nubia V80 Series สามรุ่นจอสวย แบตใหญ่ ฟีเจอร์ครบ ใช้งานได้ทนทาน
โดยรวมแล้ว nubia V80 Series เป็นกลุ่มสมาร์ตโฟนที่ออกแบบมาแบบคิดถึงการใช้งานจริงมากกว่าการไล่สเปกแรงสุด ไม่ได้สุดยอดที่สุดแบบเกินราคาไปไกล แต่อยู่ในระดับเพียงพอต่อใช้งานในชีวิตประจำวันโดยที่มีคุณภาพที่ดี คุ้มกับราคาจำหน่าย ทั้งเรื่องดีไซน์ หน้าจอ กล้อง แบตเตอรี่ แต่ละอย่างให้ของที่ดีมา ดูทนทานคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป
โดยเฉพาะฟีเจอร์ AI และระบบปฏิบัติการ นี่คือระบบที่พัฒนามาแบบแบรนด์ใหญ่ มันมีความฉลาด ลื่นไหลและเสถียร สวยงามใช้งานง่าย ถือเป็นจุดเด่นซึ่งหาได้ยากในมือถือระดับราคาใกล้เคียงกัน
ไม่ต้องกังวลเลยครับว่าเป็น “มือถือราคาประหยัด” เพราะทำมาได้ดีกว่าที่คิด ใช้งานได้คุ้มทั้งสามตัวเลือกแน่นอน
nubia V80 Pro – เหมาะกับคนที่อยากได้ฟีเจอร์ครบ เน้นกล้องและความลื่น
รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ใช้งานมือถือจริงจัง ตัวจบในงบเบาๆ คนที่ชอบถ่ายรูปบ่อย ใช้หลายแอปพร้อมกัน และอยากได้ประสบการณ์ที่ใกล้เคียงรุ่นระดับสูงแต่ยังคุมงบได้อยู่ ได้กล้อง 108MP ให้ประโยชน์ด้านการถ่ายภาพที่ดีที่สุด หน้าจอคม ใช้งานลื่น มีฟีเจอร์ AI ครบ เหมาะกับทั้งการใช้งานส่วนตัวและการทำงานในเครื่องเดียว
nubia V80 Design – สำหรับคนที่อยากใช้งานรอบด้าน ในราคาที่เบากว่า
V80 Design เหมือนตัว Pro ประสิทธิภาพแทบไม่ต่าง แต่เป็นรุ่นที่เน้นความสมดุลมากกว่า ใช้งานสบาย ไม่ต้องคิดเยอะ ดีไซน์เรียบสวย บาง เบา สีสันมีให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่อยากได้มือถือจอใหญ่ ลื่น ใช้งานได้ทุกวัน แค่กล้องมีความละเอียดที่น้อยกว่าตัว Pro แต่ก็ยังถ่ายรูปได้สวยในวันแสงดีๆ แชร์โซเชียลได้ทันที และยังได้ฟีเจอร์ AI สำคัญเหมือนรุ่นพี่เลยครับ ส่วนราคาก็เบาลงมาอีกหน่อย
nubia V80 Max – สายอึด ใช้หนัก ไม่ต้องถนอม
ถ้าใครมองหามือถือที่แบตอึดเป็นพิเศษ ใช้งานกลางแจ้งบ่อย เปิดจอทั้งวัน หรือเดินทางตลอด รุ่นนี้ตอบโจทย์ชัดเจนที่สุด ด้วยแบต 6,000mAh มีโครงสร้างที่เน้นความทนทาน ลดความเสียหายหากตกหล่นจากที่สูงไม่เกิน 1.8m หรือการลุยฝุ่นลุยฝนก็ทนระดับ IP64 มีหน้าจอขนาดใหญ่เห็นได้ชัดในที่แจ้งและในที่ร่ม
เหมาะกับคนที่อยากได้มือถือใช้งานลุยจริง ไม่ต้องกังวลเรื่องแบต หรือห่วงเรื่องเครื่องบอบบาง ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ ไรเดอร์ หรือพ่อค้าแม่ขาย เหมาะกับคนที่อยากได้มือถือใช้งานลุยจริง ไม่ต้องกังวลเรื่องแบต หรือห่วงเรื่องเครื่องบอบบาง
เหมาะมากไม่ว่าจะสำหรับเด็ก ผู้ใหญ่ กลุ่มไรเดอร์ หรือพ่อค้าแม่ขาย ไม่น่าเชื่อว่าด้วยราคาสามพันปลายๆ จะได้เครื่องที่มีคุณภาพระดับนี้ครับ
The Good
- ราคาเข้าถึงง่าย ไม่เกิน 5,000 บาท เน้นความคุ้มค่า ตัวเริ่มต้นแค่ 3,xxx
- จอใหญ่ เห็นชัด รีเฟรชเรทสูง แสงสว่างดี ใช้งานดูคอนเทนต์/อ่านง่าย
- รีเฟรชเรต 120Hz ทำให้การเลื่อนจอและใช้งานทั่วไปลื่น
- แบตอึด ใช้งานได้ทั้งวัน ลดความกังวลเรื่องพาวเวอร์แบงก์
- ทนฝุ่นทนน้ำระดับ IP64 ช่วยอุ่นใจเวลาโดนละอองฝน/น้ำกระเซ็น
- ฟีเจอร์ AI เยอะ โดยเฉพาะระบบช่วยใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
- ระบบ MyOS 16 บน Android 16 ได้ซอฟต์แวร์ใหม่ตั้งแต่แกะกล่อง
- มีการทดสอบความลื่นไหลระยะยาวจาก SGS ช่วยเพิ่มความมั่นใจ
- รับประกันตัวเครื่อง 18 เดือน ถือว่านานสำหรับกลุ่มราคานี้
- V80 Mac แบตใหญ่ 6000mAh และพร้อมทนทานต่อการตกได้จากระดับความสูง 1.8 เมตร เหมาะสำหรับสายลุยหรือทำงานนอกบ้าน
- V80 Pro และ V80 Design มาพร้อมปุ่มพิเศษ AI Button เรียกใช้คำสั่งด่วน หรือใช้หน่วยความจำ AI ได้ทันที
The Bad
- ไม่มีรุ่นรองรับ 5G
- สายชาร์จในกล่องให้มาเป็นรุ่นยาวแค่ประมาณ 65 ซม.
-
ความคุ้มค่าต่อราคา
-
ประสิทธิภาพ
-
วัสดุและการประกอบ
-
กล้องถ่ายรูป
-
ฟังก์ชันและประโยชน์ในการใช้งาน
nubia V80 Series สมาร์ตโฟนกลุ่ม 4G ที่เปิดตัวออกมา 3 รุ่น นั่นคือ V80 Pro, V80 Design และ V80 Max ทั้งหมดมาในราคาที่ไม่ถึง 5,000 บาท
เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก แต่ละรุ่นได้กำหนดจุดเด่นมาให้เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้ใช้ไว้อย่างตรงเป้าที่สุด จอภาพใหญ่เห็นชัด รีเฟรชเรทสูง แสงสว่างดี แบตเตอรี่อึด พร้อมฟีเจอร์ครบๆ ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นรุ่นที่มีฟีเจอร์เยอะมากจริงๆ โดยเฉพาะด้าน AI และต้องมีความทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน อายุการใช้อยู่ได้นานกว่า 50 เดือนโดยยังมีประสิทธิภาพที่ดี
ใครที่สนใจเครื่องที่ไม่ต้องจ่ายในราคาเกินความจำเป็น ก็มาดูกันครับว่าแต่ละเครื่องของสามรุ่นนี้แตกต่างกันอย่างไร และแต่ละรุ่นจะเหมาะกับใครบ้าง รับประกันว่าทั้งสามรุ่่นคุ้มค่ากับงบที่จ่ายไปอย่างแน่นอนครับ
nubia V80 Pro ถูกวางตำแหน่งเป็นรุ่นที่เน้นความครบเครื่อง ทั้งด้านภาพถ่ายและฟีเจอร์อัจฉริยะเอาไว้มากที่สุด จุดขายสำคัญคือมากับกล้องที่ดี เป็นกล้องความละเอียดสูง 108MP ดีไซน์สวยมีเอกลักษณ์ บาง เบา จับถนัดมือ และหน้าจอที่สว่างสูงเพื่อการใช้งานกลางแจ้งได้ดี
ในขณะที่ nubia V80 Design จะเน้นไปที่ความสมดุลระหว่างการใช้งานและราคาจำหน่ายที่ประหยัดมากขึ้น ยังคงดีไซน์และการใช้งานหลักๆ ที่เหมือนกับรุ่น Pro แต่แตกต่างที่ตัวกล้องและตัวเลือกด้านหน่วยความจำ เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ตโฟนดีไซน์สวย จอใหญ่ ฟีเจอร์ AI ครบ ตอบโจทย์การใช้งานรอบด้านในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นกว่ารุ่น Pro นั่นเอง
ส่วน nubia V80 Max จะเป็นรุ่นที่ชัดเจนที่สุดในเรื่อง “ความอึด” ทั้งแบตเตอรี่ความจุ 6000mAh หน้าจอขนาดใหญ่ 6.9 นิ้ว และโครงสร้างที่ออกแบบมาให้ทนต่อการตกจากความสูงได้ถึง 1.8 เมตร รุ่นนี้เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ตโฟนสำหรับใช้งานหนัก ทำงานนอกสถานที่ เดินทางบ่อย เน้นความทนทานและแบตเตอรี่เป็นหลัก แน่นอนว่าเหมาะกับพ่อค้า แม่ค้า ให้เด็กหรือผู้ใหญ่สูงอายุในบ้านใช้ รวมถึงพี่ๆ ไรเดอร์ที่จะนำทางรับออร์เดอร์จากลูกค้า ลุยงาน สมบุกสมบันได้มากกว่า ในราคาแค่ 3,999 บาท ก็ทำงานได้แล้วครับ
ในบทความนี้
ดีไซน์และงานประกอบ: หน้าตาคล้ายกัน แต่ฟีลจับต่างกันชัด
แม้ nubia V80 ทั้งสามรุ่นจะอยู่ในตระกูลเดียวกัน แต่พอได้ดูตัวจริงหรือจับใช้งาน จะรู้เลยว่าแต่ละรุ่นมีบุคลิกของตัวเองค่อนข้างชัด จุดที่เหมือนกันคือดีไซน์ขอบโค้งมนรอบตัวเครื่อง ซึ่งช่วยให้ถือจับได้สบายมือ ไม่บาดฝ่ามือ และลดความรู้สึกแข็ง ๆ แบบมือถือขอบเหลี่ยม โดยเฉพาะเวลาถือใช้งานนาน ๆ หรือใช้งานมือเดียว
ทุกรุ่นผ่านมาตรฐานงานประกอบทนฝุ่นทนน้ำ IP64 มาเรียบร้อยแล้วทั้งสามรุ่นครับ โดยน้ำกระเซ็น โดนละอองฝน ลุยละอองฝุ่น ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน
รองรับการใช้งาน 4G แบบสองซิมการ์ด รองรับการใส่ micro SDcard เพิ่มเติม มาเป็นแบบถาดใส่ซิมสามสล็อตครบทั้งสามรุ่น
nubia V80 Pro – บาง จับดี ดูจริงจังแบบรุ่นตัวท็อป
จุดที่รู้สึกได้ทันทีตอนถือคือขอบโค้งมนรอบเครื่อง ทำให้จับแล้วเต็มมือ แต่ไม่บาด ไม่แข็ง เวลาถือถ่ายรูปหรือใช้งานนาน ๆ จะไม่รู้สึกล้า มือไม่เกร็ง ตัวเครื่องให้ฟีลแน่น ดูทน และดูจริงจัง เหมาะกับคนที่อยากได้มือถือที่ดูพร้อมใช้งานหนัก ทั้งเรื่องกล้องและฟีเจอร์ต่าง ๆ
nubia V80 Pro มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.75 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1940x900P ให้ความคมชัดในระดับที่ดูด้วยตาเปล่าคมแบบไม่เห็นเม็ดพิกเซล ใช้งานทั่วไป ดูโซเชียล ดูวิดีโอ หรืออ่านบทความสบายตา หน้าจอรองรับรีเฟรชเรต 120Hz เวลาเลื่อนหน้าจอหรือสลับแอปจะรู้สึกลื่น ไม่กระตุก ไม่หน่วง
จุดที่รู้สึกได้ชัดคือความสว่าง หน้าจอของรุ่นนี้ดันความสว่างได้สูงถึงระดับประมาณ 1000nits ทำให้ใช้งานกลางแจ้งหรือโดนแดดแรง ๆ ยังมองเห็นเนื้อหาบนจอได้ชัด ไม่ต้องคอยเอียงจอหลบแสงบ่อย ๆ รูปแบบจอเป็นแบบเจาะรูสำหรับกล้องหน้า ทำให้พื้นที่แสดงผลดูกว้าง เต็มตา เหมาะกับทั้งสายดูคอนเทนต์และสายทำงานบนมือถือ
nubia V80 Design – สวย เรียบ พกง่าย
ฟีลการจับของ V80 Design ก็จะออกแนวสบายมือ ไม่ดุดัน ตัวเครื่องดูเพรียว เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์ ที่ดูไม่เรียบง่ายมากเกินไป
nubia V80 Design ใช้หน้าจอขนาด 6.75 นิ้วเท่ากับรุ่น Pro และให้ประสบการณ์โดยรวมใกล้เคียงกันมาก ทั้งความลื่นจากรีเฟรชเรต 120Hz และความคมชัดระดับ 1940x900P ทำให้การใช้งานประจำวัน ไม่ว่าจะเลื่อนฟีด เล่นโซเชียล หรือดูวิดีโอได้ไหลลื่น
หน้าจอของรุ่นนี้รองรับความสว่างสูงระดับเดียวกัน 1000nits ทำให้ใช้งานนอกอาคารได้ดี อ่านข้อความหรือดูแผนที่กลางแดดไม่ลำบาก ฟีลของหน้าจอจะออกแนวสมดุล ไม่ได้เน้นสายเกมหรือสายมัลติมีเดียสุดโต่ง แต่เหมาะกับคนที่อยากได้มือถือจอใหญ่ ใช้ได้ครบทุกอย่างแบบไม่ต้องคิดเยอะ เป็นจอที่ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้สบาย ๆ ทั้งวัน
ความแตกต่างของ nubia V80 Pro กับ nubia V80 Design ถ้าไม่ใช่เรื่องของสีก็จะสังเกตยากครับ มีความต่างกันที่ตัวกล้องด้านหลังของ nubia V80 Pro จะมีสกรีนคำว่า 108MP ในขณะที่ nubia V80 Design จะไม่มีเท่านั้นเอง
nubia V80 Max – ใหญ่ อึด จับเต็มมือ สายลุยชัดเจน
nubia V80 Max เป็นรุ่นที่แค่เห็นขนาดก็รู้เลยว่าเน้นความอึดและใช้งานหนัก ตัวเครื่องฟีลการถือจะเต็มมือ งานประกอบหนักแน่น เครื่องบางแค่ 8.3 แต่ทนทานสูงมาก
เพราะรุ่นนี้ตีตราว่าผ่านมาตรฐานการทดสอบของ TUV SUD มาแล้ว ยืนยันว่าโครงสร้างถุกออกแบบมาให้ทนอย่างมาก รองรับการตกจากความสูงได้ถึง 1.8 เมตร! ประกอบกับการป้องกันฝุ่นกับน้ำกระเซ็นระดับ IP64 จึงเหมาะกับคนที่ใช้งานกลางแจ้ง ต้องเดินทางบ่อย หรือทำงานที่มือถือมีโอกาสโดนกระแทกหรือหล่นบ่อย ๆ ไม่น่าเชื่อว่านี่คือมาตรฐานของมือถือในราคา 3,999 บาทเท่านั้น
nubia V80 Max มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ที่สุดในซีรี่ส์ 6.9 นิ้ว ทำให้จอใหญ่กว่าอีกสองรุ่นอย่างชัดเจน เป็นสัดส่วนจอกว้าง แม้ความละเอียดจะอยู่ในระดับ HD+ แต่ด้วยขนาดจอที่ใหญ่ ทำให้การแสดงผลเน้นความสบายตา ตัวอักษรใหญ่ อ่านง่าย ความสว่างของหน้าจออยู่ในระดับ 780nits มากพอที่จะใช้งานกลางแจ้งได้
ทั้งสามรุ่น ภาพสวย เสียงดี เด่นด้านเอนเตอร์เทนเมนต์
ต้องบอกว่าทั้งสามรุ่นมาพร้อมกับหน้าจอที่ภาพสวย สีสด แสงสว่างดี ดูดีเกินราคาเลยครับสำหรับเรื่องหน้าจอ รับประกันเลยว่าเรื่องภาพคือจุดขายหนึ่งของซีรีส์นี้อย่างแน่นอน
ส่วนระบบเสียงก็มาพร้อมกับลำโพงเดี่ยวเสียงดังชัด พร้อมรูหูฟัง 3.5 มม. ครบทุกรุ่น ภาพในใส่ระบบเสียง nubia Sound Effect มาให้ สำหรับการปรับแต่งพรีเซ็ตเสียงให้เหมาะกับคอนเทนต์ที่เราใช้งาน เสียงค่อนข้างดังชัด มีเนื้อเสียง ลำโพงดังและเสียงไม่แตกแหลม ใช้งานส่วนตัวในห้องได้แบบไม่ต้องต่อลำโพงภายนอกเพิ่มได้ครับ
บนหน้าจอของ nubia V80 Series ตัวระบบจะมีการใช้งานพื้นที่ด้านข้างของกล้องหน้าเพื่อใช้เป็นจุดแจ้งเตือนสถานะได้ เช่น เพลงที่กำลังเปิด, หูฟังที่กำลังเชื่อมต่อ สถานะแบตเตอรี่ หรือการจับเวลา จะถูกแสดงตรงพื้นที่นี้และสามารถเป็นทางลัดกลับเข้าแอปนั้นได้ครับ
จะเรียกว่าฟังก์ชั่น Live Island เราสามารถเข้าไปเปิดปิดได้ในการตั้งค่า สะดวกและสวยงามดีครับ
ปุ่ม AI Button: ปุ่มเล็ก ๆ แต่ประโยชน์เยอะกว่าที่คิด (มีในรุ่น V80 Pro และ V80 Design )
หนึ่งในจุดที่ทำให้ nubia V80 Series ดูแตกต่างจากสมาร์ตโฟนราคาประหยัดทั่วไป คือการใส่ “ปุ่ม AI Button” เข้ามาเป็นปุ่มพิเศษบนตัวเครื่องทางด้านซ้าย ซึ่งเป็นอะไรที่หาได้ยากมากในมือถือระดับนี้ (จะไม่มีปุ่มนี้ในรุ่น V80 Max )
เพราะปกติปุ่มลัดแบบนี้มักจะเจอในรุ่นราคาสูงหรือรุ่นที่เน้นฟีเจอร์เฉพาะทางเท่านั้น แต่ nubia เลือกใส่มาให้ตั้งแต่ต้น ทำให้การใช้งานจริงสะดวกขึ้นแบบเห็นผลทันที
หัวใจของปุ่มนี้คือการเรียกใช้งาน “หน่วยความจำ AI” ซึ่งเปรียบเหมือนห้องเก็บไอเดีย ประสบการณ์ หรือข้อมูลทุกอย่างที่เราเห็นบนหน้าจอแล้วอยากเก็บไว้ ไม่ว่าจะเป็นบทความ ไอเดียจากโซเชียล รูปภาพ ข้อความ หรือข้อมูลสำคัญต่าง ๆ แค่กดปุ่ม AI Button ตัว AI ก็จะเข้ามาช่วยบันทึกสิ่งนั่นไว้ให้ พร้อมวิเคราะห์ แยกแยะ และอธิบายให้เรารู้เองว่าเนื้อหาที่เก็บไว้นั่นคืออะไร เกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร และควรจัดอยู่ในหมวดไหน
จุดที่น่าสนใจคือหน่วยความจำ AI ของ nubia ไม่ได้แค่เก็บข้อมูลแบบทื่อ ๆ แต่จะจัดหมวดหมู่ให้อัตโนมัติ แยกตามแอปหรือประเภทของเนื้อหา ทำให้เวลาย้อนกลับมาดู เราไม่ต้องนั่งไล่หาทีละชิ้น เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวที่ช่วยจำแทน และอธิบายให้เราเข้าใจเพิ่มเติมอีกด้วยว่าตอนนั้นเราบันทึกอะไรไว้ เราไม่ต้องพิมพ์ไม่ต้องบอก ถ้าอยากเก็บก็แค่กดปุ่ม AI Button ทีเดียว
เหมาะมากกับคนที่ชอบเก็บไอเดีย ชอบอ่าน หรือทำงานที่ต้องอ้างอิงข้อมูลบ่อย ๆ
นอกจากนี้ หน่วยความจำ AI ยังทำงานแบบเก็บข้อมูลไว้ในเครื่อง ไม่ต้องพึ่งคลาวด์ ทำให้เรื่องความเป็นส่วนตัวดูอุ่นใจขึ้น เพราะข้อมูลทั้งหมดอยู่กับเรา ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกส่งออกไปภายนอกโดยไม่จำเป็น
นอกเหนือจากการเรียกหน่วยความจำ AI ปุ่ม AI Button ยังสามารถตั้งค่าให้ทำหน้าที่อื่นได้ตามการใช้งานของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นใช้เป็นปุ่มเรียกกล้องถ่ายรูปแบบกดครั้งเดียวถ่ายทันที ใช้เปิดหรือปิดตัวบันทึกเสียงสำหรับจดบันทึกด่วน ๆ หรือใช้เปิดไฟฉายแบบไม่ต้องปลดล็อกเครื่องก็ได้ ทุกอย่างสามารถเลือกตั้งค่าเองได้ ทำให้ปุ่มนี้ไม่ใช่แค่ลูกเล่น แต่เป็นปุ่มลัดที่ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
ถ้ามองภาพรวม ปุ่ม AI Button คือหนึ่งในฟีเจอร์ที่ทำให้ nubia V80 Series ดูไม่เหมือนมือถือราคาประหยัดทั่วไป เพราะช่วยลดขั้นตอนการใช้งานหลายอย่างลงไป แค่กดปุ่มเดียวก็เรียกฟังก์ชันที่ใช้บ่อยได้ทันที โดยเฉพาะฟีเจอร์หน่วยความจำ AI ที่ช่วยเก็บ คิด วิเคราะห์ และอธิบายข้อมูลแทนเราได้ เป็นฟีเจอร์เล็ก ๆ ที่พอใช้จริงแล้วจะรู้สึกว่าสะดวกและมีประโยชน์กว่าที่คิด
แต่แม้ในรุ่น V80 Max จะไม่มีปุ่ม AI Button แต่ทาง nubia ก็ออกแบบการเรียกใช้ “หน่วยความจำ AI” ใน V80 Max เอาไว้แบบง่ายๆ ได้ด้วยเช่นกัน แค่เพียงสไลด์สามนิ้วขึ้นด้านบนในหน้าจอที่ต้องการให้ AI ทำการวิเคราะห์เก็บ ก็จะสามารถจัดเก็บสิ่งที่แสดงอยู่ในขณะนั้นเข้าไปใน “หน่วยความจำ AI” ได้ครับ
เข้าไปเปิดการตั้งค่าการปัดนิ้วขึ้นเพื่อเรียกใช้ ได้ในหน้า “หน่วยความจำ AI” โดยตรง
แบตเตอรี่ของ nubia V80 Series – ใช้ทั้งวัน ไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงก์
nubia V80 Pro ให้แบตความจุ 5,000mAh ซึ่งเป็นขนาดที่ค่อนข้างมาตรฐาน แต่เอาอยู่กับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเล่นโซเชียล ดูวิดีโอ ฟังเพลง หรือถ่ายรูปทั้งวัน ถ้าไม่ได้ใช้งานหนักมากก็สามารถอยู่ได้ครบวันแบบไม่ต้องคอยมองหาปลั๊กบ่อย ๆ
nubia V80 Design ใช้แบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh เช่นเดียวกับรุ่น Pro แต่จุดเด่นจะอยู่ที่ความสมดุล ใช้งานทั่วไปได้สบาย ๆ ทั้งวัน ไม่ว่าจะเลื่อนโซเชียล ดูคอนเทนต์ หรือใช้งานแอปต่าง ๆ ต่อเนื่อง แบตหมดช้าตามสไตล์มือถือจอใหญ่ที่มีระบบจัดการพลังงานค่อนข้างดี
ถ้าพูดถึงเรื่องแบตเตอรี่ nubia V80 Max คือรุ่นที่เด่นด้านความอึดมากที่สุดในซีรีส์ ด้วยแบตความจุใหญ่ถึง 6,000mAh เหมาะกับคนที่ใช้งานหนัก เปิดจอทั้งวัน เดินทางบ่อย หรือทำงานนอกสถานที่ รุ่นนี้ให้ความอุ่นใจเรื่องแบตแบบเห็นได้ชัด ใช้งานยาว ๆ ข้ามวันยังพอมีลุ้น โดยไม่ต้องชาร์จระหว่างวัน
จากที่ทดสอบใช้งาน เปิดหน้าจอเล่นโซเชี่ยล ดูคลิป ใช้งานหน้าจอรวมมากกว่า 7 ชั่วโมง ก็ยังอยู่ได้ข้ามคืนโดยยังไม่ต้องชาร์จครับ
สำหรับคนที่มองหามือถือ “อึดจริง ใช้จริง ไม่ต้องถนอม” V80 Max คือรุ่นที่ตอบโจทย์ที่สุดในเรื่องแบตเตอรี่แบบไม่ต้องลังเล
ทั้งสามรุ่นให้ที่ชาร์จ 22.5W มาให้ (ตัว V80 Pro ให้ที่ชาร์จ 33W มาให้แต่เครื่องรองรับ 22.5W เท่ากัน) ซึ่งเป็นมาตรฐานชาร์จไวของทั้งสามรุ่นนี้เลย โดยจากที่ทดสอบ nubia V80 Pro และ nubia V80 Design จะใช้เวลาชาร์จเต็ม 100% ในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และ nubia V80 Max จะใช้เวลามากกว่านั้นนิดหน่อย อยู่ที่ 150 นาทีโดยประมาณครับ
นอกจากนี้ทั้งซีรีส์ยังมีฟีเจอร์ AI Night Charging ที่ช่วยเรียนรู้พฤติกรรมการชาร์จตอนกลางคืน ชาร์จให้เต็มพอดีกับเวลาตื่น ลดปัญหาการชาร์จแช่นานเกินไป รวมถึงรองรับ Reverse Charging 10W เอาไว้ชาร์จอุปกรณ์อื่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ในกรณีฉุกเฉิน ถือว่าเป็นแบตที่ครบทั้งเรื่องความอึดและการดูแลแบตในระยะยาว
ในระบบของ nubia V80 Series จะมีระบบที่เรียกว่า”การแยกชาร์จ” (Charge separation) ซึ่งจริงๆ ก็คือระบบ Bypass Charging ในลักษณะหนึ่ง เป็นระบบที่จะทำให้ตัวเครื่องรับกำลังไฟจากหัวชาร์จมาใช้โดยตรงแบบไม่ผ่านเแบตเตอรี่ หรือเราสามารถกำหนดให้นำไฟไปชาร์จแบตเตอรี่จนถึงระดับที่เราต้องการไว้ก่อนก็ได้เช่นกันครับ แล้วค่อยส่งไฟเข้าตัวเครื่องโดยตรง
ฟังก์ชั่นนี้จะช่วยทำให้ตัวเครื่องไม่เกิดความร้อนสะสมในระหว่างเสียบไฟใช้งาน และยืดอายุของแบตออกไปได้ในระยะยาวอีกด้วยครับ
**อุปกรณ์ภายในกล่อง มีที่ชาร์จ 22.5W (จากที่ผมได้มา V80 Pro จะมาเป็นที่ชาร์จ 33W ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย แต่ตัวเครื่องจะรองรับ 22.5W เท่ากัน) มากับสาย USB Type-C ความยาวประมาณ 65 ซม. และเคสใสซิลิโคนที่แถมมาให้แล้ว
ประสิทธิภาพการใช้งาน
nubia V80 Series รันบนระบบปฏิบัติการ MyOS 16 ที่ครอบทับบน Android 16 มาทั้งหมดแล้วครับไม่ต้องรออัปเดท ฉะนั้นใช้งานได้อีกนาน โดยทั้งหมดได้ผ่านการทดสอบการใช้งานจาก SGS ยืนยันด้านความลื่นไหล ว่าจะสามารถใช้งานได้นานกว่า 50 เดือนหรือประมาณกว่า 4 ปี โดยที่ประสิทธิภาพเครื่องยังเหมือนซื้อมาใหม่ๆ ไม่ใช่แค่ของฉาบฉวยที่เสื่อมง่าย แต่นี้ผ่านการการันตีมาเรียบร้อยจากการทดสอบขององค์กรระดับโลกมาแล้วครับ
ประสิทธิภาพของ nubia V80 Pro – ลื่น ใช้ยาว ไม่ต้องกังวล
nubia V80 Pro ใช้ชิปเซ็ต Unisoc T7280 แบบ Octa-core ความเร็วสูงสุด 2.2GHz ซึ่งอาจไม่ใช่ชิปสายเกมจ๋า แต่เอาอยู่กับการใช้งานจริงครบ ๆ ทั้งวัน ไม่ว่าจะเลื่อนโซเชียล เปิดหลายแอปพร้อมกัน ดูวิดีโอ หรือใช้งานกล้องหนัก ๆ ตัวเครื่องยังตอบสนองได้ลื่น ไม่หน่วงง่าย
รุ่นนี้ให้แรมสูงสุดแบบ 8GB พร้อมแรมเสริมจากระบบรวมแล้วได้ถึง 20GB ช่วยให้การสลับแอปไปมาไหลลื่นขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะคนที่เปิดหลายแอปพร้อมกันบ่อย ๆ ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลเป็น 256GB ใช้งานได้สบาย ไม่ต้องมานั่งลบรูป ลบวิดีโอบ่อย ๆ
ทดสอบการเล่นเกม MOBA อย่าง LOL พวกนี้เล่นได้ลื่น เฟรมเรทไม่แกว่งครับ หรือเล่นเกม Trun-Based ภาพ 3D อาจจะไม่ลื่นไหล 100% แต่ก็ยังถือว่าเล่นไหวครับ
ประสิทธิภาพของ nubia V80 Design – สมดุล ใช้งานง่าย ลื่นกำลังดี
nubia V80 Design ใช้ชิปเซ็ต Unisoc T7280 ตัวเดียวกับรุ่น Pro ทำให้ฟีลการใช้งานโดยรวมใกล้เคียงกันมาก ความแตกต่างจะอยู่ที่ V80 Design จะมีตัวเลือกแรมและรอมที่มีให้เลือกมากกว่าในสองระดับความจุ 128GB และ 256GB และความละเอียดกล้องหลักจะเป็น 50MP ซึ่งแตกต่างจากของตัว V80 Pro ที่จะให้กล้องหลักมาเป็นความละเอียด 108MP ที่เหลือจะเหมือนกันทั้งหมด
การใช้งานจริงอยู่ในระดับเหมาะกับคนทั่วไป เปิดแอป ลากจอ ดูคลิป เล่นโซเชียล หรือทำงานพื้นฐานได้สบาย ๆ ไม่มีอาการช้าจนหงุดหงิด แรมแบบขยายช่วยให้เครื่องยังลื่นแม้สลับใช้ระหว่างหลายแอป
V80 Design เป็นรุ่นที่เหมาะกับคนที่อยากได้มือถือ “เครื่องสวย ใช้สบาย ไม่ต้องจ่ายเยอะ” เน้นใช้งานทั่วไปในราคาที่เข้าถึงง่ายที่สุด
ประสิทธิภาพของ nubia V80 Max – ไม่แรงจัด แต่เน้นอึดและเสถียร
nubia V80 Max ใช้ชิปเซ็ต Unisoc T7250 แบบ Octa-core ความเร็วสูงสุด 1.8GHz ซึ่งถูกวางตำแหน่งมาเน้นความเสถียรมากกว่าความแรง ตัวเครื่องเหมาะกับการใช้งานต่อเนื่องยาว ๆ เช่น เปิดจอทั้งวัน ใช้แผนที่ ดูวิดีโอ หรือทำงานนอกสถานที่ พวกพี่ๆ ไรเดอร์หรือพ่อค้าแม่ค้า รุ่นนี้ถือว่าเหมาะมาก
แรมและรอมมีให้เลือกในระดับที่เพียงพอต่อการใช้งานจริง 8+128GB ไม่ได้เน้นตัวเลขแรง ๆ แต่เน้นให้เครื่องทำงานนิ่ง ไม่ร้อนง่าย และไม่หน่วงเมื่อใช้งานนาน ๆ ระบบปฏิบัติการ MyOS 16 ถูกปรับให้ทำงานคู่กับแบตขนาดใหญ่ ช่วยให้ใช้งานได้ยาวและต่อเนื่องครับ
ถ้าเป็นสายเกมหนัก ๆ อาจไม่ใช่ตัวเลือกหลัก แต่ถ้าเป็นสายใช้งานจริง เปิดเครื่องทั้งวัน ไม่อยากชาร์จบ่อย V80 Max จะตอบโจทย์มาก แถมราคาประหยัด
ทีเด็ดอยู่ที่หน้าจอสวย เห็นชัด แบตเตอรี่อึดมาก วันไหนใช้งานไม่หนักมากๆ ระบบแสดงให้เห็นเลยว่าอยู่ได้ข้ามคืนข้ามวันแน่นอน
AI บน MyOS: ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ไม่ได้มีไว้แค่โชว์
ฟีเจอร์ AI ใน MyOS มีเยอะมาก จะเห็นชัดว่า nubia ไม่ได้ทำ AI มาเป็นแค่ลูกเล่น แต่พยายามเอา AI มาใส่แบบจริงจัง และเป็นความสามารถในสิ่งที่คนใช้งานมือถือจะได้ประโยชน์จริงในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การโทร ข้อความ การจดจำข้อมูล ไปจนถึงการช่วยเขียนและจัดการเนื้อหา
เช่นฟีเจอร์ หน่วยความจำ AI หรือ AI Memory ที่ทำงานร่วมกับปุ่ม AI Button ของตัวเครื่องที่ผมอธิบายไปก่อนหน้า ทำหน้าที่เหมือนสมองสำรองของเรา โดยการใช้ AI ช่วยจดจำสิ่งที่เราเห็นหรือบันทึกไว้ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ หรือข้อมูลจากแอปต่าง ๆ แล้วนำมาวิเคราะห์ แยกหมวด และอธิบายให้เราเข้าใจว่าเนื้อหานั้นเกี่ยวกับอะไร เวลาย้อนกลับมาดู ก็ไม่ต้องนั่งจำเองว่า “อันนี้คืออะไร เก็บไว้ทำไม” เหมาะกับคนที่ชอบเซฟข้อมูล ชอบเก็บไอเดีย หรือใช้มือถือทำงานเยอะ ๆ
หนึ่งในฟีเจอร์ที่เด่นมากคือ AI ป้องกันมิจฉาชีพ ระบบจะใช้ AI วิเคราะห์ทั้งสายเรียกเข้าและข้อความ SMS แบบอัตโนมัติ ถ้าเจอสายหรือข้อความที่มีความเสี่ยง เช่น แนวหลอกลวง ข่มขู่ หรือชวนโอนเงิน ตัวระบบจะช่วยแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ระวัง (ฟีเจอร์นี้ต้องมีการอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลการโทรและ SMS เพื่อให้ AI วิเคราะห์ได้ )
ในส่วนของ AI ป้อนข้อมูลและช่วยเขียน ระบบ AI สามารถช่วยเขียนข้อความ แก้ไขประโยค ทำบทความ หรือช่วยจัดลำดับเนื้อหาให้ดูเป็นระเบียบมากขึ้น เราไม่ต้องพิมพ์เอง แค่ระบุเนื้อหาและแนวที่ต้องการ เหมาะกับการพิมพ์แชต ทำโพสต์ หรือจัดการโน้ตสั้น ๆ บนมือถือ โดยไม่ต้องคิดคำเองทั้งหมด ลดเวลาในการพิมพ์ลงไปได้พอสมควร สำหรับสายที่ต้องพิมพ์ช่วยได้เยอะมากๆ
มีตัวช่วยในการแปลภาษา รองรับการแปลระหว่างโทรสนทนา การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ การบันทึกเสียงพร้อมสรุปเนื้อหา การแปลการประชุมออนไลน์ รวมถึง AI Notepad ที่ช่วยสรุปและจัดระเบียบบันทึกให้เข้าใจง่ายขึ้น
AI มีเยอะมากจริงๆ ใน nubia V80 Series แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะหาไม่เจอ เพราะ MyOS ได้ทำหน้าพิเศษที่รวมเอา ZTE Nebula LLM และ Google Gemini แน่นอนว่าความสามารถ Circle To Search การวงเพื่อค้นหาก็ทำได้บน nubia V80 Series ทุกรุ่นด้วยเช่นกัน
มาใส่รวมไว้ในศูนย์รวมฟีเจอร์ AI เรียบร้อยแล้วในที่เดียว ผู้ใช้สามารถเข้าไปเลือกดูข้อมูลและใช้งานได้ตามต้องการ
ด้านภาพถ่ายและรูปภาพก็มี AI เข้ามาช่วย เช่น การค้นหารูปจากเนื้อหาในภาพ แค่ระบุว่าต้องการหาภาพที่มีองค์ประกอบแบบไหน เช่น ที่ “เคยไปถ่ายวัด” ก็แค่บอกตัว AI ว่าจะหาภาพวัด มันก็จะไปค้นหาภาพที่เราถ่ายวัดมาให้
การปรับปรุงคุณภาพภาพ หรือการเลือกภาพมาสร้างเรื่องราว ซึ่งช่วยให้การจัดการรูปภาพบนมือถือสะดวกขึ้น หรือการลบวัตถุที่ไม่ต้องการ ด้วยการวง ทำได้โดยไม่ต้องพึ่งแอปเสริมหลายตัว
ภาพรวมของ AI ใน MyOS จะเน้นแนว “ช่วยใช้งานจริง” มากกว่าโชว์ความล้ำ ไม่ได้บังคับให้ใช้ตลอดเวลา ผู้ใช้สามารถเปิดหรือปิดฟีเจอร์ AI แต่ละส่วนได้เอง และหลายฟีเจอร์ทำงานแบบประมวลผลในเครื่อง ทำให้เรื่องความเป็นส่วนตัวดูอุ่นใจขึ้น
กล้องถ่ายภาพ
nubia V80 Series กล้องถ่ายภาพทุก ๆ รุ่นจะได้ฟีเจอร์พื้นฐานร่วมกันอย่าง AI ช่วยประมวลผลภาพ การถ่ายภาพแบบ Gesture Snap และโหมด Dynamic Image ความแตกต่างหลักจะอยู่ที่ความละเอียดของกล้องหลักที่ nubia V80 Pro จะสามารถถ่ายภาพในระดับ 108MP ได้เลย ส่วนอีกสองรุ่นจะได้ความละเอียดสูงสุดที่ 50MP
รองรับการซูมภาพดิจิทัลได้สูงสุดที่ 10x เท่าๆ กัน จากที่ทดสอบการซูมภาพระดับ 3x ถือว่ายังคมมากพอหวังผลได้ครับ มาพร้อมฟิลเตอร์สีสันปรับแต่งเยอะพอตัว มีโหมดถ่ายภาพกลางคืน, โหมดถ่ายภาพบุคคลละลายหลัง โหมดถ่ายภาพและวิดีพิเศษอย่างการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้าและกล้องหลังได้พร้อมกัน หรือโหมดตัดสีของภาพให้เหลือเพียงสีเดียวที่เราเลือก ก็สามารถทำได้ใน nubia V80 Series ทุกรุ่น
โดยเฉพาะโหมด AI Cam ที่ทำให้การถ่ายภาพสนุกมากขึ้น มีลูกเล่นเยอะมาก โดยจะแสดงขึ้นมาแนะนำให้ใช้เมื่อตรวจพบว่าเรากำลังถ่ายภาพในโหมด AI เช่นโลกกระจกบนล่าง ซ้ายขวา และฟิลเตอร์สีสันแปลกตามีอีกเยอะมากครับ
สเปกกล้อง nubia V80 Pro
• กล้องหลังความละเอียด 108MP (Main Camera, AI) รองรับออโต้โฟกัส
• กล้องเสริมความละเอียด 2MP + กล้อง AI 0.08MP สำหรับช่วยประมวลผลภาพ
• กล้องหน้าความละเอียด 16MP (Fixed Focus)
คุณภาพกล้องดีมาก การจัดการแสงเงาทำได้ยอดเยี่ยม เป็นเครื่องที่ให้กล้องมาเกินราคาก็ว่าได้ เพราะอย่าลืมว่านี่คือมือถือกล้อง 108MP ที่มีราคาไม่ถึง 5,000 บาทเท่านั้นเองครับ
โหมด 108MP เอาไว้พิมพ์ภาพขนาดใหญ่ หรือถ่ายก่อนมาครอปตัดทีหลังก็ยังได้รายละเอียดที่ดีอยู่ครับ
สเปกกล้อง nubia V80 Design
• กล้องหลังความละเอียด 50MP (Main Camera, AI) รองรับออโต้โฟกัส
• กล้องเสริมความละเอียด 2MP + กล้อง AI 0.08MP สำหรับช่วยประมวลผลภาพ
• กล้องหน้าความละเอียด 16MP (Fixed Focus)
ฟังก์ชั่นมีเหมือนกันกับตัว Pro แต่โหมดความละเอียดสูงจะถ่ายที่ 50MP คุณภาพหวังพึ่งได้เช่นกันครับ
สเปกกล้อง nubia V80 Max
• กล้องหลังความละเอียด 50MP (Main Camera) รองรับออโต้โฟกัส
• กล้องเสริมความละเอียด 2MP + กล้อง AI 0.08MP สำหรับช่วยประมวลผลภาพ
• กล้องหน้าความละเอียด 16MP (Fixed Focus)
คุณภาพของกล้องต้องบอกว่าไม่ได้ดีเลิศมากนัก ตัวนี้ไม่ได้เด่นด้านกล้อง แต่สามารถเก็บภาพท่องเที่ยว ถ่ายภาพทั่วไปยังทำได้ดีมากพอครับ
สรุปท้ายรีวิว: nubia V80 Series เลือกง่าย ใช้ง่ายได้ตรงใจ ในราคาประหยัด
โดยรวมแล้ว nubia V80 Series เป็นกลุ่มสมาร์ตโฟนที่ออกแบบมาแบบคิดถึงการใช้งานจริงมากกว่าการไล่สเปกแรงสุด ไม่ได้สุดยอดที่สุดแบบเกินราคาไปไกล แต่อยู่ในระดับเพียงพอต่อใช้งานในชีวิตประจำวันโดยที่มีคุณภาพที่ดี คุ้มกับราคาจำหน่าย ทั้งเรื่องดีไซน์ หน้าจอ กล้อง แบตเตอรี่ แต่ละอย่างให้ของที่ดีมา ดูทนทานคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป
โดยเฉพาะฟีเจอร์ AI และระบบปฏิบัติการ นี่คือระบบที่พัฒนามาแบบแบรนด์ใหญ่ มันมีความฉลาด ลื่นไหลและเสถียร สวยงามใช้งานง่าย ถือเป็นจุดเด่นซึ่งหาได้ยากในมือถือระดับราคาใกล้เคียงกัน
ไม่ต้องกังวลเลยครับว่าเป็น “มือถือราคาประหยัด” เพราะทำมาได้ดีกว่าที่คิด ใช้งานได้คุ้มทั้งสามตัวเลือกแน่นอน
nubia V80 Pro – เหมาะกับคนที่อยากได้ฟีเจอร์ครบ เน้นกล้องและความลื่น
รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ใช้งานมือถือจริงจัง ตัวจบในงบเบาๆ คนที่ชอบถ่ายรูปบ่อย ใช้หลายแอปพร้อมกัน และอยากได้ประสบการณ์ที่ใกล้เคียงรุ่นระดับสูงแต่ยังคุมงบได้อยู่ ได้กล้อง 108MP ให้ประโยชน์ด้านการถ่ายภาพที่ดีที่สุด หน้าจอคม ใช้งานลื่น มีฟีเจอร์ AI ครบ เหมาะกับทั้งการใช้งานส่วนตัวและการทำงานในเครื่องเดียว
- ราคา nubia V80 Pro รุ่น RAM 8GB + RAM เสริม 12GB (รวม 20GB) ROM 256GB
- สี Feather Black / Petal Gold
- ราคา 4,999 บาท
nubia V80 Design – สำหรับคนที่อยากใช้งานรอบด้าน ในราคาที่เบากว่า
V80 Design เหมือนตัว Pro ประสิทธิภาพแทบไม่ต่าง แต่เป็นรุ่นที่เน้นความสมดุลมากกว่า ใช้งานสบาย ไม่ต้องคิดเยอะ ดีไซน์เรียบสวย บาง เบา สีสันมีให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่อยากได้มือถือจอใหญ่ ลื่น ใช้งานได้ทุกวัน แค่กล้องมีความละเอียดที่น้อยกว่าตัว Pro แต่ก็ยังถ่ายรูปได้สวยในวันแสงดีๆ แชร์โซเชียลได้ทันที และยังได้ฟีเจอร์ AI สำคัญเหมือนรุ่นพี่เลยครับ ส่วนราคาก็เบาลงมาอีกหน่อย
- ราคา nubia V80 Design รุ่น RAM 8GB + RAM เสริม 12GB (รวม 20GB) ROM 256GB ราคา 4,699 บาท
- ราคา nubia V80 Design รุ่น RAM 8GB + RAM เสริม 12GB (รวม 20GB) ROM 128GB ราคา 4,299 บาท
- สี Midnight Black / Pale Amber / Peach Fuzz
nubia V80 Max – สายอึด ใช้หนัก ไม่ต้องถนอม
ถ้าใครมองหามือถือที่แบตอึดเป็นพิเศษ ใช้งานกลางแจ้งบ่อย เปิดจอทั้งวัน หรือเดินทางตลอด รุ่นนี้ตอบโจทย์ชัดเจนที่สุด ด้วยแบต 6,000mAh มีโครงสร้างที่เน้นความทนทาน ลดความเสียหายหากตกหล่นจากที่สูงไม่เกิน 1.8m หรือการลุยฝุ่นลุยฝนก็ทนระดับ IP64 มีหน้าจอขนาดใหญ่เห็นได้ชัดในที่แจ้งและในที่ร่ม
เหมาะกับคนที่อยากได้มือถือใช้งานลุยจริง ไม่ต้องกังวลเรื่องแบต หรือห่วงเรื่องเครื่องบอบบาง ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ ไรเดอร์ หรือพ่อค้าแม่ขาย ไม่น่าเชื่อว่าด้วยราคาสามพันปลายๆ จะได้เครื่องที่มีคุณภาพระดับนี้ครับ
- ราคา nubia V80 Max รุ่น RAM 8GB + RAM เสริม 8GB (รวม 16GB) ROM 128GB
- สี Space Black / Aurellia Gold / Stardust Purple
- ราคา 3,999 บาท
nubia V80 Series ทั้งสามรุ่น ผ่านมาตรฐานการทดสอบจาก SGS ว่าทนทานต่อการใช้งานในระยะยาว แม้ใช้งานไปนานกว่า 50 เดือนก็ยังคงประสิทธิภาพที่ดีเหมือนเครื่องตอนซื้อมาใหม่ๆ และทาง nubia ยังให้การรับประกันตัวเครื่องทั้งสามรุ่นเอาไว้ นานถึง 18 เดือนด้วยครับ


















































































































