พรีวิว OPPO Find X3 Pro 5G เรือธงครบรอบ 10 ปี ที่สุดของสมาร์ทโฟนพันล้านสี ทั้งกล้องและหน้าจอครั้งแรกของโลก!

Noppinij
Advertisements

OPPO Find X3 Pro 5G สมาร์ทโฟนที่มาในนิยาม Awaken Colour ด้วยการพาเราเข้าสู่ยุคแห่งสีสันระดับ 1000 ล้านสี ที่ให้มาแบบครบวงจร 10-bit Full-path Colour Engine ตั้งแต่ระบบการประมวลสี การถ่ายภาพ ไปจนถึงการแสดงผล ทั้งหมดทำงานได้ด้วยสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว

เป็นสมาร์ทโฟนที่ให้หน้าจอระดับสูงสุดของยุคสมัย ด้วยการแสดงผลที่รองรับสีแบบ 10 bits แสดงเฉดสีได้มากถึง 1000 ล้านเฉดสี ขนาดหน้าจอ 6.7 นิ้ว AMOLED ความละเอียดสูง QHD+ รีเฟรชเรทแบบ Adaptive ปรับอัตราการกระพริบจอเพื่อประหยัดพลังงานได้เองตั้งแต่ 5Hz ไปจนถึง 120Hz  มีความสว่างสูงสุดระดับ 1300nits รองรับ HDR10+ และความตรงของสีสันในระดับมืออาชีพ 0.4 JNCD เรียกว่าจอเทพสุดๆ เลยละครับ ได้คะแนนจาก DisplayMate ที่ระดับ A+ เลยทีเดียว

และมีการใส่เทคโนโลยี Colour Vision Enhancement สำหรับใครที่มีสายตาบกพร่องทางด้านสี ทั้งที่รู้ตัวและที่ไม่รู้ตัว ซึ่งจากสถิติมักจะเกิดขึ้นกับผู้ชายประมาณ 1 ใน 12 คนและกับผู้หญิง 1 ใน 200 คน พวกเขาเหล่านั้นจะสามารถเข้าถึงการทดสอบปรับสีเฉพาะสายตาบุคคล เพื่อให้ภาพบนหน้าจอ OPPO Find X3 Pro 5G แสดงผลให้เข้ากับสายตาตัวเองโดยเฉพาะ และจะเห็นสีของโลกนี้ในแบบที่ไม่เคยเห็นชัดเท่านี้มาก่อน ^^ เป็นการคำนึงถึงความแตกต่างของสายตามนุษย์แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนครับ

เจาะรูวางกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ขอบจอเล็กมากๆ คิดเป็นสัดส่วนหน้าจอต่อพื้นที่สูงถึง 92.7%

ทั้งหมดทั้งมวล รวมเป็นสุดยอดหน้าจอแสดงผลระดับโปร เป็นจอ AMOLED สีสันสดใส ย่านสีครบถ้วน ความละเอียดคมชัดสูง QHD+ และด้วยการรองรับ HDR10+ ไม่ต้องพูดถึงความสวยงามบนหน้าจอเมื่อรับชมภาพยนตร์ ถ้าได้สัมผัสกับตาตัวเองรับประกันความตรึงตาตรึงใจ ^^

ไม่ใช่เพียงแค่จอเท่านั้นนะครับที่พาคุณเข้าสู่โลกของ 10bits เพราะทาง OPPO ออกแบบให้ Find X3 Pro 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่สามารถสร้างสรรค์งานภาพในระดับ 10bits ได้ด้วยตัวมันเองด้วย โดยกล้องถ่ายภาพของรุ่นนี่จะสามารถบันทึกภาพระดับ 1000 ล้านสีได้ด้วยตัวมันเองและแสดงผลบนหน้าจอตัวเองได้เป็นเครื่องแรกของโลก ด้วยการใช้ระบบประมวลผลระดับสูง กับโมดูลกล้องเทพที่ใส่เลนส์ถ่ายภาพด้านหลังสี่ตัวซึ่งเต็มไปด้วยนวัตกรรมกล้องท็อปคลาสทั้งสิ้น

ใช้เลนส์หลักถึงสองตัวที่เป็นเซนเซอร์ท็อป Sony IMX766 โดยมีความละเอียด 50 ล้านพิกเซลทั้งสองเลนส์เลยครับ เป็นเลนส์ Wide และ Ultra Wide และ Micro Lens อภินิหารความละเอียด 3 ล้านพิกเซลที่มาพร้อมพลังการซูมระดับกล้องจุลทรรศน์ที่จะขยายภาพจากตาเราเห็นได้มากถึง 60เท่า! ซูมเห็นเส้นใยกระดาษหรือใยผ้าได้ในโหมด Microscope พร้อมไฟวงแหวนสำหรับเพิ่มแสงในการถ่ายภาพ และเลนส์สุดท้าย Telephoto 13 ล้านพิกเซล กล้องตัวเก่งที่จะจับภาพ 1 พันล้านสี รวมถึงการซูม 5X Hybrid Optical Zoom ซูมภาพคมชัด 5 เท่า และซูมแบบ Digital ZOom ได้ 20x ครับ

นอกจากนั้นยังรองรับการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ ด้วยไฟล์ RAW+ และการถ่ายวีดีโอ LOG เพื่อการนำมาปรับแต่งได้ภายหลังแบบมือโปร

การออกแบบของ Find X3 Pro รุ่นนี้ให้ความรู้สึกล้ำสมัยมาก เป็นฝาหลังไร้รอยต่อ เล่นระดับกับโมดูลกล้อง มีการเปิดตัวออกมามาพร้อมกันสองสีนั้นคือ Gloss Black ผิวออกวาว เงาเงา และสี Blue ที่เป็นสีด้านไร้คราบมัน ซึ่งเป็นสีที่เห็นอยู่ในพรีวิวนี้ครับ

ผิวสัมผัสละมุนมือคล้ายแก้วยิงผิวทราย พื้นผิวของมันจะไม่เกิดคราบมันใดๆ เลยครับ ทนทานต่อการขีดข่วนได้ดีด้วย  มีความบางและเบาจนแทบไม่น่าเชื่อว่าใส่นวัตกรรมและสเปคเข้ามาในระดับนี้ ความบางตัวเครื่องอยู่ที่ 8.26 มิลลเมตร และเบาแค่ 193 กรัม เป็นเครื่องเรือธงที่เบามากครับไม่ถึง 200กรัม

ขั้นตอนการผลิตก็ดูแล้วทำยากแล้วครับ ยังได้มาตรฐานกันน้ำ IP68 มาด้วย  จมอยู่ใต้น้ำได้ถึง 1.5 เมตรเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง เครื่องภายในไม่เสียหาย แบตเตอรี่ภายในขนาด 4,500 mAh มาพร้อมพอร์ตชาร์จ USB Type-C และรองรับระบบชาร์จไว 65W SuperVOOC 2.0 ที่ชาร์จแบต 40% ได้ในเวลาแค่ 10นาที

แถมยังรองรับระบบชาร์จไร้สายระดับท็อปของใหม่ 30W AirVOOC ระบบชาร์จเร็วแบบไร้สาย ที่ชาร์จแบตเต็มได้ในเวลาแค่ 80 นาที เรียกว่าชาร์จไวกว่าการเสียบสายของสมาร์ทโฟนในหลายๆ รุ่นซะอีก และยังทำตัวเป็น Reverse Wireless Charge 10W ย้อนกลับไปให้กับอุปกรณ์อื่นได้ด้วยนะครับ ระบบชาร์จพลังงานก็ตัวท็อปอีกเช่นกัน

สเปคเครื่องสูงลิ่ว Snapdragon 888 5G แรงที่สุดในปัจจุบัน ให้ RAM มาขนาด 12GB เป็น LPDDR5 และ ROM UFS 3.1 ขนาด 256GB เรียกว่าท็อปหมดทุกด้านสมบูรณ์แบบ รองรับ Dual 5G รองรับการเชื่อมต่อ 5G ได้ทั้งสองซิมสล็อต และ Wi-Fi 6

ใช้ระบบ Android 11 ครอบทับด้วย ColorOS 11.2 ใหม่ล่าสุดของ OPPO อุปกรณ์ภานในกล่องจะมีเคสซิลิโคนสีฟ้าตรงกับเครื่อง ที่ชาร์จ 65W SuperVOOC 2.0 และสาย USB พร้อมกับชุดหูฟังแบบ USB TypeC โดยตรง และบัตรรับประกันรอบโลก ไว้ในกรณีเจอปัญหาเครื่องชำรุดเสียหายระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือได้ในต่างแดน

ยิ่งใหญ่ ครบเครื่อง เรือธงที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมลำหน้า เป็นรุ่นครบรอบสิบปีที่ยิ่งใหญ่ของ OPPO Find Series ครับ ชื่อซีรี่ส์นี้เป็นตัวแทนของสมาร์ทโฟนในกลุ่มที่เน้นนวัตกรรมและความไฮเทค มีอะไรที่ใหม่สุดและล้ำยุคที่สุดทาง OPPO ก็จะเอามาอยู่ในซีรีส์นี้ทั้งหมดครับ

คัดมาเพื่อคุณ

โดยทาง OPPO ได้เปิด Exclusive Blind Booking ใครที่สนใจสามารถจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ไปจนถึง 17 มีนาคม 2564 เวลา 23.59 น. และยืนยันสิทธิ์ทางอีเมลวันที่ 18-23 มีนาคม

โดยผู้ทีทำการจอง จะได้รับฟรีของสมนาคุณเป็นบ็อกเซ็ตของแถม มูลค่ารวม 19,497 บาท ไปเลยครับ ซึ่งแต่ละอย่างช่วงเป็นสิงที่น่าสนใจและมีประโยชน์ทั้งสิ้น

  • OPPO AirVOOC Wireless Charger 45W
  • KEVLAR Case เคสแข็งลายเคฟร่าสีดำ
  • Premium Card บัตรรับประกันและการบริการระดับพรีเมี่ยมจาก OPPO
  • พิเศษเฉพาะ Exclusive Blind Booking รับเพิ่ม! หูฟังไร้สาย OPPO Enco X หูฟังแฟล็กชิพของระบบเอนดรอย์ ที่สร้างสรรค์ร่วมกับ Dynaudio

OPPO Enco X

หูฟังแฟล็กชิพรุ่นใหม่ที่ OPPO เปิดตัวพร้อมกับ Find X3 Pro เป็นหารจับมือกับแบรนด์เครื่องเสียงพรีเมี่ยม Dynaudio จากเดนมาร์ก มาช่วยปรับจูนซาวด์ของตัวหูฟัง TWS รุ่นนี้ ใช้ไดรเวอร์คู่ขนาด 11mm รองรับระบบตัดเสียงรบกวน ANC ระบบเสียง DBEE 3.0 และ LHDC แบบไร้สาย สนทนาเสียงชัดเจนด้วยระบบตัดเสียงรอบข้างจากไมโครโฟน 3 ตัว ที่มาพร้อมกับฟิลเตอร์และระบบตรวจจับเสียงลม

แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 25 ชั่วโมง  รองรับชาร์จไร้สาย Qi Wireless charging และกันน้ำกันฝุ่น IP54 เป็นหูฟัง In-Ear ขนาดเล็ก มีความสวยงามตั้งแต่ตัวเคสของมันเลยครับ เป็นสีเงินตัดขาว มีเข้ามาสองสีคือสีขาวที่เห็นในพรีวิวนี้ และสีดำ

OPPO AirVOOC Wireless Charger 45W

แท่นชาร์จและที่วางโทรศัพท์จาก OPPO รองรับมาตรฐานการชาร์จไร้สายที่กำลังไฟสูง AirVOOC 45W สามารถใช้งานร่วมกับ OPPO Find X3 Pro ที่รองรับ AirVOOC 30W ได้แบบเกินกำลังเผื่อใช้ในอนาคต

ตัวแท่นสีขาว ผิวละมุน ใช้งานได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ใช้ได้กับทุกอุปกรณ์ในมาตรฐาน Qi  การออกแบบสวยงาม ควรค่าต่อการหามาใช้งานในบ้านมากๆ

“ของแถมรวมมูลค่า 19,497 บาท ใครสนใจสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ห้ามพลาดในการจองโดยเด็ดขาด! ถึงวันที่ 17 นี้เท่านั้น”

*เปิดจองถึงวันที่ 17 มีนาคม เวลา 23.59 นาฬิกา และยืนยันสิทธิ์ทางอีเมลวันที่ 18-23 มีนาคม

*รับเครื่องได้ด้วยตนเอง ในวันที่ 27 มีนาคม เวลา 10.00-17.00 นาฬิกา ที่ลาน Atrium 3 ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

แล้วสามารถติดตามรีวิวเต็มๆ ของ OPPO Find X3 Pro 5G ได้ทาง Appdisqus เช่นเดิมนะครับ เราจะนำไปทดสอบการใช้งานและโชว์ผลลัพท์ของโลก 1000 ล้านสีมาให้ได้เห็นกันแน่นอนครับ