คุณกำลังอ่าน
[บทความแปล] รีวิวแกะกล่อง iPhone 6s และ iPhone 6s Plus

[บทความแปล] รีวิวแกะกล่อง iPhone 6s และ iPhone 6s Plus

Avatar
Vivo V20 Pro

วันนี้เราไปพบกับ iPhone 6s และ iPhone 6s Plus กันดีกว่าครับ แน่นอนว่าครั้งนี้ดไม่ใช่ครั้งแรกของทุกคนที่จะได้เห็นเจ้าสมาร์ทโฟนตัวใหม่จาก Apple เครื่องนี้ แต่เชื่อว่าในการรีวิวแกะกล่องครั้งนี้ น่าจะช่วยให้ใครหลายๆคนเห็นภาพของเจ้าเครื่องใหม่นี้ได้ชัดเจรนขึ้นไม่มากก็น้อยครับ ลองไปดูกันดีกว่าว่า iPhone 6s และ iPhone 6s Plus นั้นจะมีอะไรพิเศษเข้ามาบ้าง

อย่างที่เราทราบกันดีครับว่าการมาของ iPhone 6s นั้นได้มาพร้อมกับสีใหม่อย่าง Rose Gold ถ้าเอาให้เข้าใจง่ายๆก็สีชมพูนั่นแหละครับ แต่อย่างไรก็ตามสีอื่นๆก็ยังมีให้เลือกใช้อยู่นะครับ ไม่ว่าจะเป็น Gold, Space Gray และ Silver แต่นอกจากที่มันจะมีสีมาเพิ่มแล้ว อะไรที่ทำให้ iPhone ตัวใหม่นี้ดีกว่าของปีที่แล้วกันล่ะ?

lead-iphone

ในปีนี้สโลแกนของ iPhone มีอยู่ว่าแบบนี้ครับ “The only thing that’s changed is everything.” แต่เราก็ไม่แน่ใจนักนะครับว่าสโลแกนนี้มันครอบคลุมไปถึงส่วนของการออกแบบเจ้าเครื่องนี้หรือไม่ เพราะหากจะจับเอา iPhone 6s และ iPhone 6 มาเทียบกัน ไม่ว่าจะแบบใส่เคสหรือไม่ใส่เคสก็ตาม เชื่อว่าคงไม่มีใครบอกได้ครับว่าเจ้าเครื่องที่อยู่ตรงหน้านี้เป็น iPhone 6 หรือ iPhone 6s กันแน่

แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น อะไรคือสิ่งที่เปลี่ยนไปในการออกแบบล่ะ?? จริงๆแล้วสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน น่าจะเป็นในส่วนของวัสดุที่นำมาใช้ในการทำตัวเครื่องมากกว่า นั่นก็คือการนำ 7000 series aluminum มาใช้ในการผลิต ซึ่งสิ่งที่ได้ก็คือความแข็งแรงทนทานขึ้น แต่ก็มาพร้อมกับน้ำหนักที่มากขึ้น และความหนาที่มากขึ้นอีกนิดหน่อยนั่นเองครับ

นอกจากนี้ในส่วนของภายในก็มีการเปลี่ยนแแปลงเกิดขึ้นเช่นกันครับ โดยใน iPhone 6s และ 6s Plus นั้นจะมาพร้อมกับ Processor ตัวใหม่อย่าง A9 และ RAM 2GB อีกทั้งมีแบตเตอรี่อยู่ที่ 1715 mAh แต่ใน iPhone 6s Plus จะมีแบตอยู่ที่ 2750 mAh ครับ ซึ่งถ้าเอาจริงๆแล้วต้องบอกว่าแบตของทั้งคู่มีขนาดเล็กกว่าแบตเตอรี่ในเวอร์ชั่นก่อนนะครั โดยใน iPhone 6 และ iPhone 6 Plus จะมีแบตอยู่ที่ 1810 และ 2915 mAh และในส่วนของการเชื่อมต่อนั้นก็ได้มีการอัพเกรดให้สามารถเชื่อมต่อในส่วนต่างๆได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น LTE ที่เร็วขึ้น และการเชื่อมต่อกับ Wi-Fi รวมทั้ง Touch ID เองก็มีการพัฒนาให้เร็วขึ้นกว่าในเวอร์ชั่นเก่ากว่า 2 เท่าด้วยกันครับ

และสำหรับในส่วนของหน้าจอของทั้งคู่นั้นคงต้องบอกว่ามีขนาดและความละเอียดที่เหมือนกันครับ โดยใน iPhone 6s จะมีหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว 1334 x 750 ส่วนใน 6s Plus จะเป็น 1920 x 1080 ซึ่งฟีเจอร์ใหม่ที่จะเข้ามาในส่วนของหน้าจอนั้นจะเป็น 3D Touch สิ่งที่ทาง Apple มองว่าจะเป็น Gen ใหม่ของ Multi-Touch ครับ

screen-shot-2015-09-25-at-4-55-26-pm

สำหรับฟีเจอร์ใหม่ตัวนี้จะเข้ามาในทั้ง iPhone 6s และ 6s Plus นะครับ ซึ่งอธิบายง่ายๆสำหรับฟีเจอร์นี้ก็คือ มันจะสามารถรับรู้ว่าเราออกแรงกดไปที่หน้าจอนั่นเองครับ ซึ่งการนำมาใช้งานจะเป็นกาออกคำสั่งกับแอพต่างๆใน iOS ซึ่งเมื่อเราทำการใช้งาน 3D Touch โดยการกดแบบออกแรงไปที่แอพต่างๆ มันก็จะมีลิสต์ของการใช้งานแอพนั้นๆออกมาให้เราเลือกครับ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้อย่างเราประหยัดเวลาไปได้มากเลยทีเดียว นอกจากนี้แล้วยังมีฟีเจอร์ใหม่ๆอีกมากมายที่เข้ามาใน iOS 9ที่จะทำให้เจ้าเครื่องนี้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วยครับ

ส่วนด้านล่างนี้จะเป็นคลิปวิดีโอรีวิวแกะกล่องของ iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ครับ สามารถดูการใช้งานเจ้า 3D Touch แบบ Overview ได้ในคลิปเลยครับผม

ในส่วนของกล้องหน้าของทั้งคู่จะมีความะเอียดอยู่ที่ 5MP ครับ ซึ่งสามารถรองรับการอัดวิดีโอความละเอียด 720p นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับแฟลชที่ทาง Apple เรียกว่า Retina Flash โดยเจ้าแฟลชตัวนี้จะทำงานโดยการตรวจจับแสงโดยรอบของผู้ใช้ครับ จากนั้นมันก็จะนำมาใช้ในการปรับโทนสี ทำให้ภาพที่ได้มีความสว่างมากขึ้น 3 เท่า สำหรับใครที่ชอบถ่ายเซลฟี่โดยเฉพาะก็ว่าได้ครับ

และแล้วก็มาถึงดาวเด่นของงานแล้วครับ สำหรับกล้องหลังที่มีเซนเซอร์ความละเอียด 12MP ซึ่งสิ่งที่มาพร้อมกับมันก็คือการรองรับการอัดวิดีโอแบบ 4K อยากรูว่าเป็นอย่างไรสามารถดูได้ในวิดีโอด้านบนได้เลยนะครับ แต่ทั้งนี้ใน iPhone 6s ก็ยังขาดไปซึ่ง Optical image stabilization อยู่ดี นอกจากนี้ในส่วนของภาพถ่ายที่ได้จาก iPhone 6s และ 6s Plus จะค่อนข้างดูเป็นธรรมชาติและคมชัดพอสมควร ซึ่งดูจะไม่ใช่อะไรที่น่าตกใจเท่าไรครับ ลองเช็คจากรูปถ่ายจากกล้อง 12MP ของ iPhone 6s ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

 

 

คัดมาเพื่อคุณ

 

อีกฟีเจอร์หนึ่งที่จะไม่พูดถึงคงไม่ได้นั่นก็คือฟีเจอร์ Live Photos ครับ เพราะมันถือว่าเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เข้ามาพร้อมกับ iPhone ตัวใหม่ แต่อย่างไรก็ตามมันกลับไม่ได้ดูน่าตื่นเต้นเท่าที่ควรนัก โดยการทำงานของมันจะเป็นการถ่ายรูป 1 วินาทีครึ่งทั้งก่อนและหลังจากที่เรากดชัตเตอร์ครับ ทำให้ได้ภาพที่เหมือนเป็นวิดีโอสั้นๆนั่นแหละครับ ทั้งนี้ผู้ใช้ยังสามารถใช้ภาพที่ได้จากฟีเจอร์นี้เป็นวอลเปเปอร์ได้อีกด้วย

และนั่นก็เป็นทั้งหมดของ iPhone 6s และ 6s Plus ครับ หวังว่าบทความนี้ รวมทั้งวิดีโอด้านบนน่าจะช่วยให้ใครหลายๆคนเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นนะครับ

 

ที่มา : 9to5mac

 

View Comments (0)

Leave a Reply