ข้อมูลเบื้องต้น:
แบรนด์

Nintendo

แพลตฟอร์ม

Nintendo switch

วันเปิดตัว

13 กรกฎษคม 2018

ราคาจำหน่าย

1,900 บาท

ข้อดี:

เกมเพลย์สนุกแบบคลาสสิก
ภาพดูดีกว่าที่คิด
สกิลและอาชีพหลากหลาย
เล่นได้นานคุ้มค่า
ตัวละครหลายตัวให้เลือก
เพลงประกอบเพราะๆ

ข้อเสีย:

บางจุดของเกมยากไปสำหรับมือใหม่

คะแนนจากเรา
คะแนนจากสมาชิก
ใส่คะแนนของคุณ
กราฟิกและการนำเสนอ
90%
86%
เสียงพากย์และดนตรีประกอบ
95%
95%
รูปแบบการเล่น
90%
98%
ความคุ้มค่า
90%
92%
บทสรุป:

สรุปสั้นๆใครมี Nintendo Switch ซื้อไปเล่นได้เลย การมาของเกม Octopath Traveler บน Nintendo Switch ถือว่าเป็นอีกเกมที่ไม่ควรพลาด แม้ว่ามองภายนอกทั้งกราฟิกและเกมเพลย์อาจจะดูเชย แต่พอได้สัมผัสจริงๆแล้วมันกลับสร้างความสนุกได้มากกว่าเกม RPG รุ่นใหม่ๆบางเกมเสียอีก แฟนเกม RPG ไม่ควรพลาดอยู่แล้ว แต่ต่อจะไม่ใช่แฟนเกมแนวนี้แต่อยากจะลอง ก็สามารถเริ่มต้นกับเกม Octopath Traveler ได้เลย ลองแล้วคุณอาจจะติดใจในรูปแบบการเล่นแบบคลาสสิกที่เพิ่มความรวดเร็ว และหลากหลายในการปรับแต่งตัวละคร และบอกได้เลยว่าใครเคยก็ติดใจ

90%
คะแนนจากเรา
93%
คะแนนจากสมาชิก
22คะแนนวิจารณ์
คุณได้ให้คะแนนแล้ว

เชื่อว่าหนึ่งในสาเหตุที่หลายคนเลือกซื้อ Nintendo Switch ต้องมีชื่อของเกม Octopath Traveler อยู่ในสาเหตุที่ต้องซื้อ เพราะมันคือผลงานของผู้สร้าง Bravely Default ที่เคยสร้างชื่อสมัยออกบน 3DS ทำให้มันถูกจับตามองตั้งแต่เปิดตัว แม้ว่ากราฟิกในเกมจะออกมาแปลกแหวกแนวก็ตามที

กราฟิกสุดแนวที่ออกมาดูดีมากๆ

และตามที่บอกว่าสัมผัสแรกของเกม Octopath Traveler ทุกคนจะเห็นว่ากราฟิกทั้งหมดในเกมทำจากภาพที่จำลองมาจากกราฟิกดอทพิกเซลแบบ 16 Bit ที่เหมือนกับเกมยอดนิยมในช่วงต้นยุค 90 อย่างเกม Final Fantasy 4 ,5 และ 6 ที่ถูกสร้างด้วยเอนจิ้นใหม่อย่าง อันเรียล 4 ที่มีความคมชัดแบบ HD แสงสีสมจริงอย่างมาก ทำให้ภาพที่อยู่ทั้งบนหน้าจอของ Nintendo Switch และบนหน้าจอทีวีความละเอียดสูง ซึ่งมันออกมาดูดีมากจนอยากให้ทีมงานนำกราฟิกแบบนี้ไปใช้กับการีเมคเกมดังในอดีตอย่างซีรีส์ Final Fantasy หรือ SAGA รวมทั้ง Chrono Trigger ที่ควรถูกรีเมคด้วยกราฟิกแบบ 2DHD แบบเกมนี้

เพลงประกอบที่ยอดเยี่ยมไม่มีที่ติ

อีกส่วนที่เกม Octopath Traveler ทำได้ดีเกินหน้าเกินตาคือเพลงและเสียงประกอบ ที่ทั้งไพเราะ อลังการงานสร้าง และมีเพลงธีมที่ติดหู เรียกได้ว่ามีความเป็นเพลงจากเกมแนว JRPG (RPG จากญี่ปุ่น) ที่เชื่่อว่าหลายเพลงผู้เล่นต้องหยุดเพื่อฟังกันเลย แถมยังลงทุนแต่งเพลงจำนวนมาก เอาแค่เพลงธีมต่อสู้ก็มีหลายเพลงแล้ว และแม้กราฟิกอาจจะดูย้อนยุค แต่ก็มีการลงทุนพากย์เสียงในหลายส่วน และมีคุณภาพอย่างมาก ทำให้แม้ตัวละครของเกมจะนำเสนอแบบคลาสสิก แต่ก็สามารถดึงผู้เล่นให้เข้าไปสู่โลกในเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ

เกมเพลย์คลาสสิก แต่ปรับแต่งได้เยอะ

รูปแบบการเล่นก็เป็นที่รู้กันตั้งแต่ประกาศเปิดตัวว่ามันคือเกม RPG แบบเทิร์นเบสใส่คำสั่ง แบบเดิมๆที่ในยุค 80-90 มันได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ในยุคหลังเกม RPG ต่างเปลี่ยนแนวเกมโดยใส่ความเป็นแอ็คชั่นมากขึ้น จนมีค่ายเกมบางค่ายเคยบอกว่าเกม RPG แบบเทิร์นเบสได้ตายไปแล้ว ทำออกมาก็ไม่มีคนเล่น แต่เกม Octopath Traveler ยังคงแสดงให้เห็นว่าหากทำออกมาดีแล้วยังไงก็สนุกและมีคนเล่น โดยมันมีจุดเด่นที่ความรวดเร็วแบบไม่มีความอืดอาดให้น่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย แถมทุกอย่างโหลดด้วยความเร็วสูงโดยเฉพาะการตัดเข้าฉากต่อสู้ เรียกว่ากลบจุดอ่อนของเกมแนวนี้ไปได้หมด

นอกจากนี้มันยังมาพร้อมกับจุดเด่นอย่าง ระบบ BP ที่ย่อมาจากคำว่า Boost Points โดนจะเรียกใช้เมื่อกดปุ่ม R โดยเราจะสามารถเลือกคำสั่งเพื่อโจมตีได้หลายครั้งมากกว่าปรกติ แต่หากเราใช้มากก็จจะไม่ได้ BP และต้องรอให้เติมเต็มใหม่ แน่นอนว่ามันคล้ายกับระบบของ Bravely Default และด้วยกลยุทธ์นี้ทำให้ผู้เล่นสามารถปรับแต่งมาใช้ในการต่อสู้เพื่อให้เราสามารถกำจัดศัตรูได้ง่ายขึ้น ทำให้เกมมีความโดดเด่นและไม่เชย

เกาะประเด็น:  เกม Dragon Quest 11 จะมีชุดพิเศษจากภาค 8 และอาจเปิดตัวภาค Nintendo Switch เดือนหน้า

อีกส่วนที่ต้องชมคือฉากในเกมที่ดูภายนอกอาจจะดูไม่ซับซ้อน เพราะมุมกล้องของเกมล็อกตายตัวเปลี่ยนไม่ได้ ทำให้แม้ว่าฉากในเกมดูเหมือนเป็น 3D แต่การบังคับง่ายดายเหมือนกับเกม 2D ที่ดูเรียบง่าย แต่ก็เต็มไปด้วยความซับซ้อนเพราะมีทางลับซ่อนอยู่รวมทั้งไอเทมอยู่ในฉากที่เราต้องออกไปค้นหามากมาย และแผนที่ของเกมจะหลอมรวมเป็นฉากเดียวไม่ได้ใช้ Map ใหญ่เหมือนเกม RPG ในอดีต แต่เราสามารถวาร์ปไปตามจุดที่เราเคยเดินทางไปแล้วได้ ทำให้การท่องไปในโลกกว้างๆของเกมดูจะลื่นไหลกว่าเดิม แต่บอกไว้ก่อนว่าฉากของเกมจะแบ่งความยากของศัตรูที่เวลาเราเดินทางไปยังจุดใหม่จะมีการบอกเลเวลของศัตรูไว้ ทำให้ผู้เล่นรู้ว่าควรจะไปตรงไหนก่อน และจะได้เก็บเลเวลให้พอ และไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทางเพราะมีการบอกว่าต้องไปทำอะไรที่จุดไหนตลอดทั้งเกม

อีกจุดที่เป็นความโดดเด่นของเกมคือ ตัวละครทั้ง 8 ที่เป็นนักเดินทางท่องไปในดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่แตกต่าง บางตัวละครมีดราม่าแบบจัดเต็ม ทำให้เกมแม้จะมีกราฟิกแบบโบราณแต่ก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจ โดยตัวละครทั้ง 8 ตัวจะมีอาชีพหลักเป็นตัวกำหนดความสามารถ และผู้เล่นสามารถเลือกเล่นเป็นใครก่อนก็ได้ แล้วจะค่อยๆรวบรวมตัวละครให้ครบ โดยแต่ละตัวละครจะมีความสามารถพิเศษอีก เช่นตัวละครที่เป็นนักรบสามารถท้าดวลกับตัวละครอื่นได้ หรือตัวละครนักเต้นที่มีความสามารถในการดึงคนมาเป็นพวก โดยสกิลพวกนี้มีความจำเป็นในการผ่านเรื่องราวของตัวละครนั้นๆด้วย โดยเกมยังแบ่งออกเป็นตอนๆเราจะค่อยๆปลดล็อกออกมาและแต่ละตัวละครจะมีเรื่องราวที่สานต่อเป็นตอนๆ ที่มีเลเวลกำกับ อีกทั้งเกมมีความยาวมาก เล่นหลายสิบชั่วโมงถึงจะจบเหมือนกับเกมในอดีตเรียกว่าคุ้มค่าราคาแผ่นแท้แน่นอน

และนอกจากสกิลของอาชีพหลักที่จะอยู่กับตัวละครอยู่แล้ว เรายังต้องออกค้นหาอาชีพเสริม ที่จะซ่อนอยู่ตามจุดบนแผนที่ของเกม แล้วนำมาใส่กับตัวละครหลัก ทำให้เราสามารถสร้างตัวละครที่มีสกิลความสามารถที่หลากหลาย เช่นให้นักรบสามารถใช้เวทมนต์ได้ และเรายังสามารถทำให้หนึ่งตัวละครสามารถใช้อาวุธหลากหลายประเภทได้ แน่นอนว่ามันจำเป็นอย่างมาก เพราะตัวเกมมีความยากศัตรูไม่ได้กำจัดได้ง่ายๆ เราต้องหาจุดอ่อนที่มันแพ้ทางถึงจะกำจัดมันได้ และแน่นอนหากตัวละครของเรามีความสามารถที่หลากหลายจะช่วยให้เกมง่ายขึ้น ดังนั้นผู้เล่นต้องออกค้นหาอาชีพเสริมให้ตัวละครแข็งแกร่งขึ้นก่อนจะลุย ถือว่าเป็นการนำระบบคลาสสิกของเกม RPG จากญี่ปุ่นมาปรับแต่งใช้ใหม่ให้ลงตัวกว่าเดิม




แสดงความคิดเห็น