ข้อได้เปรียบของเครื่องหน้าจอ 16:9 ที่ยังมีดีกว่าจอ 18:9 ตามสมัยนิยม!

ตามหัวเรื่องครับ บทความนี้ออกมาเชียร์ให้ผู้ใช้เครื่องหน้าจอแบบ 16:9 ได้สบา่ยใจ ^^ ไม่จำเป็นต้องคิดว่าหน้าจอแบบสัดส่วนเดิมๆ จะตกรุ่นหรือเสียเปรียบไปซะหมด จริงๆ แล้วมันมีดีไม่แพ้กันอย่างแน่นอนครับ

แม้ในขณะที่ตอนนี้ เครื่องรุ่นใหม่ๆ มักจะออกมาเป็นหน้าจอเทรนด์ใหม่กันหมดเลยครับ ตั้งแต่ Samsung Galaxy S8 เปิดตัวออกมาพร้อมกับหน้าจอทรงยาวสัดส่วน 18.5:9 จุดประสงค์ดั้งเดิมไม่ใช่ต้องการเครื่องทรงจอยาว แต่เป็นความต้องการที่จะเพิ่มพื้นที่หน้าจอให้ใหญ่ที่สุดบนรูปทรงและขนาดเครื่องที่เล็กที่สุดเท่าที่จะเหมาะสมได้

เกิดเป็นเทรนด์ใหม่ของการเปิดตัวเครื่องหน้าจอแบบสัดส่วน 18:9 ในราคาตลาดกลางออกมาอีกหลายรุ่น โดยเฉพาะเครื่องจากแบรนด์จีนที่มากันเป็นสิบ ในแบบที่พวกเขาเรียกตัวเองว่า “เครื่องไร้ขอบ” แม้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่ออกมาแบบไร้ขอบสักทีเดียว แต่แน่นอนว่าจุดเด่นแรกของเครื่องพวกนี้ก็จะเป็นเครื่องที่มีขนาดหน้าจอค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่องครับ นั้นคือข้อดีอย่างแน่นอน

จริงๆ แล้ว ก็ไม่ได้มีกำหนดอะไรตายตัวว่า เครื่องไร้ขอบมันต้องเป็นสัดส่วนหน้าจอแบบ 18:9 นะครับ มันจะออกมาเป็นสัดส่วนอะไรก็ไร้ขอบได้หมด

แต่แค่วันนี้มันอาจจะเป็นแนวการออกแบบที่กำลังดูสวยงาม หรืออาจจะมาเพราะข้อจำกัดในการผลิต หรืออาจจะดันบังเอิญมีโรงงานไหนที่ผลิตจอในสัดส่วนดังกล่าวได้ บนราคาที่น่าหยิบมาขายพอดี เลยแห่กันทำออกมาเหมือนกันไปหมดเลยในตอนนี้

ฉะนั้นเรื่องเครื่องเล็กจอใหญ่เราเข้าใจตรงกันแล้วนะครับว่ามันมีดีอย่างไร แต่ในเรื่องของประโยชน์ใช้สอยจากหน้าจอทรงใหม่แล้วมันคนละเรื่องกัน!

ทุกวันนี้หน้าจอ 18:9 มีประโยชน์มากกว่า 16:9 มากแค่ไหน เพื่อนๆ ที่ใช้งานกันอยู่แล้วก็คงจะรู้กันดี สำหรับผมที่ได้ลองมาหลายรุ่นแล้วก็ต้องบอกว่า มันมีทั้งข้อที่ดีขึ้นและสะดวกลดลงด้วยเช่นกัน

เพราะยังไงก็แล้วแต่ แม้เครื่องเทรนด์ใหม่จะมาเป็น 18:9 แต่ดูเหมือนว่ามาตรฐานของคอนเทนต์ต่างๆ ยังคงอยู่กับสัดส่วน 16:9 เป็นหลัก

เรามาดูกันว่าหน้าจอสัดส่วนแบบดั้งเดิมจะให้อะไรกับเราได้มากกว่าหน้าจอ 18:9 ตามสมัยนิยมบ้างครับ เมื่อเทียบกับเครื่องหน้าจอไซด์ใกล้ๆ กัน (จอ 5.99 นิ้วแบบ 18:9 กับจอ 6 นิ้ว 16:9)

ตัวเครื่องที่ขนาดโดยรวมเล็กกว่าแบบเห็นได้ชัด เป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการทำตลาดของเครื่อง 18:9 ในช่วงนี้ แต่ไม่ใช่เรื่องประโยชน์ใช้สอยที่สัดส่วนใหม่จะทำได้ดีกว่าเสมอไป


แอพและเกม มาตรฐานไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ 18:9

แม้ส่วนใหญ่เครื่องหน้าจอยาว จะมีความสามารถในการยืดหน้าจอการแสดงผลของแอพให้เต็มหน้าจอได้ แต่นั้นส่วนใหญ่มันคือการบิดเบือนยืดสัดส่วน หรือตัดภาพส่วนเกินทิ้งไป โดยเฉพาะในเรื่องของการเล่นเกมจะพบเจอหนักกว่าแอพพลิเคชั่นครับ

เพราะส่วนใหญ่เกม (และแอพ) ที่ไม่ได้ติดตั้งมากับเครื่องตั้งแต่เริ่มต้น จะพัฒนาภาพมาบนสัดส่วน 16:9 เป็นหลักครับ เมื่อนำไปเล่นบนหน้าจอ 18:9 สิ่งที่เจอก็คือขอบภาพหาย หรือมีขอบภาพดำมาประกบเพิ่มเพื่อให้การแสดงผลโดยรวมมันสมส่วนบนหน้าจอ

ผลสรุปก็คือ เราจะได้เล่นเกมภาพขนาดหน้าจอประมาณ 5 นิ้วบนเครื่องขนาดหน้าจอ 6 นิ้วในสัดส่วน 18:9 นั้นเองครับ ถ้าเทียบกับภาพบนจอแบบ 16:9 ก็มาจะมาเต็มๆ มากกว่า แบบภาพที่เห็นด้านล่างครับ

ส่วนใหญ่ เมื่อเจอจอที่มันมีสัดส่วนยาวไป เกมก็จะเติมกรอบเสริมด้านข้างที่ไม่เกี่ยวกับตัวเกมเข้ามาให้เต็มจอภาพโดยอัตโนมัติ

ดูหนังได้พื้นที่แสดงผลกว้างและสมส่วนกว่า

คล้ายๆ กับการเล่นเกมครับ เพราะแอพพลิเคชั่นสำหรับการรับชมภาพยนตร์ส่วนใหญ่ ยังทำภาพออกมาเป็นมาตรฐานที่ขนาด 16:9 เป็นหลัก แม้จะมีบางแอพ, บางคลิปที่เป็นสัดส่วนแบบ 21:9 แต่ก็ยังเป็นมาตรฐานที่หาดูได้ยากกว่า

 

และที่สำคัญ หลายคลิปที่แจ้งว่าเป็น 21:9 แต่ก็เป็นแบบ 21:9 ที่ใส่กรอบดำแนบบนล่างของหนังมาให้แล้ว โดยเฉพาะใน Youtube ฉะนั้นอย่าหวังว่ามันจะเป็นข้อได้เปรียบของหน้าจอ 18:9 ได้จริงๆ ครับ

เพราะภาพหนังที่ใส่ขอบดำมาแบบนั้น พอเอามาใช้บนหน้าจอ 18:9 แล้ว ขอบดำมันก็ยังตามมาเช่นกันมันไม่ได้ตัดหายไปและมาแค่ภาพหนังสัดส่วน 21:9 จริงๆ กลายเป็นซ้ำซ้อนและไร้ประโยชน์ไปเลยเพราะพอจะตัดขอบทิ้ง ก็กลายเป็นการยืดภาพแทน แล้วก็ส่งผลให้ภาพผิดส่วนไปซะอีก 

พิมพ์ง่ายกว่า

ก็แน่นอนเมื่อหน้าจอขนาดโดยรวมมันเท่ากัน เมื่อเครื่องหนึ่งจอมันยาวกว่า อีกเครื่องหน้าจอมันก็ต้องกว้างกว่าอยู่แล้วครับ ซึ่งความกว้างมันก็มีประโยชน์ในหลายอย่างไม่ต่างกับความยาว

อย่างแรกที่มีผลชัดเจนคือการพิมพ์

เพราะเครื่องหน้าจอ 5.99 นิ้วบนสัดส่วน 18:9 มันมีความกว้างของหน้าจอไม่ต่างจากเครื่องประมาณ 5 นิ้วของหน้าจอ 16:9 สักเท่าไหร่ ฉะนั้นการพิมพ์ตัวอักษรจากคีย์บอร์ดจึงไม่ได้มีขนาดแป้นพิมพ์ใหญ่ตามไปด้วย มันจะมีก็แต่จะยาวสูงขึ้นเท่านั้น

แต่กับหน้าจอขนาด 6 นิ้ว แบบ 16:9 แป้นพิมพ์ใหญ่เต็มนิ้วครับ และมันจับได้ถนัดสมส่วนกว่าด้วยในการพิมพ์แนวนอน เพราะตัวเครื่องไม่ได้เป็นทรงยาวค้ำมือเวลาถือครับ ฉะนั้นเรื่องการพิมพ์บนหน้าจอของเครื่อง 16:9 ใหญ่ถนัดมือกินขาดชัดเจนเลยครับ

การใช้งานในแนวนอนที่กว้างกว่า

ต่อยอดมาจากข้อด้านบน ด้วยความยาวที่น้อยกว่ามันจึงมีความกว้างที่มากกว่า ส่งผลให้การใช้งานแนวนอนมันยาวกว่า (เอ๊ะยังไง! 555)

ก็เมื่อหน้าจอแบบ 18:9 ที่เป็นสัดส่วนทรงยาว มันแสดงผลแนวตั้งได้หลายบรรทัดกว่า ฉะนั้นในทางกลับกัน หน้าจอที่เป็นสัดส่วนที่กว้างกว่า ก็ย่อมต้องแสดงผลในแนวนอนได้หลายบรรทัดกว่านั้นเองครับ ก็เป็นข้อดีข้อด้อยที่ได้อย่างเสียอย่างไปพร้อมๆ กัน

ทั้งๆ ที่ก็ต่างกันแค่ไม่กี่บรรทัดนะสำหรับสัดส่วน 18:9 กับ 16:9 ในเรื่องเนี่ย ผมให้เต็มที่ไม่เกินห้าสิบตัวอักษรในไซด์ปกติ – – ข่มกันจัง

 


และส่วนความแตกต่างสุดท้าย เป็นเรื่องข้อจำกัดในการออกแบบ ด้วยความพยายามยืดสัดส่วนหน้าจอให้เต็มพื้นที่ด้านหน้าตัวเครื่อง ทำให้เราจะเห็นสิ่งที่เหมือนกันๆ ของเครื่องเหล่านี้คือ

ปุ่มควบคุมหลักไปอยู่บนหน้าจอ – ตอนนี้ร้อยทั้งร้อยของเครื่องหน้าจอแบบ 18:9 ใช้ปุ่มควบคุมสามปุ่มหลักของระบบ Android เป็นแบบทัชสกรีนบนหน้าจอทั้งหมดครับ ด้วยเพราะไม่เหลือแล้วเนื้อที่ในการวางปุ่มใต้หน้าจอ กลายเป็นส่วนหนึ่งของความยาวจำเป็นต้องสูญเสียไปเพื่อไว้แสดงปุ่มควบคุมการทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ สูญเสียความยาวของหน้าจอไปส่วนหนึ่ง

บางเครื่อง บางการทำงาน ก็ไม่สามารถซ่อนปุ่มเหล่านี้ได้อีกต่างหากด้วย

ที่สแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่อง – จริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ เพราะเครื่อง 16:9 ปกติก็มีเครื่องที่ใช้สแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่องเช่นกัน แต่ตอนนี่้มันกำลังเป็นข้อจำกัดแบบเลี่ยงไม่ได้ของเครื่อง 18:9 อยู่ครับ

เพราะถ้าใครชอบให้ที่สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหน้าเครื่อง ก็คงไม่มีตัวเลือกแบบหน้าจอ 18:9 ตอนนี้ให้เลือกใช้นั้นเองครับ และจะมีเพียงแต่เครื่องระดับสูงของ Samsung เท่านั้น ที่เป็นหน้าจอสัดส่วนแบบยาวแล้วยังมีปุ่มโฮมฝังอยู่ใต้หน้าจอในด้านหน้าตัวเครื่องครับ ที่เหลือไม่มีแล้วทั้งปุ่มโฮมและที่สแกนนิ้วด้านหน้า


เหล่านี้ก็เป็นข้อจำกัดและข้อแตกต่างที่มาพร้อมกับการปรับเปลี่ยนสัดส่วนหน้าจอเทรนด์ใหม่ในหลายๆ รุ่นช่วงนี้ครับ และเชื่อว่าในปีหน้าก็ยังคงจะมีตามมาอีกเป็นสิบรุ่น เพราะมันกลายเป็นมาตรฐานในการโฆษณาไปแล้วในตอนนี้่

 

 

 

 

 




แสดงความคิดเห็น