รู้จักระดับขั้นสมาชิกของ Shopee และเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของสมาชิกแต่ละระดับ

Advertisements
Advertisements
Shopee Membership Level Explanation

ณ ตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการช็อปออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Shopee และ Lazada นี่แทบจะเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในชีวิตประจำวันของใครหลายๆ คนกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในช่วงเดือนที่ผ่านมานั้น Shopee เองก็ได้มีการขยับปรับเปลี่ยนหลายต่อหลายมาตรการของตนเองทางฝั่งผู้ซื้อ (ซึ่งใครเคยเป็นผู้ขาย Shopee มาก่อนจะทราบดีว่าทางฝั่งผู้ขายนั้นโดนกันเป็นประจำ) หนึ่งในนั้นคือรูปแบบการจัดส่งที่แต่เดิมผู้ใช้งานเคยเลือกผู้จัดส่งได้มาเป็น Shopee เลือกผู้จัดส่งให้เอง และกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์และร้องเรียนกันอยู่ในตอนนี้ ซึ่งความคืบหน้าของการฟ้องร้องนั้นก็ยังคงต้องรอข้อสรุปกันอยู่

แต่นอกจากการพิจารณาปรับเปลี่ยนมาตรการจัดส่งแล้ว ล่าสุด Shopee เองก็มีการเพิ่มระดับขั้นของผู้ใช้งานขึ้นมาเป็นฟีเจอร์ใหม่ ซึ่งใครที่เคยใช้งาน Aliexpress กันมาก่อนน่าจะคุ้นเคยกับฟีเจอร์นี้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม สมาชิก APPDISQUS ที่กำลังข้องใจว่าระดับขั้นสมาชิกแต่ละขั้นนั้นหมายความว่าอย่างไร และเงื่อนไขการได้มาซึ่งแต่ละระดับขั้น รวมทั้งผลตอบแทนแต่ละระดับขั้นนั้นคืออะไร วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน


Shopee กับระดับขั้นสมาชิกที่เพิ่มเข้ามา

Shopee ได้มีการแบ่งระดับขั้นสมาชิกใหม่ออกเป็น 4 ระดับด้วยกัน โดยแต่ละระดับนั้นจะมีเงื่อนไขในการได้มาและการรักษาไว้ รวมไปจนถึงผลประโยชน์ที่ได้รับแตกต่างกันไป ซึ่งระดับขั้นทั้ง 4 ระดับนั้นแบ่งออกได้ดังต่อไปนี้

Shopee Membership Explanation

  • Classic : ระดับขั้นเริ่มต้นสำหรับสมาชิกทุกคน
  • Silver : ระดับขั้นที่ 2 โดยจะต้องมียอดคำสั่งซื้อขั้นต่ำ 6 ครั้ง และมียอดซื้อสะสมขั้นต่ำที่ 1,500 บาท ก่อนรอบการปรับระดับขั้น
  • Gold : ระดับขั้นที่ 3 โดยจะต้องมียอดคำสั่งซื้อขั้นต่ำ 24 ครั้ง และมียอดซื้อสะสมขั้นต่ำที่ 7,500 บาท ก่อนรอบการปรับระดับขั้น
  • Platinum : ระดับขั้นที่ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด โดยจะต้องมียอดคำสั่งซื้อขั้นต่ำที่ 50 ครั้ง และมียอดซื้อสะสมขั้นต่ำที่ 30,000 บาท ก่อนรอบการปรับระดับขั้น

โดย Shopee จะทำการปรับระดับทุกๆ วันที่ 1 มกราคม และ 1 กรกฎาคมของทุกปี โดยจะจัดรอบเดียวกันของสมาชิกทุกราย

ผลประโยชน์ของสมาชิกแต่ละระดับ

ทั้งนี้ สมาชิกแต่ละระดับจะมีผลประโยชน์แตกต่างกันออกไป โดยแบ่งเป็นผลประโยชน์ของแต่ละระดับดังนี้

  • สมาชิกระดับ Classic : โค๊ดส่งฟรี AirPay เฉพาะร้าน Special Shops จำนวน 1 สิทธิ์ และโค๊ดส่งฟรีขั้นต่ำ 99 บาท เฉพาะร้าน Special Shops จำนวน 1 สิทธิ์
  • สมาชิกระดับ Silver : โค๊ดส่งฟรี AirPay เฉพาะร้าน Special Shops จำนวน 2 สิทธิ์ และโค๊ดส่งฟรีขั้นต่ำ 99 บาท เฉพาะร้าน Special Shops จำนวน 1 สิทธิ์
  • สมาชิกระดับ Gold : โค๊ดส่งฟรี AirPay เฉพาะร้าน Special Shops จำนวน 2 สิทธิ์, โค๊ดส่งฟรีขั้นต่ำ 99 บาท เฉพาะร้าน Special Shops จำนวน 1 สิทธิ์, สินค้าลดเพิ่มสูงสุด 20% เฉพาะวันพุธเท่านั้น, โค๊ดรับเงินคืน 50% Coins สำหรับการจ่ายเงินด้วย AirPay ในการเติมเงิน จ่ายบิล ซื้อตั๋วหนัง เมื่อปรับและรักษาระดับ จำนวน 2 สิทธิ์ และ โค๊ดรับเงินคืน 10% Coins ขั้นต่ำ 0 บาท สูงสุด 50 Coins เมื่อปรับและรักษาระดับ จำนวน 1 สิทธิ์
  • สมาชิกระดับ Platinum : โค๊ดส่งฟรี AirPay เฉพาะร้าน Special Shops จำนวน 3 สิทธิ์, โค๊ดส่งฟรีขั้นต่ำ 99 บาท เฉพาะร้าน Special Shops จำนวน 1 สิทธิ์, สินค้าลดเพิ่มสูงสุด 20% เฉพาะวันพุธเท่านั้น, โค๊ดรับเงินคืน 50% Coins สำหรับการจ่ายเงินด้วย AirPay ในการเติมเงิน จ่ายบิล ซื้อตั๋วหนัง เมื่อปรับและรักษาระดับ จำนวน 2 สิทธิ์ โค๊ดรับเงินคืน 20% Coins ขั้นต่ำ 0 บาท สูงสุด 200 Coins เมื่อปรับและรักษาระดับ จำนวน 1 สิทธิ์ และบริการ Chat & Email แบบพรีเมี่ยมช่องทางด่วนพิเศษ

ทั้งนี้สามารถสรุปสิทธิ์พิเศษต่างๆ ทั้งหมดได้ดังนี้

สรุปสิทธิ์ใหม่ของ Shopee

คัดมาเพื่อคุณ

เราจะเช็คระดับสมาชิกของเราได้อย่างไร

Shopee ได้ทำการอัพเดตระดับสมาชิกปัจจุบันแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ โดยเราสามารถตรวจสอบได้จากเมนูดังนี้

  • เปิดเข้าแอพพลิเคชั่น Shopee
  • เลือกเมนู “ฉัน” ที่มุมซ้ายล่างของจอ
  • เลื่อนลงมาที่ Shopee Rewards
  • กดเข้าไปก็จะเห็นสถานะสมาชิกพร้อมสิทธิ์ประโยชน์ทั้งหมดของเราปรากฏขึ้นมา

เอาล่ะ เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าฟีเจอร์ใหม่อย่างระดับขั้นสมาชิกบน Shopee นั้นคืออะไร มีเอาไว้เพื่ออะไร และทำอย่างไรถึงจะได้เลื่อนระดับ รวมถึงสิทธิ์ประโยชน์ในแต่ละระดับ แต่อย่างไรก็ตาม APPDISQUS ขอเตือนกันไว้นิดว่าจะช็อปอะไรกันก็ระวังหน้าระวังหลังกันด้วยนะ โดยเฉพาะในสถานการณ์แบบนี้

ติดตาม APPDISQUS ไว้บน Facebook เพื่อที่จะไม่พลาดทุกการอัพเดตแบบนี้นะครับ