OPPO Reno15 5G สมาร์ตโฟนสายคอนเทนต์ พร้อมกล้องหน้ามุมกว้างพิเศษ
OPPO Reno 15 5G เป็นสมาร์ตโฟนที่วางตำแหน่งตัวเองได้ชัดเจน เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพ ชอบใช้งานโซเชียล อยากได้มือถือที่หยิบมาใช้ได้ทุกวันแบบไม่ต้องคิดเยอะ จุดเด่นคือกล้องเซลฟี่มุมกว้าง 0.6x ความละเอียด 50MP และกล้องพอร์ตเทรตซูม 3.5x แบบเลนส์จริง เป็นสิ่งที่หาได้ยากในเรตราคานี้ เมื่อรวมกับฟีเจอร์ AI ด้านกล้องที่ใส่มาแบบครบ ทั้ง AI Motion Photo, AI Portrait Glow, Popout และ AI Studio ก็ยิ่งช่วยให้การถ่ายภาพและวิดีโอสนุกขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งแอปตัดต่อภายนอก
ขณะที่ตัวเครื่องเองก็ให้ดีไซน์สวย วัสดุดี แข็งแรง กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP66 / IP68 / IP69 พร้อมหน้าจอ AMOLED 120Hz ที่สวย ลื่น และลำโพงคู่เสียงดังพิเศษ 300% ใช้งานมัลติมีเดียได้เต็มอารมณ์
ด้านการใช้งานจริง OPPO Reno 15 5G ทำได้สมดุล ทั้งชิป Snapdragon 7 Gen 4 ที่ลื่นพอสำหรับชีวิตประจำวัน แบตเตอรี่ 6200mAh ที่ใช้งานได้ยาว พร้อมชาร์จไว 80W SuperVOOC รวมถึง ColorOS 16 บน Android 16 ที่สวย ฉลาด และแน่นด้วย AI ผู้ช่วยส่วนตัว
ถ้าคุณกำลังมองหาสมาร์ตโฟนที่ ถ่ายรูปสนุก ใช้งานง่าย ดีไซน์สวย แบตอึด และมี AI มาช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้น OPPO Reno 15 5G คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมากในต้นปีนี้
The Good
- กล้องเซลฟี่ 50MP มุมกว้างพิเศษ 0.6x เก็บภาพได้กว้าง เหมาะกับถ่ายกลุ่มและสายท่องเที่ยว
- กล้องพอร์ตเทรตซูม 3.5x แบบเลนส์จริง ให้ภาพมีมิติได้ลึกกว่า
- ฟีเจอร์ AI ด้านกล้องให้มาเยอะ ใช้งานได้จริง ไม่ต้องพึ่งแอปตัดต่อภายนอก
- รองรับ AI Motion Photo เลือกเฟรมใหม่ได้ แปลงเป็นสโลว์โมชั่น และลบวัตถุได้โดยไม่เสีย Motion
- หน้าจอ AMOLED 6.59 นิ้ว 120Hz ภาพสวย ลื่นตา ใช้งานกลางแจ้งได้ดี
- ลำโพงคู่เสียงดังพิเศษ 300% ดูคลิป เล่นโซเชียล ได้อรรถรสมากขึ้น
- แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6200mAh ใช้งานได้ยาวทั้งวัน รองรับชาร์จไว 80W SuperVOOC ชาร์จเร็ว ไม่ต้องรอนาน
- ColorOS 16 บน Android 16 สวย ลื่น และฟีเจอร์ AI ช่วยงานได้จริง
- มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP66 / IP68 / IP69 แข็งแรง ใช้งานอุ่นใจ
- รองรับ O+ Connect เชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์ iOS, macOS และ Windows ได้สะดวก
The Bad
- ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม.
- ไม่มีช่องรองรับ microSD Card เพิ่มเติม
-
ความคุ้มค่าต่อราคา
-
ประสิทธิภาพ
-
วัสดุและการประกอบ
-
กล้องถ่ายรูป
-
ฟังก์ชันและประโยชน์ในการใช้งาน
เปิดตัวออกมาแล้ว OPPO Reno 15 5G ซึ่งเป็นหนึ่งใน Reno 15 Series 5G ที่มีออกมาทั้งหมด 4 รุ่น แต่ละรุ่นก็จะมีจุดขายของตัวเอง
โดยในบทความนี้เราจะมาเน้นในรุ่น OPPO Reno 15 5G เป็นหลัก สมาร์ตโฟนสำหรับสายเสพคอนเทนต์ ชอบท่องเที่ยว และชอบการถ่ายภาพ ด้วยราคาจำหน่ายที่เข้าถึงได้ไม่ยาก แต่ใส่จุดเด่นมาแบบครบเครื่องครับ ตั้งแต่กล้องเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 50MP ระยะใหม่กว้างกว่าใคร 0.6x ช่วยเก็บภาพได้ครบทั้งเฟรมแม้จะถือถ่ายด้วยตัวเอง ไปจนถึงกล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x ในเรทราคานี้ถือว่ายอดเยี่ยม ระยะที่จะดึงฉากหลังเข้ามาให้ภาพดูมีมิติและได้อารมณ์ที่เหมาะกับถ่ายพอร์ตเทรตมากขึ้น พร้อมฟีเจอร์ AI ครบชุด กับลูกเล่นใหม่ๆ เปลี่ยนภาพนิ่งหรือวิดีโอธรรมดาให้กลายเป็นความพิเศษแบบไม่ต้องพึ่งแอปตัดต่อภายนอก
ในด้านการใช้งาน Reno 15 5G รุ่นนี้ก็ทำออกมาได้สมดุลระหว่างการใช้งานและดีไซน์ความสวยงามของตัวเครื่อง ฝาหลังลวดลายใหม่แบบแสงออโรร่าพลิ้วไหว มีความแข็งแกร่งทนทาน ขอบตัดเหลี่ยมบางเบาแบบที่คนนิยม จับถือได้ถนัดมือ รวมถึงแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6500mAh ที่รองรับชาร์จไว 80W SuperVOOC ใช้งานต่อเนื่องได้ตลอดวัน
จะเห็นว่าครบเครื่อง แถมหน้าตาก็ดูน่าใช้ ราคาก็ดีอีกด้วยครับ โดย OPPO Reno 15 5G เปิดจำหน่ายในไทยแล้ว ราคา……..
ใครที่อยากหาเพื่อนเที่ยวคนใหม่ ที่พร้อมใช้ชีวิตไปด้วยกันได้ทุกวัน ทั้งวันทำงาน วันสบาย หรือวันท่องเที่ยวที่ต้องการเก็บภาพสวยๆ ก็มาดูความสามารถของเจ้ารุ่นนี้กันอย่างละเอียดได้ ในรีวิวด้านล่างนี้กันเลยครับ
ในบทความนี้
ระบบกล้อง OPPO Reno 15 5G เพื่อนที่พกไปถ่ายได้ทุกวัน
กล้องหน้า 50MP มุมกว้าง 0.6x เก็บได้กว้างสุดในรุ่น
กล้องหน้าของ OPPO Reno 15 5G ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรุ่นนี้ ใช้กล้องเซลฟี่ความละเอียด 50MP รูรับแสง f/2.0 โดยรองรับการถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษด้วยระยะใหม่ 0.6x ที่กว้างที่สุดในอุตสาหกรรม ช่วยให้การถ่ายเซลฟี่กลุ่มหรือการถือกล้องถ่ายเองก็สามารถเก็บคนและฉากรอบตัวได้ “กว้างมากกว่าเดิม”
กล้องหน้าคุณภาพสูง 50MP ที่รองรับทั้งการถ่ายมุมกว้าง 0.6x มองเห็นได้ทั้งตัว แม้จะถือถ่ายด้วยตัวเอง และกล้องหน้าตัวนี้ซูมได้ด้วยครับ มีระยะให้เลือกตั้งแต่ 18mm, 25mm (1x) ไปจนถึง 50mm (2x)
กล้องหน้าความละเอียดสูง รองรับการซูมด้วยมุมมองที่กว้างกว่าใคร ข้อดีคือช่วยแก้ปัญหาเวลาถ่ายกลุ่ม ถ่ายกับเพื่อนหลายคน หรืออยากถ่ายเก็บวิวแบบถือกล้องเอง พอใช้ 0.6x ก็จะได้ทั้งคนและฉากรอบตัวมากขึ้น ภาพดูโล่ง ไม่อึดอัด แถมได้มุมมองภาพใหม่ๆ ไม่เหมือนใครครับ
กล้องหลังซูม 120x พร้อมเลนส์พอร์ตเทรตซูม 3.5x แบบออปติคัล
OPPO Reno 15 5G มาพร้อมชุดกล้องที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการถ่ายภาพและวิดีโอในชีวิตประจำวันได้อย่างครบ ตั้งแต่เลนส์มุมกว้างพิเศษ ไปจนถึงเลนส์ซูมออปติคัล 3.5x โดยกล้องแต่ละตัวให้คุณภาพดที่ดี และมีฟังก์ชั่นการถ่ายภาพมาให้เยอะมากครับ
- กล้องหลักความละเอียด 50MP รูรับแสง f/1.8 ใช้เป็นเลนส์หลักสำหรับการถ่ายภาพ เก็บรายละเอียดได้ดีในทุกสภาพแสง
- กล้องมุมกว้างพิเศษความละเอียด 8MP รูรับแสง f/2.2 เหมาะสำหรับการถ่ายวิว หรือภาพที่ต้องการเก็บมุมมองกว้าง ๆ ในเฟรมเดียว
- กล้องพอร์ตเทรตความละเอียด 50MP รูรับแสง f/2.8 รองรับการซูม 3.5x แบบออปติคัล ช่วยซูมภาพระยะไกลได้คม
กล้องของ OPPO Reno 15 5G รองรับการซูมตั้งแต่ 0.6x ไปจนถึง 120x เลยนะครับ แต่จุดเด่นคือการซูมในระยะ 3.5x เป็นการซูมด้วยเลนส์จริงไม่ใช่ซอฟท์แวร์ จึงเป็นระยะที่ดูคมเหมือนเดินเข้าไปถ่าย
โหมดถ่ายภาพมาครบ มีฟิลเตอร์ปรับแต่งสีและแสง 17 รูปแบบ, เอฟเฟ็กต์แสง และมีโหมดภาพกลางคืน, โหมดถ่ายภาพบุคคล มีโหมดพิเศษอย่างการถ่ายเวทีคอนเสิร์ต, ภาพซิลลูเอท และการถ่ายดอกไม้ไฟ โหมดถ่ายภาพเยอะมากครับ
ในระยะที่ขยับจาก 1x มาเป็น 3.5x ซึ่งเป็นระยะ 85mm สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือ “ภาพดูไม่แบน” เป็นระยะที่เหมาะมากสำหรับการถ่ายพอร์ตเทรต ถ่ายแฟชั่นบุคคล โดยที่ฉากหลังจะถูกดึงเข้ามาใกล้แบบ ทำให้ตัวแบบเด่นขึ้นแม้จะยืนอยู่ที่เดิม
ภาพจะได้ฟีลที่แตกต่างกันไปในแต่ละระยะการซูม ทั้งเรื่องสัดส่วนใบหน้าและความลึกของภาพ
ระยะภาพที่แตกต่าง มิติภาพที่ได้ก็แตกต่าง แม้นางแบบจะยืนอยู่ที่เดิมแต่ฉากหลังเปลี่ยนไป
จากที่ทดสอบการซูมภาพ รุ่นนี้แม้แต่ในระยะการซูมไปจนถึง 7x (173mm) ภาพยังดูดีอยู่เลยครับ ถ่ายวิวยังสวย ถ่ายคนยังคมกริบ เป็นเครื่องที่กล้องซูมค่อนข้างดีเมื่อดูจากระดับราคาจำหน่าย
โหมดพอร์ตเทรต
สำหรับคนที่อยากได้ภาพละลายหลัง ก็มีโหมดพอร์ตเทรตถ่ายคน ที่รองรับการถ่ายได้ 4 ระยะมาให้ด้วยเช่นกัน 26mm, 35mm, 50mm และ 85mm ยังคงละลายหลังได้สวยงาม มาพร้อมฟิลเตอร์และโหมดปรับแต่งใบหน้าเนียนใสได้อย่างละเอียด ผลงานดีตามสไตล์ OPPO
สำหรับการบันทึกวิดีโอ ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังของ Reno 15 5G รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดระดับ 4K 60fps แบบ HDR และมีโหมดกันสั่นพิเศษสำหรับการถ่ายวิดีโอที่ตัวเครื่องอาจมีการสั่นไหว ซึ่งทำได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังด้วยเช่นกัน
AI Motion Photo ถ่ายครั้งเดียว เลือกช็อตใหม่ได้ไม่จำกัด
อีกฟีเจอร์ที่ช่วยต่อยอดการถ่ายภาพของ OPPO Reno 15 5G ให้สนุกขึ้น คือ AI Motion Photo หรือการถ่ายภาพแบบภาพเคลื่อนไหว ที่ไม่ได้จบแค่การเก็บโมเมนต์สั้น ๆ แต่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถย้อนกลับมาเลือกเฟรมภาพใหม่จากภาพเคลื่อนไหวนั้นได้ไม่จำกัด เหมาะกับสถานการณ์ที่กดถ่ายครั้งเดียวแต่ได้หลายจังหวะ ไม่ต้องกังวลว่าพลาดช็อตสำคัญ
นอกจากเลือกภาพนิ่งจาก Motion Photo ได้แล้ว ระบบยังสามารถแปลงภาพเคลื่อนไหวเหล่านี้ออกมาเป็นคลิปสโลว์โมชั่นได้ โดยอาศัยการแทรกเฟรมภาพเพิ่มเติมเข้าไปให้อัตโนมัติ ทำให้การเคลื่อนไหวดูต่อเนื่องและเนียนตา เหมาะกับการดึงจังหวะเด่น ๆ ของโมเมนต์ออกมาเล่าเรื่องต่อในรูปแบบวิดีโอ
ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ Motion Photo ของ Reno 15 5G ยังสามารถนำไปใช้งานร่วมกับฟังก์ชันลบวัตถุหรือบุคคลออกจากภาพได้เหมือนภาพถ่ายปกติ โดยที่ภาพยังคงสถานะเป็น Motion Photo หรือภาพเคลื่อนไหวอยู่ ไม่สูญเสียความต่อเนื่องของโมเมนต์ ซึ่งฟีเจอร์ AI Motion Eraser หรือยางลบสำหรับ Motion Photo นี้ เป็นฟังก์ชันที่ยกมาจากรุ่นใหญ่ และจะมีการอัปเดตให้ใช้งานบน OPPO Reno 15 5G ในช่วงเดือนมกราคมนี้
ฟีเจอร์ชุดนี้ช่วยให้การถ่ายภาพไม่ต้องคิดเยอะในจังหวะกดชัตเตอร์ แต่ยังกลับมาเลือก แก้ และต่อยอดคอนเทนต์ได้ภายหลังเยอะมากครับ
AI Portrait Glow ปรับผิวสวยออร่า ในบรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติ
ในฟีเจอร์ด้าน AI ของ OPPO Reno 15 5G มาพร้อมฟีเจอร์ AI Portrait Glow ตัวนี้ฉลาดครับ มันช่วยปรับแสงและโทนผิวของตัวแบบในภาพให้ออกมาดูสว่าง มีออร่า เลือกระดับความสวยขาวได้ตามใจ แต่มันจะไม่ไปรบกวนฉากหลังหรือสภาพแวดล้อมให้ดูผิดธรรมชาติไปโดยเด็ดขาด
เพราะตัว AI จะเพิ่มความสว่างใสให้กับใบหน้าเพียงเท่านั้น ไม่ไปทำให้ส่วนอื่นของภาพให้ออกมาดูหลอกตาแบบตัว AI อื่นๆ เลยครับ
“การถ่ายภาพที่สมบูรณ์แบบด้วย AI” ฟีเจอร์แก้ไขหน้า ด้วยหน้าเราเอง
เป็นฟังก์ชั่นการแก้ไขใบหน้าบุคคลในภาพ ทั้งภาพเดี่ยวหรือภาพกลุ่ม ที่ AI จะใช้ใบหน้าของเราเองจากในประวัติการถ่าย นำมาใส่ทับบนหน้าที่เราไม่ชอบ เช่น ภาพที่เราลืมยิ้ม หรือมีใครบางคนไม่มองกล้อง เราสามารถเข้าโหมด AI แก้ไขใบหน้าแบบรายบุคคลได้ เลือกหน้าใหม่มาทับหน้าเก่า ภาพที่พลาดไปก็แก้ไขได้ในภายหลังแบบนี้ครับ
Popout ฟังก์ชันน่ารัก เปลี่ยนภาพธรรมดาให้เป็นโมเมนต์เทรนดี้
ฟีเจอร์ใหม่ Popout เป็นลูกเล่นที่ช่วยเพิ่มความสนุกให้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ไม่มีแค่การนำรูปและวิดีโอมาจัดวางเรียงร่วมกันได้เท่านั้น แต่ตัวระบบสามารถช่วยแยกตัวแบบออกมาให้ดูโดดเด่นจากพื้นหลัง นำตัวบุคคลอยู่เหนือการตีกรอบ พร้อมทั้งยังเคลื่อนไหวได้แบบวิดีโออีกด้วย
เหมาะกับการทำคอนเทนต์ที่อยากได้ภาพหรือวิดีโอที่ดูแตกต่าง มีกรอบและรูปแบบให้เลือกเล่นเยอะมากๆ นำไปใช้โพสต์บนโซเชียลได้แบบเก๋ๆ โดยไม่ต้องพึ่งแอปตัดต่อภายนอก ลองดูการทำงานของฟังก์ชั่นนี้ในคลิปด้านล่างได้เลย น่ารักมากครับ
AI Studio ปรับรูปถ่าย เปลี่ยนสไตล์ เปลี่ยนภาพนิ่งเป็นวิดีโอ
AI Studio เป็นแอปพลิเคชั่นบริการตัวหนึ่งที่อยู่ใน OPPO Reno 15 5G มันสามารถเปลี่ยนแปลงภาพถ่ายของเราให้กลายเป็นสไตล์อื่น หรือเปลี่ยนภาพนิ่งให้มีการเคลื่อนไหว และสามารถเปลี่ยนแนวภาพถ่าย ไปเป็นภาพวาดสีน้ำมัน, ภาพการ์ตูน, ภาพ CG หรือภาพวาดสีไม้ลายเส้นเด็ก เป็นต้น สามารถใช้งานได้ฟรีจากเครดิตที่จะแจกให้หลังเราเข้าไปเช็คอินภายในแอปครับ
ขนาดตัวเครื่องและน้ำหนัก บางกำลังดี แต่ให้ฟีลเครื่องแน่น
OPPO Reno 15 5G มาพร้อมตัวเครื่องขนาด 158.0 x 74.83 มม. ซึ่งเป็นขนาดที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป เหมาะกับทุกเพศทุกวัยและสำหรับการใช้งานด้วยมือเดียว
ความกว้างกำลังพอดี ช่วยให้จับถือถ่ายภาพหรือใช้งานได้นิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องถือนานๆ เช่นในการดูคลิป หรือถ่ายคอนเทนต์ ขอบตัดเหลี่ยม ทรงกระชับ ขอบเครื่องโลหะ ด้านบนตัวเครื่องมีการติดตั้ง IR อินฟราเรดเอาไว้ให้ ใช้เป็นรีโมตควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้ แต่จะไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม. บนตัวเครื่องโดยตรง
มีความหนาของตัวเครื่องจะอยู่ที่ประมาณ 7.77–7.89 มม. ขึ้นอยู่กับสีของฝาหลัง น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 197 กรัม ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่บางกำลังดีใส่กระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าสะพายได้สบาย เวลาถือใช้งานจริงยังรู้สึกมั่นคง
จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ Twilight Blue, Aurora White ที่มาพร้อมดีไซน์ฝาหลังแบบ Aurora ที่เป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์นี้ พริ้วไหว สวยงามแบบแสงเหนือ และสุดท้ายคือสี Aurora Blue เป็นสีโทนเข้มที่เห็นในรีวิวนี้ เรียบง่ายแต่ดูแพง ด้วยงานประกอบและเนื้อวัสดุที่ทาง OPPO เลือกนำมาใช้
แต่ละสีจะให้ฟีลที่ต่างกันตามมุมแสงที่กระทบ ตัวฝาหลังจะสะท้อนแสงแบบไล่เฉด มีลูกเล่น ไม่เรียบจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้ฉูดฉาดจนดูเป็นมือถือสายแฟชั่นจัด ๆ
ผ่านการรับรองมาตรฐานความทนทานระดับ IP66 / IP68 / IP69 ซึ่งช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้มากขึ้นในชีวิตจริง มาตรฐานเหล่านี้หมายความว่า ตัวเครื่องสามารถป้องกันฝุ่นได้อย่างสมบูรณ์ และทนต่อน้ำในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำฝน น้ำกระเซ็น การใช้งานใกล้น้ำ หรือแม้แต่น้ำแรงดันสูงในบางสถานการณ์
ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลมากนักเวลาใช้งานกลางแจ้ง หรือเผลอโดนน้ำโดยไม่ตั้งใจ หรือแม้แต่ตั้งใจในหลายกรณี อย่างนำไปล้างน้ำหรือนำไปถ่ายภาพใต้น้ำก็ยังทำได้ เพราะรุ่นนี้มีโหมดถ่ายภาพและวิดีโอใต้น้ำมาให้ใช้ด้วย
หน้าจอ AMOLED ภาพสวย ลื่นตา พร้อมลำโพงคู่ดังพิเศษ 300%
OPPO Reno 15 5G มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2760 × 1256 พิกเซล) รองรับการแสดงผลสี 1.07 พันล้านสี ให้ภาพที่ดูสด รายละเอียดคม และสีสันมีมิติ รองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอโดยตรง
ขอบจอบาง มีสัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูง 93.4% ค่อนข้างสมมาตร ไม่มีด้านไหนที่ขอบใหญ่จนดูเกะกะสายตา
หน้าจอรุ่นนี้รองรับ Refresh Rate สูงสุด 120Hz ทำให้การเลื่อนหน้าจอ สลับแอป หรือใช้งานทั่วไปดูไหลลื่น ให้ความสว่างปกติที่ 600 nits และสามารถดันความสว่างสูงสุดในโหมด HBM ได้ถึง 1200 nits ทำให้การใช้งานกลางแจ้งหรือในที่แสงแรงยังมองเห็นหน้าจอได้ชัดเจน ไม่ต้องเพ่งหรือหามุมบังแสงมากนัก
จากการใช้งานจริง หน้าจอให้ภาพที่ดูสบายตา สีไม่จัดเกินไป เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทั้งในที่แจ้งก็ยังเห็นหน้าจอได้ และในที่ร่มก็ไม่แสบตามากเกินไป
ถือว่าเป็นจอที่ดีครับ รองรับเทคโนโลยี HDR10+ และรองรับ ProXDR ของทาง OPPO เองอีกด้วย ทำให้ดูภาพที่ถ่ายมาด้วยเทคโนโลยี ProXDR ได้สวย ภาพสว่าง และเห็นรายละเอียดได้มากกว่าระบบ HDR แบบทั่วไป
OPPO Reno 15 5G ยังมาพร้อม ลำโพงคู่ ที่ปรับจูนให้เสียงดังขึ้นได้สูงสุดถึง 300% มีพลังเสียงมากขึ้นโดยที่เสียงไม่แตก วางเครื่องดูคลิป หรือสนทนาผ่านลำโพงโดยไม่ใช้หูฟัง เสียงที่ได้จะดังชัด อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนบ้าง ก็ยังพอฟังได้สบาย
แบตเตอรี่ 6200mAh ใช้ยาวทั้งวัน ชาร์จไว 80W SuperVOOC ไม่ต้องรอนาน
OPPO Reno 15 5G ให้แบตเตอรี่มาขนาด 6200mAh ซึ่งถือว่าเป็นความจุที่เยอะสำหรับสมาร์ตโฟนระดับนี้ โดยเฉพาะในเครื่องขนาดเท่านี้ จากที่ทดสอบดูวิดีโอ ถ่ายรูป หรือใช้งานคอนเทนต์ต่างๆ สลับไปมา จากเช้าถึงค่ำก็ยังเหลือแบตพอใช้งานได้ยาว ๆ ลุ้นใช้ได้ข้ามวัน
รุ่นนี้ยังรองรับชาร์จไว 80W SuperVOOC ช่วยลดเวลารอชาร์จลงได้เยอะ ชาร์จแค่ 30 นาทีก็ได้แบตเตอรี่กลับมาครึ่งนึงแล้ว ใช้งานต่อได้อีกเป็นวันสบาย
จากการใช้งานจริง ใช้เต็มที่แบบไม่ต้องคอยหาที่ชาร์จระหว่างวันเลยครับ อึดกว่าที่คิด แบตเตอรี่ขนาดใหญ่เมื่อรวมกับระบบจัดการพลังงานของเครื่อง ทำให้ Reno 15 5G เหมาะกับคนที่ใช้มือถือหนักๆ ใช้งานต่อเนื่องตลอดวัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตมากเกินไป
มีระบบจัดสรรพลังงานมาให้ปรับใช้เยอะมาก โหมดการทำงาน 3 ระดับ สมดุล, ประหยัดพลังงาน, หรือเร่งประสิทธิภาพสูง จะเปิดโหมดไหนก็อยู่ได้เต็มวัน
มีโหมดดูแลสุขภาพของแบตเตอรี่ ปรับระดับกำลังไฟและการเก็บประจุให้เหมาะสมระหว่างการใช้งานได้เอง เพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตให้ยาวนาน โดยรุ่นนี้ทาง OPPO ได้ออกแบบให้ตัวแบตเตอรี่สามารถรักษาประสิทธิภาพการเก็บประจุไฟไว้ได้เกิน 80% แม้จะมีอายุการใช้งานไปครบ 5 ปีเลยทีเดียวนะครับ
มีระบบการชาร์จแบบบายพาส ส่งไฟเข้าตัวเครื่องโดยตรงเมื่อพลังงานในแบตเตอรี่ถึงระดับที่เรากำหนดไว้แล้ว จะช่วยรักษาอุณหภูมิในขณะใช้งานพร้อมชาร์จไฟได้ดีขึ้น เล่นเกมก็จะได้เฟรมเรทที่เสถียรขึ้น และช่วยยืดอายุของตัวแบตเตอรี่ไปด้วยอีกทางหนึ่ง
ชิป Snapdragon 7 Gen 4 แรงพอ ใช้งานลื่น สำหรับชีวิตประจำวัน
หัวใจหลักของ OPPO Reno 15 5G คือการเลือกใช้ชิป Snapdragon 7 Gen 4 ซึ่งถูกวางตำแหน่งมาเพื่อสมาร์ตโฟนระดับกลางที่เน้นความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการใช้พลังงาน ไม่ได้เน้นแรงสุดแบบเรือธง แต่ให้ความลื่นและความเสถียรที่เหมาะกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
OPPO Reno 15 5G มีตัวเลือกหน่วยความจำให้ใช้งานหลายระดับ เพื่อตอบโจทย์ทั้งคนใช้ทั่วไปและสายคอนเทนต์ โดยมีให้เลือกทั้ง
- RAM 8GB + ROM 256GB,
- RAM 12GB + ROM 256GB
- RAM 12GB + ROM 512GB
ตัว RAM ใช้เป็น LPDDR5X ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ช่วยให้การทำงานรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการสลับแอป เปิดกล้อง ถ่ายภาพต่อเนื่อง หรือใช้งานหลายแอปพร้อมกัน โดยมีความสามารถในการขยายแรมด้วยหน่วยความจำเสมือนได้อีกสูงสุด 12GB
จากการใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเล่นโซเชียล สลับแอป ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ หรือดูคอนเทนต์ยาว ๆ ตัวเครื่องทำงานได้ลื่น ไม่มีอาการหน่วงให้เห็นชัด การเปิดแอปและการสลับหน้าจอทำได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อทำงานร่วมกับหน้าจอ 120Hz จะยิ่งช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานดูไหลขึ้นอีกระดับ
ในด้านการเล่นเกม Snapdragon 7 Gen 4 ให้ประสิทธิภาพที่เพียงพอกับเกมยอดนิยมทั่วไป สามารถเล่นได้อย่างต่อเนื่องโดยเฟรมเรตค่อนข้างนิ่ง เมื่อรวมกับระบบช่วยจัดการประสิทธิภาพอย่าง AI HyperBoost 2.0 ก็สามารถเล่นเกมกราฟิก 3D ได้ทั้งหมดแล้วครับ
ทดสอบกับ Free Fire เปิดกราฟิกสูงสุดเฟราเรทก็นิ่งๆ เล่นได้ลื่น 100% สำหรับ FPS
โดยรวมแล้ว ประสิทธิภาพของ OPPO Reno 15 5G ใช้งานลื่นครับ ถ่ายรูป ทำคอนเทนต์ เล่นเกมเป็นครั้งคราว และใช้งานต่อดูโซเชี่ยลต่อเนื่องไปจนถึงกลางคืน ตกดึกออกไปเที่ยวต่อกับเพื่อนก็ยังทำงานให้เราได้สบายๆ ทั้งในด้านประสิทธิภาพ และความจุของแบตเตอรี่
AI LinkBoost 3.0 เน็ตนิ่งขึ้น ใช้งานลื่นแม้ในที่คนเยอะ
อีกหนึ่งจุดที่ช่วยเสริมประสบการณ์ใช้งานของ OPPO Reno 15 5G คือ AI LinkBoost 3.0 เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายที่ OPPO พัฒนาขึ้นเอง โดยออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่สัญญาณแออัด เช่น พื้นที่ที่มีคนใช้ Wi-Fi หรือเครือข่ายมือถือพร้อมกันจำนวนมาก
ระบบจะคอยตรวจสอบความเสถียรของเครือข่ายแบบเรียลไทม์ และเลือกใช้สัญญาณที่เหมาะสมที่สุดให้อัตโนมัติ ทำให้การเชื่อมต่อมีความต่อเนื่องมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโซเชียล ดูวิดีโอ หรืออัปโหลดไฟล์ภาพและวิดีโอขึ้นแพลตฟอร์มต่าง ๆ ก็ทำได้ลื่นขึ้น ลดอาการโหลดค้างหรือหลุดสัญญาณระหว่างใช้งาน
AI LinkBoost 3.0 อาจเป็นฟีเจอร์ที่ไม่เห็นผลทันทีจากตัวเลขบนสเปก แต่จะรู้สึกอุ่นใจได้จากการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้เน็ตตลอดทั้งวัน ทั้งทำคอนเทนต์ เล่นโซเชียล และใช้ในงานออนไลน์ในทุกสถานการณ์
รุ่นนี้ยังรองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น Wi-Fi 6 (802.11ax) และ Wi-Fi 5 (802.11ac) รวมถึง NFC และ Bluetooth 5.4
รองรับ 5G ทั้งสองซิมการ์ด และยังรองรับการใช้งาน eSim ได้แทนช่องซิมการ์ดที่สองได้ด้วย แต่รุ่นนี้ไม่รองรับการใส่ microSD Card เพิ่มเติมนะครับ
Android 16 ครอบด้วย ColorOS 16 UI ใหม่ล่าสุด ที่ฉลาดและสวยที่สุดในวงการ
OPPO Reno 15 5G มาพร้อม Android 16 ครอบทับด้วย ColorOS 16 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ล่าสุดของ OPPO ที่ยกมาจากรุ่นใหญ่แบบสด ๆ ร้อน ๆ และผมบอกไว้ตรงนี้เลยว่า นี่คือ UI ที่สวยงามและลงตัวที่สุดในวงการสมาร์ตโฟนตอนนี้
ภาพรวมของ ColorOS 16 จะเน้นความเรียบ คลีน แต่ดูพรีเมียม ไอคอน เมนู และแอนิเมชันต่าง ๆ ถูกออกแบบให้ลื่นไหล สบายตา ใช้งานต่อเนื่องได้นานโดยไม่รู้สึกรกหรืออึดอัด ระบบตอบสนองไว และจัดวางทุกอย่างเป็นระเบียบ
หน้าจอล็อคสกรีนและวอลล์เปเปอร์แบบเคลื่อนไหว ที่ใส่เข้ามาให้ก็งดงามมากแล้ว แถมยังปรับแต่งได้เองอิสระ แทรกภาพ ปรับรูปแบบ เปลี่ยนเลย์เอาท์ ปรับ Widget ทุกอย่างทำมาอย่างละเอียด แค่เลือกรูปแบบที่ชอบ เลือกรูปภาพที่ใช่ แล้วปรับแต่งเองตามใจได้เยอะมาก
AI Assistant ผู้ช่วยส่วนตัว ช่วยงานจริงในชีวิตประจำวัน
ColorOS 16 บน OPPO Reno 15 5G ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ยังใส่ความสามารถด้าน AI เข้ามาช่วยจัดการงานต่าง ๆ ให้สะดวกขึ้น
AI Call Translator – ที่ช่วยแปลภาษาในการสนทนาทางโทรศัพท์แบบเรียลไทม์ เหมาะกับคนที่ต้องติดต่อสื่อสารกับชาวต่างชาติ หรือใช้งานข้ามภาษาเป็นประจำ แก้ปัญหากำแพงภาษาและทำให้การสื่อสารเข้าใจมากขึ้น รองรับการแปลในภาษาจีน, อังกฤษ, สเปน, ฮินดู, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และไทย
ต่อด้วยฟีเจอร์อย่าง AI Call Summary – ที่ช่วยบันทึก และสรุปการสนทนาทางโทรศัพท์ออกมาให้อัตโนมัติ พร้อมดึงประเด็นสำคัญออกมาให้อ่านย้อนหลังได้ง่าย เราจะไม่พลาดข้อมูลสำคัญจากการคุยงานหรือโทรศัพท์ยาว ๆ โดยที่ไม่ต้องมานั่งจดบันทึกเอง
ส่วน AI VoiceScribe – เป็นความสามารถที่จะเข้ามาช่วยถอดเสียงออกมาเป็นข้อความ เหมาะกับการประชุมออนไลน์ การอัดเสียง พร้อมสรุปใจความสำคัญออกมาให้เราได้ในภายหลัง
AI แปลภาษา – ความสามารถในการแปลภาษาที่รองรับสื่อแทบจะทุกรูปแบบ ทั้งจากเสียง จากภาพหน้าจอ จากรูปภาพ จากกล้องถ่ายภาพ หรือจากเอกสาร หรือแม้แต่การสนทนาสดแบบต่อหน้า ก็พร้อมจะแปลภาษาให้ได้ทั้งหมดทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นระบบที่ทาง OPPO พัฒนาขึ้นมาเอง และรองรับการดาวน์โหลดชุดภาษาเพื่อใช้งานแบบออฟไลน์ได้ด้วยครับ
นักเขียน AI – ตัวนี้มีไว้สำหรับช่วยเขียน (พิมพ์) แก้คำสะกด ออกแบบข้อความ หรือช่วยเขียนขึ้นมาทั้งชุด แค่บอกสิ่งที่ต้องการเขียน ระบุแนวที่ต้องการ สไตล์คำที่อยากได้ เดี๋ยว AI เขียนให้ได้ทั้งหมด ไม่ต้องพิมพ์เอง
AI Mind Space รวมทุกข้อมูลสำคัญไว้ในที่เดียว
ฟีเจอร์ AI Mind Space หรือผมจะเรียกว่าห้องสะสมสมอง มันถูกออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการข้อมูลในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ ประวัติแชต หรือข้อมูลจากแอปต่าง ๆ รวมถึงความคิดที่ผุดขึ้นมาและเราอยากนำไปปรึกษากับระบบ มันจะช่วยรวบรวมและจัดระเบียบข้อมูลเหล่านี้ไว้ให้เรียกใช้งานภายหลังได้ง่ายขึ้น
เราสามารถใช้สามนิ้วสไลด์ขึ้นบนหน้าจอ เพื่อให้ AI Mind Space จัดเก็บสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเข้าไปในระบบ ผู้ใช้สามารถดึงข้อมูลสำคัญกลับมาใช้งานได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องคอยจำว่าเก็บไว้ในแอปไหน เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่มีข้อมูลจำนวนมากในแต่ละวัน ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว และคอนเทนต์ต่าง ๆ และสามารถจัดเก็บแยกประเภทให้เป็นระเบียบได้อย่างง่ายๆ
Gemini & Gemini Live ผสาน Google AI เข้ากับการใช้งานจริง
อีกจุดเด่นของ ColorOS 16 ใน OPPO Reno 15 5G คือการผสาน Google Gemini เข้าไปกับระบบในชั้นลึกเอาไว้แล้ว ทำให้ผู้ใช้สามารถสั่งงาน ค้นหาข้อมูล และจัดการงานต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้นภายใน ColorOS โดยไม่ต้องสลับแอปไปมา
เช่นการถาม Gemini Live ผ่านกล้องถ่ายรูปหรือสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอ หรือให้ช่วยวิเคราะห์ แนะนำ หรือให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ก็สามารถทำได้หมดแล้วใน OPPO Reno 15 5G
รวมถึงยังสามารถให้คําตอบที่อ้างอิงจากข้อมูลที่เราบันทึกไว้ใน AI Mind Space ได้ด้วย เป็นข้อมูลเฉพาะของเราเองภายในเครื่อง ยิ่งใช้ยิ่งเข้าใจตัวเรามากขึ้น
โดยรวมแล้ว Android 16 บน ColorOS 16 ทำให้ OPPO Reno 15 5G ไม่ได้เป็นแค่มือถือที่สวย แต่เป็นสมาร์ตโฟนที่ฉลาดครับ ใช้งานง่าย ช่วยลดภาระในชีวิตประจำวันได้จริง โดยเฉพาะคนที่สามารถใช้งาน AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้กันคุ้มแน่นอน
O+ Connect เชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์ ลื่นไหลแบบไร้รอยต่อ
อีกหนึ่งจุดที่ช่วยเสริมประสบการณ์ใช้งานของ OPPO Reno 15 5G คือความสามารถด้านการเชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์ผ่าน O+ Connect ที่ออกแบบมาเพื่อให้การทำงานระหว่างสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์อื่น ๆ เป็นเรื่องง่ายแม้จะต้องทำงานแบบข้ามระบบ
ผู้ใช้สามารถถ่ายโอนไฟล์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ วิดีโอ หรือไฟล์งาน ระหว่างโทรศัพท์ OPPO กับระบบ iOS / iPadOS ได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องพึ่งแอปเสริมจากบุคคลที่สาม หรือขั้นตอนที่ยุ่งยาก ใช้เพียงระบบ O+ Connect ที่ OPPO ออกแบบมาให้เพียงเท่านั้น
นอกจากนี้ O+ Connect ของ OPPO Reno 15 5G ยังรองรับการใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม O+ Connect for PC เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งบน macOS และ Windows ผู้ใช้สามารถสะท้อนหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นไปบนคอมพิวเตอร์ ดูไฟล์จากมือถือบนจอใหญ่ หรือแม้แต่ควบคุมคอมพิวเตอร์จากสมาร์ตโฟนได้โดยตรง
ทำให้ OPPO Reno 15 5G ไม่ได้เป็นแค่มือถือที่ใช้งานเดี่ยว ๆ แต่สามารถเป็นศูนย์กลางของการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นมือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ได้ด้วยครับ
สรุปท้ายรีวิว OPPO Reno 15 5G
โดยรวมแล้ว OPPO Reno 15 5G เป็นสมาร์ตโฟนที่วางตำแหน่งตัวเองได้ชัดเจน เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพ ชอบใช้งานโซเชียล อยากได้มือถือที่หยิบมาใช้ได้ทุกวันแบบไม่ต้องคิดเยอะ จุดเด่นคือกล้องเซลฟี่มุมกว้าง 0.6x ความละเอียด 50MP และกล้องพอร์ตเทรตซูม 3.5x แบบเลนส์จริง เป็นสิ่งที่หาได้ยากในเรตราคานี้ เมื่อรวมกับฟีเจอร์ AI ด้านกล้องที่ใส่มาแบบครบ ทั้ง AI Motion Photo, AI Portrait Glow, Popout และ AI Studio ก็ยิ่งช่วยให้การถ่ายภาพและวิดีโอสนุกขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งแอปตัดต่อภายนอก
ขณะที่ตัวเครื่องเองก็ให้ดีไซน์สวย วัสดุดี แข็งแรง กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP66 / IP68 / IP69 พร้อมหน้าจอ AMOLED 120Hz ที่สวย ลื่น และลำโพงคู่เสียงดังพิเศษ 300% ใช้งานมัลติมีเดียได้เต็มอารมณ์
ด้านการใช้งานจริง OPPO Reno 15 5G ทำได้สมดุล ทั้งชิป Snapdragon 7 Gen 4 ที่ลื่นพอสำหรับชีวิตประจำวัน แบตเตอรี่ 6200mAh ที่ใช้งานได้ยาว พร้อมชาร์จไว 80W SuperVOOC รวมถึง ColorOS 16 บน Android 16 ที่สวย ฉลาด และแน่นด้วย AI ผู้ช่วยส่วนตัว
ถ้าคุณกำลังมองหาสมาร์ตโฟนที่ ถ่ายรูปสนุก ใช้งานง่าย ดีไซน์สวย แบตอึด และมี AI มาช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้น OPPO Reno 15 5G คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมากในต้นปีนี้
ราคาและโปรโมชั่น OPPO Reno 15 5G
OPPO Reno 15 5G วางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว มีสองรุ่น
• รุ่น 12GB + 256GB ราคา 16,999 บาท
• รุ่น 12GB + 512GB ราคา 18,999 บาท
ผู้ที่สั่งซื้อ OPPO Reno 15 5G ในช่วงโปรโมชั่น จะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ดังนี้
- รับสิทธิ์ บริการเปลี่ยนเครื่องใหม่ 1 ครั้ง ภายใน 180 วัน (180 Days Replacement Service)
- บัตร E-VIP Card 2 ปี
- บริการดูแลเครื่อง ติดฟิล์มกันรอยให้ 2 ปี
- รับฟรีหูฟัง OPPO Enco Buds3 Pro
เปิดจองแล้วตั้วแต่วันที่ 9 มกราคม 2569 จนถึง 15 มกราคม 2569 รับส่วนลดพิเศษกับผู้ให้บริการเครือข่าย












































































































