เสียวหมี่ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟน REDMI Note 15 Series รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยประกอบไปด้วยสมาร์ทโฟนทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ REDMI Note 15 Pro+ 5G, REDMI Note 15 Pro 5G, REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ชูจุดเด่นด้านความทนทานระดับไททันของ REDMI สมาร์ทโฟนในซีรีส์นี้ถูกออกแบบมาให้โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน ความทนทานต่อการตกกระแทกที่เสริมความแข็งแกร่ง และการป้องกันฝุ่นและน้ำที่ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับระบบกล้องที่อัปเกรดใหม่ ในประสิทธิภาพระดับเรือธง รวมถึงประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลแบบไร้รอยต่อ
ในบทความนี้
ความทนทานของ REDMI Titan ออกแบบมาเพื่อรับมือทุกความท้าทายในชีวิตประจำวัน
ผลิตภัณฑ์ในทุกๆ รุ่นมาพร้อมความทนทานระดับ REDMI Titan ซึ่งได้ผสานรวมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน ความทนทานต่อการตกกระแทก และการป้องกันฝุ่นและน้ำมาไว้ให้อย่างครอบคลุม เพื่อยกระดับมาตรฐานความแข็งแกร่งใหม่ให้กับสมาร์ทโฟน REDMI Note Series ทั้งนี้สมาร์ทโฟนรุ่น REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G เป็นผู้นำของซีรีส์นี้ด้วยฟีเจอร์ด้านความทนทานที่ล้ำหน้าที่สุด ในขณะที่ทุกรุ่นได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน
หัวใจสำคัญของการอัปเกรดในครั้งนี้คือประสบการณ์แบตเตอรี่ที่ดีมากยิ่งขึ้น โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอน (SiC) ในขนาดความจุ 6500mAh ที่มีสัดส่วนซิลิคอน 10% รองรับการชาร์จเร็ว 100W HyperCharge และการชาร์จย้อนกลับ 22.5W จึงมอบทั้งความอึดและความเร็วในการชาร์จระดับเรือธง นอกจากนี้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ SiC ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกใน REDMI Note Series ยังช่วยเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานในขนาดกะทัดรัด ในสมาร์ทโฟนรุ่น Pro ทุกรุ่นแบตเตอรี่ SiC จะทำงานร่วมกับระบบจัดการแบตเตอรี่ Xiaomi Surge เพื่อช่วยคงความจุของแบตเตอรี่ไว้ได้ 80% หรือมากกว่าหลังผ่านการชาร์จ 1,600 รอบ ซึ่งเทียบเท่าการใช้งานทั่วไปยาวนานประมาณ 6 ปี ทั้งนี้แม้ REDMI Note 15 5G จะเป็นสมาร์ทโฟน REDMI Note ที่บางที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีความบางเพียง 7.35 มม. ก็ยังสามารถบรรจุแบตเตอรี่ SiC ขนาดความจุ 5520mAh เอาไว้ได้ ในขณะที่ REDMI Note 15 มาพร้อมแบตเตอรี่ที่อัปเกรดใหม่ขนาดความจุ 6000mAh นอกจากนี้สมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีส์ยังรองรับการชาร์จแบบย้อนกลับ โดยรองรับกำลังไฟ 22.5W หรือ 18W ขึ้นอยู่กับรุ่น จึงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความยืดหยุ่นในการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ความทนทานของโครงสร้างได้รับการเสริมความแข็งแกร่งทั้งซีรีส์ โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ได้รับการรับรองประสิทธิภาพระดับพรีเมียมจาก SGS Premium Performance ในด้านการความทนต่อการตกกระแทก การกดทับ และการงอ สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นถูกพัฒนาบนโครงสร้าง REDMI Titan ผสานเข้ากับแผงวงจรหลักที่มีความแข็งแรงสูง เฟรมกลางที่เสริมความทนทาน และโครงสร้างดูดซับแรงกระแทกหลายชั้น เสริมด้วยกระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass Victus ด้วยส่วนประกอบเหล่านี้จึงทำให้ผ่านการรับรองความทนทานต่อการตกจากความสูงได้ถึง 2.5 เมตร นอกจากนี้ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังเสริมความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นด้วยแผงด้านหลังที่ทำจากวัสดุไฟเบอร์กลาสความแข็งแรงสูง ที่สามารถช่วยดูดซับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยมโดยที่ไม่เพิ่มน้ำหนักที่ไม่จำเป็นเข้ามา ทั้งนี้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในซีรีส์ก็มาพร้อมโครงสร้างที่แข็งแรงทนทานซึ่งผ่านการทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทกและการตกกระแทกอย่างครอบคลุมของ SGS จึงมอบการปกป้องที่เชื่อถือได้สำหรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
เพื่อมอบการปกป้องรอบด้านสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน REDMI Note 15 Series ได้ยกระดับมาตรฐานการป้องกันฝุ่นและน้ำให้สูงยิ่งขึ้น โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ผ่านมาตรฐาน IP66, IP68, IP69 และ IP69K พร้อมการรับรองว่าสามารถทนต่อการแช่น้ำลึกได้สูงสุด 2 เมตร เป็นเวลานาน 24 ชั่วโมง โดยผ่านการรับรองความทนทานต่อการกันน้ำของสมาร์ทโฟนจาก TÜV SÜD10 สมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวได้ผสานองค์ประกอบการกันน้ำที่ออกแบบมาอย่างแม่นยำถึง 17 จุด เพื่อการปกป้องในระยะยาว ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ก็ได้รับการยกระดับในการป้องกันฝุ่นและน้ำเช่นกัน โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อรับมือกับน้ำกระเซ็น น้ำหก และสภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่ท้าทายในการใช้งาน ทั้งนี้สมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีย์ยังใช้เทคโนโลยี Wet Touch 2.0 ที่ช่วยให้หน้าจอยังคงตอบสนองได้อย่างแม่นยำแม้หน้าจอหรือนิ้วมือจะเปียกก็ตาม คุณจึงใช้งานได้อย่างลื่นไหลในทุกสถานการณ์ของชีวิต
ยกระดับระบบการถ่ายภาพขึ้นไปอักขั้นด้วย AI ขั้นสูง
REDMI Note 15 Series ได้รับออกแบบมาเพื่อมอบความคมชัดเหนือระดับในทุกการภาพถ่าย พร้อมการอัปเกรดการถ่ายภาพแบบครบวงจรให้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีย์ ด้วยการผสานรวมของเซ็นเซอร์ความละเอียดสูง ระยะโฟกัสที่หลากหลาย และการถ่ายภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูงไว้ในกลุ่มเดียวกัน
หัวใจสำคัญของการอัปเกรดครั้งนี้คือ REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ที่มาพร้อมกล้องความละเอียดสูง 200MP ใหม่ล่าสุด โดยใช้เซนเซอร์รับภาพ 200MP HPE ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในระดับสากล โดยที่เซนเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.4 นิ้วนี้ มากับการซูมแบบออปติคัลระดับเซนเซอร์ 2x และ 4x พร้อมด้วยเทคโนโลยี DAG HDR แบบสามระยะโฟกัส รวมไปถึงการประมวลผลด้วย AI ขั้นสูง ที่ช่วยให้ได้ภาพที่สมจริงและรายละเอียดที่ชัดในทุกสภาพแสง
สมาร์ทโฟนรุ่น Pro รองรับระยะโฟกัสถึง 5 ระยะ ตั้งแต่ 23 มม. ถึง 92 มม. ผ่านเลนส์เพียงตัวเดียว จึงช่วยให้สามารถจัดเฟรมภาพได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นภาพทิวทัศน์ ภาพสตรีท ภาพถ่ายบุคคล และภาพถ่ายระยะใกล้ ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 มาพร้อมระบบกล้องความคมชัดสูงระดับ 108MP และมอบประสบการณ์เทเลโฟโต้ระดับออปติคัล 3x ที่ครอบคลุมตั้งแต่ภาพมุมกว้างไปจนถึงภาพถ่ายบุคคลระยะใกล้
ภาพถ่ายของสมาร์ทโฟนทั้งหมดในซีรีส์นี้ นั้นถูกยกระดับให้ดียิ่งขึ้นด้วยเครื่องมือสร้างสรรค์และ AI อัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นอัลกอริทึมภาพถ่ายบุคคลความคมชัดสูงพิเศษ, Dynamic shots 2.0 สำหรับเอฟเฟกต์ภาพเคลื่อนไหว และการแก้ไขภาพที่ง่ายดายที่สามารถแชร์ไปยัง Instagram ได้ นอกจากนี้การปรับแต่งภาพหลังการถ่ายยังสามารถทำได้อย่างสะดวกกว่าที่เคย โดยที่ REDMI Note 15 รุ่น Pro มาพร้อม AI Creativity Assistant ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 มาพร้อมกับ AI image editing tools ที่ออกแบบมาเพื่อการสร้างสรรค์ในชีวิตประจำวัน ยิ่งไปกว่านั้นสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีย์นี้ยังรองรับฟีเจอร์ AI Remove Reflection และ AI Beautify เพื่อช่วยให้ภาพถ่ายถ่ายดูคมชัดมากยิ่งขึ้น ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียวโดยแทบไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ
ประสิทธิภาพที่ได้รับอัปเกรดและการเชื่อมต่ออัจฉริยะมากยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากความทนทานและประสิทธิภาพด้านการถ่ายภาพแล้ว REDMI Note 15 Series ยังมอบประสิทธิภาพที่สมดุลสำหรับการรองรับการใช้งานที่หลากหลายในทุกรูปแบบ สำหรับรุ่นท็อปสุดของซีรีส์ REDMI Note 15 Pro+ 5G ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon® 7s Gen 4 mobile platform พร้อมยังนำระบบระบายความร้อน Xiaomi IceLoop มาใช้ในซีรีส์ REDMI Note เป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งนับเป็นการใช้ระบบรระบายความร้อนแบบ LHP เพียงหนึ่งเดียวในสมาร์ทโฟนกลุ่มราคานี้ รวมทั้งยังให้ประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนสูงถึง 3 เท่าอีกด้วย
สมาร์ทโฟนในซีรีย์นี้ ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตรุ่นใหม่จาก Snapdragon และ MediaTek เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ภาพกราฟฟิกที่ลื่นไหลกว่าเดิม และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้ดียิ่งขึ้น โดยสมาร์ทโฟนทุกรุ่นรองรับ Google Gemini และ Circle to Search with Google จึงมอบการใช้งานที่เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นพร้อมการค้นหาข้อมูลที่สะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังใช้งาน Xiaomi HyperAI เพื่อมอบประสบการณ์ AI ที่ชาญฉลาดและตอบโจทย์ผู้ใช้งานในแบบเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
เพื่อการเชื่อมต่อที่ดียิ่งขึ้น สมาร์ทโฟนรุ่น Pro นั้นนำฟีเจอร์ Xiaomi Offline Communication ระดับเรือธงมาใช้เพื่อช่วยให้สามารถสื่อสารด้วยเสียงในระยะไกลในระดับกิโลเมตรได้แม้ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณเครือข่าย ในขณะที่ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี Xiaomi Surge T1S Tuner ที่ช่วยเสริมความแรงและความเสถียรของการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi, Bluetooth, GPS และเครือข่ายเซลลูลาร์
ประสบการณ์การใช้งานที่ดื่มด่ำด้วยหน้าจอขนาดใหญ่และเสียงอันทรงพลัง
REDMI Note 15 Series มอบประสบการณ์การรับชมที่ดื่มด่ำมากยิ่งขึ้นด้วยหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและความคมชัดที่พัฒนายิ่งขึ้น โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ใช้หน้าจอขนาด 6.83 นิ้ว ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ใช้หน้าจอขนาด 6.77 นิ้ว จึงให้มุมมองที่กว้างที่เกือบจะไร้ขอบจอ ด้วยความสว่างสูงสุดถึง 3200 nits พร้อมเทคโนโลยี PWM dimming 3840Hz และการรับรองด้านการถนอมสายตาถึง 3 มาตรฐาน และด้วยการรับรองมาตรฐานการดูแลสายตาถึงสามระดับ จึงทำให้สมาร์ทโฟนในซีรีส์นี้รับประกันได้ทั้งความคมชัดและความสบายตาในทุกสภาพแสง
ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสบการณ์การรับชมให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G สามารถเพิ่มระดับความดังของเสียงได้สูงสุดถึง 400% ในขณะที่รุ่นอื่นๆ สามารถเพิ่มความดังได้สูงสุด 300% เพื่อให้คุณสัมผัสกับพลังเสียงที่ดังและชัดเจนสำหรับการรับชมภาพยนตร์ ฟังเพลง และเล่นเกม
REDMI Note 15 Series ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งานทั่วโลก ด้วยการผสานจุดเด่นอย่างลงตัว ทั้งด้านความทนทาน การถ่ายภาพ ประสิทธิภาพการทำงาน และการยกระดับประสบการณ์ด้านหน้าจอ โดยพัฒนาบนรากฐานที่เชื่อถือในความทนทานของ REDMI Titan สมาร์ทโฟนซีรีย์นี้จึงพร้อมรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ควบคู่ไปกับการมอบคุณภาพการถ่ายภาพอันเหนือระดับ ประสิทธิภาพที่ลื่นไหล และประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นไร้รอยต่อ
การวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย
- REDMI Note 15 Pro+ 5G รุ่นความจุ 12GB+512GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Mocha Brown, Glacier Blue และ Black วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2569 เป็นต้นไปในราคา 14,990 บาท ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม
พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 Pro+ 5G ในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 รับฟรี Xiaomi Smart Air Purifier 4 compact, รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ป และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมนาคุณ 13,687 บาท นอกจากนี้ยังนำเครื่องเก่ามาแลกใหม่และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2,400 บาท
- REDMI Note 15 Pro 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Titanium Color, Mist Purple และ Blackโดยรุ่นความจุ 12GB+512GB20 วางจำหน่ายในราคา 12,990 บาท และรุ่นความจุ 8GB+256GB วางจำหน่ายในราคา 9,999 บาท ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2569 เป็นต้นไปในที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม
พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 Pro 5G รุ่นความจุ 12GB+512GB ในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 รับฟรี Mi Smart Standing Fan 2 Lite, รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมณาคุณ 12,887 บาท และลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 Pro 5G รุ่นความจุ 8GB+256GB ระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 รับฟรี Xiaomi Backpack, รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี, และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมณาคุณ 11,887 บาท นอกจากนี้ยังนำเครื่องเก่ามาแลกใหม่และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2,400 บาท
- Redmi Note 15 5G รุ่นความจุ 8GB+256GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Glacier Blue, Mist Purple และ Black18โดยวางจำหน่ายในราคา 8,499 บาท ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม
พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 5G รุ่นความจุ 8GB+256GB ในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รับฟรี Xiaomi Backpack, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมณาคุณ 9,488 บาท
- Redmi Note 15 รุ่นความจุ 8GB+256GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Glacier Blue, Purple และ Black โดยวางจำหน่ายในราคา 6,699 บาท ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม
พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 รุ่นความจุ 8GB+256GB ในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รับฟรี Xiaomi Backpack, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมณาคุณ 9,488 บาท
นอกจากนี้ เสียวหมี่ ประเทศไทย ยังร่วมกับ เอสจี แคปปิตอล ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน REDMI Note 15 Series ด้วยโปรแกรม SG Finance+ สมัครง่าย ผ่อนสบาย อนุมัติไว ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ได้แล้ววันนี้ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ โดยดาวน์เริ่มต้น 10%
สามารถชมภาพเพิ่มเติมได้ที่: REDMI Note 15 Pro+ 5G, REDMI Note 15 Pro 5G, REDMI Note 15 5G, REDMI Note 15
สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ (One-pager): REDMI Note 15 Pro+ 5G, REDMI Note 15 Pro 5G, REDMI Note 15 5G, REDMI Note 15
REDMI Note 15 Series Quick Specs
Pro models:
| REDMI Note 15 Pro+ 5G | REDMI Note 15 Pro 5G | |
| Design | • Colors: Mocha Brown, Glacier Blue, Black
• Dimensions: – 163.34mm x 78.31mm x 8.47mm (Mocha Brown) – 163.34mm x 78.31mm x 8.19mm (Black, Glacier Blue) • Weight: – 208.0g (Mocha Brown) – 207.1g (Black, Glacier Blue) • IP66/IP68/IP69/IP69K dust and water resistance |
• Colors: Titanium Color, Glacier Blue, Mist Purple, Black
• Dimensions: 163.61mm x 78.09mm x 7.96mm • Weight: 210g • IP66/IP68/IP69/IP69K dust and water resistance |
| Camera | • 200MP main camera
– 2×/4× optical-level telephoto – OIS – f/1.7 – 2.24μm 16-in-1 pixel binning – 1/1.4″ sensor size – 7P lens • 8MP ultra-wide camera – f/2.2 • 32MP front camera – f/2.2 |
• 200MP main camera
– 2×/4× optical-level telephoto – OIS – f/1.7 – 2.24μm 16-in-1 pixel binning – 1/1.4″ sensor size – 7P lens • 8MP ultra-wide camera – f/2.2 • 20MP front camera – f/2.2 |
| AI Features | • Xiaomi HyperAI
– AI Writing, AI Speech Recognition, AI Interpreter, AI Search, AI Dynamic Wallpapers, AI Creativity Assistant, and more • Google Gemini, Circle to Search with Google |
• AI Creativity Assistant
– AI Erase Pro, AI Remove Reflection, AI Image Expansion, AI Sky, AI Bokeh, AI Cutouts, AI Image Enhancement, AI Beautify, AI Film, and more. • Google Gemini, Circle to Search with Google |
| Display | • 6.83″ CrystalRes AMOLED display
– Resolution: 1.5K (2772 x 1280) – Refresh rate: Up to 120Hz – Brightness: 3200 nits peak brightness – Color depth: 12-bit – Contrast ratio: 8,000,000:1 – DCI-P3 wide color gamut – Corning® Gorilla® Glass Victus® 2 – Touch sampling rate: Up to 480Hz – Instantaneous touch sampling rate: 2560Hz – HDR10+ | Dolby Vision – 3840Hz PWM Dimming | 16,000-step automatic brightness adjustment – TÜV Rheinland Low Blue Light (Hardware Solution) Certification | TÜV Rheinland Flicker Free Certification | TÜV Rheinland Circadian Friendly Certification |
• 6.83″ CrystalRes AMOLED display
– Resolution: 1.5K (2772 x 1280) – Refresh rate: Up to 120Hz – Brightness: 3200 nits peak brightness – Color depth: 12-bit – Contrast ratio: 8,000,000:1 – DCI-P3 wide color gamut – Corning® Gorilla® Glass Victus® 2 – Touch sampling rate: Up to 480Hz – Instantaneous touch sampling rate: 2560Hz – HDR10+ | Dolby Vision – 3840Hz PWM Dimming | 16,000-step automatic brightness adjustment – TÜV Rheinland Low Blue Light (Hardware Solution) Certification | TÜV Rheinland Flicker Free Certification | TÜV Rheinland Circadian Friendly Certification |
| Performance | • Snapdragon® 7s Gen 4 Mobile Platform
– 4nm manufacturing process technology – CPU: Octa-core processor, up to 2.7GHz – GPU: Adreno GPU • LPDDR4X + UFS2.2 storage – 8GB+256GB, 12GB+256GB, 12GB+512GB20 • Xiaomi Offline Communication – Xiaomi Surge T1S Tuner • Powered by Xiaomi HyperOS |
• MediaTek Dimensity 7400-Ultra
– 4nm manufacturing process technology – CPU: Octa-core processor, up to 2.6GHz – GPU: Mali-G615 • LPDDR4X + UFS2.2 storage – 8GB+256GB, 8GB+512GB, 12GB+256GB, 12GB+512GB20 • Xiaomi Offline Communication • Powered by Xiaomi HyperOS
|
| Battery & Charging | • 6500mAh (typ) battery
– Silicon-Carbon Battery • 100W HyperCharge • 22.5W reverse charging |
• 6580mAh (typ) battery
– Silicon-Carbon Battery • 45W turbo charging • 22.5W reverse charging |
| Audio | • Dual speakers
• 400% volume boost • Dolby Atmos® | Hi-Res |
• Dual speakers
• 400% volume boost • Dolby Atmos® | Hi-Res |
| Connectivity | • Wi-Fi 6E capability
• Dual SIM (nano SIM + nano SIM or nano SIM + eSIM) • Supports NFC • Bluetooth® 5.4 • Bands – 2G: GSM: 2/3/5/8 – 3G: WCDMA: 1/2/4/5/6/8/19 – 4G: LTE FDD: 1/2/3/4/5/7/8/12/13/17/18/ 19/20/26/28/32/66/71 – 4G: LTE TDD: 38/40/41/42/48 – 5G: n1/2/3/5/7/8/12/20/26/28/38/40/41/48/ 66/71/77/78 |
• Wi-Fi 6 capability
• Dual SIM (nano SIM + nano SIM or nano SIM + eSIM) • Supports NFC • Bluetooth 5.4 • Bands – 2G: GSM: 2/3/5/8 – 3G: WCDMA: 1/2/4/5/6/8/19 – 4G: LTE FDD: 1/2/3/4/5/7/8/12/13/17/18/ 19/20/26/28/32/66/71 – 4G: LTE TDD: 38/40/41/42/48 – 5G: n1/2/3/5/7/8/12/20/26/28/38/40/41/ 48/66/71/77/78 |
| Security | • In-screen fingerprint sensor
• AI face unlock |
• In-screen fingerprint sensor
• AI face unlock |
Base Models:
| REDMI Note 15 5G | REDMI Note 15 | |
| Design | • Colors: Glacier Blue, Mist Purple, Black
• Dimensions: – 164mm x 75.42mm x 7.35mm (Glacier Blue, Black) – 164mm x 75.42mm x 7.40mm (Mist Purple) • Weight: 178g • IP66 dust and water resistance |
• Colors: Glacier Blue, Purple, Forest Green, Black
• Dimensions: 164.03mm x 75.42mm x 7.94mm • Weight: 183.7g • IP64 dust and water resistance
|
| Camera | • 108MP main camera
– 3× optical-level telephoto – OIS – f/1.7 – 0.64μm, 9in1 1.92μm – 1/1.67″ sensor size – 6P lens • 8MP ultra-wide camera – f/2.2 • 20MP front camera – f/2.2 |
• 108MP main camera
– 3× optical-level telephoto – f/1.7 – 0.64μm, 9in1 1.92μm – 1/1.67″ sensor size – 6P lens • 2MP depth camera – f/2.4 • 20MP front camera – f/2.2 |
| AI Features | • AI image editing tools
– AI Erase, AI Remove Reflection, AI Sky, AI Bokeh, AI Beautify • Google Gemini, Circle to Search with Google |
• AI image editing tools
– AI Erase, AI Remove Reflection, AI Sky, AI Bokeh, AI Beautify • Google Gemini, Circle to Search with Google |
| Display | • 6.77″ AMOLED display
– Resolution: 2392 x 1080 – Refresh rate: Up to 120Hz – Brightness: 3200 nits peak brightness – Color depth: 12-bit – Contrast ratio: 8,000,000:1 – DCI-P3 wide color gamut – Touch sampling rate: 240Hz – 3840Hz PWM Dimming | 16,000-step automatic brightness adjustment – TÜV Rheinland Low Blue Light (Hardware Solution) Certification | TÜV Rheinland Flicker Free Certification | TÜV Rheinland Circadian Friendly Certification |
• 6.77″ AMOLED display
– Resolution: 2392 x 1080 – Refresh rate: Up to 120Hz – Brightness: 3200 nits peak brightness – Color depth: 12-bit – Contrast ratio: 8,000,000:1 – DCI-P3 wide color gamut – Touch sampling rate: 240Hz – 3840Hz PWM Dimming | 16,000-step automatic brightness adjustment – TÜV Rheinland Low Blue Light (Hardware Solution) Certification | TÜV Rheinland Flicker Free Certification | TÜV Rheinland Circadian Friendly Certification |
| Performance | • Snapdragon 6 Gen 3 Mobile Platform
– 4nm manufacturing process technology – CPU: Octa-core processor, up to 2.4GHz – GPU: Adreno • LPDDR4X + UFS2.2 storage – 6GB+128GB, 8GB+256GB, 8GB+512GB, 12GB+512GB • Powered by Xiaomi HyperOS |
• MediaTek Helio G100-Ultra
– 6nm manufacturing process technology – CPU: Octa-core processor, up to 2.2GHz – GPU: Mali-G57 MC2 • LPDDR4X + UFS2.2 storage – 6GB + 128GB, 8GB + 128GB, 8GB + 256GB, 8GB + 512GB • Powered by Xiaomi HyperOS |
| Battery & Charging | • 5520mAh (typ) battery
– Silicon-Carbon Battery • 45W turbo charging • 18W reverse charging |
• 6000mAh (typ) battery
• 33W turbo charging • 8W reverse charging |
| Audio | • Dual speakers
• 300% volume boost • Dolby Atmos | Hi-Res |
• Dual speakers
• 300% volume boost • Dolby Atmos | Hi-Res |
| Connectivity | • 2.4GHz Wi-Fi | 5GHz Wi-Fi
• nano SIM 1 + Hybrid (nano SIM or microSD) • Supports NFC • Bluetooth® 5.1 • Bands – 2G: GSM: 850/900/1800/1900MHz – 3G: WCDMA: 1/2/4/5/6/8/19 – 4G: LTE FDD: 1/2/3/4/5/7/8/12/13/17/18/ 19/20/26/28/32/66/71 – 4G: LTE TDD: 38/40/41/42/48 – 5G: n1/2/3/5/7/8/12/20/26/28/38/40/ 41/48/66/71/77/78 |
• 2.4GHz Wi-Fi | 5GHz Wi-Fi
• nano SIM 1 + Hybrid (nano SIM or microSD) • Supports NFC • Bluetooth® 5.3 • Bands – 2G: GSM: 850/900/1800/1900MHz – 3G: WCDMA: 1/2/4/5/6/8/19 – 4G: LTE FDD: 1/2/3/4/5/7/8/12/13/17/18 /19/20/26/28/66 – 4G: LTE TDD: 38/40/41 |
| Security | • In-screen fingerprint sensor
• AI face unlock |
• In-screen fingerprint sensor
• AI face unlock |







