash Charge ซึ่งเป็นระบบชาร์จที่ดี ชาร์จไปใช้งานไปเครื่องไม่ร้อน มีความปลอดภัย
กล้องถ่ายภาพฉลาด ถ่ายง่าย ให้ผลลัพท์ภาพถ่ายที่เกินราคาทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

82%
คะแนนจากเรา
82%
คะแนนจากสมาชิก
50คะแนนวิจารณ์
คุณได้ให้คะแนนแล้ว

สมาร์ทโฟนตัวเครื่องเด่น การออกแบบงาม OPPO F9 ตอนนี้ก็เป็นอีกรุ่นที่เปิดให้จับจองเป็นเจ้าของกันได้ในประเทศไทยแล้วครับ ซึ่งก็เป็นมือถือระดับราคาตลาดกลางอีกหนึ่งรุ่นที่ผมได้มีโอกาสทดสอบใช้งานในช่วงนี้

จุดเด่นของรุ่นนี้มีให้พูดถึงค่อนข้างเยอะเลย ตั้งแต่ภายนอกคือเรื่องการออกแบบหน้าจอลักษณะใหม่ สีฝาหลังที่เด่นมาก ระบบชาร์จไวที่ดีที่สุดแต่มาอยู่ในเครื่องราคาไม่แพง และระบบกล้องที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังกับคำว่า OPPO

 

แรกที่สะดุดตาผมเลย คืองานการออกแบบครับ เพราะเห็นชัดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้านหน้ามีการลดขนาดรอยบากด้านบนจอให้เหลือแค่เพียงนิดเดียว ซึ่งทาง OPPO เรียกจอแบบใหม่นี้ว่า “จอหยดน้ำ” (Waterdrop Screen) ด้วยรูปทรงคล้ายหยดน้ำบนขอบจอซึ่งเว้นไว้ให้เป็นที่อยู่ของกล้องหน้า, ลำโพง และเซนเซอร์ต่างๆ การออกแบบนี้ทำให้หน้าจอใช้พื้นที่ได้ถึง 90.8% ของด้านหน้าเครื่องเลยครับ เห็นภาพบนจอแล้วสุดขอบจริง เจ้าจุดหยดน้ำนั้นแทบไม่รบกวนสายตาเลยเวลาใช้งานแบบเต็มหน้าจอ มีการเคลือบผิวหน้าจออีกชั้นเพื่อทำให้เลนส์กล้องหน้าเนียนไปกับพื้นผิวหน้าจอที่ดำสนิท เอาแค่การออกแบบตรงนี้ตรงเดียว OPPO ก็ได้สิทธิบัตรการออกแบบมาร่วม 46 ฉบับแล้วครับ

หน้าจอขนาดใหญ่ 6.3 นิ้ว เครื่องเล็กนิดเดียวเพราะขอบข้างหน้าจอทั้งซ้ายและขวาบางเหลือแค่ 1.7 มม. ความละเอียดหน้าจอ 2340 x 1080 พิกเซล อัตราส่วน 19.5 : 9 ดูหนัง Youtube หรือ Netflix เต็มตาเต็มจอ ดีงาม ^^

สำหรับด้านหลังเครื่องของเจ้า F9 ก็เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ทั้งฝาหลังและขอบเครื่องมีการใช้สีแบบไล่เฉดสีทั้งเครื่องเลยครับ ไล่เฉดรอบตัว พื้นผิวฝาหลังลายกลีบดอกไม้คล้ายปริซึม จะปรากฏขึ้นยามสะท้อนแสงไฟ สวยมากครับ และต้องยอมรับงานออกแบบว่าให้ความรู้สึกเหมือนโลกทางฝั่งแฟชั่นมากขึ้นทุกที

สีที่ผมได้มารีวิวเป็นสีน้ำเงิน (Twilight Blue)  ซึ่ง OPPO บอกว่าเป็นแรงบันดาลใจที่ได้จากท้องฟ้ายามค่ำคืน (ส่วนสีแดง Sunrise Red มาจากท้องฟ้ายามพระอาทิตย์ขึ้น) พ่นสีพร้อมเคลือบให้เกิดการไล่เฉดรอบตัว พร้อมลวดลายระยิบระยับ

 

การวางตำแหน่งด้านหลังเครื่องค่อนข้างเรียบ มีกล้องคู่ที่มาพร้อม AI ขนาดความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล มีที่สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง ซึ่งตัว OPPO F9 รองรับระบบสแกนใบหน้าเพื่อเข้าใช้งานได้ด้วยเช่นกันครับ

OPPO F9 มาพร้อมถาดซิมแบบ  3 สล็อต ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อ 4G พร้อมกันได้ทั้ง 2 ซิม เชื่อมต่อ Dual 4G, Dual VoLTE และ Dual VoWiFi และยังเพิ่ม Micro SD ได้ 256GB โดยไม่ต้องแย่งสล็อตใส่กับซิมการ์ดครับ

พอร์ตใต้เครื่องเป็น Micro USB ที่รองรับเทคโนโลยีการชาร์จไวตัวเก่งของ OPPO นั้นคือ VOOC Flash Charge ระดับความไวในการชาร์จสุดยอดครับ ชาร์จ 5 นาทีคุยได้ต่อเนื่องอีก 2 ชั่วโมง เป็นระบบชาร์จที่ไว ปลอดภัย และเครื่องไม่ร้อน ซึ่งทำไม VOOC Flash Charge ถึงได้น่าสนใจ อ่านได้จากบทความนี้ครับ <<<

อุปกรณ์ภายในกล่อง ดูได้จากคลิปแกะกล่อง OPPO F9 ด้านล่างครับ

การใช้งานภายใน

OPPO F9 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลระดับกลางตัวใหม่ของ Helio เป็นรุ่น P60 ครับ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวกันไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยมีจุดเด่นที่เป็นหน่วยประมวลผลซึ่งมาพร้อมกับระบบ Machine learning หรือระบบ AI (Artificial Intelligence) นั้นเอง

หน่วยความจำภายใน 64GB เพิ่มความจุจาก Micro SD Card ได้ 256GB มีแรมขนาด 6GB ซึ่งมากพอจะใช้เก็บรูป, ไฟล์ คลิป หรือลงเกม และทำหลายสิ่งหลายอย่างได้พร้อมๆ กัน โดยไม่สะดุดครับ

มีฟังก์ชั่น Split screen มาเพื่อรองรับการทำงานบนเครื่องแรมเยอะแบบ F9 มาให้ เราแค่ลากสามนิ้วขึ้นไปตามหน้าจอ ก็สามารถเปิดใช้งานสองแอพพลิเคชั่นพร้อมกันได้ทันทีครับ

เปิดแผนที่นำทางให้แฟนขับรถ พร้อมดูคลิปไปด้วย สบายใจไม่หลงทาง ^^

เกาะประเด็น:  รวบตึง สรุปรีวิวแรกของ iPhone XS และ XS Max จากสื่อทั่วโลกที่ได้ทดสอบแล้ว

หรือแม้แต่แอพที่ทำงานแนวนอนแบบเต็มหน้าจอ เช่นขณะเล่นเกม แล้วมีเพื่อนทักแชตเราเข้ามา เราก็สามารถเล่นเกมไปแชตกับเพื่อนไปพร้อมกันได้โดยไม่ต้องหยุดเล่นเกมครับ การเรียกใช้จะทำได้โดยการกดไอคอนแอพแชต ที่จะปรากฏขึ้นบริเวณด้านซ้ายมือของหน้าจอ

ตัวหน้า UI ส่วนการใช้งานของ OPPO F9 จะใช้ ColorOS 5.2 ครอบทับบน Android 8.1 นะครับ ฉะนั้นก็จะรองรับระบบใหม่ๆ เช่น Google Lens , AI album , โดยจะมีธีมต่างๆ ของ OPPO ที่เราสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี พร้อมมีหน้าผู้ช่วย Smart Assistant ซึ่งเป็นหน้าที่รวมคำสั่งด่วนที่เราใช้งานบ่อยๆ โดยตัวระบบจะเรียนรู้จากพฤติกรรมการใช้ของเรา และนำเสนอการคำสั่ง, การตั้งค่าต่างๆ ให้แบบอัตโนมัติ เช่น ต่อ Wi-Fi อัตโนมัติ หรือรายชื่อติดต่อที่เราใช้งานบ่อยเป็นต้น

ซึ่งยังมีระบบอื่นๆ อีกมากที่น่าสนใจครับ เช่น Navigation gestures ตัวเลือกที่จะทำให้เราสามารถควบคุมเครื่องได้ง่ายๆ ด้วยการสไลด์นิ้วแทนการกดปุ่มโฮม, ปุ่มย้อนกลับ, และปุ่มรายการแอพครับ พร้อมทั้งเป็นการเพื่มพื้นที่การใช้งานบนหน้าจอให้กว้างมากขึ้นไปด้วยในตัว เพราะปุ่มพวกนั้นไม่จำเป็นแล้วและก็ซ่อนมันไว้ได้ในตัวเลือกนี้ครับ

หรือ “ลูกบอลช่วยเหลือ” ปุ่มโฮมลอยเหนือหน้าจอ สั่งงานแทนปุ่มต่างๆ ได้เช่นกัน มีโหมด Gesture เยอะมากครับ ทั้งการสั่งงานได้ตั้งแต่หน้าจอยังไม่เปิด สิ่งเหล่านี้อยู่คู่ระบบ OPPO มานาน และยังเป็นเสน่ห์บนความสะดวกถ้าเราเรียนรู้สักหน่อยในการตั้งค่า

ระบบ Game Space สำหรับนักเล่นเกมตัวจริง ^^ ระบบที่จะตั้งค่าไว้ล่วงหน้าให้ทำงานอัตโนมัติ โดยตัวระบบจะให้ความสำคัญกับการเล่นเกมของเราทันทีเมื่อเราเล่นเกม โอนมาหมดทั้งประสิทธิภาพเครื่องและอินเตอร์เน็ต ปิดกั้นการทำงานเบื้องหลังอื่นๆ ของเครื่องเอาไว้ก่อน เพื่อให้เราเล่นเกมได้ลื่นไหลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ปิดกั้นการรบกวนจากภายนอก ปรับให้มาอยู่ในรูปแบบที่จะไม่ขัดจังหวะการเล่นเกมของเรามากเกินไป เช่นการปรับแจ้งสายเรียกเข้าให้กลายเป็นแบบป๊อบอัพเท่านั้น และยังปิดกั้นการปรับความสว่างอัตโนมัติของหน้าจอขณะเราเล่นเกมได้ด้วยครับ

ระบบเพื่อความบันเทิงด้านเสียงเพลง Music Party ตัวนี้จะช่วยให้เราสามารถเปิดเพลงเดียวกัน ไปพร้อมกับสมาร์ทโฟนของเพื่อนได้ครับ เพียงเชื่อมต่อ OPPO F9 กับมือถืออีกเครื่องเข้าใน Wi-Fi เดียวกัน ก็สามารถใช้มือถือหลายเครื่องร่วมเล่นเพลงเดียวกัน เป็นลำโพงหลายตัวช่วยกันให้เกิดงานปาร์ตี้ได้ครับ

และตัวเล่นวีดีโอของ OPPO F9 มีโหมดเด็ดอยู่ตัวนึง มันสามารถเปิดไฟล์วีดีโอแต่ปิดหน้าจอไว้ได้ครับ ^^ เพื่อสนองความต้องการของผู้ใช้บางคน ที่ต้องการเปิดวีดีโอเพื่อแค่ฟังเสียงขณะทำงาน เอาไว้ฟังเพลงจาก MV ได้ และเป็นการประหยัดพลังงานของแบตเตอรี่อย่างมากด้วยครับ

พูดถึงแบตเตอรี่ OPPO F9 มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 3500 mAh ถือว่าไม่น้อย ยิ่งมาพร้อมกับระบบ Android 8.1 ที่เด่นด้านจัดสรรพลังงานด้วยแล้ว แถม Helio P60 ตัวนี้ก็เป็นหน่วยประมวลผลแนวประหยัดพลังงาน

และในเครื่องยังมีระบบ AI ที่ช่วยบริหารการใช้งานแบตเตอรี่โดยเฉพาะอีกด้วย หรือเราจะจัดการตรวจเช็คเองก็สามารถทำได้ครับใน OPPO F9 ผมสามารถใช้งาน F9 ได้นานข้ามวันเลยครับสำหรับการใช้งานในระดับปกติ

ใครใช้งานหนักๆ เปิดหน้าจอตลอดก็อาจจะหมดไวได้ครับเพราะจอใหญ่ วันไหนใช้หนักก็แนะนำพกที่ชาร์จไปด้วย เพราะ F9 แค่แวะชาร์จสักครึ่งชั่วโมง VOOC Flash Charge ก็เติมไฟให้เครื่องได้เกินครึ่งแล้ว

ผลทดสอบต่างๆ

การจับสัญญาณของ F9 ทำได้ตามปกติครับ จับตำแหน่งได้โดยไม่ต้องใช้เน็ตช่วย ทดสอบการเล่นเกมระดับกราฟิกสูง ก็สามารถเล่นได้ไม่สะดุดหรือกระตุกอะไรมาก สามารถสลับเข้าออกแอพได้ไว ไม่ค้าง ระบบมัลติทาสค์ลื่นมากครับ ดูหนัง เข้าเว็บ งานสบายเพราะหน้าจอใหญ่ด้วย

เสียงจากลำโพงเครื่องออกแหลม เสียงดังระดับปานกลาง เรื่องเสียงจากลำโพง ไม่มีอะไรพิเศษครับ แต่สำหรับการใช้งานกับหูฟัง ใน F9 จะมีเทคโนโลยี Real Original Sound ซึ่งเป็นระบบจัดการเสียงที่ OPPO ร่วมพัฒนากับบริษัท Dirac Research สร้างระบบเสียงที่ให้ความสมบูรณ์จากต้นฉบับให้เราปรับได้ครับ

กล้องถ่ายภาพ

OPPO F9 มาพร้อมกล้องหลังคู่ 16+2 MP ที่มี AI-enhanced และระบบกันสั่นแบบ EIS (Electronic image stabilization)

โดยระบบ AI จะคอยช่วยปรับแต่งภาพ แสง สี และการจับโฟกัสในขณะถ่ายให้กับผู้ใช้ โดยมีไอคอนจาก AI scene recognition แจ้งขึ้นมาเมื่อตรวจพบวัตถุหรือองค์ประกอบได้ทั้งหมด 16 ซีนด้วยกันครับ เช่นภาพอาหาร บุคคล วิว สัตว์เลี้ยง เป็นต้น โดยเมื่อองค์ประกอบครบแล้วซีนเริ่มทำงาน จะมีไอคอนแสดงขึ้นทางด้านบนซ้ายของหน้าจอ

เกาะประเด็น:  รีวิว Honor Play ที่สุดของมือถือสเปคเรือธงที่มาพร้อม AI ในราคาต่ำกว่าหมื่น!

แต่เราไม่ต้องไปสนใจมากครับ มันแค่แจ้งให้รู้ จริงๆ เราก็แค่ยกกล้องขึ้นถ่ายก็พอ มันจะปรับอะไรแบบไหนก็แล้วแต่มัน ภาพออกมาสวยเป็นใช้ได้ ซึ่งเขาออกแบบมาให้ผู้ใช้ได้ใช้งานในลักษณะนั้น คือเน้น “ถ่ายง่าย”

นอกจากนั้นในกล้องคู่ด้านหลังของ OPPO F9 จะมีโหมดพิเศษสำหรับการถ่ายภาพบุคคล เรียกว่า Artistic portrait mode ซึ่งเป็นระบบที่ OPPO คิดค้นและทดสอบด้วยเทคนิคแสงแบบ 3D lighting เพื่อการถ่ายภาพบุคคลโดยเฉพาะ โดยใช้ระบบอัลกอริทึมประมวลผลใบหน้าและทำการจำลองจัดแสงไฟเหมือนเราถ่ายอยู่ในสตูดิโอครับ โดยรูปแบบแสงตอนนี้มีให้เลือกทั้งหมด 5 แบบ ได้แก่ Natural light, Rim light, Tone light, Film light และ Bi-color light

จับคนแม่นมากครับ เก็บแขนเก็บรายละเอียด แยกกับฉากหลังค่อนข้างแม่นมากๆ

โหมดเพิ่มสีสันและเติมแสงสำหรับคนชอบภาพสดๆ แบบสะใจ ^^ Super Vivid Mode เป็นแนวภาพที่เราจะได้เฉดสีชัดเจน สามารถใช้ได้ทั้งโหมดภาพนิ่งและโหมดบันทึกวิดีโอครับ ถ่ายคนหรือสิ่งของอะไร ต้องการให้ภาพดูสีสดๆ ก็จัดได้เลย

มี AR Sticker แบบใหม่ สามารถใช้ได้ทั้งในภาพนิ่งและในวิดีโอเช่นกัน โดยสามารถนำมาปรับแต่งภายหลังโดยการใส่เสียงเพลงประกอบเข้าไปได้ด้วย

กล้องหน้าคืออีกหนึ่งไฮไลค์ ความละเอียดสูง 25 ล้านพิกเซล มาพร้อมเซนเซอร์ HDR ไม่ต้องห่วงอีกต่อไปสำหรับการเซลฟี่แบบย้อนแสง ^^ เซลฟี่สวนพระอาทิตย์กันเลยดีมั้ย 555 ระบบ HDR ของ OPPO F9 เป็นการเปิดใช้แบบ real-time นะครับ ทำให้เราเห็นผลลัพท์จริงได้ก่อนกดถ่าย ไม่ต้องห่วงว่าด้านหลังของเราจะเป็นกะจกหน้าต่างหรือทิศทางแสงย้อน

อัลกอริทึ่ม AI Beauty 2.1 ของ OPPO คือความลับของคุณภาพในกล้องหน้ามาโดยตลอดครับ มันสามารถตรวจจับตำแหน่งบนใบหน้าของเราได้ถึง 296 จุด วิเคราะห์ได้ทั้ง เพศ อายุ สีผิว และผิวพรรณ แล้วนำไปเปรับแต่งอัตโนมัติออกมาเป็นผลลัพท์แบบที่ทุกคนชอบกันนั้นเองครับ

โดย AI Beauty 2.1 ของ OPPO F9 สามารถปรับแต่งใบหน้าในภาพเซลฟี่กลุ่มได้มากสูงสุด 4 คนใน 1 เฟรมพร้อมกัน และยังช่วยปรับแต่งได้ยันคอและแขนของเราเลยครับ ^^ กล้องหน้าถ่ายง่ายและทรงพลังจริงๆ ครับในรุ่นนี้

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้า

OPPO ออกแบบระบบจัดการรูปและวีดีโอหลังการถ่ายเอาไว้หลายตัวครับ มี AI Album การจัดเก็บภาพถ่ายต่างๆ แยกในแต่ละประเภทอัตโนมัติ เช่นแยกตามบุคคลในรูปถ่าย แยกตามสถานที่ โดยตัวอัลบั้มยังทำการรวบรวมภาพถ่ายในช่วงเวลาแปลงเป็นวิดีโอให้เราโดยอัตโนมัติแบบเก๋ๆ ด้วย

มาดูตัวอย่างภาพถ่าย OPPO F9 กันครับ ว่าคมมากแค่ไหน

สรุปท้ายรีวิว

เครื่องระดับกลาง ที่งานออกแบบมีความปราณีตระดับเรือธง มาพร้อมระบบชาร์จ VOOC Flash Charge ซึ่งเป็นระบบชาร์จที่ดี ชาร์จไปใช้งานไปเครื่องไม่ร้อน มีความปลอดภัย กล้องถ่ายภาพฉลาด ถ่ายง่าย ให้ผลลัพท์ภาพถ่ายที่ดี หน้าจอใหญ่ รองรับสองซิมแบบ Dual 4G

OPPO F9 ราคา 10,990 บาท เปิดให้จองแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 29 ส.ค. และจะเริ่มเปิดจำหน่ายจริงในเดือนกันยา โดยผู้จองจะได้รับของสมนาคุณพิเศษเป็นการ์ด VIP Card ที่จะประกันหน้าจอแตกให้เรานาน 1 ปี ตกแตกเสียหาย เปลี่ยนจอฟรี

และกระเป๋า OPPO Smart Bag เป้สารพัดประโยชน์ ที่มีช่องใส่อุปกรณ์ได้หลายอย่าง พร้อมเชื่อมต่อสายชาร์จได้ภายนอกกระเป๋าเป็นของแถมครับ




แสดงความคิดเห็น