Samsung อาจเริ่มเปลี่ยนซัพพลายจอ OLED สำหรับสมาร์ตโฟน Galaxy ระดับกลางและรุ่น FE บางรุ่น ไปใช้พาเนลจาก CSOT (China Star Optoelectronics Technology) ของจีน แทนการพึ่งบริษัทผลิตจอในเครืออย่าง Samsung Display แบบเดิม หลังต้นทุนชิ้นส่วนโดยเฉพาะหน่วยความจำสูงขึ้นกดดันกำไรของบริษัท ตามรายงานล่าสุดที่อ้างอิงจาก The Elec.
รายงานระบุว่า Samsung MX ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจมือถือของบริษัท กำลังวางแผนสั่งซื้อจอ OLED จาก CSOT ราว 15 ล้านแผง สำหรับมือถือ Galaxy กลุ่มราคากลางและรุ่นประหยัดในอนาคต โดยมีชื่อของ Galaxy A57 และรุ่นตระกูล FE ถูกพูดถึงเป็นพิเศษ และสายการผลิตอาจเริ่มได้เร็วสุดตั้งแต่เดือนหน้า หากแผนนี้เดินหน้าตามกำหนด
จุดสำคัญคือ นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแนวทางครั้งใหญ่ของ Samsung เพราะที่ผ่านมา “จอ” เป็นหนึ่งในจุดแข็งที่บริษัทใช้ซัพพลายจากเครือของตัวเองมาโดยตลอด ผ่าน Samsung Display ซึ่งเป็นผู้ผลิต OLED รายใหญ่ระดับโลก และยังเป็นซัพพลายเออร์ให้แบรนด์อื่นรวมถึง Apple ด้วย.
เหตุผลหลักมาจากเรื่องต้นทุน รายงานประเมินว่าพาเนลจาก CSOT มีราคาต่ำกว่าของ Samsung Display อย่างน้อยประมาณ 20% ซึ่งช่วยให้ Samsung ลดต้นทุนการผลิตมือถือได้พอสมควรในช่วงที่ราคาหน่วยความจำปรับสูงขึ้น คำว่า OLED ในที่นี้คือหน้าจอชนิดที่ให้สีสันสด คอนทราสต์สูง และมักใช้ในสมาร์ตโฟนระดับกลางขึ้นไป ขณะที่ CSOT หรือ China Star Optoelectronics Technology เป็นผู้ผลิตจอจากจีนในเครือ TCL ที่ช่วงหลังพัฒนาคุณภาพจอได้ดีขึ้นมาก จนเริ่มแข่งขันในตลาดสมาร์ตโฟนได้จริงจัง.
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ความเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะกระทบกับมือถือ Galaxy ระดับกลางมากที่สุด เช่น ซีรีส์ Galaxy A หรือรุ่น FE ในอนาคต มากกว่ากลุ่มเรือธง เพราะรายงานยังระบุว่ารุ่นท็อปอย่าง Galaxy S และ Galaxy Z จะยังคงใช้จอจาก Samsung Display ต่อไป เนื่องจากกลุ่มนี้เน้นคุณภาพการแสดงผลสูงสุดและเป็นจุดขายสำคัญของแบรนด์.
อีกด้านหนึ่ง ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนแรงกดดันภายในบริษัทเอง เพราะ Samsung Display ไม่พอใจกับการที่ออเดอร์จำนวนมากอาจไหลไปหาคู่แข่งโดยตรงอย่าง CSOT รายงานบอกว่าออเดอร์ระดับ 15 ล้านแผงถือเป็นตัวเลขใหญ่พอที่จะกระทบธุรกิจจอของบริษัทได้ชัดเจน.
ในมุมตลาด ข่าวนี้อาจไม่ได้แปลว่าคุณภาพของ Galaxy ระดับกลางจะลดลงทันที เพราะผู้ผลิตจอจีนอย่าง BOE และ CSOT พัฒนาพาเนล OLED ขึ้นมาเร็วมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนคุณภาพเพียงพอสำหรับสมาร์ตโฟนส่วนใหญ่แล้ว โดยเฉพาะรุ่นที่ไม่ได้เน้นความพรีเมียมสุดทางแบบเรือธง สิ่งที่ต้องจับตาจริง ๆ คือ Samsung จะนำต้นทุนที่ลดลงไปใช้กับอะไร ระหว่างตรึงราคาเครื่องไม่ให้ขึ้นต่อ เพิ่มสเปกส่วนอื่น หรือรักษากำไรในตลาดที่แข่งขันหนักขึ้น








