ข้อมูลเบื้องต้น:
แบรนด์

Samsung U Flex

ราคาเปิดตัว

2,490 บาท

การเชื่อมต่อ

Bluetooth Version 4.2
A2DP, AVRCP, HFP

แบตเตอรี่

Built-in Battery (Li-Ion Battery) ใช้งานได้ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง

ขนาด / น้ำหนัก

51 กรัม

ข้อดี:

ให้คุณภาพเสียงที่ดี ฟังง่าย ชัดใสและมีแอพพลิเคชั่นสำหรับการปรับแต่งเสียง ปรับแต่งการทำงาน และอัพเดทซอฟท์แวร์
รูปทรงและวัสดุสวมใส่สบาย น่้ำหนักเบามาก ทำให้ใช้งานได้นานโดยไม่รู้สึกอึดอัด มีไมค์ในตัวสำหรับการสนทนาเสียง และปุ่มคีย์ลัดพิเศษสำหรับเรียกใช้งานฟังก์ชั่นที่กำหนดไว้จากสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อได้ทันที

ข้อเสีย:

มีแอพพลิเคชั่นสำหรับการปรับแต่งในสมาร์ทโฟนระบบ Android เท่านั้น

คะแนนจากเรา
คะแนนจากสมาชิก
ใส่คะแนนของคุณ
คุณสมบัติและฟังก์ชั่น
80%
63%
วัสดุและงานประกอบ
78%
68%
ประสิทธิภาพ
80%
67%
ความคุ้มค่าต่อราคา
90%
61%
บทสรุป:

Samsung U Flex คุ้มครับ ในราคา 2,490 บาท ก็มีคุณสมบัติและความสามารถที่ดีกว่าหูฟังในราคาใกล้เคียงกันมาก และมีคุณภาพเสียงที่ดีครับ

82%
คะแนนจากเรา
65%
คะแนนจากสมาชิก
25คะแนนวิจารณ์
คุณได้ให้คะแนนแล้ว

Samsung U Flex เป็นหูฟังไร้สายราคา 2,490 บาท ของดีที่แถมฟรีให้กับทุกคนที่สั่งจอง Galaxy J7 Plus ในช่วงนี้ ซึ่งผมนำมาแนะนำและทดสอบใช้งานให้เพื่อนๆ ได้รู้ถึงประสิทธิภาพ และความน่าใช้ของเจ้าหูฟังบลูทูธไร้สายตัวนี้กันครับ

รูปทรงของ Samsung U Flex อาจจะแปลกตาสักหน่อยสำหรับบางคนที่ไม่เคยใช้งานหูฟังประเภท Neckband หรือหูฟังแบบคล้องคอ ข้อดีก็คือมันจะเบาสบายศีรษะ และเบาสบายรูหูเรามากๆ ครับ ด้วยความที่เจ้า U Flex มีน้ำหนักที่โคตรเบา (51 กรัม) และยังออกแบบให้ตัวมันทั้งหมดถูกพักไว้ที่คอ หูฟังที่เสียบใส่หูเรา (In-Ear) จึงไม่มีแรงดึงรั้งใดๆ หลุดยากกว่าการใช้หูฟัง In-Ear แบบปกติ และไม่บีบรัดหัวแบบหูฟังครอบศีรษะ

 

ตัววัสดุที่นำมาคล้องคอของ U Flex มีความละมุนผิว ไม่เหนียว ไม่แข็ง ตัวมันอ่อนนุ่มบิดงอได้ 360 องศาครับ ฉะนั้นด้านความสบายในการสวมใส่ ผมยกให้หูฟังประเภทคล้องคอนี้แบบเต็มร้อย และ U Flex ก็เป็นหูฟังคล้องคอที่ใช้วัสดุที่รู้สึกดีต่อผิวมนุษย์อย่างเราด้วยครับ ^^

ราคาอาจจะไม่แพง แต่คุณภาพของงานประกอบแรกเห็นรู้สึกแพงนะครับ ^^ เทียบกับหูฟังมีแบรนด์ในราคาเท่าๆ กัน U Flex ดูมีอะไรให้เล่นมากกว่าชัดเจน แม้ U Flex จะไม่ใช่เป็นหูฟังที่มีคุณสมบัติกันน้ำ แต่ตัวหูฟังถูกออกแบบมาให้รองรับการเคลื่อนไหวหรือการสั่นของร่างกายแบบรุนแรงได้ ทำให้ใช้งานได้ในระหว่างเดินทาง, ทำงาน หรือออกกำลังกายครับ

ตัวมันใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ภายใน (ชาร์จไฟได้ ผ่านพอร์ต Micro USB) ซึ่งทดสอบใช้งานจริงสามารถใช้ได้นานต่อเนื่องกันมากกว่า 8 ชั่วโมง สำหรับการสนทนา ฟังเพลง และเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนอยู่ตลอดเวลา

มีปุ่มควบคุมการเปิดปิดด้วยสวิทช์ที่ซ่อนอยู่ด้านใน และเป็นปุ่มที่ใช้ในการเปิดสัญญาณบลูทูธเพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ด้วยครับ

ด้านนอก จะมีปุ่มควบคุมการทำงานด้านการฟังเพลงต่างๆ ไว้ครบครับ ปุ่มเล่นเพลง/หยุดเพลง ปุ่มเพิ่มเสียง/ลดเสียง และปุ่ม Activate Key ซึ่งเจ้าปุ่มนี้สารพัดประโยชน์เลยครับ ซึ่งผมจะอธิบายให้ทราบในส่วนบทความด้านล่างว่ามันมีดีอย่างไร

เมื่อนำมาวางพาดคอ ปุ่มต่างๆ ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่กดง่ายไม่ได้อยู่บนสายให้เกะกะ และตัวหูฟังทั้งสองข้างเป็นแม่เหล็กความแรงบางๆ สำหรับประกบกันไว้ได้ในเวลาเราไม่ได้ใช้งานครับ

ปุ่มควบคุมต่างๆ รองรับการกดแบบกดค้างไว้ และกดสั้นเพียงครั้งเดียว เพื่อการสั่งงานที่แตกต่างกัน เช่นปุ่มลดเสียงและเพิ่มเสียงอาจจะนำไปใช้กดค้างไว้เพื่อข้ามเพลงที่ต้องการเล่นได้ในการเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นบางรุ่น ซึ่งความสามารถของแต่ละปุ่มนี้จะแตกต่างกันไปตามระบบและเครื่องเล่นที่นำมาเชื่อมต่อครับ

แต่สำหรับการใช้งานกับสมาร์ทโฟนระบบ Android อย่างเช่น Samsung Galaxy เราจะสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Samsung Level ซึ่งเป็นแอพควบคุมการสั่งงานของ U Flex ได้จากใน Play Store ครับ นอกจากจะเอาไว้ใช้ควบคุมการทำงานของ U Flex ได้แล้ว แอพพลิเคชั่น Samsung Level ยังเอาไว้ใช้ปรับรูปแบบเสียง จูนเสียง ปรับแต่งแนวเสียงของหูฟังให้เข้ากับรสนิยมของผู้ใช้ภายในแอพ หรือจะใช้ฟังก์ชั่น Adapt เสียง ให้เหมาะสมตามอายุของเราก็ได้นะครับ ^^ จะบอกว่า ดัน Adapt เสียงออกมาถูกใจผมด้วยซะงั้น 555

เกาะประเด็น:  ใกล้คลอด! Samsung Galaxy S8 ได้รับ Android Oreo 8.0 เวอร์ชั่น beta แล้ว! ปรับปรุงหลายอย่างกับไฟล์อัพเดทขนาด 609 MB

แอพ  Samsung Level ยังเป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับกำหนดการแจ้งเตือนที่เราอนุญาตให้ดังเข้าหูฟังได้ และใช้อัพเดทเฟิร์มแวร์ของหูฟังได้ในตัวด้วยครับ

ปุ่ม Activate Key ที่ผมว่ามันสารพัดประโยชน์ ก็เนื่องด้วยมันสามารถกำหนดให้เป็นปุ่มลัดเรียกใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ตามใจเราหลายคุณสมบัติเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นปุ่มที่สำหรับการเรียกใช้งานคำสั่งเสียง, S-Voice, Bixby หรือ Google Now ก็สามารถทำได้ หรือจะเป็นปุ่มลัดสำหรับเริ่มการบันทึกเสียงในทันที ก็ทำได้เช่นกัน เราสามารถตั้งค่ากำหนดเข้าปุ่ม Activate Key ปุ่มนี้ได้ตามใจ ในแอพพลิเคชั่น Samsung Level ครับ

คุณภาพเสียงของ Samsung U Flex ให้แนวเสียงที่ชัด ใส เสียงมีมิติบนซาวด์สเตจระดับกลางครับ เหมือนเรานั่งอยู่แถวกลางๆ ฮอลล์คอนเสิร์ต เหมาะกับแนวเพลง Pop และ R&B ที่มีจังหวะชัดๆ มากที่สุด แนวเสียงแบบหูฟังตัวนี้เป็นแบบที่ฟังง่ายที่สุดครับ ไม่ต้องเบิร์นไม่ต้องคัสตอมอะไรมาก แค่ใช้เวลาในการปรับแนวเสียงในแอพ Samsung Level สักสองสามนาที ก็เพียงพอต่อความพึงพอใจในการใช้งานได้แล้วครับ

อุปกรณ์ภายในกล่อง นอกจากตัวหูฟัง ก็จะมีสายชาร์จ คู่มือ และจุดหูฟังสำรองในสามขนาด S,M,L การใช้งานครั้งแรกก็ไม่มีอะไรมาก เปิดหูฟังจากสวิตช์เปิดปิดที่อยู่ด้านหลังสายคล้องคอโดยดันขึ้นให้สุดเพื่อเปิดสัญญาณบลูทูธ แล้วนำสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อมาจับคู่ตามปกติ ส่วนแอพพลิเคชั่น Samsung Level จะติดตั้งภายหลังการเชื่อมต่อไปแล้วก็ไม่มีปัญหาครับ

Samsung U Flex ถือว่าเป็นของแถมที่น่าซื้อใช้ แม้ใครจะไม่ได้เป็นของแถม แต่ในราคา 2,490 บาท ก็มีคุณสมบัติและความสามารถที่น่าเป็นเจ้าของมาก ได้มาใช้คู่กับ Galaxy J7 + ก็ถือว่าไม่เลวเลยครับ ^^




แสดงความคิดเห็น