HONOR Magic8 Pro สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่จาก HONOR เปิดตัวในไทยช่วงกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พร้อมจุดขายสำคัญอย่างกล้อง 200MP Ultra Night Telephoto และระบบ AI Magic Color ที่ช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การถ่ายภาพ ทั้งกลางวันและกลางคืน ให้คมชัดและสีสันสมจริงมากขึ้น โดยตัวเครื่องถูกออกแบบมาได้อย่างทนทาน เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพระดับสูง และการใช้งานแบบครบวงจรในเครื่องเดียว
รุ่นนี้มีความแรงในกลุ่มสมาร์ตโฟนเรือธง ใช้ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 รุ่นใหม่ล่าสุด แบตเตอรี่ขนาดใหญ่มาก 7100mAh บนตัวเครื่องกระทัดรัด แน่นหนา ถือใช้งานมือเดียวได้อย่างสบายแม้แบตเตอรี่จะใหญ่มากก็ตาม
เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ตโฟนระดับเรือธงที่ตัวเครื่องไม่ใหญ่โตมากนัก แต่ทำได้ครบทั้งถ่ายภาพ เล่นเกม และใช้งานในระดับประสิทธิภาพสูงสุดของสมาร์ตโฟนระบบ Android
ในบทความนี้
ดีไซน์ พรีเมียม พร้อมความทนทานสูง
ตัวเครื่องขนาดพอดีมือ เป็นเรือธงไซด์กลาง ใช้งานมือเดียวได้ถนัดมาก ขนาด: 161.15 × 75 × 8.4 มม. น้ำหนัก: 213 กรัม
ตัวเครื่องถูกออกแบบให้มีความบางเพียง 8.4 มม. เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7100mAh ถือว่าควบคุมขนาดได้ดี ทำให้ยังจับถือใช้งานได้สะดวก ไม่เทอะทะจนเกินไป
มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Sky Cyan, Black และ Sunrise Gold ที่เห็นในบทความนี้
ใช้วัสดุอะลูมิเนียมเกรดอากาศยาน พร้อมกระจก HONOR NanoCrystal Shield ที่ทนแรงกระแทกได้สูง ผ่านมาตรฐาน SGS 5-Star Drop Resistance มาเรียบร้อย และรองรับมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP68 / IP69 / IP69K กันน้ำแรงดันสูงได้จากทุกทิศทาง
ตัวเครื่องเฟรมโลหะแข็งแรง บางเบา จับกระชับมือ
มาพร้อมปุ่ม AI พิเศษ เอาไว้เรียกใช้งานด่วน โดยสามารถตั้งค่าได้เองตามการใช้งาน ประโยชน์เยอะมาก เช่นใช้เรียกเรียก AI หรือเพื่อบันทึกสิ่งที่เห็นบนหน้าจอ, รวมถึงใช้เรียกแก้ไขภาพด่วน เรียกใช้กล้องถ่ายภาพ, ตั้งค่าได้เยอะ ออกแบบก็ทำมาอย่างแน่นหนา แนบไปกับตัวเครื่อง
HONOR Magic8 Pro รองรับการใช้งาน 5G ได้ทั้งสองซิมการ์ด และรองรับการใช้งาน eSIM แทนซิมการ์ดที่สองได้ครับ แต่จะไม่รองรับการเพิ่มหน่วยความจำด้วย microSD Card
กล้อง 200MP Ultra Night จุดขายหลักของรุ่นนี้
จุดเด่นสำคัญของ HONOR Magic8 Pro คือกล้อง Telephoto ความละเอียด 200MP Ultra Night ที่ใช้เซนเซอร์ขนาด 1/1.4 นิ้ว พร้อมรูรับแสง f/2.6 และระบบกันสั่น OIS ที่ผ่านมาตรฐาน CIPA 5.5 ซึ่งเป็นระดับสูงในอุตสาหกรรม
ระบบนี้ช่วยให้สามารถถ่ายภาพในระยะไกลได้คมชัดแม้ในสภาพแสงน้อย พร้อมรองรับการซูมตั้งแต่ระดับ 10x ไปจนถึง 100x โดยมี AI Adaptive Stabilization Model ช่วยลดการสั่นไหว ทำให้ภาพที่ได้ยังคงรายละเอียดครบถ้วน
กล้องหลัก 50MP Ultra Night (f/1.6) ยังช่วยเสริมการถ่ายพอร์ตเทรตในทุกสภาพแสงได้ดีมาก โดยใช้ AI Segmentation แยกตัวแบบและฉากหลัง ทำให้ได้โบเก้ที่ดูสมจริงและคมชัดครับ ตัดฉากหลังคนได้เก่งแม้จะถ่ายในสภาพแสงยากๆ
AI Magic Color ปรับโทนสีเก่ง เป็นระบบปรับโทนสีภาพ (Color Grading) ที่ใช้ AI และ Deep Learning ในการวิเคราะห์และปรับสีมากถึง 16.77 ล้านสี
ระบบนี้สามารถ:
- ปรับโทนสีแบบเรียลไทม์
- ใช้พรีเซ็ต เช่น Romantic Blue, Golden Autumn, Warm Sunset
- อัปโหลดภาพอ้างอิงเพื่อให้ AI เรียนรู้สไตล์สีได้เองด้วย
เทคโนโลยี Device–Cloud Collaborative Color Migration ช่วยให้การปรับสีมีความแม่นยำทั้งภาพรวมและรายละเอียด ทำให้ภาพที่ได้ดูเป็นธรรมชาติและสม่ำเสมอ
ปรับแก้สีภาพจากแสงจริงได้ตามพรีเซ็ตที่เลือกได้ ทำได้สวยครับ แสงใหม่ถูกเจนเข้ากับภาพที่ถ่ายมาได้เหมือนแสงจริงเลยทีเดียว
กล้องรุ่นนี้จึงสามารถถ่ายภาพออกมาได้หลายสไตล์ในเครื่องเดียว ในแบบที่ภาพยังดูดี และเป็นไปตามแนวที่เราต้องการได้ทั้งก่อนการถ่าย และหลังการถ่ายภาพครับ
แบตเตอรี่ 7100mAh พร้อมชาร์จไว 100W
แบตเตอรี่ Silicon-carbon ขนาด 7100mAh ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นสำคัญ โดยใช้เทคโนโลยีที่เพิ่มความหนาแน่นพลังงานและความเสถียร
รองรับ:
- ชาร์จไว 100W (สาย)
- ชาร์จไร้สาย 80W
- ชาร์จเต็ม 100% ภายใน 52 นาที
- ชาร์จ 39% ใน 15 นาที
อุปกรณ์ภายในกล่องก็แถมที่ชาร์จ 100W มาให้เรียบร้อยแล้ว พร้อมเคสใสซิลิโคนและสาย USB Type-C
Snapdragon 8 Elite Gen 5 แรงระดับเรือธง
ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 8 Elite Gen 5 ผลิตบนสถาปัตยกรรม 3nm ให้ประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงานมากขึ้น รันบนระบบ Android 16 ครอบทับด้วย Magic OS 10 มีความลื่นไหลสูงมาก เพราะเป็นสเปกรุ่นท็อป ให้ RAM 12GB ที่ขยายได้ด้วย HONOR RAM Turbo อีก 12GB โดยรุ่นที่เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เป็นรุ่นหน่วยความจำ 512GB มีขนาดใหญ่มากพอสำหรับการใช้งานในระยะยาว
รองรับเทคโนโลยี GPU–NPU AI Super-Resolution และ Frame Generation ที่ช่วยเพิ่มเฟรมเรตเกมได้สูงถึง 120fps พร้อมความละเอียดที่ดีขึ้น เล่นเกมได้ลื่นแบบรุ่นใหญ่ ไม่ว่าเกมไหนบนระบบ Android ก็เล่นได้เต็มที่ เฟรมเรทไม่แกว่ง ไม่ตก และระบบระบายความร้อนจัดการได้ดีครับ ใช้งานด้านเกมได้เต็มที่
หน้าจอ LTPO 120Hz และระบบถนอมสายตา
หน้าจอ OLED ขนาด 6.71 นิ้ว รองรับรีเฟรชเรต 1–120Hz และความสว่างสูงสุด 6000 nits
ฟีเจอร์เด่น:
- 4320Hz PWM Dimming ลดการกะพริบ
- Dynamic Dimming ปรับแสงตามธรรมชาติ
- Circadian Night Display ช่วยปรับสมดุลการนอน
- Circular Polarized Display 2.0 ลดแสงสีฟ้า
ขอบจอแทบไม่มีเพราะเป็นจอแบบ 2.5D ขอบจอโค้งลงเพียงเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม
ภาพสวย สีสดเต็มเม็ดสี เป็นหน้าจอที่ดีมากครับ ระบบ Vision Health Management ช่วยลดความล้าของสายตาได้ และนอกจากภาพสวย สียงลำโพงสเตอริโอเสียงแน่น มีมิติ เป็นเครื่องใช้งานแล้วรู้สึกถึงความพรีเมียมในด้านเอนเตอร์เทนเมนต์
AI ครบเครื่อง ใช้งานจริงได้ในชีวิตประจำวัน
ฟีเจอร์ AI บนเครื่องประกอบด้วย:
- AI Eraser / AI Upscale / AI Cutout
- AI Moving Photo (Slow Motion, Motion Trail, Motion Clone)
- AI One-Tap Wrinkle Removal
- AI Deepfake Detection และ Voice Cloning Detection
ยังรองรับ Google Gemini และ Gemini Live ที่สามารถโต้ตอบด้วยข้อความ เสียง และภาพแบบเรียลไทม์
นอกจากเครื่องมือ AI สำหรับการทำงานแล้ว ก็ยังมี AI ในการแก้ไขภาพใส่มาให้ครบ ทั้งปรับภาพใหม่ เพิ่มความคมชัด ลบวัตถุ แยกฉากหลัง รวมถึงขยายพร้อมด้วย AI สร้างองค์ประกอบที่ไม่มีจริงขึ้นมาใหม่ ทุกอย่างทำได้โดยไม่ต้องติดตั้งแอปพลิเคชั่นภายนอกเพิ่ม
ถ่ายเอง แต่งเอง ก็พร้อมจะส่งไฟล์ให้เพื่อนได้แบบไร้สาย ผ่าน Honor Share เป็นการส่งไร้สายความเร็วสูง แถมยังรองรับกับอุปกรณ์ iPhone และ MacBook ด้วยนะครับ ส่งไฟล์หากันได้แบบไม่จำกัดแค่อุปกรณ์ Honor หรือ Android เท่านั้น แค่แตะกัน ทำตามขั้นตอนแนะนำในครั้งแรก ก็พร้อมส่ง ^^
บทสรุป
HONOR Magic8 Pro เป็นสมาร์ตโฟนเรือธงที่เน้น “กล้อง + AI + แบตเตอรี่” อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกล้อง 200MP ที่ยกระดับการถ่ายภาพได้อย่างเห็นผลจริง ขณะที่ AI Magic Color และระบบ AI บนเครื่องช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้งานหลากหลายมากขึ้น
เมื่อรวมกับชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 และแบตเตอรี่ 7100mAh ทำให้รุ่นนี้เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการสมาร์ตโฟนจบในเครื่องเดียว ทั้งถ่ายภาพ ทำงาน และความบันเทิงระดับสูง
HONOR Magic8 Pro ราคา 39,990 บาท (12GB + 512GB)





























































