รายงานจากนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมระบุว่า Samsung Foundry กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังอัตราการผลิตชิป 2nm GAA เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวช่วยเสริมความเชื่อมั่นของลูกค้า และเพิ่มโอกาสที่บริษัทจะได้รับคำสั่งผลิตจากพันธมิตรระดับโลกมากขึ้นในอนาคตอันใกล้
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือกำลังการผลิตของ TSMC ที่เริ่มแตะขีดจำกัด ทำให้ลูกค้าหลายรายมองหาทางเลือกอื่น Samsung จึงถูกจับตาในฐานะผู้ผลิตที่สามารถรองรับคำสั่งซื้อขั้นสูงได้ โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเทคโนโลยี 2nm GAA ของ Samsung ได้รับความสนใจจากลูกค้าในกลุ่มชิป AI และเซิร์ฟเวอร์แล้ว
นักวิเคราะห์จาก KB Securities ประเมินว่าแผนก Foundry ของ Samsung ซึ่งขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022 อาจกลับมาทำกำไรได้ในปี 2027 หากแนวโน้มปัจจุบันยังดำเนินต่อไป โดยคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานอาจสูงถึง 69,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.48 ล้านล้านบาท แม้ในปี 2025 บริษัทจะยังขาดทุนประมาณ 4,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 172,800 ล้านบาทก็ตาม
รายงานยังระบุว่า การฟื้นตัวของ Samsung Foundry ไม่ได้พึ่งพาแค่ 2nm GAA เท่านั้น แต่รวมถึงการเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตในกระบวนการ 4nm และ 8nm ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีความสามารถทำกำไรได้สูงในปัจจุบัน และช่วยพยุงผลประกอบการในช่วงเปลี่ยนผ่าน
อีกปัจจัยสำคัญคือโครงการโรงงาน Taylor ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ซึ่ง Samsung ลงทุนไปแล้วมากกว่า 37,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.33 ล้านล้านบาท โดยมีแผนเริ่มทดสอบกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยี EUV ภายในเดือนมีนาคมนี้ พร้อมขยับจากการผลิต 4nm ไปสู่ 2nm GAA ซึ่งมีรายงานว่าสามารถดึงดูดลูกค้าอย่าง AMD ได้แล้ว
สำหรับ Qualcomm ถูกมองว่าอาจเป็นลูกค้ารายถัดไป หลังงานออกแบบชิป Snapdragon รุ่นใหม่เสร็จสมบูรณ์ แม้ชิปรุ่นเรือธงบางรุ่นยังอาจเลือกใช้การผลิตจาก TSMC แต่ด้วยสัดส่วนตลาด Foundry ของ TSMC ที่สูงถึงราว 70% และเริ่มเกิดภาวะคอขวด ก็ยิ่งเปิดทางให้ Samsung มีโอกาสคว้าออเดอร์ชิป 2nm เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
แหล่งที่มา : Android Headlines








