Microsoft กำลังเดินหน้าปรับทิศทางของ Windows 11 ครั้งใหญ่ หลังจากแนวคิด “agentic OS” ที่ผลักดัน Copilot เข้าไปในหลายส่วนของระบบปฏิบัติการถูกผู้ใช้วิจารณ์อย่างหนัก จนบริษัทต้องเริ่มทบทวนและพยายามกู้ความเชื่อมั่นกลับคืนมา หนึ่งในสัญญาณสำคัญคือการเตรียมนำฟีเจอร์ “ย้ายตำแหน่ง Taskbar” กลับคืน ซึ่งเป็นความสามารถที่มีมาตั้งแต่ยุค Windows 95 และยังคงอยู่ใน Windows 10 ก่อนจะถูกถอดออกไปแบบไร้เหตุผลชัดเจนใน Windows 11
รายงานจาก Windows Central ระบุว่า Microsoft วางแผนจะปล่อยฟีเจอร์นี้เร็วสุดในช่วงฤดูร้อนปี 2026 โดยจะไม่ใช่แค่การย้ายตำแหน่งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปรับปรุงการทำงานของปุ่มและเมนูต่าง ๆ ให้แสดงผลถูกต้องตามตำแหน่งใหม่ของ Taskbar รวมถึงการปรับขนาด Taskbar ได้คล้ายกับ Dock ของ macOS เพื่อให้ผู้ใช้ควบคุมหน้าตาของระบบได้มากขึ้น
ฟีเจอร์นี้ถือเป็นหนึ่งในคำขอที่มีผู้โหวตมากที่สุดบน Feedback Hub โดยมีผู้สนับสนุนกว่า 24,000 ราย ซึ่งสะท้อนว่าผู้ใช้จำนวนมากยังต้องการความยืดหยุ่นแบบที่ Windows เคยมีในอดีต นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า Microsoft เตรียมแก้ปัญหาประสิทธิภาพของระบบและ File Explorer ที่ผู้ใช้ร้องเรียนกันมานาน แม้ยังไม่ยืนยันว่าจะปล่อยพร้อมกับฟีเจอร์ Taskbar หรือไม่
แม้กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ทิศทางล่าสุดชี้ให้เห็นว่า Microsoft ต้องการฟังเสียงผู้ใช้มากขึ้น หลังจากช่วงเวลาที่ Windows 11 ถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการบังคับใช้ฟีเจอร์ AI และการลดทอนความสามารถพื้นฐานที่ผู้ใช้คุ้นเคยมายาวนาน
ท้ายที่สุดแล้ว การคืนฟีเจอร์เล็ก ๆ อย่างการย้าย Taskbar อาจกลายเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกว่า Windows 11 กลับมา “เป็นของเรา” มากขึ้นอีกครั้ง คุณเองคิดว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มาช้าไปไหม หรือยังทันกอบกู้ความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อ Windows อยู่บ้าง








