Qualcomm กำลังถูกจับตาอีกครั้ง หลังมีข้อมูลหลุดจากจีนระบุว่า Snapdragon 8 Elite Gen 6 Pro ชิปเรือธงรุ่นถัดไป อาจทำความเร็วขั้นต่ำได้ถึง 5.0GHz และอาศัยเทคโนโลยีจัดการความร้อนจาก Samsung เพื่อแก้ปัญหาชิปแรงแต่ร้อนเกินไป ซึ่งเป็นข้อจำกัดหลักของสมาร์ตโฟนยุคปัจจุบัน
Qualcomm กำลังชน “กำแพงความร้อน” ของชิปมือถือ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Qualcomm เดินหน้าเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาของชิปมือถืออย่างต่อเนื่อง แต่ข้อจำกัดด้านฟิสิกส์เริ่มชัดเจนมากขึ้น ชิปที่แรงเกินไปในพื้นที่เล็กอย่างสมาร์ตโฟน มักเกิดอาการ thermal throttling เมื่อใช้งานหนัก เช่น เล่นเกมหรือประมวลผล AI ต่อเนื่อง ส่งผลให้ประสิทธิภาพตกลงอย่างรวดเร็ว
Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันถือว่าแรงมากแล้ว แต่ก็อยู่ใกล้เพดานความร้อนของตัวเครื่องแบบ “สุดลิมิต”
ลือ Snapdragon 8 Elite Gen 6 Pro อาจแตะ 5–6GHz
ข้อมูลจาก Weibo โดยแหล่งข่าวที่ใช้ชื่อว่า Fixed-focus digital cameras ระบุว่า Qualcomm เตรียมเปิดตัวชิปเรือธง 2 รุ่นในช่วงปลายปี 2026 ได้แก่ Snapdragon 8 Elite Gen 6 และรุ่นอัปเกรดอย่าง Gen 6 Pro
ชิปทั้งสองคาดว่าจะผลิตบนกระบวนการ TSMC 2nm ซึ่งช่วยด้านประสิทธิภาพต่อวัตต์ แต่จุดที่น่าตกใจคือ
• ความเร็วขั้นต่ำของ Gen 6 Pro อาจอยู่ที่ 5.0GHz
• การทดสอบภายในพบตัวเลขสูงสุดถึง 5.5GHz
• บางกรณีแตะระดับ 6.0GHz ซึ่งเป็นระดับเดียวกับพีซีเกมมิ่งระดับสูง
สำหรับชิปมือถือ ตัวเลขนี้ถือว่า “แรงเกินกรอบเดิม” อย่างชัดเจน
อาวุธลับ: เทคโนโลยีระบายความร้อนจาก Samsung
คำถามสำคัญคือ ชิปความเร็วระดับนี้จะไม่ร้อนจนใช้งานไม่ได้ได้อย่างไร คำตอบที่หลุดออกมาคือ Heat Pass Block (HPB)
HPB เป็นเทคโนโลยีแพ็กเกจชิปที่พัฒนาโดย Samsung ซึ่งเดิมถูกวางแผนใช้กับ Exynos 2600 จุดเด่นของ HPB คือการปรับโครงสร้างการถ่ายเทความร้อนในแนวตั้ง ช่วยระบายความร้อนออกจากจุดร้อน (hotspot) ได้เร็วกว่าเดิม ไม่ใช่แค่กระจายความร้อนค้างอยู่ในตัวชิป
หาก Qualcomm นำ HPB มาใช้จริง นี่อาจเป็นกุญแจที่ทำให้ความเร็วระดับ 5–6GHz ใช้งานได้ต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนสเปกชีต
ผลกระทบต่อเรือธง Android รุ่นถัดไป
หากข้อมูลนี้เป็นจริง สมาร์ตโฟนเรือธงปี 2026–2027 โดยเฉพาะซีรีส์อย่าง Galaxy S รุ่นถัดไป อาจได้ชิปที่แรงระดับ “เดสก์ท็อปในกระเป๋า” ทั้งในด้าน
• ความเร็วเปิดแอป
• การประมวลผล AI บนอุปกรณ์
• เกมกราฟิกหนักที่ไม่ดรอปกลางทาง
ในขณะที่ Apple เลือกเดินสายประสิทธิภาพต่อพลังงานและสถาปัตยกรรม Qualcomm ดูเหมือนจะเลือกเส้นทาง “แรงสุดก่อน” และพยายามแก้ปัญหาความร้อนด้วยเทคโนโลยีขั้นแพ็กเกจแทน








