vivo V70 FE สมาร์ตโฟนสายถ่ายภาพ กล้อง 200MP ชัดตั้งแต่ช็อตแรก
vivo V70 FE คือสมาร์ตโฟนที่ “โฟกัสชัด” แล้วทำออกมาได้ครบตามสิ่งที่ตั้งใจ โดยเลือกดันกล้อง 200MP ขึ้นมาเป็นจุดขายหลัก และทำให้มันใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนสเปก ทั้งความคม รายละเอียด และฟีเจอร์ AI ที่ช่วยให้การถ่ายภาพสนุกขึ้น ง่ายขึ้น และได้คุณภาพดีขึ้นในทุกสถานการณ์
ขณะเดียวกัน องค์ประกอบอื่น ๆ ก็รองรับการใช้งานแบบเต็มที่ได้อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ 7000mAh ที่ใช้งานได้ยาวแบบไม่ต้องกังวล ระบบชาร์จ 90W FlashCharge ช่วยให้เติมพลังได้เร็ว ให้หน้าจอ AMOLED 120Hz ขนาดใหญ่ คุณภาพสูง ความสว่างสูง ขอบจอบาง ลำโพงคู่เสียงดังชัดเจน 200% ประสิทธิภาพเครื่องก็แรงพอสำหรับใช้งานได้ดีแล้วในทุกด้านชิป Dimensity 7360-Turbo + RAM LPDDR5 แม้ไม่ได้ถูกวางให้เป็นสายแรงสุด แต่เลือกบาลานซ์ให้ “ลื่น เสถียร และใช้งานได้ต่อเนื่อง” ซึ่งสอดกับแบตเตอรี่ นี่จึงเป็นเครื่องที่เน้นใช้งานจริงมากกว่าการโชว์สเปกตัวเลข
ทั้งหมดใส่อยู่ในตัวเครื่องบาง เบา สวยงาม แต่แข็งแรงทนทาน ทนน้ำทนฝุ่น IP68 และ IP69 เหมาะกับการลุยทำงาน และลุยน้ำเล่นสงกรานต์ช่วงนี้พอดี
vivo V70 FE คือการรวมทุกอย่างไว้ในเครื่องเดียวแบบจบ ครบ สำหรับคนที่อยากได้กล้องดี ใช้งานยาว ในเครื่องเดียว โดยไม่ต้องจ่ายไปถึงระดับเรือธง แต่ยังได้ประสบการณ์ที่ใกล้เคียงในหลายๆ ด้าน
The Good
- โหมด Portrait ครอบคลุมระยะ 23–85mm และโบเก้ได้หลากหลาย
- กล้องหลัก 200MP ให้รายละเอียดสูง ถ่ายภาพคมชัดใช้งานได้จริง
- ฟีเจอร์ AI ครบ ทั้งแต่งภาพ ซูม และปรับสภาพแวดล้อม ถ่ายสนุก คุณภาพดี
- แบตเตอรี่ 7000mAh ใช้งานได้ยาวมาก ไม่ต้องชาร์จระหว่างวัน
- รองรับชาร์จไว 90W เติมแบตได้รวดเร็ว
- หน้าจอ AMOLED 120Hz สีสวย ลื่น และสว่างสูง
- ลำโพงคู่ พร้อมโหมดเร่งเสียง 200% ใช้งานกลางแจ้งได้ดี
- ตัวเครื่องบางเพียง 7.59 มม. แม้แบตขนาดใหญ่
- รองรับมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 / IP69
- มีเครื่องมือแต่งภาพและตัดต่อในเครื่อง ไม่ต้องลงแอปเพิ่ม
The Bad
- ไม่รองรับ microSD card เพิ่มความจุ
- ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม.
-
ความคุ้มค่าต่อราคา
-
ประสิทธิภาพ
-
วัสดุและการประกอบ
-
กล้องถ่ายรูป
-
ฟังก์ชันและประโยชน์ในการใช้งาน
vivo V70 FE โฟกัสจุดขายหลักชัดเจน เลือกสื่อสารตัวตนผ่านแท็กไลน์ “ก้าวแรกก็ชัดเลย” โดยวางกล้อง 200MP พร้อม OIS เป็นหัวใจหลัก ตามด้วยองค์ประกอบอื่น เช่น แบตเตอรี่ 7000mAh, มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68/IP69 และชิปเซ็ตระดับ 4nm ถูกเติมเข้ามาเพื่อให้การใช้งานโดยรวมสมบูรณ์ เป็นรุ่นที่ลงตัวทีเดียว
จุดที่น่าสนใจคือการบาลานซ์กับการใช้งานจริง เพราะใส่ใจในเรื่องของการออกแบบตัวเครื่องภายนอกพร้อมกันไปด้วย ไม่ได้เน้นแค่ตัวเลขสเปกเพียงอย่างเดียว ด้วยดีไซน์ที่บางแค่ 7.59 มม. แม้จะใส่แบตขนาดใหญ่ แข็งแรงทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน ซึ่งเป็นจุดขายด้านวิศวกรรมของ vivo ที่ทำได้ดีเสมอมาครับ
สรุปแล้ว vivo V70 FE คือสมาร์ตโฟนที่เลือกโฟกัสให้ชัดด้วยกล้อง 200MP เป็นแกน แต่สิ่งที่เสริมตามมาก็ไม่ได้น่าสนใจน้อยไปกว่ากัน ซึ่งเราจะพาไปดูในแต่ละด้านที่น่าสนใจของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ ติดตามได้ในบทความด้านล่างได้เลยครับ
และใครที่สนใจ ก็อย่าลืมไปดูของแถมสุดน่ารัก “vivo V70 FE x POP MART : ZSIGA Premium Gift” ซื้อก่อนได้ก่อน เพราะของแถมชุดนี้มีจำนวนจำกัด ดูรายละเอียดในส่วนโปรโมชั่นปิดท้ายรีวิวด้านล่างนี้ได้เลย ^^
ในบทความนี้
กล้อง 200MP Ultra Clear พร้อม AI ฟีเจอร์แบบจัดเต็ม!
ถ้าจะพูดถึงหัวใจของ vivo V70 FE ยังไงก็ต้องเริ่มที่ “กล้อง” ด้วยความละเอียดสูงระดับ 200MP แม้เป็นแกนหลักของรุ่น แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมดครับ เพราะยังมีตัวระบบ+ทำงานกับชุดโมดูลกล้อง+ซอฟต์แวร์ที่มี AI เป็นหัวใจสำคัญ ถึงจะรวมเป็นภาพรวมคุณภาพกล้องของ V70 FE
มันถูกออกแบบมาร่วมกัน ใส่เป็นฟังก์ชันเสริมเอาไว้เยอะแยะมากมาย และสามารถออกแบบมาให้ผู้ใช้ “เลือกใช้ได้โดยง่าย” สามารถกดถ่ายแล้วได้ภาพพร้อมใช้งานจริงได้ทันที
ในด้านสเปกกล้อง vivo เลือกใช้เซนเซอร์ HP5 ซึ่งเป็นระดับเดียวกับมือถือเรือธงในช่วงราคาสูง เซนเซอร์ใหญ่ขึ้น 56% และรับแสงได้มากขึ้น 42% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ทำให้ V70 FE ขยับคุณภาพด้านการถ่ายภาพขึ้นไปอีกทั้งแง่เก็บรายละเอียด ความคม และการเก็บแสงเข้าเซนเซอร์
- กล้องหลัก 200MP Ultra Clear, เซนเซอร์ HP5 ขนาด 1/1.56 นิ้ว, รูรับแสง f/1.88, รองรับ OIS,
- กล้อง Ultra-Wide 8MP, มุมมองกว้าง 120°
- กล้องหน้า 32MP มุมมองกว้าง 90°, รูรับแสง f/2.2
- และยังมี AI Aura Light ไฟช่วยเสริมพิเศษ “ช่วยสร้างและแก้แสง” ซึ่งเป็นจุดได้เปรียบในหลายสภาพแสงครับ
vivo V70 FE เป็นกล้องในยุคสมัยใหม่ที่ปรับเปลี่ยนตัวเองได้หลายเอกลักษณ์ มีการใส่โทนภาพพื้นฐานเอาไว้ ให้ผู้ใช้ได้เลือก 3 รูปแบบนั่นคือ
- Texture – เน้นแสงเงา มีมิติ และรายละเอียด
- Vivid – โทนสีสดใส สีชัด และมีความสว่างกว่าโทนอื่น
- Natural – เป็นธรรมชาติ สบายตา เน้นความสมจริง
ไม่มีโทนไหนถูกผิดหรือดีกว่า เลือกตั้งไว้ในแนวที่ตัวเองชอบได้เลย สลับใช้ได้ตลอดเวลาในโหมดการถ่ายภาพหลักของกล้อง
ตัวกล้องรองรับการซูมภาพตั้งแต่ 0.6x (16mm) ไปจนถึงซูมดิจิทัลระยะ 30x (690mm) จากที่ทดสอบใช้ ระยะ 5x ยังคมหวังผลได้ แต่เกินกว่านั้นจะเป็นการซูมดิจิทัลเพื่อให้เห็นมากกว่าจะหวังภาพสวยๆ ครับ
กล้องเดียวไปได้หมด อยากถ่ายอะไรก็ถ่าย ยังไงภาพก็ดูดีอยู่แล้วทุกระยะครับ
ถ้าเราไม่ใช้การซูมภาพ เราก็สามารถใช้ความละเอียดของภาพมาทดแทนการซูมได้เช่นกันนะครับ โดยใน vivo V70 FE ก็มีโหมดถ่ายภาพความละเอียดสูงตามขนาดของเซนเซอร์ มีทั้งโหมด 50MP และ 200MP ถ่ายก่อนแล้วมาซูมทีหลังก็ยังได้รายละเอียดที่คมอยู่เช่นเดียวกัน
AI Telephoto Enhancement แนวทางใหม่ ประมวลผลภาพโดยอาศัยคลาวด์ AI
อีกจุดที่ vivo เลือกนำมาใช้ เมื่อเกิดการซูมภาพไปมากกว่า 10x เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างไปจากข้อจำกัดของอุปกรณ์ คือ การใช้ AI จากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทำงานอยู่บนคลาวด์เข้ามาช่วย “ต่อยอด” จากฮาร์ดแวร์เครื่อง นั้นคือ เมื่อเราทำการซูมภาพไปไกลเกินระยะ 10x จะมีความสามารถที่ชื่อว่า “AI Telephoto Enhancement” แสดงขึ้นมาให้เราเลือกเปิดใช้ที่มุมซ้ายมือ
เมื่อเปิดโหมดนี้แล้วถ่ายภาพ ก็จะเป็นการส่งข้อมูลภาพที่เราถ่ายขึ้นไปประมวลผลบนคลาวด์หลังกดชัตเตอร์ (ใช้อินเทอร์เน็ต) เป็นการส่งไฟล์ไปให้ AI ดึงรายละเอียดของภาพระดับซูมกว่า 230mm ให้กลับมาคมชัดมากกว่าปกติ
นี่เป็นแนวทางใหม่ตามยุคตามสมัยของการใช้คลาวด์ AI เข้ามาช่วยในการทำงานแบบออนไลน์นั้นเอง การประมวลผลและการดึงข้อมูลกลับมาใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 10 วินาที ขึ้นอยู่กับสัญญาณเน็ตด้วย แต่เราก็จะได้ภาพซูมไกลที่ใช้ AI ช่วยปรับแต่งเรียบร้อยด้วยการทำงานของตัวกล้องเองตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีให้ใช้ใน vivo V70 FE
โหมดพอร์ตเทรต 4 ระยะ, 3 โบเก้ พร้อมจัดฟิลเตอร์มาให้แน่นๆ !!
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้ vivo V70 FE ใช้งานกล้องได้สนุก คือโหมดถ่ายภาพบุคคล (Portrait) จัดเต็มมาก! ไม่ได้หยุดแค่การละลายหลังพื้นฐานมานานแล้วสำหรับ vivo แต่เปิดให้ผู้ใช้ “ควบคุมโทนและสไตล์ของภาพ” ได้แบบเหนือโลกความเป็นจริง
เริ่มจากในโหมดบุคคลพื้นฐาน ตัวเครื่องก็รองรับการถ่ายพอร์ตเทรตได้ถึง 4 ระยะ ได้แก่ 23mm, 35mm, 50mm และ 85mm ซึ่งแต่ละระยะให้คาแรกเตอร์ภาพที่ต่างกันชัดเจน ตั้งแต่มุมกว้างเก็บบรรยากาศ ไปจนถึงระยะเทเลที่ช่วยบีบฉากหลังและดึงตัวแบบให้เด่นขึ้น คงรายละเอียดได้ยอดเยี่ยมในระดับที่ใช้งานจริงได้ในทุกระยะ
ในส่วนของเอฟเฟกต์ฉากหลัง vivo เปิดให้เลือกใช้งานโบเก้ได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ ธรรมชาติ, โบเก้หมุนวน และฟองสบู่ ซึ่งแต่ละแบบให้ฟีลภาพที่ต่างกัน และสามารถเลือกใช้งานร่วมกับระยะเลนส์ได้อย่างอิสระ ทำให้การถ่ายพอร์ตเทรตไม่จำกัดอยู่แค่ลุคเดียวครับ ปรับได้เลือกได้ แล้วแต่ที่ต้องการได้ โดยสามารถทำงานร่วมกับระบบปรับแต่งใบหน้าที่เป็นจุดแข็งของ vivo ซึ่งสามารถปรับรายละเอียดได้ครบเลย เช่น โครงหน้า ผิว หรือแสงเงา ปรับแล้วก็ยังคงบาลานซ์ให้ภาพออกมาดูเป็นธรรมชาติได้ ไม่หลุดไปทางภาพแต่งเกินจริง
อยากเปลี่ยนอารมณ์ เปลี่ยนโทนภาพ หรือจะเล่นกับไฟ AI Aura Light ด้านหลังเครื่อง ก็มีฟิลเตอร์จัดมาให้แบบแน่นๆ เครื่องเดียวถ่ายไม่มีเบื่อแน่นอนสำหรับ vivo V70 FE ^^
AI Magic Weather เปลี่ยนบรรยากาศภาพ 12 สไตล์ในช็อตเดียว
อีกหนึ่ง “จุดแข็ง” ที่เป็น “จุดขาย” ของ vivo V70 FE คือระบบ AI Magic Weather ที่ต่เป็นการใช้ AI เข้ามาปรับ “องค์ประกอบของภาพทั้งฉาก” ให้เปลี่ยนไปอย่างเหนือจริง
ฟีเจอร์นี้คือการเปิดให้ผู้ใช้สามารถ “รีดีไซน์สภาพแวดล้อมของภาพ” ได้หลังจากถ่าย ไม่ว่าจะเป็นการลบสิ่งรบกวน ปรับองค์ประกอบ หรือแม้แต่เปลี่ยนบรรยากาศโดยรวมให้ดูเหมือนถ่ายในช่วงเวลาหรือสถานที่ที่ต่างออกไป ไม่จำกัดแค่ถ่ายภาพบุคคล จะถ่ายวิวหรือสถานที่ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้เช่นกัน
และปรับเปลี่ยนได้มากถึง 5 ช่วงเวลา, 4 ฤดู, และ 3 ภูมิภาค
การปรับแต่งที่แบ่งเป็นหมวดชัด เลือกช่วงเวลา (Period Themes) ที่สามารถเปลี่ยนภาพเดียวให้กลายเป็นเช้า กลางวัน เย็น หรือกลางคืน หรือจะเปิด “อัจฉริยะ” ให้ AI เป็นผู้ออกแบบตามตความเหมาะสมก็ได้เช่นกัน
จำลองสภาพฤดูกาล (Seasons Themes) ที่เปลี่ยนอารมณ์ภาพได้ตั้งแต่โทนอบอุ่นไปจนถึงโทนหนาวเย็น
ขณะเดียวกัน ยังมีการเปลี่ยน “ภูมิประเทศ” ของภาพ (Region Themes) ให้เลือกใช้งาน เช่น โทนทะเล ทะเลทราย หรือเมืองหิมะ ซึ่งเป็นการปรับทั้งแสง สี และบรรยากาศโดยรวมให้สอดคล้องกันในภาพเดียว ไม่ใช่แค่การใส่เอฟเฟกต์ทับลงไป
โดยรวมแล้ว AI Magic Weather ไม่ได้เป็นแค่ลูกเล่น แต่เป็นเครื่องมือที่สนุกมาก และยังมีคุณภาพในการใช้งานที่ดีสุดๆ ขยายขอบเขตของภาพถ่ายให้กลายเป็นภาพที่มีความสร้างสรรค์ ถ่ายที่ไทย แต่ภาพเหมือนไปไกลรอบโลก โดยการใช้ AI ในโหมดนี้ไม่มีข้อจำกัด แต่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในระหว่างการทำงานนะครับ
พอร์ตเทรตถ่ายสนุกมาก ฟีเจอร์เยอะ ปรับได้หลายแบบทั้งก่อนถ่ายและหลังถ่าย อยากได้ภาพธรรมดาหรือดูแปลกตา ก็แล้วแต่ผู้ใช้จะสร้างสรรค์ ไม่จำเป็นต้องเป็นมืออาชีพ ไม่ต้องเข้าใจเทคนิคการตั้งกล้อง แค่เลือกโหมดที่อยากถ่าย แล้วให้ vivo V70 FE ทำหน้าที่เป็นคนคอยแบกด้านคุณภาพให้เอง ไว้ใจได้ในทุกโหมดครับ
กล้องหน้า 32MP มุมมองกว้างสุด 90° รองรับการถ่ายภาพได้กว้าง 0.8x ไปจนถึง 2x ได้ด้วยกล้องหน้าตัวเดียว
เพิ่มความน่ารักด้วย “โหมดกล้องฟิล์ม และกรอบภาพพิเศษจาก POP MART”
นอกจากเรื่องความคมและความสมจริงแล้ว vivo V70 FE ยังเพิ่มอีกมิติหนึ่งให้กับการถ่ายภาพ คือ “ความสนุก” ผ่านโหมดที่เน้นน่ารักและมีเอกลักษณ์ นั่นคือ โหมดกล้องฟิล์ม (Film Camera Mode) ท
โหมดกล้องฟิล์ม ถูกออกแบบอินเทอร์เฟซให้คล้ายกล้องฟิล์มคลาสสิก พร้อมโทนภาพใหม่ที่ถูกใส่เข้ามานั่นคือ Negative และ Positive สำหรับช่วยเปลี่ยนอารมณ์ภาพให้ดูวินเทจมากขึ้น รวมถึงโหมดถ่ายภาพแบบ 4 ช่องเหมือนตู้ถ่ายภาพ
โหมดนี้เป็นการเพิ่มลูกเล่นให้ภาพดูสนุกและแตกต่างจากการถ่ายภาพแบบทั่วๆ ไป และสามารถเรียกใช้งานได้ง่ายแค่สไลด์นิ้วขึ้นจากโหมดถ่ายภาพหลักเท่านั่นเอง
ยังมีอีกหนึ่งกรอบพิเศษ ที่เข้ามาช่วยเพิ่มความ “น่ารักแบบมีสไตล์” นั่นคือ POP MART Custom Photo Border ซึ่งเป็นกรอบภาพแบบ Exclusive เฉพาะที่ใส่เข้ามาให้ใช้กันได้ใน vivo V70 FE รุ่นนี้ด้วยครับ ^^
ในภาพรวม กล้องของ V70 FE ไม่ได้พยายาม “ให้มาครบทุกเลนส์” แบบหลายตัว แต่เลือกเน้นคุณภาพของเลนส์หลักเป็นจุดศูนย์กลาง แล้วใช้ AI และการประมวลผลเข้ามาเติมช่องว่าง โหมดต่างๆ ออกแบบมาได้ดีมาก ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการภาพสวยก็ถ่ายได้ง่าย มีฟีเจอร์ครบ ฟังก์ชันเยอะ ทำอะไรได้ง่ายและสะดวกกว่าการปรับตั้งเชิงโปรในระดับลึก
สนุกต่อหลังถ่าย จบครบในเครื่อง ไม่ต้องพึ่งแอปเพิ่ม
vivo V70 FE ไม่ได้จบแค่ “ถ่ายสวย” แต่ต่อยอดไปถึงความสามารถในการจัดการภาพและวิดีโอหลังการถ่าย ที่ถูกใส่มาให้ครบในเครื่องแบบไม่ต้องพึ่งแอปภายนอก
ผู้ใช้สามารถเลือกภาพหรือวิดีโอที่ถ่ายไว้ มาสร้างเป็น ภาพตัดปะ (Collage) ได้ทันที โดยมีเลย์เอาต์และรูปแบบสำเร็จรูปให้เลือกหลายแบบ ทั้งแนวเรียบง่าย ไปจนถึงสไตล์ที่ดูมีดีไซน์ พร้อมจัดวางองค์ประกอบให้อัตโนมัติ ไม่ต้องไปทำในแอปอื่น
ในฝั่งวิดีโอ ตัวเครื่องรองรับการนำคลิปมารวมเป็น วิดีโอสั้น ได้ภายในแอปรูปภาพ โดยมีพรีเซ็ตและธีมให้เลือกใช้งาน เช่น ฟิลเตอร์ โทนสี ข้อความ หรือเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ที่ช่วยให้คลิปดูสมบูรณ์มากขึ้นแบบไม่ต้องตัดต่อเองทั้งหมด ผู้ใช้สามารถปรับอัตราส่วนวิดีโอให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม เช่น 9:16 สำหรับโซเชียล หรือเลือกความละเอียดและเฟรมเรตก่อนส่งออกได้ทันที
จุดสำคัญคือทุกอย่างทำงานได้ จากในแอปรูปภาพของเครื่องโดยตรง ไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่ม ไม่ต้องย้ายไฟล์ไปมา ทำให้ workflow ตั้งแต่ถ่าย → เลือก → แต่ง → แชร์ ถูกย่อให้จบในที่เดียว ใครชอบถ่ายภาพ ชอบแต่ง ชอบจัด ชอบตัดต่อ ใช้งาน vivo V70 FE ได้คุ้มแน่นอน
ส่วนการแก้ไขภาพก็ใส่มาให้ แก้ไขภาพ, ปรับปรุงความคมชัด และลบวัตถุก็ขาดไม่ได้ ทำงานด้วย AI ลบบุคคลหรือของที่ไม่ต้องการ ทำได้หมดหลังการถ่ายครับ
ดีไซน์บาง เรียบ มินิมอล ทนน้ำทนฝุ่น IP68 และ IP69
ในแง่ของงานออกแบบ vivo V70 FE ยังเดินตาม DNA ของ V Series ที่เน้นความบาง เบา และจับถนัดมือเป็นหลัก แต่รอบนี้มีการปรับรายละเอียดให้ดู “นิ่งขึ้น” จัดวางโมดูลกล้องในแนวตั้งที่ดูเรียบ สะอาดตา และบาลานซ์ไปกับทรงตัวเครื่องได้ดี
ดวงไฟ AI Aura Light ด้านหลัง สามารถตั้งค่าให้ใช้งานเป็นไฟสำหรับการแจ้งเตือน หรือแจ้งสายเรียกเข้าได้ด้วย สามารถเข้าไปกำหนดค่าการทำงานว่าต้องการให้แจ้งเตือนอะไรบ้าง และให้ทำงานช่วงเวลาไหน ตั้งได้ในการตั้งค่าตัวเครื่อง
ตัวเครื่องมาพร้อมดีไซน์ขอบแบน (Flat Frame) ที่ช่วยให้การจับถือมั่นคงทั้งแนวตั้งและแนวนอน และยังคงขนาดและความบางเอาไว้ได้ ตัวเครื่องมีขนาดเพียง 163.70 × 76.20 × 7.59 มม. และน้ำหนักอยู่ที่ 200 กรัม ซึ่งถือว่าบางและเบาเมื่อเทียบกับสมาร์ตโฟนที่ใส่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่มาให้ระดับนี้
พื้นผิวด้านหลังให้ความรู้สึกเรียบเนียน มินิมอลแต่ดูดี พร้อมเอฟเฟกต์แสงสะท้อนที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับตัวเครื่องในคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน โดยมีการนำเข้ามาจำหน่ายในไทย 3 สี
Muse Purple (มิวส์ เพอร์เพิล)
โทนสีม่วงนุ่มละมุน ได้แรงบันดาลใจจากแสงแรกยามเช้าที่สะท้อนบนกลีบดอกไม้ ให้ความรู้สึกอ่อนโยน โดดเด่น ลวดลายแตกต่างกันไปในแต่ละมุมมองตามแสงมากระทบ
Ocean Blue (โอเชียน บลู)
สีน้ำเงินเข้มที่ได้แรงบันดาลใจจากท้องทะเลยามค่ำคืน ให้ความรู้สึกนิ่ง ดูทันสมัย สะท้อนเงาก็มีความลึกของสีอยู่ในตัวเช่นกัน
Titanium Silver (ไททาเนียม ซิลเวอร์)
โทนเงินเมทัลลิกแฝงอันเดอร์โทนฟ้า ให้ลุคเรียบๆ เหมาะกับคนที่ชอบดีไซน์แบบมินิมอลแต่ดูดี
vivo V70 FE รองรับมาตรฐาน IP68 และ IP69 ซึ่งครอบคลุมทั้งการทนต่อฝุ่น น้ำ และแรงดันน้ำในระดับสูง สามารถใช้งานท่ามกลางฝน หรือสภาพแวดล้อมที่มีน้ำและฝุ่นได้โดยไม่ต้องกังวล รวมถึงยังรองรับการแช่น้ำและทนต่อแรงดันน้ำได้ 1.5 เมตร ในช่วงเวลา 30 นาที
เล่นสงกรานต์ได้แบบไม่ต้องมีซองกันน้ำได้เลยละครับ ^^ แต่เอาไม่เกิน 30 นาทีนะ เดินเล่นสงกรานต์ โดนสาด โดนฝน ถือถ่ายรูป = สบาย ^^
ถ้าโดนน้ำมาหนัก ถอดเคสเช็ดให้แห้ง แล้วเปิดฟีเจอร์ Water Ejection ที่ช่วยไล่น้ำออกจากลำโพงโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ลดปัญหาเสียงอู้อั้นหลังเครื่องเปียกน้ำ (มีระบบขับน้ำ และก็มีระบบขับฝุ่นด้วยนะ รวมอยู่ในแอป iManager)
แบตเตอรี่ 7000mAh ใช้งานไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงก์
vivo V70 FE ใส่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 7000mAh (BlueVolt Battery) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ “ข้ามมาตรฐาน” ของมือถือส่วนใหญ่ในตลาดไปแล้ว เพราะเทคโนโลยีนี้ของ vivo ทำแบตออกมาได้บางและเบามาก
ในเชิงการใช้งานจริง ความจุระดับนี้สามารถใช้งานหนักได้ทั้งวัน เปิดหน้าจอทำงานต่อเนื่องก็ยังกินพลังงานแบตแค่ประมาณชั่วโมงละ 10% เท่านั้น เล่นเกมหรือเปิดคลิปได้กว่า 10 ชั่วโมง ถ้าวันไหนใช้งานเบาๆ อยู่ได้ข้ามคืนสบายๆ ครับ
ตัวเครื่องรองรับระบบชาร์จเร็ว 90W FlashCharge จากที่ทดสอบใช้เวลาชาร์จ 35 นาทีก็ได้แบตเตอรี่ 50% แค่นี้ก็พอใช้งานต่อได้ทั้งวัน ไม่จำเป็นต้องรอชาร์จเต็ม 100% เสมอไปก็ได้
อุปกรณ์ภายในกล่องมีมาให้พร้อมแล้ว ที่ชาร์จ 90W FlashCharge พร้อมสายดาต้า และเคสใสซิลิโคน
ตัวเครื่องมีระบบ เพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จแบตเตอรี่ ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานในระยะยาว โดยสามารถตั้งค่าจำกัดการชาร์จสูงสุด หรือปรับพฤติกรรมการชาร์จให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้ เช่น ลดการชาร์จค้างที่ 100% ระบบนี้จะช่วยลดการเสื่อมของแบตเตอรี่ในระยะยาวได้ครับ
อีกฟีเจอร์ที่มีประโยชน์ในการใช้งานจริงคือ Bypass Charging ซึ่งจะจ่ายไฟเข้าเครื่องโดยตรงเมื่อแบตเตอรี่อยู่ในระดับหนึ่ง (มากกว่า 20%) ช่วยลดความร้อนและลดการเสื่อมของแบตในกรณีที่ใช้งานหนักระหว่างชาร์จ เช่น เล่นเกมหรือดูวิดีโอต่อเนื่อง
ส่วนการใช้พลังงานของเครื่อง สามารถระบุระดับได้เอง 3 ระดับ แบบประหยัดพลังงาน แบบสมดุล และโหมด BOOST ซึ่งจะทำงานแบบเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งแม้เราจะเปิดโหมดประสิทธิภาพสูงสุด ก็ยังทำงานได้เต็มวันเช้าถึงค่ำอยู่ดี เพราะแบตเตอรี่เยอะมากจริงๆ
จอ AMOLED 120Hz สีสวย ความสว่างสูง พร้อมลำโพงคู่เร่งเสียงได้ 200%
ในส่วนของหน้าจอ vivo V70 FE ให้สเปกระดับที่เรียกได้ว่าได้ครบ ทั้งความคมชัด สีสัน ไปจนถึงความลื่นไหลของภาพ เป็นหน้าจอ Q10+ ขนาดใหญ่ 6.83 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (2800 × 1260 พิกเซล) ใช้พาเนล AMOLED Ultra-Clear ที่ให้สีดำสนิทและคอนทราสต์สูง
ความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดที่ทำได้ถึง 5000nits และความสว่างทั่วทั้งจอ 1900nits สว่างสูงมาก ใช้งานกลางแจ้งเห็นชัด สู้แสงดีมากๆ
หน้าจอรองรับอัตรารีเฟรช 120Hz รวมถึงการรองรับขอบเขตสีแบบ P3 Wide Color Gamut ที่ให้โทนสีมีความกว้างและแม่นยำมากขึ้น และรองรับ Netflix HDR พร้อมใช้ด้วยเช่นกัน ทำให้จอภาพของรุ่นนี้เหมาะกับทั้งการดูภาพและวิดีโอ
หน้าจอแบน ขอบจอบางมากแทบจะเป็นเส้นบางๆ และรองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอได้โดยตรง
ในด้านเสียง ตัวเครื่องมาพร้อม ลำโพงคู่ (Dual Stereo Speakers) ที่มีมิติเสียงซ้าย-ขวาชัดครับ และยังสามารถเร่งเสียงได้สูงสุด 200% ซึ่งช่วยเพิ่มระดับความดังมากกว่าปกติ เหมาะกับสถานการณ์ที่นำไปใช้ภายนอกบ้าน ที่มีเสียงรบกวนโดยไม่ใช้หูฟัง เสียงดังฟังรู้เรื่อง ไม่แตกจนเสียรายละเอียด
V70 FE เป็นเครื่องที่ตอบโจทย์การเสพคอนเทนต์ได้ครบ ไม่ว่าจะเป็นการดูวิดีโอ เล่นโซเชียล หรือใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม
































































































