รู้จักระบบ VOOC Flash Charge กันดีหรือยัง ว่ามันแจ่มแค่ไหน?

“ชาร์จ 5 นาที คุยสายได้นานถึง 2 ชั่วโมง” คำนี้ช่วงนี้อาจจะได้ยินกันบ่อยครับ เพราะเป็นคุณสมบัติเด่นของระบบชาร์จ VOOC Flash Charge ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของทาง OPPO เขานั้นเองครับ และตอนนี้มันได้ถูกใส่เข้ามาสู่เครื่องราคาตลาดกลางอย่าง OPPO F9 แล้ว ซึ่งกำลังเปิดจองก่อนจำหน่ายจริงอยู่ในขณะนี้ ฉะนั้นระบบ VOOC Flash Charge จึงถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้งในการโปรโมท OPPO F9 นั้นเองครับ

และเจ้าระบบชาร์จไวตัวนี้ มันมีดีอย่างไร?

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ระบบชาร์จไวในโลกสมาร์ทโฟนทุกวันนี้มีอยู่หลายระบบครับ โดยแต่ระบบก็จะมีเทคโนโลยีที่มาที่ต่างกัน ส่วนใหญ่ใช้ร่วมกันไม่ได้ ซึ่งระบบ  VOOC Flash Charge จะมีจุดเด่นที่เป็นระบบชาร์จด้วยแรงดันไฟฟ้าต่า แต่รองรับกาลังไฟฟ้าสูง ซึ่งเป็นสูตรพัฒนาเฉพาะของ OPPO เลยครับ ส่งผลให้เกิดไฟ 20W ซึ่งเร็วกว่าการชาร์จปกติถึง 4 เท่า

แล้วทำไม VOOC ถึงเลือกใช้เทคนิคแรงดันไฟฟ้าต่ำแต่รองรับกาลังไฟสูง?

การพัฒนาเทคนิคการชาร์จไว หากเราอ้างอิงจากสูตร “Power (P) = voltage (U) x current (I)” เราก็จะสามารถเพิ่มความเร็วในการชาร์จได้ด้วยสามวิธีครับ

  • วิธีที่ 1 : กระแสไฟฟ้าคงที่ แต่เพิ่มแรงดันไฟฟ้า
  • วิธีที่ 2 : แรงดันไฟฟ้าคงที่ แต่เพิ่มกระแสไฟฟ้า
  • วิธีที่ 3 : เพิ่มทั้งแรงดันไฟฟ้า และเพิ่มกระแสไฟฟ้าพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเพิ่มแรงดันไฟฟ้าเป็นสาเหตุให้เครื่องร้อนเร็วขึ้น ทาง OPPO จึงเลือกวิธีเพิ่มกระแสไฟฟ้าขณะที่แรงดันไฟฟ้าคงที่ เพื่อป้องกันปัญหาเครื่องร้อนแบบที่หลายๆ คนกังวัลนั้นเองครับ

แล้วหลังจากนั้น OPPO ก็ได้เพิ่มชิปอัจฉริยะ MCU ไว้ในระบบ VOOC Flash Charge เพื่อป้องกันการใช้ไฟเกินกาลังเอาไว้ครับ ซึ่งการทำงานพิเศษจะแบ่งเป็นห้าขั้นตอนตามนี้

  • 1. การป้องกันการใช้ไฟเกินกาลังของตัวอะแดปเตอร์ : ขณะที่กำลังไฟฟ้าเข้าสู่ตัวอะแดปเตอร์ ระบบเซนเซอร์ในตัวอะแดปเตอร์ก็จะวัดแรงดันไฟฟ้า เมื่อทดสอบแล้วพบว่าปลอดภัย ระบบป้องกัน MOSFET จะเริ่มชาร์จไวโดยอัติโนมัติ ถ้าเกิดความผิดปกติขึ้น เจ้าตัวนี้ก็จะตัดไฟทันที
  • 2. การป้องกันการโอเวอร์โหลดของกระแสไฟที่จุดเชื่อมต่อ : เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านอะแดปเตอร์ ชิพ MCU ก็จะทำการตรวจสอบว่าอุปกรณ์ที่นำมาเสียบรองรับการชาร์จไวหรือไม่ ถ้าหากรองรับการชาร์จไว ระบบถึงจะเปิดการทำงาน และก็จะเปิดการป้องกันการใช้ไฟเกินกาลังในชั้นที่ 2 ไปพร้อมๆกันทันที
  • 3. ตัวบ่งชี้ VOOC ที่ติดตั้งอยู่ในโทรศัพท์ : ในส่วนรอยต่อตรงกลาง ช่วงที่กระแสไฟเข้าสู่โทรศัพท์มือถือ Pin ทั้ง 7 เส้นของ USB จะมี MCU คอยควบคุมสวิตช์ระบบป้องกัน ( MOSFET) ที่ใช้เปิดปิดกระแสไฟ จึงเป็นการป้องกันการโอเวอร์โหลดของกระแสไฟในขั้นตอนที่สาม
  • 4. ตัวป้องกันการโอเวอร์โหลดของแบตเตอรี่ : ในช่วงท้ายของการชาร์จไฟ จะมีสวิทช์พิเศษ IC และ MOSFET ซึ่งอยู่ภายในแบตเตอรี่ ทำหน้าที่ควบคุมดูแลในส่วนของการโหลดเข้าของแรงดันไฟฟ้าให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมและปลอดภัยตามที่กำหนดออกแบบเอาไว้ ถือเป็นขั้นตอนที่ 4 ของการป้องกันนั้นเองครับ
  • 5. การป้องกันความปลอดภัยของฟิวส์แบตเตอรี่ : ในกรณีที่เกิดความผิดปกติ ตัวฟิวส์ในแบตเตอรี่จะตัดไฟทิ้ง และกระแสไฟก็จะหยุดการใหลเวียนในระบบทันทีครับ
เกาะประเด็น:  รีวิว OPPO F11 Pro สวยงาม ล้ำยุค คุณภาพสูง และราคาไม่แพง

 

ปัจจุบันระบบ VOOC มีผู้ใช้อยู่มากกว่า 90 ล้านคนทั่วโลก ตั้งแต่ OPPO เปิดตัวมาเมื่อปี 2014 ก็ได้รับสิทธิบัตรจากทั่วโลกแล้วกว่า 500 ฉบับ และยังคงมีจำนวนผู้ใช้เพิ่มมากขึ้นในทุกวันๆ โดยเฉพาะในช่วงนี้กับ OPPO F9 ก็จะช่วยให้ผู้ใช้ได้สัมผัสระบบชาร์จแบตชั้นดี ที่ชาร์จไว ปลอดภัย ชาร์จไปเล่นเกมไปไม่ต้องห่วงเรื่องเครื่องร้อน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับสูงที่มาอยู่ในเครื่องราคาหลักหมื่นต้นๆ ครับ

ก็เป็นเรื่องของเทคโนโลยีตัวหนึ่งที่เราเอาข้อมูลมาแชร์ให้รู้จักกันครับ ซึ่งถ้าเรามีข้อมูลเทคโนโลยีที่น่าสนใจตัวอื่นๆ จะนำมาแชร์ให้รู้จักกันครับ